การบรรยายฝ่า ณ ที่ประชุมฝ่าฮุ่ยเมืองหลวงสหรัฐอเมริกา

 

หลี่ หง จื้อ

22 กรกฏาคม ค.ศ.  2007

 “20กรกฎาคม” วันนี้กล่าวสำหรับพวกเราแล้วนับเป็นวันที่มีความหมายอย่างยิ่ง   เป็นไปได้อย่างมากว่า ในประวัติศาสตร์ของอนาคตมันจะกลายเป็นวันที่สำคัญมาก  นับจากศิษย์ต้าฝ่าถูกประทุษร้ายเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านมาถึง 8 ปีแล้ว  ในระหว่างขั้นตอนนี้ ศิษย์ต้าฝ่าได้ก้าวผ่านเส้นทางที่ยากลำบากนานา  ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย  เริ่มตั้งแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  ไม่รู้ว่าจะเผชิญกับการประทุษร้ายครั้งนี้อย่างไร   ต่อเมื่อทุกท่านค่อยๆเข้าใจแล้วว่าควรจะไปทำอย่างไร  ไม่เพียงรู้แล้วว่าควรจะไปทำอย่างไร  แต่ความรุนแรงของการประทุษร้ายยังทำให้ทุกท่านมีสติปัญญาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  มีสติยิ่งๆขึ้น 

ต่อการประทุษร้ายครั้งนี้ ชีวิตที่แตกต่างกันในระดับชั้นที่แตกต่างกัน พวกเขามีการรับรู้ที่ไม่เหมือนกัน  บ้างเข้าใจว่านี่คือเส้นทางหนึ่งของการทดสอบที่จำเป็นจะต้องผ่านไป   บ้างเข้าใจว่า(การประทุษร้ายครั้งนี้)เกิดขึ้นเพราะไปแตะต้องถูกองค์ประกอบเก่าทั้งหมดของจักรวาลเข้าแล้ว  บ้างก็เข้าใจว่าเป็นการปูทางให้กับศิษย์ต้าฝ่า  ชีวิตในระดับชั้นต่ำเข้าใจว่า  เมื่อสิ่งที่ถูกต้องปรากฏออกมาแล้ว  สิ่งที่ชั่วร้ายย่อมจะต้องมาทำลายล้าง  ไม่ว่าชีวิตในระดับชั้นต่างๆกันจะรับรู้กันอย่างไร  ข้าพเจ้าก็จะทำในเรื่องของข้าพเจ้าให้ดี  ศิษย์ต้าฝ่าจะต้องเดินบนทางของตนเอง   เมื่อเผชิญกับการทดสอบต่างๆ การรบกวนของทุกข์ภัยต่างๆดังกล่าว  ทุกท่านก็เปลี่ยนแปลงสุกงอมยิ่งๆขึ้นแล้ว

ในชั่วระยะใกล้ๆ นี้ ข้าพเจ้าไม่ต้องห่วงพะวงเรื่องอะไรมากมายแล้ว  เพราะทุกท่านสุกงอมกันแล้ว  รู้ได้ว่าจะไปทำกันอย่างไร    ในแต่ละโครงการของการช่วยเหลือสรรพชีวิต ทุกท่านต่างแบกรับงานกันหลายโครงการ ทำอย่างมีสติและเป็นฝ่ายดำเนินการเอง  อีกทั้งยังทำได้ดีมาก  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ห่วงกังวลอะไรอย่างนั้นแล้วเหมือนกับในปีนั้นเมื่อการประทุษร้ายเริ่มต้นขึ้น  ที่ต้องคอยปรับแก้เส้นทางนี้ของการบำเพ็ญและช่วยเหลือสรรพชีวิตของศิษย์ต้าฝ่าในระหว่างการประทุษร้ายให้เดินไปด้วยดี เดินไปอย่างถูกต้อง  ในท่ามกลางการประทุษร้ายสามารถอธิบายความจริงได้กระจ่างยิ่งขึ้น ดังนั้นในช่วงเวลานั้นทุกท่านจึงมักเห็นว่าข้าพเจ้าจะมีบทความสั้นๆที่ต่างกันตีพิมพ์ออกมา  จุดประสงค์คือการปรับแก้เส้นทางที่พวกท่านเดินอยู่ให้ถูกต้องเป็นระยะๆ  ในระยะใกล้ๆนี้ก็ค่อนข้างน้อย  เพราะพวกท่านนั้นสุกงอมแล้วจริงๆ  ทุกท่านรู้แล้วว่าจะไปทำกันอย่างไร และก็ไม่ต้องห่วงพะวงอย่างนั้นอีกแล้ว  ในขณะนี้ทุกท่านก็คือจะทำอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น  มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น  มีผลสะท้อนมากยิ่งขึ้น ช่วยเหลือคนให้มากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากสิ่งที่พวกท่านแต่ละคนต้องประสบ  ต้องบุกเบิก ขณะเดินอยู่บนเส้นทางสู่การหยวนหมั่นในช่วงสุดท้ายแล้ว  เรื่องที่สำคัญที่สุด  ใหญ่ที่สุดในขณะนี้ของพวกท่านก็คือการช่วยเหลือคน  หากไม่มีเรื่องนี้แล้ว  ข้าพเจ้าขอบอกกับทุกท่านว่า  การบำเพ็ญของพวกท่านก็สิ้นสุดตั้งนานแล้ว  กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า ในระหว่างการบำเพ็ญพวกท่านได้ทำในสิ่งที่พวกท่านสมควรทำ  แต่ในระหว่างการเจิ้งฝ่าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง  อาทิเช่น  คนในสังคมมนุษย์ ไม่ใช่ชีวิตนั้นในอดีตที่เทพสร้างขึ้นมาอีกแล้ว ชีวิตของคนได้ถูกทดแทนโดยเทพแล้ว ดูจากรูปโฉมภายนอกยังเป็นคน โดยแก่นแท้เป็นชีวิตที่มาจากระดับชั้นต่างๆ ของมิติต่างๆแล้ว ดังนั้นคนในสังคมมนุษย์ปัจจุบัน  ไม่ว่าจะเป็นด้านสติปัญญา  ความสามารถ  ล้วนแต่สูงกว่ามนุษย์ในยุคใดๆในประวัติศาสตร์  การเปลี่ยนแปลงชนิดนี้ที่ประสบ  เป็นสิ่งที่ในอดีตไม่เคยมี  เมื่อก่อนในการจัดวางนั้น นอกเหนือจากการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าแล้ว ต่อจากนั้นก็จะมีคนส่วนหนึ่งเหลือรอดอยู่เป็นคนของอนาคต  ในระหว่างขั้นตอนนี้จะปรากฏการกวาดล้างใหญ่  เรื่องราวเหล่านั้นที่นักพยากรณ์ได้ทำนายกันไว้ ล้วนเกิดขึ้นแล้วในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา  คงมีแต่ประวัติศาสตร์ช่วงนี้ที่ข้าพเจ้าเริ่มการเจิ้งฝ่าที่เกิดการเปลี่ยนแปลง  ในนั้นก็มีสาเหตุทางด้านนี้  เรื่องเหล่านี้ล้วนเปลี่ยนไปแล้ว

เช่นนั้นแล้วทุกท่านจะปฏิบัติอย่างไรต่อชีวิตเหล่านี้   พูดจากอาจารย์ที่ตรงนี้  ข้าพเจ้ารู้ว่าคนเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลือ  ชีวิตเหล่านี้ควรค่าแก่การช่วยเหลือ  จักรวาลนั้น นอกเหนือจากตรีภูมิแล้ว  ร่างนภาที่กว้างใหญ่ล้วนแต่เป็นเทพ  แน่ละ เมื่อมองลงมาจากร่างนภาที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก เทพในระดับชั้นต่างๆที่อยู่ต่ำลงมา ในสายตาของพวกเขา ที่แท้แล้วก็เหมือนกับที่เทพมองคน  จักรวาลเก่าในอดีตนั้น การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป ดับสูญ เป็นสิ่งที่แน่นอนเด็ดขาด  ฉะนั้นกฎเกณฑ์ของจักรวาลไม่ใช่เป็นอย่างที่มนุษย์คิดกันเช่นนั้น คือไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก  กฎเกณฑ์ชนิดนี้อยู่เหนือความเมตตาที่กล่าวถึงกันในขณะที่เทพทำการช่วยเหลือคน นั่นก็คือกฎเกณฑ์   พวกที่ลงมาสู่ตรีภูมิ แม้ว่าจะมีเทพของระดับชั้นต่างๆ กัน  พวกเขาล้วนแต่มีความศรัทธาอย่างมั่นคงต่อต้าฝ่า และการเจิ้งฝ่า จึงมาถึงโลกมนุษย์  พวกเขาต่างต้องการมารับฝ่าที่นี่  ในขณะเดียวกันก็ช่วยต้าฝ่าอีกแรงหนึ่งในช่วงเวลาของการเผยแพร่ฝ่า  ดังนั้นกล่าวสำหรับชีวิตเหล่านี้  ไม่ว่าระดับชั้นจะเป็นอย่างไร      ความคิดที่ถูกต้องอันมั่นคงของพวกเขานั้นเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง  เพราะเมื่ออยู่ในเขตแดนของเทพมองดูคน สังคมมนุษย์นั้นก็ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน  โดยเฉพาะคือพวกเขายังสามารถมองเห็นว่ามนุษย์ในช่วงที่ไม่ดีที่สุดนั้นเป็นอย่างไร  แต่พวกเขาก็ยังกล้าที่จะมากันอย่างนี้ นั่นก็คือมีความศรัทธามั่นคงต่อต้าฝ่า   พวกเขาคิดว่าการเจิ้งฝ่าจะต้องสำเร็จ  ฝ่าต้องสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้  ต้าฝ่าจะต้องประสบความสำเร็จ (เสียงปรบมือดังสนั่น)  การเจิ้งฝ่าจะต้องสำเร็จ  ดังนั้นพวกเขาจึงมาสู่โลกมนุษย์ด้วยจิตใจที่กล้าหาญอย่างเทพ  ที่ข้าพเจ้าพูดตรงนี้ไม่ใช่ศิษย์ต้าฝ่า  ไม่ใช่ผู้ฝึกที่ได้ฝ่าก่อนหรือหลังในช่วงเวลาที่ต่างกัน  ที่ข้าพเจ้าพูดคือสภาพโดยรวมของมนุษย์ในปัจจุบันนี้   ชีวิตและเรื่องราวมากมายในสังคมมนุษย์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงหมดแล้ว  สำหรับชีวิตอย่างนี้ พวกเราต้องไปทำ ต้องไปช่วยเหลือ

ในยุคเจิ้งฝ่า  ในช่วงเวลาที่สำคัญของประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ชีวิตชนิดไหนที่มีค่าละ  สามารถมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมต่อต้าฝ่า และยังทำเช่นนี้ได้ในทางปฏิบัติ  ชีวิตชนิดนี้จึงมีคุณค่า  ฉะนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเมื่อพูดจากที่ตรงนี้ของข้าพเจ้าเอง หรือจากความรับผิดชอบของศิษย์ต้าฝ่าก็ดี พวกเราล้วนมีความรับผิดชอบอันนี้  สมควรไปทำเรื่องนี้  ดังนั้นศิษย์ต้าฝ่าจึงต้องช่วยเหลือชาวโลกช่วยเหลือสรรพชีวิต  พวกท่านอยู่ในสังคมมนุษย์ได้เปิดโครงการมากมายช่วยเหลือคน   ทำเรื่องที่คล้ายกับกิจกรรมของสังคมคนธรรมดาสามัญ  ดูไปคล้ายกับเรื่องของคนธรรมดาสามัญ  แต่ว่าจุดประสงค์และเป้าหมายแตกต่างกัน  หนังสือพิมพ์ก็ดี เว็บไซด์ก็ดี   ก็ได้อาศัยวิธีการที่แตกต่างกันมากมายของสังคมคนธรรมดาสามัญแสดงทั้งหมดนี้ออกมา  ที่จริงก็ล้วนแต่เป็นการช่วยเหลือชาวโลก    ดูไปแล้วคือการขอรับการช่วยเหลือ  ที่จริงคือการช่วยเหลือพวกเขา  ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของการช่วยเหลือกำลังเงิน  กำลังคน  กำลังวัตถุ  หรือในด้านต่างๆ  รวมทั้งการอธิบายความจริงกับรัฐบาลประเทศต่างๆก็ดี  การสัมผัสติดต่อกับกลุ่มคนต่างๆในสังคมก็ดี  หรือการติดต่อกับสังคมในด้านต่างๆก็ดี  ล้วนแต่ไม่ใช่ทำเพื่อฝ่าหลุนกงเอง  และไม่ใช่เพื่อการบำเพ็ญส่วนตัวของพวกท่าน  การบำเพ็ญของพวกท่านล้วนไม่เกี่ยวข้องกันกับสิ่งเหล่านี้  ทั้งหมดนี้คือเพื่อการช่วยเหลือคน ในขณะที่พวกท่านกำลังสัมผัสกับคนก็คือกำลังช่วยเหลือคน อาศัยการอธิบายความจริงบอกให้ผู้ที่ให้การสนับสนุนเข้าใจความจริงก็เป็นการช่วยเหลือคน  หลังจากเข้าใจความจริงแล้วบังเกิดผลทางด้านที่ดี ก็เพื่อช่วยเหลือคนเช่นกัน  และพูดได้ว่า หลังจากบรรลุผลให้คนธรรมดาสามัญเข้าใจได้แล้วสามารถให้การสนับสนุนได้ในระดับหนึ่ง  ผลกระทบจากการสนับสนุนนี้ก็ยังคงเป็นการช่วยเหลือคน กระทั่งว่ากำลังทำเรื่องอะไรอยู่ไม่ว่าจะทำเรื่องเหล่านั้นสำเร็จก็ดี  ไม่สำเร็จก็ดี  ล้วนเป็นการช่วยเหลือคนอยู่  ล้วนเป็นการอธิบายความจริงอยู่  นี่คือสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าทำกัน  ถ้าหากไม่ทำเรื่องเหล่านี้การบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าก็สิ้นสุดไปแล้ว  ดังนั้นสิ่งที่พวกท่านทำอยู่ในขณะนี้ล้วนมุ่งต่อสรรพชีวิต

ในการบรรยายธรรมครั้งที่แล้วข้าพเจ้ายังพูดถึงว่า   การหยวนหมั่นของศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคนไม่เป็นปัญหาแล้ว  ในขณะนั้นหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจ  ที่จริงก็คือความหมายนี้   แน่นอนในขั้นตอนนี้ คล้ายกับว่าได้ยืดเส้นทางที่ศิษย์ต้าฝ่าจะเดินออกไป   เช่นนี้จึงปรากฏว่าด้านการยกระดับของแต่ละคนมีความเชื่องช้าไปบ้าง  แต่ว่าจะไม่มีผลกระทบอะไรต่อทุกท่าน    การทำเรื่องนี้(การช่วยเหลือคน)โดยตัวมันเองก็คือ เป็นการสถาปนาธรรมานุภาพที่ใหญ่ยิ่งขึ้น  ช่างยอดเยี่ยมแล้ว   เพราะเขานั้นทำไปเพื่อสรรพชีวิต  ไม่ใช่เพื่อการได้อะไรสำหรับตนเอง  ไม่เพียงแต่เพื่อการบำเพ็ญของแต่ละคน

        ฉะนั้นระหว่างขั้นตอนที่ทุกท่านทำเรื่องนี้ ย่อมจะมีส่วนต่างๆที่ไม่เป็นไปตามที่คิด  และมีคนที่ไม่เข้าใจหรือกระทั่งมีผู้ฝึกที่ไม่เข้าใจ  เนื่องจากมักจะมีทั้งผู้ที่ก้าวหน้า และผู้ที่ไม่ก้าวหน้า  มักจะมีผู้ฝึกที่ก้าวเข้ามาใหม่กับผู้ฝึกที่มาจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน  ดังนั้นการรับรู้  การมองปัญหา ล้วนไม่เหมือนกัน  โดยเฉพาะผู้ฝึกจำนวนหนึ่งที่ออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่  ซึ่งอยู่ในสภาพถูกกดดันมาช้านาน  อยู่ในวัฒนธรรมพรรค อยู่ในสภาพความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ถูกวัฒนธรรมพรรคบิดเบือนไป  มีความนึกคิดที่ผิดแปลกไปโดยสิ้นเชิงชนิดหนึ่ง   ผู้ฝึกแผ่นดินใหญ่  ไม่เพียงแต่ผู้ฝึก  คนธรรมดาสามัญก็เป็นเหมือนกัน  หลังจากที่มาถึงสังคมสากลประเทศ พบว่าในสังคมที่ปกติ สิ่งที่คนคิดนึกกัน  พฤติกรรมของคนทั้งหมดนั้น ไม่เหมือนกับของคนจีนแผ่นดินใหญ่  กระทั่งเคยชินกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในท่ามกลางวัฒนธรรมพรรค  และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างคนกับคน  พอมาถึงสังคมสากลประเทศแล้วกลับรู้สึกว่าคนในต่างประเทศช่างโง่เขลามาก  ชาวต่างประเทศไม่เข้าใจความเคยชินในการดำเนินชีวิต  นิสัยและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนของพวกเขา  ที่จริงสภาพสังคมสากลประเทศจึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ปกติ   ท่านไม่ต้องใช้ความคิดมากจนเกินไปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยกัน   ในเรื่องนี้ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นคนปลิ้นปล้อนอย่างนั้น  นี่คือมนุษย์ที่ปกติ

ที่จริงไม่ว่าท่านนี้จะฉลาดอย่างไร  ปลิ้นปล้อนอย่างไร  ผลสุดท้ายก็เหมือนกัน  ที่พูดว่าคนๆนี้ทึ่มมาก ท่านรู้สึกว่าเขาทึ่ม  เขาไร้เดียงสา  ส่วนคนนั้นปลิ้นปล้อนมาก  ไม่ว่าท่านจะเดินกันอย่างไรบนเส้นทางชีวิตของคน  ผลสุดท้ายก็เหมือนกัน   มิใช่เพราะว่าความปลิ้นปล้อนของคนก็จะเกิดการเปลื่ยนแปลงอะไรได้  และมิใช่เพราะว่าเขาไร้เดียงสาก็จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้  ความปลิ้นปล้อนมีแต่ทำให้ตนเองเปลี่ยนเลวลง ในระหว่างที่ก่อกรรมยังทำให้คนลื่นไถลลงไป  สภาพแวดล้อมโดยรอบกับความตึงเครียดของตน สามารถทำให้ใจคนยิ่งซับซ้อน  ความนึกคิดที่ซับซ้อนได้แต่ทำให้ตนเองแย่ลงไปอีก

      พูดมาถึงตรงนี้ข้าพเจ้าก็ขอพูดอีกสักหน่อย   ในช่วงระยะใกล้ๆนี้ผู้ฝึกจำนวนหนึ่งที่ทยอยออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่  ต้องพยายามติดต่อสัมพันธ์กับผู้ฝึกที่อยู่นอกแผ่นดินใหญ่มากสักหน่อย  เปิดอกพูดมากสักหน่อย  เปิดเผยตนเองอย่างชัดแจ้ง  รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในสากลประเทศจึงเป็นรูปแบบปกติของการดำเนินชีวิตของคน  อย่างน้อยที่สุดคือรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน   แน่ละหากเปรียบกับคนโบราณที่ไม่มีเทคโนโลยียุคปัจจุบัน  นั่นก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง ในยุคนั้นย่อมดีกว่านัก   จึงขอพูดเจาะจงแต่ยุคปัจจุบัน  หากพูดตามลักษณะสังคมยุคปัจจุบัน  สมควรพูดได้ว่าค่อนข้างปกติ   ดังนั้นในด้านนี้จึงควรติดต่อแลกเปลี่ยนกับผู้ฝึกต่างประเทศมากสักหน่อย  อย่าปฎิบัติต่อสังคมนี้โดยเอาแต่ยึดถือวิธีคิดตามรูปแบบวัฒนธรรมพรรคของจีนแผ่นดินใหญ่   ที่ผ่านมาคนจำนวนมากที่ออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นปกติเนื่องจากอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน  ในฐานะศิษย์ต้าฝ่าท่านต้องยืนยันความจริงให้ฝ่า  ต้องทำเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำ  ท่านไม่อาจจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตนเองอยู่ท่ามกลางช่วงเวลายาวนาน  ไม่มีเวลามากอย่างนั้น  โดยเฉพาะผู้ที่ทำได้ไม่ดีเมื่ออยู่ในประเทศจีน เคยทำผิดไปแล้ว  เจิ้งฝ่ายังไม่สิ้นสุด  ท่านรีบไล่ตามขึ้นมา  แน่ละกล่าวสำหรับผู้ฝึกใหม่ข้าพเจ้าคิดว่านี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่จนเกินไป  ศึกษาฝ่าให้มากๆ  พยายามตามให้ทัน  ตามให้ทันสถานการณ์การเจิ้งฝ่า

แน่ละพวกท่านก้าวผ่านมาในท่ามกลางลมฝนเป็นเวลานานเช่นนี้  ศิษย์ต้าฝ่าอยู่ในสังคมมนุษย์ได้ช่วยเหลือคนไว้มากมาย   ที่จริงก็ได้พลิกกลับผลกระทบของพิษร้ายที่สื่อของคอมมิวนิสต์จีนเคยแพร่ไปทั่วโลกเมื่อตอนเริ่มต้น 20 กรกฎาคม ปี 99    ในเวลานั้น สื่อทั้งหมดที่มีอยู่ทั่วโลกต่างถ่ายทอดการโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นตามกระบอกเสียงของพรรคมาร  เท่ากับทำการโฆษณาชวนเชื่อประทุษร้ายแทนมัน   จุดนี้ในสังคมตะวันตกพวกเขาไม่ได้มีสติเพียงพอ คิดไม่ถึงว่าพรรคมารนี้จะชั่วร้ายอย่างนี้  และไม่ได้รับรู้อย่างแจ่มชัดอย่างนั้นต่อพรรคมาร การเผชิญกับเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่ใส่ร้ายป้ายสีพวกเราไปทั่วโลกในด้านที่เลวอย่างขนานใหญ่อย่างนี้นั้น แรงกดดันนั้นหนักมาก แต่ศิษย์ต้าฝ่า  โดยเฉพาะคือผู้ฝึกเก่า ไม่ได้ถูกทำให้กลัวจนล้มคว่ำไป  และศิษย์ต้าฝ่าในสังคมนานาประเทศก็ยอดเยี่ยมเหมือนกัน  เริ่มต้นทุกท่านเพียงแต่ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร  ต่อมาค่อยๆรู้ตัว  มีสติสัมปชัญญะ  รู้ว่าควรจะไปปฏิบัติอย่างไร  ในช่วงเวลานี้ คนจำนวนมากต่างใคร่ครวญว่า  ที่แท้ฝ่าหลุนกงเป็นดังคำโฆษณาชวนเชื่ออย่างนั้นของพรรคมารหรือไม่   หลักพลังที่ฉันฝึกอยู่ที่แท้ถูกต้องหรือไม่  แน่ละเมื่อเผชิญกับการใส่ร้ายป้ายสีที่ชั่วร้ายเช่นนี้  ชีวิตจำนวนมากล้วนผ่านการใคร่ครวญอยู่ระยะหนึ่ง  ไม่ว่าอย่างไร  สุดท้ายศิษย์ต้าฝ่าก็ทำได้ดีมาก  ส่วนมากล้วนก้าวผ่านมาได้แล้ว  และได้ร่วมกับอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของเจิ้งฝ่า พลิกกลับสถานการณ์ทั้งหมดได้แล้ว  กระทั่งทำให้สุดท้ายกระบอกเสียงที่ถูกพรรคมารควบคุมทั้งหมดไม่กล้าใส่ร้ายป้ายสีพวกเราอีกในสังคมนานาชาติ    มันไม่กล้ากุเรื่องเท็จอีก  เพราะมันรู้ว่าศิษย์ต้าฝ่าที่เผชิญอยู่นั้นมีความสามารถเปิดโปงมัน  พอพรรคมารกุเรื่องเท็จอะไรขึ้นอีก  ทำเรื่องไม่ดีอะไรอีก  ในทันใดศิษย์ต้าฝ่าทั่วโลกก็จะเปิดโปงและสร้างความกระจ่าง  ทำให้ทั่วทั้งโลกล้วนรู้ชัดต่อสิ่งชั่วร้าย  พร้อมกับบอกให้คนได้รู้มากยิ่งขึ้น  ดังนั้นการใส่ร้ายป้ายสีของมันก็ดี มันทำเรื่องชั่วก็ดี  จึงเท่ากับบอกให้ทั่วโลกมองเห็นความชั่วร้ายของมัน  ในเวลาเดียวกันยังช่วยโฆษณาฝ่าหลุนกงแทนพวกเรา   ทำให้ผลกระทบของฝ่าหลุนกงแผ่ขยายใหญ่ในจิตใจของประชาชนทั่วโลก มันทำเรื่องอะไรล้วนแต่เป็นช่วยโฆษณาแทนพวกเรา

ที่จริงไม่ว่าอิทธิพลเก่าจะทำอย่างไร  ในความสัมพันธ์ของการเสริมและต้านซึ่งกันและกันของจักรวาลก็ต้องเป็นเช่นนี้   ไม่ว่ามันจะทำอย่างไรล้วนกำลังช่วยโฆษณาแทนศิษย์ต้าฝ่า  อย่างเช่นศิษย์ต้าฝ่าทำโครงการมากมาย  พอสิ่งชั่วร้ายมารบกวน  พลังที่ถูกต้องดีงามก็ตามมาพร้อมกัน  คนชั่วทำเรื่องอะไรก็เหมือนกันทั้งนั้น  เพียงทันทีที่มันใส่ร้ายป้ายสีพวกเรา จะทำเรื่องชั่วสักหน่อย  หรือสร้างเรื่องก่อกวน  โดยตัวมันเองก็เป็นการขยายผลแทนพวกเรา

หลายปีมานี้มีเรื่องมากมายที่พรรคมารช่วยโฆษณาแทนเรา  เว็บไซต์ที่ศิษย์ต้าฝ่าทำก็ดี  ทีวีก็ดี  หนังสือพิมพ์ต้าจี้หยวนก็ดี  มากมายหลายเรื่องล้วนแต่ผ่านเรื่องเช่นนี้ทั้งนั้น  โดยเฉพาะงานแสดงกาล่า(การแสดงสัญจรราตรีสโมสรชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลกของสถานีทีวีซินถังเหริน)เมื่อปีกลาย  เดิมทีมีคนรู้จักไม่มากเท่าไร  มันก็เที่ยวโฆษณาไปทั่ว  บอกคนไปทั่วว่าไม่ให้มาดู  ทำได้ทั่วถึงยิ่งกว่าศิษย์ต้าฝ่าเสียอีก (ที่ประชุมหัวเราะ) ไปหาคนมากกว่าที่พวกเราทำเสียอีก (ที่ประชุมหัวเราะ ปรบมือ)  ที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรม อย่างเช่น การแสดงที่เมืองแคนเบอร์ร่า ประเทศออสเตรเลีย  มันได้โทรศัพท์ไปถึงสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด เขียนจดหมาย  บอกให้คนไม่ต้องมาดู  ตัวมันเองนึกว่าทั่วทั้งโลกไม่รู้ว่าคอมมิวนิสต์จีนคืออะไร  คงจะเชื่อฟังที่มันพูดทั้งหมด  โฆษณาเสียกว้างขวาง   ส่งผลสะท้อนใหญ่โตมาก  ในเวลานั้นศิษย์ต้าฝ่ายังทำไม่ได้เลย  ผลลัพธ์คือสมาชิกรัฐสภาต่างมาชมการแสดงกันทั้งหมด  (ที่ประชุมหัวเราะ  ปรบมืออย่างกึกก้อง) สุดท้ายสมาชิกรัฐสภาเหล่านั้นพูดกันด้วยอารมณ์ขันว่า  พวกเราสามารถเปิดการประชุมสภาก่อนที่จะดูการแสดงนี้  (ที่ประชุมหัวเราะ ปรบมือ) ที่เมืองอ๊อตตาว่าประเทศแคนาดาก็เกิดเรื่องทำนองเดียวกัน (ฉากละครเดียวกัน)

  แน่ละเรื่องเหล่านี้ที่ข้าพเจ้ากล่าวนั้น  ที่จริงหากมองจากอีกมุมหนึ่ง  ก็คือบอกทุกท่านว่า  ประวัติศาสตร์ของจักรวาลเก่าสามารถสืบต่อมาถึงวันนี้ได้   ผ่านมาถึงก้าวนี้   สรรพชีวิตและมนุษย์สามารถอยู่รอดมาได้จนปัจจุบันนี้  ก็เพื่อรอรับการช่วยเหลือ  ฉะนั้นหากพูดอีกอย่างหนึ่ง  ก็คือรอศิษย์ต้าฝ่าสถาปนาธรรมานุภาพ  ขณะเดียวกันก็แสดงถึงความสามารถของศิษย์ต้าฝ่าที่มาช่วยเหลือสรรพชีวิต   ฉะนั้นใช่หรือไม่ว่าเวทีนี้นั้นเหลือไว้ให้กับศิษย์ต้าฝ่า  (ปรบมือกึกก้อง)  ใช่อย่างแน่นอน  ดังนั้นคนชั่วคนไหน  เขาสามารถทำเรื่องไม่ดีของเขา  เขาสามารถก่อกวน  แต่ว่าบทบาทที่เขาแสดงออกมาทั้งหมดนั้น แน่นอนว่าล้วนแต่กำลังช่วยเหลือการช่วยคนของศิษย์ต้าฝ่า (ปรบมือ) นั่นไม่ใช่ความตั้งใจเดิมของพวกเขา  นั่นไม่ใช่ความปรารถนาของคนชั่ว  แต่ว่าเพียงเมื่อเขาขยับก็ย่อมจะบังเกิดผลเช่นนี้  นี่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นเลย

  พูดได้อีกอย่างว่า  อย่าเห็นว่าสภาพภววิสัยของมนุษย์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร  อย่าเห็นว่าสิ่งชั่วร้ายกำเริบเสิบสานอย่างไร คนที่มาอยู่ในโลกนี้ล้วนรอคอยให้พวกท่านช่วย (เสียงปรบมือ) บรรดาเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด  ล้วนแต่เป็นการทดสอบต่อการเพิ่มธรรมานุภาพให้กับศิษย์ต้าฝ่า (ปรบมือ)  ข้าพเจ้าพูดอย่างนี้ ความคิดของทุกท่านก็ยิ่งชัดเจนขึ้นแล้ว  ไม่ว่าทุกท่านจะประสบกับรูปธรรมของความยากลำบากอะไร   ดูไปแล้วคล้ายกับรูปแบบของคนธรรมดาสามัญ  แตกต่างไม่มาก จากความยากลำบากเหล่านั้นของคนธรรมดาสามัญ ที่แท้เมื่อทุกท่านลองมองดูด้วยใจที่สงบ  ทบทวนเส้นทางที่ตนเองเดินผ่านมา  ไม่ใช่เป็นอย่างนี้ทั้งนั้นหรือ  เพราะเรื่องนี้ที่ข้าพเจ้าทำนั้น เป็นการจัดวางของข้าพเจ้า  และก็ไม่ได้เรียกให้มนุษย์ทั้งหมดมาฝึกฝ่าหลุนกง  เรื่องนี้ที่ข้าพเจ้าทำนั้นแบ่งเป็นสองจังหวะก้าว  มีช่วงเวลาเจิ้งฝ่า   เช่นนั้นในช่วงเวลาเจิ้งฝ่า ก็มีศิษย์ต้าฝ่าในช่วงเวลาเจิ้งฝ่า   หลังจากช่วงเวลาเจิ้งฝ่าผ่านไปแล้ว  ก็จะเป็นช่วงเวลาที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์  คือแบ่งเป็นสองจังหวะก้าว  ในอนาคต  เวลาที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์ก็จะมีศิษย์ต้าฝ่าในช่วงที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์  ซึ่งจะมีธรรมานุภาพต่างกับของศิษย์ต้าฝ่าในช่วงเจิ้งฝ่า  แต่ว่านี่เป็นสองขั้นตอน

  ดังนั้นในระหว่างขั้นตอนนี้  ในช่วงการเจิ้งฝ่า  ศิษย์ต้าฝ่าจึงเผชิญกับภารกิจเพื่อที่สรรพชีวิตของอนาคตจะได้รับการช่วยเหลือ  หากไม่เกิดปัญหาที่ชีวิตจากระดับชั้นสูงลงมารับฝ่าในโลก  ศิษย์ต้าฝ่าก็ไม่ต้องทำเรื่องเหล่านี้แล้ว  แต่ชีวิตที่มาจากชั้นสูงเมื่อมาแทนที่  จึงปรากฏความสำคัญของเรื่องนี้ขึ้นมา  ความสำคัญของการช่วยคน  หากไม่เป็นดังว่า  ยังคงเป็นสังคมมนุษย์ตามปกติดังว่า   ก็ยังคงแบ่งเป็นสองจังหวะก้าว   เพราะอะไรหรือ  เพราะในระหว่างการกวาดล้างใหญ่ของมนุษยชาติจะมีคนดีจำนวนหนึ่งเหลือรอดเพื่อเป็นคนของอนาคต  ในขณะเดียวกันในช่วงฝ่าปรับโลกมนุษย์ ยังจะเริ่มก่อตั้งเกียรติภูมิให้ต้าฝ่า ให้มนุษย์ได้ตอบแทนแก่ต้าฝ่า  หรือก็คือปรากฏช่วงเฟื่องฟูเต็มที่ของต้าฝ่าในสังคมมนุษย์  นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์  มนุษยชาติจะต้องรู้สึกสำนึกในบุญคุณ   สุดท้ายเจิ้งฝ่าสามารถสำเร็จผลได้ ณ ที่นี้  กล่าวสำหรับมนุษย์  ก็นับได้ว่าเป็นโชคลาภของมนุษยชาติ

  กายเนื้อของคนเมื่อไม่มีจิตหลักแล้ว  แม้ว่ามันจะไม่ใช่อะไรเลย  แต่เขายังมีสื่อสัญญาณมากมายติดอยู่  ถ้าจะสร้างขึ้นมาใหม่ก็จะไม่เป็นอย่างนี้   คนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ก็จะเหมือนกระดาษแผ่นหนึ่ง  ต่อหน้าโลกใบนี้  หัวสมองก็ว่างเปล่า  การรับรู้ต่อธรรมชาติ  จะไม่มีความนึกคิด หลักคิดของคนที่ครบถ้วนสมบูรณ์  แนวคิดของการรับรู้ต่อรูปแบบพฤติกรรมที่ต่างกันของคนต่อโลกสสาร รวมทั้งทฤษฏีต่างๆ ที่ก่อเกิดขึ้นของมนุษย์ในครั้งนี้  มาตรฐานต่างๆ ของคน คนจีนยุคนี้มีความกรุณา   คุณธรรม   มารยาท  ปัญญา  ศรัทธา  ชาวตะวันตกก็มีบรรทัดฐานของการเป็นคน  เป็นต้น  สิ่งต่างๆมากมาย   แต่สำหรับคนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ จะไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้เลย   เมื่อมนุษย์ได้ผ่านสังคมที่ยาวนาน  ผ่านประวัติศาสตร์ที่ยาวนานจึงจะทำให้ตนเองมีความอุดมสมบูรณ์  เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า  นี่ไม่ใช่จิตหลัก  นี่เป็นสื่อสัญญาณทั้งหลายที่ติดมากับกายเนื้อของคน โดยเฉพาะคนในปัจจุบัน  เมื่อพบกับเรื่องอะไร จะไม่สุดขั้วมาก  เมื่อพบกับเรื่องที่ไม่ดีจะไม่ตกใจมากในทันที เมื่อพบกับเรื่องที่ดีก็จะไม่ดีใจจนล้นพ้น  แต่คนที่ความคิดไม่มีความนัยอะไรจะเป็นเช่นนี้    กาลเวลาที่ยาวนาน คนก็ยิ่งสุขุมลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ  นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความคิดของคน  กับกายเนื้อของคนก็มีความสัมพันธ์กันโดยตรง  ดังนั้นกล่าวสำหรับกายเนื้อของคน  ได้ผ่านมาจนถึงก้าวนี้ของประวัติศาสตร์ในวันนี้    ถ้าชะล้างสิ่งที่ไม่ดีออกไปให้หมด  เอาทิ้งไป  ร่างกายที่งดงามของคนก็จะเป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นหนึ่งจริงๆ  เป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง  เป็นผลงานชิ้นเอกที่ประวัติศาสตร์จักรวาลจัดสร้างขึ้นมา

และพูดได้ว่า  ในจักรวาล ในขั้นตอนของการพัฒนาที่ยาวนานของร่างนภานั้น  ได้สร้างชีวิตที่ดีมากจำนวนมากมายแล้ว  สร้างองค์ประกอบที่ล้ำค่านานาชนิด  หากจะสร้างขึ้นมาใหม่ก็จะไม่เป็นเหมือนอย่างนี้แล้ว  ดังนั้นนี่ก็คือองค์ประกอบสำคัญหนึ่งที่ต้องเจิ้งฝ่า   หากจักรวาลนี้ไม่มีอะไรอยู่เลย  ทุกสิ่งเริ่มต้นกันใหม่หมด  ในขั้นตอนของการพัฒนา ไม่ว่าจะไปทำกันอย่างไร  แม้จะใช้ประวัติศาสตร์เหมือนกัน  ก็จะไม่เหมือนชีวิตนี้ในปัจจุบันอย่างแน่นอน  ไม่มีวันเหมือนกัน  ดังนั้นเหล่าเทพทั้งปวงในจักรวาลต่างรู้สึกว่าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาช่างล้ำค่ายิ่งนักแล้ว  

       ข้าพเจ้ามักจะพูดคำหนึ่งว่า  ข้าพเจ้าว่า สุดท้ายผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรข้าพเจ้าไม่ถือเป็นเรื่องสำคัญ   ที่สำเร็จลุล่วงในระหว่างการเจิ้งฝ่า  นั่นล้วนต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน  ในระหว่างการเจิ้งฝ่าไม่ว่าจะน่าสยองขวัญเพียงไร  ผลลัพธ์ย่อมจะแน่นอน   ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิ่งนี้  เพราะมันต้องสำเร็จอย่างแน่นอน  สิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นค่ามากที่สุดคือกระบวนการขั้นตอน  ขั้นตอนทั้งหมดของชีวิต จึงจะเป็นร่างรวมของชีวิตนี้  ขั้นตอนทั้งหมดของการเจิ้งฝ่านั้นล้ำค่าที่สุด  นี่คือจักรวาลทั้งหมด  คือเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุด  ขั้นตอนนี้ของการเจิ้งฝ่าจึงสำคัญมาก  ดังนั้นไม่อาจยอมให้อิทธิพลเก่าเข้าร่วม  โดยเฉพาะเมื่อกล่าวสำหรับเจิ้งฝ่า  ทางที่ข้าพเจ้าจะเดินไป  เหตุใดข้าพเจ้าจึงต้องยืนหยัดอย่างนี้  เพราะว่านั่นคือการเริ่มก่อตั้งอนาคต  ทั้งหมดนั้นที่ข้าพเจ้าทำในจักรวาล  นั่นคือสิ่งที่คู่ควรต้องทะนุถนอม  นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้าจะรับรองต่อไป  สิ่งที่ข้าพเจ้าจะยอมรับ   สิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ต้องการ  นั่นก็ไม่อาจจะยอมรับ  ไม่อาจจะได้รับการยืนยันรับรอง  นั่นคือความอัปยศ   ดังนั้นในระหว่างการเจิ้งฝ่า  ไม่ว่าจะประสบกับทุกข์ภัยอะไร  ประสบกับการโจมตีอะไร  ล้วนเปลี่ยนแปลงปณิธานของข้าพเจ้าไม่ได้   ล้วนเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการทำไม่ได้ (เสียงปรบมือกึกก้อง)

นับจากฝ่าฮุ่ยครั้งก่อนจนถึงเดี๋ยวนี้  ก็ผ่านไปเกือบจะครึ่งปีแล้ว  ในระหว่างครึ่งปีนี้  ทุกท่านทำได้ดีมากสถานการณ์พัฒนาไปเร็วมาก  เมื่อชีวิตที่ชั่วร้ายลดน้อยลงเรื่อยๆ  ความคิดของชาวโลกกำลังเปลี่ยนแปลง  สังคมกำลังเปลี่ยนแปลง  สรรพชีวิตกำลังเปลี่ยนแปลง  สรรพชีวิตที่ข้าพเจ้าพูดถึง ที่จริงไม่ใช่แต่เพียงมนุษย์  วัตถุทั้งปวง  ไม่ว่าวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันเข้าใจว่าเป็นอินทรียสาร หรืออนินทรียสาร  ที่แท้ล้วนแต่มีชีวิต  ทั้งหมดคือชีวิต  “สรรพชีวิต” ที่พวกเราพูดกัน ที่จริงหมายถึงชีวิตทั้งปวง  การเปลี่ยนแปลงของสรรพชีวิตสะท้อนออกมาซึ่งความสำเร็จของศิษย์ต้าฝ่าในช่วงวิถีของการเจิ้งฝ่า   การแสดงออกของศิษย์ต้าฝ่าในช่วงเวลาทั้งหมดของการเจิ้งฝ่า ได้พิสูจน์อย่างพร้อมมูลถึงเกียรติภูมิของศิษย์ต้าฝ่าในช่วงเจิ้งฝ่า  ยอดเยี่ยม   เรื่องที่จะทำในก้าวต่อไปต้องทำให้ดียิ่งขึ้น เดินให้ดีในหนทางช่วงสุดท้าย  ทำสิ่งที่ควรทำให้ดียิ่งขึ้น  อย่าได้รู้สึกว่าฉันได้ทำอะไรไปแล้วก็พอใจแล้ว  พวกเรายังมีสรรพชีวิตมากมายเช่นนั้นที่ยังไม่ได้ช่วย  พวกท่านยังต้องอยู่ในช่วงเวลาที่จำกัด ทำให้ตนเองสถาปนาธรรมานุภาพที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นอีก   สุดท้ายทุกท่านจะได้ไม่ถึงกับต้องสำนึกเสียใจภายหลังต่อเรื่องนี้  ดังนั้นข้าพเจ้าหวังว่าทุกท่านจะสามารถทำได้ดียิ่งขึ้น  ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

แน่ละ ในระหว่างการบำเพ็ญตนเองยังคงมีข้อบกพร่องคงอยู่มากมาย  ข้าพเจ้าก็มองเห็นหลายสิ่งที่บกพร่องโดดเด่นเป็นพิเศษ  ตลอดมาข้าพเจ้าก็ไม่ได้พูดถึง  ขณะนี้ก็ยังไม่อยากพูด  เพราะข้าพเจ้าทราบว่า  แม้ว่าข้อด้อยนั้นใหญ่มาก  แต่ในระหว่างการเจิ้งฝ่า   บางอย่างก็ได้ส่งผลป้องกันการรบกวน พูดมาถึงตรงนี้   ทุกท่านอย่าไปคาดเดา   ท่านอย่าได้รู้สึกว่า  ข้อด้อยของท่านนั้นควรรักษาไว้ (อาจารย์หัวเราะ)  ข้าพเจ้าเพียงแต่มองเห็นปัญหาบางอย่าง   แต่สุดท้ายข้าพเจ้าจะแก้ไขเรื่องเหล่านี้ให้พวกท่าน

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  ทุกท่านควรทำเรื่องสุดท้ายให้ดียิ่งขึ้น  สถาปนาธรรมานุภาพที่ใหญ่ยิ่งขึ้น  ไม่ใช่เพื่อข้าพเจ้า  และไม่ใช่เพื่อการเจิ้งฝ่า  แต่เพื่อพวกท่านเอง (เสียงปรบมือกึกก้อง) สรรพชีวิตในอนาคตจะรู้สึกขอบคุณพวกท่าน (เสียงปรบมือ) ให้ชีวิตของพวกท่านเปล่งแสงเจิดจรัสยิ่งขึ้นในจักรวาลของอนาคต (เสียงปรบมือกึกก้องยาวนาน)