การบรรยายฝ่า ณ เมืองลอสแองเจลิส

หลี่ หงจื้อ

25/02/2006

 

(เสียงปรบมือดังกึกก้อง( เหล่าศิษย์ – สวัสดีท่านอาจารย์  สวัสดีท่านอาจารย์ )

เอาละ  ทุกท่านนั่งลง  ขอบใจทุกท่าน  ทุกท่านลำบากกันแล้ว (เสียงปรบมือดังกึกก้อง)

 

ชั่วพริบตาเดียว อีกปีหนึ่งก็ผ่านไปแล้ว  ในระหว่างขั้นตอนการช่วยเหลือสรรพชีวิต  ยืนยันความจริง  คัดค้านการประทุษร้าย ศิษย์ต้าฝ่าในครั้งนี้    พวกเราได้ก้าวผ่านไปแล้ว 6 ปี มาถึงต้นปีที่ กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า  ทุกท่านมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การเจิ้งฝ่าแล้ว  และมองเห็นการรับรู้ต่อศิษย์ต้าฝ่าของทั่วทั้งสังคมและการเปลี่ยนแปลงในด้านนี้  มีความเกี่ยวข้องกันระหว่างการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทั้งหมด กับสถานการณ์ทั้งหมดของการเจิ้งฝ่า   และสัมพันธ์โดยตรงกับผลกระทบอย่างมหาศาล ซึ่งเกิดจากการยืนยันความจริงของศิษย์ต้าฝ่า  ฉะนั้นจึงพูดได้อีกอย่างว่า  ทุกสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่า ทำไปนั้น ล้วนไม่สูญเปล่า และยังสร้างความสำเร็จที่ใหญ่หลวงออกมาได้แล้ว   ทุกสิ่งที่พวกท่านทำนี้ล้วนสามารถมองเห็นได้ไม่ยากเลย  ล้วนสามารถมองเห็นกันได้  ทุกท่านเองก็รู้สึกได้แล้ว  ฉะนั้นจึงพูดได้อีกอย่างว่า แม้ว่าจะผ่านไปแล้ว 6-7 ปี แต่ขณะนี้ยังไม่อาจผ่อนคลายสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าสมควรทำ 

ทุกท่านเองล้วนเข้าใจได้ว่า เมื่อผ่านการศึกษาฝ่า  การบำเพ็ญ  ก็เข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งทั้งหมดว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่  พวกเรานั้นไม่ใช่กลุ่มการเมืองอะไรของคนธรรมดาสามัญ      พวกเราก็ไม่ใช่กลุ่ม/ชมรมบันเทิงอะไรของคนธรรมดาสามัญ    ที่นี่เป็นการบำเพ็ญ คือกระบวนการของการผันแปรของชีวิตจากธาตุแท้ ไปสู่การเป็นชีวิตระดับชั้นสูง หรือพูดได้ว่า ผู้ที่กำลังนั่งอยู่นี้ล้วนเป็นชีวิตที่อยู่บนเส้นทางของเทพ  ดังนั้นกล่าวสำหรับทุกท่าน โดยเฉพาะคือในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ของประวัติศาสตร์ที่ ศิษย์ต้าฝ่ากำลังยืนยันความจริง และช่วยเหลือสรรพชีวิตนั้น ทุกสิ่งที่ทำอยู่นี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ที่จริง พูดขึ้นมาแล้ว ทุกสิ่งที่พวกท่านผ่านมาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นสิ่งที่จัดวางไว้นานแล้วในยุคสมัยอันไกลโพ้น  แต่เรื่องราวใดๆของมนุษย์  โดยเฉพาะคือการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า  ล้วนไม่อาจจะเหมือนโลกของเทพ ซึ่งเป็นการแสดงออกมาของเทพไปเสียทั้งหมด  ถ้าหากเป็นดังว่านั่น ก็คือเทพเป็นผู้ทำโดยตรงแล้ว ก็จะไม่มีการบำเพ็ญอะไรของศิษย์ต้าฝ่าแล้ว และไม่มีการช่วยเหลือสรรพชีวิตอะไรของศิษย์ต้าฝ่าแล้ว  ตั้งแต่ข้างบน ลงมาถึงข้างล่างแค่เลือกๆเอาว่าใครใช้ได้ ใครใช้ไม่ได้ก็จบเรื่องแล้ว  ก็จะไม่มีเรื่องเหล่านี้ในปัจจุบันแล้ว   ดังนั้นข้าพเจ้าจึงบอกว่ามนุษย์ในประวัติศาสตร์ยุคนี้ ได้ผ่านขั้นตอนหลายพันปีที่คนในโลกสามารถรับรู้ได้   สิ่งนี้เมื่อมองจากประวัติศาสตร์ของโลก ก็เป็นขั้นตอนที่สั้นมาก ที่ตรงนี้ประวัติศาสตร์แต่ก่อนมา ก็มีความสัมพันธ์ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม กับคนในยุคนี้ และในยุคไกลโพ้นบนโลกใบก่อนก็มีเคยมีการทดลองเพื่อการเจิ้งฝ่าในครั้งนี้มาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง   ครั้งนี้คือของจริง  ทุกสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ล้วนแต่เป็นการบุกเบิก/เริ่มต้นให้กับการเจิ้งฝ่า และทุกสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นการบุกเบิก/เริ่มต้นให้กับสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าทำในวันนี้ด้วย แม้ว่าจะปรากฏออกมาเหมือนกับสภาพการณ์ของคนธรรมดาสามัญ  มีแต่อยู่ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้จึงจะสามารถช่วยเหลือสรรพชีวิตได้   มีแต่อยู่ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้จึงจะทำให้ชีวิตยกระดับสูงขึ้นได้  จึงจะสามารถมองเห็นใจคน จึงจะสามารถแยกแยะได้ว่าใครใช้ได้หรือไม่ได้  ถ้าหากเป็นการแสดงออกมาทั้งหมดของเทพในสังคมคนธรรมดาสามัญ  นั่นก็จะตัดสินไม่ได้ว่าใครใช้ได้ ใครใช้ไม่ได้  เพราะว่ากิจกรรมในใจคนนั้นยังไม่อาจแทนพฤติกรรมที่แท้จริงของคน  หากเป็นเช่นนี้ พอคนมองเห็นเทพ  รับรองว่าในความคิดของคนนั้น อะไรที่ไม่ดีก็จะไม่คิดแล้ว  จิตยึดติดอะไรเมื่อเปรียบเทียบแล้วก็ไม่อาจดีเท่ากับเทพ  นั่นก็ไม่อาจจะมองเห็นพฤติกรรมที่แท้จริงของคนๆนี้แล้ว  เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพที่เห็นอยู่โทนโท่  นั่นก็จะเป็นเจิ้งเนี่ยนทั้งหมดจริงๆ   แต่ชีวิตๆนี้ที่แท้แล้วเป็นอย่างไร  ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้   ผ่านกาลเวลาที่ยาวนานเช่นนี้แล้ว  ทั้งหมดนี้ก็ต้องแยกแยะโดยอยู่ในสภาพของวังวนนี้   การบำเพ็ญก็เป็นเช่นเดียวกันนี้  มีแต่อยู่ในวังวนจึงจะทำให้ชีวิตยกระดับขึ้นได้อย่างรวดเร็วที่สุด  หรือพูดว่า  แม้ว่าระดับวังวนไม่เท่ากัน  แต่ว่ามีเพียงการอยู่ในขั้นตอนของวังวนเท่านั้น จึงจะพูดถึงการยกระดับได้

ถ้าไม่อยู่ในวังวน ก็ย่อมไม่มีการพูดถึงการยกระดับแล้ว  เมื่อก่อนข้าพเจ้าเคยพูด เทพเขายกระดับสูงขึ้นได้ยากลำบากนัก ประจักษ์รับรู้ถึงเขตแดนใดก็คือเทพของเขตแดนนั้นแล้ว เพราะเหตุใดหรือ   เพราะทุกสิ่งที่แสดงออกมาเบื้องหน้าเขาล้วนเป็นภาพที่แท้จริงของจักรวาล  ไม่มีสิ่งใดให้หลงผิดแล้ว  นั่นก็ไม่อาจมีการบำเพ็ญดำรงอยู่แล้ว  และไม่มีปัญหาที่ท่านจะไปรับรู้(อู้)หรือไม่รับรู้ ดำรงอยู่แล้ว

สิ่งเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าพูดไปเมื่อครู่นั้น คือจะบอกทุกท่านว่า  ไม่ว่าจะผ่านความยากลำบากมานานเพียงใดแล้ว   หรือว่ายังจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด  ล้วนไม่อาจยึดติดกับเวลา  สิ่งชั่วร้ายยิ่งบ้าคลั่ง ก็ยิ่งจะปรากฏออกมาซึ่งธรรมานุภาพในการช่วยเหลือสรรพชีวิตของศิษย์ต้าฝ่า    ยิ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่คับขัน ก็ยิ่งจะปรากฏความยอดเยี่ยมของศิษย์ต้าฝ่าออกมา  ใช่แล้ว  ทุกท่านบำเพ็ญอยู่ในวังวน ดังนั้นสภาพการณ์ที่แสดงออกมา บางครั้งค่อนข้างจะย่อหย่อน  บางครั้งก็ถูกรบกวน  บางครั้งยังแสดงออกมาเป็นแบบคนธรรมดาสามัญ  แน่ละ  นี่ก็เป็นการแสดงออกของสภาพการณ์ในขั้นตอนของการบำเพ็ญ  ถ้าหากไม่เป็นเช่นนี้  นั่นก็ไม่ใช่การบำเพ็ญแล้ว  และไม่ใช่คนที่กำลังบำเพ็ญ  นั่นคือเทพกำลังบำเพ็ญ  แน่ละการบำเพ็ญของเทพนั้นไม่เคยมีอยู่  หรือพูดได้ว่า  ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร  การรับรู้ปัญหาที่ทุกท่านเผชิญอยู่ได้ดีหรือไม่ดี  ข้ามด่านได้ดีหรือไม่ดี  จิตยึดติดละทิ้งไปได้มากน้อยเพียงใด  ที่จริงก็ล้วนเป็นการปฏิบัติที่เป็นจริงของการบำเพ็ญ  และก็เป็นการแสดงออกของขั้นตอนของการบำเพ็ญ    ข้ามด่านได้ดีหรือไม่ดี  ก็ล้วนเป็นเรื่องปรกติ  และไม่ใช่เพราะว่า ผู้ฝึกคนใดเนื่องจากเลอะเลือนไปชั่วขณะได้ทำผิดไปแล้ว  และไม่ใช่ว่าผู้ฝึกคนใด อยู่ในช่วงเวลาหนึ่งไม่ก้าวหน้าต่อไป หรือว่าในช่วงเวลาหนึ่งก้าวข้ามมาไม่ได้แล้ว  กระทั่งทำเรื่องที่ผิดไปแล้ว  ก็จะพูดว่าเขาไม่ใช่ผู้บำเพ็ญแล้ว  หรือพูดว่าเขาใช้ไม่ได้แล้ว  ที่แท้นี่ล้วนไม่ใช่การแสดงออกมาในระหว่างการบำเพ็ญหรอกหรือ  เป็นเพราะการเปรียบเทียบของการบำเพ็ญโดยตัวมันเอง  จึงปรากฏออกมาว่าท่านทำได้ดีหรือทำได้ไม่ดี  ท่านใช้ได้หรือไม่ได้  ท่านยึดติดหรือไม่ยึดติด  ฉะนั้นจึงพูดได้ว่า ในระหว่างขั้นตอนนี้ ย่อมจะมีการแสดงออกมาในลักษณะนี้  แต่สถานการณ์ทั้งหมดของการเจิ้งฝ่ากับทุกสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าทำนั้นเป็นกระแสหลัก  โดยรวมแล้วถูกต้อง  เป็นการเดินหน้าไปอย่างเข้มแข็งมาก

ทุกท่านทราบว่า การเจิ้งฝ่านั้นมีการปรากฏออกมาของสถานการณ์หนึ่งๆ   โดยพื้นฐานแล้วศิษย์ต้าฝ่าล้วนก้าวไปได้อย่างมั่นคง ตามการเรียกร้องของสถานการณ์ของการเจิ้งฝ่าที่แตกต่างกัน   แน่ละการบำเพ็ญคือขั้นตอนของการสร้างสรรค์ชีวิต  แต่ในทางกลับกันก็พูดได้อีกอย่างว่า  หากไม่ใช่คนที่เหมาะสำหรับการบำเพ็ญจริงๆแล้ว  ขั้นตอนของการบำเพ็ญ ก็จะเป็นขั้นตอนหนึ่งของการกวาดทิ้งไป   ดังนั้นแต่ละครั้งเมื่อเกิดสภาพการณ์อย่างหนึ่งขึ้นมา  ย่อมจะต้องมีแนว/วิธีคิดของคนกลุ่มหนึ่งปรากฎออกมา เพราะเป็นคนที่กำลังบำเพ็ญใช่ไหม  อย่างเช่นว่า เมื่อก่อนมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่ชัดเจนแสดงออกมา  ก่อนเดือนกรกฎาคม ปี 99 คือช่วงการบำเพ็ญส่วนตัวของศิษย์ต้าฝ่า  หลังเดือนกรกฎาคม ปี 99 ศิษย์ต้าฝ่าก็บำเพ็ญอยู่ท่ามกลางการประทุษร้าย   นับแต่ “จิ่วผิง”ออกมาแล้ว  ในความคิดของคนหลายคนก็คิดว่า สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญของพวกเราหรือไม่นะ  หลายคนที่ศึกษาฝ่าได้ดี เจิ้งเนี่ยนค่อนข้างเข้มแข็ง ทราบว่าการประทุษร้ายครั้งนี้  อิทธิพลเก่านั้นอาศัยอำนาจอิทธิพลชั่วของมนุษย์ คือพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีนให้แสดงบทบาท  ด้วยอำนาจชั่วร้ายทางการเมืองของคอมมิวนิสต์จีน จึงจะสามารถมีการประทุษร้ายชนิดนี้ได้   ถ้าไม่มีอำนาจชั่วร้ายทางการเมืองของคอมมิวนิสต์จีนนี้ก็จะไม่มีการประทุษร้ายชนิดนี้ดำรงอยู่  วิญญาณชั่วนั้นต่อให้ร้ายกว่านี้มันก็ต้องอาศัยคนชั่วมาทำเรื่องชั่ว   คนชั่วในโลก โดยทั่วไป ก็ไม่สามารถก่อสถานการณ์การประทุษร้ายอย่างใหญ่โตเช่นนี้ได้   เป็นเพราะพรรคอันธพาลที่ชั่วร้ายนี้มันยึดกุมอำนาจทางการเมืองที่ชั่วร้ายเอาไว้  องค์ประกอบของวิญญาณชั่วจึงสามารถอาศัยมันก่อการประทุษร้ายชนิดนี้ได้ แต่สำหรับปัญหานี้ บางคนไม่สามารถเลี้ยวโค้งข้ามมาได้  จึงสับสนไป  ที่จริงจะสับสนได้อย่างไรละ  สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าคือจิตหวาดกลัวกำลังก่อผล  พูดให้ชัดคือยังคงเป็นจิตยึดติด  เรื่องอื่นล้วนแต่เป็นข้ออ้าง

พูดมาถึงตรงนี้  ข้าพเจ้าก็จะพูดถึงวิธีการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าอีกสักครั้ง  ที่จริงข้าพเจ้าได้บอกกับทุกท่านมาโดยตลอดว่า วิธีการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าในวันนี้ เป็นวิธีการบำเพ็ญของหลักเต๋าใหญ่ที่ไร้รูปแบบชนิดหนึ่ง  แต่ละคนต่างอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ  แต่ละคนต่างมีการงานในสังคมที่แตกต่างกันไป  แต่ละคนต่างอยู่ในระดับชั้นทางสังคมที่ต่างกัน  แต่ละคนต่างก็มีอาชีพแตกต่างกัน  แต่ละคนต่างมีสภาพการณ์ส่วนตัวที่ไม่เหมือนกัน   หรือพูดได้ว่าอยู่ในสังคมทั้งหมด บำเพ็ญโดยไม่มีรูปแบบใดๆ  ข้าพเจ้าจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งในที่ประชุมฝ่าฮุ่ย มีผู้ฝึกถามคำถามขึ้นมาว่า อาจารย์  ใช่หรือไม่ว่าพวกเรานั้นมีรูปแบบที่ไร้รูปแบบ   ไร้รูปก็คือรูป  ข้าพเจ้ารู้สึกว่าทุกท่านยังสามารถคิดได้ถึงจุดนี้ (หัวเราะที่จริงพวกท่านลองคิดๆ ดู อะไรคือ “ไม่มี(อู๋ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยพูดแล้ว พูดมาถึง “ว่าง (คงคนก็เข้าใจว่าอะไรก็ไม่ดำรงอยู่แล้ว และมีบางคนพูดว่า “ไม่มี(อู๋ก็คืออะไรก็ไม่มีแล้ว   “ไม่มี(อู๋นั้น ถ้าอะไรก็ไม่มีอยู่จริงๆแล้วละก็ เช่นนั้น “ไม่มี(อู๋โดยตัวมันเองคืออะไรกันละ  “ว่าง(คงคืออะไรก็ไม่มีแล้ว เช่นนั้น “ว่าง(คง)”  โดยตัวมันเองคืออะไรกันละ   ถ้าอะไรก็ไม่ดำรงอยู่จริงๆแล้ว  เช่นนั้นแม้แต่แนวคิดของชื่อของตัวหนังสือนี้ก็ล้วนไม่อาจมีอยู่  หรือพูดได้ว่า  การบำเพ็ญของหลักเต๋าใหญ่ไร้รูป ที่จริงคือรูปแบบชนิดหนึ่งที่ไร้รูปแบบ

ทุกท่านทราบว่า ในประวัติศาสตร์ไม่ว่า องค์ศากยมุนีก็ดี  เหลาจื่อก็ดี  พระเยซูก็ดี  ยังมีผู้รู้แจ้งหลายคนในยุคก่อนประวัติศาสตร์  นักปราชญ์ที่ถ่ายทอดธรรม ถ่ายทอดเต๋านั้น บรรดาวิธีการที่เลือกใช้ไม่ผิดไปจากสองชนิดนี้ หนึ่งคือออกบวช  อีกหนึ่งคือเลือกใช้วิธีการแบบศาสนาคริสต์  แบบศาสนาโรมันคาทอลิก  ดังนั้นจากประสบการณ์ในประวัติศาสตร์ ผู้คนได้ก่อเกิดการรับรู้ที่คับแคบต่อเทพ  ก่อเกิดวัฒนธรรมอย่างหนึ่งขึ้นมา  ดังนั้นพอพูดถึงการเลื่อนชั้น  การยกระดับของชีวิต   การบำเพ็ญเรื่องเหล่านี้ เป็นต้น  ชาวโลกก็จะคิดถึงประวัติศาสตร์และรูปแบบของศาสนาในยุคปัจจุบันขึ้นมาในทันที  แต่รูปแบบของศาสนาเหล่านี้  มันหาได้เป็นเพียงรูปแบบชนิดเดียวในจักรวาล  พวกมันไม่อาจแทนหลักธรรมที่แตกต่างกันนานาชนิดซึ่งประจักษ์แจ้งด้วยตนเองของเทพจำนวนนับไม่ถ้วน  ไม่อาจแทนวิธีการที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยตนเอง  เทพในแต่ละระดับชั้นเล็กๆ นั้นก็มีมากเสียจนนับไม่ถ้วน   รูปแบบสองชนิดนี้จะสามารถเป็นตัวแทนได้หมดกระนั้นหรือ  ย่อมแทนไม่ได้อย่างแน่นอน  เช่นนั้นที่แท้แล้วมีรูปแบบการบำเพ็ญมากมายเท่าไรละ  

ทุกท่านอ่าน ใน “จ้วนฝ่าหลุน” พูดไว้ว่า  สายพุทธมี 84,000 แนวทาง  สายเต๋ามี 3,600 แนวทาง  ที่จริงนี่ก็เป็นเพียงการพูดอยู่ในระดับชั้นที่เล็กมากเท่านั้น  เป็นการรับรู้อยู่ในระดับชั้นที่แน่นอนหนึ่ง  และเป็นแต่เพียงการพูดให้คนรับรู้ได้  ทุกท่านทราบว่า เหนือพระพุทธยังมีพระพุทธ เหนือฟ้ายังมีฟ้า  เหนือเทพยังมีเทพ  จักรวาลนี้ที่แท้แล้วใหญ่แค่ไหน แทบจะไม่มีที่สิ้นสุด (เหลือประมาณ)   ในการเจิ้งฝ่าข้าพเจ้าทำมาถึงวันนี้  แม้ว่ากำลังจัดการเรื่องท้ายสุดอยู่แล้ว  แต่องค์ประกอบพื้นฐานที่สุดของที่สุดเหล่านี้ที่ประกอบเป็นจักรวาล ก็ล้วนเป็นวิธีการดำรงอยู่ชนิดนั้นของชีวิตที่ใหญ่มหึมา   กล่าวสำหรับชีวิตชั้นสูงในจักรวาลนั้น ก็ล้วนแต่ใหญ่มหึมาอย่างไร้ที่เปรียบ  ไกลโพ้นจนไม่อาจไปถึงได้  นับประสาอะไรกับคน   นั่นก็พูดอีกอย่างได้ว่า  จักรวาลมีชีวิตที่ใหญ่มหึมาจำนวนมากมายเช่นนี้  ในบรรดาเทพเหล่านั้น ต่างก็มีวิธีการสร้างสรรค์ของตนเอง  ต่างก็มีหลักการที่ก่อรูปขึ้นจากการรับรู้ต่อจักรวาลของตนเอง  นี่คือการที่ข้าพเจ้าใช้ภาษาของคนอธิบาย และในจักรวาลยังมีระบบอันมหึมาที่แตกต่างกันนับพันนับหมื่นดำรงอยู่  ระบบอันมหึมาเหล่านี้  แน่ละ ทั้งหมดก็กำลังรับการเจิ้งฝ่าในช่วงสุดท้ายของจักรวาลอยู่

ทุกท่านลองคิดดู  ถ้าหากระบบอันมหึมานี้พวกเขาล้วนเป็นเทพ  พวกเขาอาจจะพูดว่า พวกท่านพระพุทธ จะเหนือกว่าพวกเราได้อย่างไรละ   อาศัยพุทธธรรมถ่ายทอดหลักธรรมใหญ่ของจักรวาล  อาศัยพุทธธรรมปรับจักรวาลทั้งหมด  ระบบของพวกเรากับระบบของพวกท่านไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน  พวกท่าน พระพุทธ จะปรับฝ่าของฉันที่นี่ได้อย่างไรกันละ  เทพของระบบนั้นของพวกท่านจะจัดการระบบนี้ของฉันได้อย่างไรกันละ   วิธีการเจิ้งฝ่าเหล่านั้นของท่านนั้น กล่าวสำหรับระบบของฉันที่นี่จะเหมาะสมกันหรือไม่ละ  สำหรับวิธีการรับรู้ต่อการดำรงอยู่ของชีวิต พวกเรามีการรับรู้ต่างกันโดยสิ้นเชิง  การรับรู้ซึ่งกันและกันนั้น มีมากมายที่เข้ากันไม่ได้  การแสดงออกของพวกท่าน ณ ที่ของพวกเรานี้จะสามารถเข้าใจอย่างไร  เมื่อเข้ากันไม่ได้แล้วจะปรับฝ่าของพวกเราได้อย่างไรละ   จักรวาลนั้นสลับซับซ้อนเหลือเกิน  ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน  รูปแบบการดำรงอยู่ของชีวิต  ทัศนคติ  การรับรู้ต่อชีวิตล้วนมีความแตกต่างกันอย่างมาก  คนรู้สึกว่าคนนั้นดีมาก  แต่มีเทพบางองค์รู้สึกว่า เวลาคนเดินอยู่บนถนนแกว่งแขนสองข้างไปมา ช่างน่าเกลียดนัก  (ที่ประชุมหัวเราะ) ดูปีกขนาดใหญ่สองข้างของฉันซิ  เหมือนร่างพญาสิงห์ ช่างมีพลานุภาพยิ่งนัก  (ที่ประชุมหัวเราะแนวคิดการรับรู้ต่อชีวิตของระบบของเทพที่ไกลโพ้นมหึมาเหล่านั้นกับระบบของพวกเรา ความแตกต่างก็ไกลกันมากยิ่งขึ้น  การรับรู้เรื่อง ดี-เลวของพวกท่านไม่เหมือนกับของพวกเราที่นี่   ในระหว่างการเจิ้งฝ่า จะตัดสินความดี-เลวของพวกเราที่นี่ได้อย่างไรกันละ  ความแตกต่างของชีวิตนั้นมากมายอย่างยิ่ง  ต้าฝ่าที่ข้าพเจ้าถ่ายทอด ครอบคลุมต้าฝ่าที่แท้จริงของจักรวาลไว้ทั้งหมด  เพียงแต่ใช้รูปลักษณ์ของพระพุทธ  กับหลักการของพุทธะในการแสดงออก  สิ่งเหล่านี้พวกเขาก็ไม่รู้  ดังนั้นจึงมีความคิดต่างๆกันไป

เช่นนั้นจึงพูดได้ว่า ในการเจิ้งฝ่านั้นชีวิตในบรรดาระบบทั้งหมดล้วนเกี่ยวพันไปถึงใช่หรือไม่  หากครอบคลุมไว้ภายในทั้งหมด เช่นนั้น เทพในระบบชีวิตเหล่านั้น เขาไม่รู้ว่าที่แท้ท่านเป็นใคร  เขาสามารถปล่อยให้ท่านคิดจะทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้นได้ละหรือ  ในเมื่อเป็นเรื่องของจักรวาลทั้งหมด  เขาจะไม่เข้าร่วมได้หรือ   แต่ละระบบต่างมีจ้าวแห่งระบบอันมหึมาของพวกเขา  เขาสามารถนิ่งดูดายได้หรือ(หัวเราะที่แท้ก็นับรวมพวกเขาเข้าไว้ด้วย  พวกเขาก็รู้เพียงเรื่องในเขตแดนของพวกเขาเท่านั้น  เรื่องที่สูงเกินกว่าพวกเขาหรือเรื่องท้ายสุด พวกเขาย่อมไม่อาจรู้ได้อย่างแน่นอน  ดังนั้นพวกเขาเห็นว่าในเมื่อเรื่องนี้ครอบคลุมพวกเราไว้ด้วย พวกท่านคิดจะทำอย่างไรก็จะทำอย่างนั้นละหรือ  ฉันก็มีสรรพชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนนะ ฉันก็ต้องพยายามให้ได้รับเลือก  หากระบบที่มากมายเช่นนี้ในร่างนภาอันมหึมานี้ล้วนคิดกันเช่นนี้ดังว่าแล้ว  ใช่หรือไม่ว่าระบบทั้งหลายบรรดามีล้วนคิดจะทำอะไรกับการเจิ้งฝ่านี้แล้ว  เช่นนั้นโลกเล็กๆใบนี้จึงกลายเป็นจุดศูนย์รวมของจักรวาลในระหว่างการเจิ้งฝ่า

เมื่อก่อนข้าพเจ้ามักพูดเสมอๆ ข้าพเจ้าว่าโลกใบนี้เป็นจุดศูนย์รวมของการเจิ้งฝ่าในจักรวาล  แต่ก็ไม่มีใครคิดออกว่าร่างนภาของจักรวาลนี้มันใหญ่เพียงไร   พวกท่านก็ไม่มีแนวคิดอันใหญ่โตอย่างนั้นไปรับรู้มัน  ใหญ่เหลือเกิน  แต่ล้วนได้ก่อเกิดรูปแบบที่พวกเขาต้องการแสดงออกมาบนโลกแล้ว  พูดอย่างเป็นรูปธรรม คือ มนุษยชาตินั้นไม่ว่าจะผ่านมากี่พันหมื่นปีแล้ว  ที่ไกลไปข้าพเจ้าจะไม่พูด จะพูดยุคใกล้ๆนี้ก็แล้วกัน  นับแต่อารยธรรมของมนุษย์ครั้งก่อนเสื่อมถอยไปสู่การดับสลาย และคนที่หลงเหลืออยู่ดำเนินสู่มนุษยชาติในยุคนี้  เริ่มต้นจากสภาพที่ไม่มีเครื่องยังชีพใดๆจนมาถึงวันนี้   หากพูดโดยใช้วิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันก็คือนับตั้งแต่เริ่มต้นยุคหินตามที่ว่ากัน  แน่ละทฤษฏีว่าด้วยวิวัฒนาการ(ของดาร์วิน)แบบนี้ไม่คงอยู่จริง  ไม่ว่าจะอย่างไร ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับชีวิตในยุคนี้ประมาณว่าเป็นเวลาเกือบหนึ่งหมื่นปี  และเกี่ยวกับอารยธรรมยุคใกล้ก็อยู่ในราว 7 พันปี  ก็คือก่อเกิดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอารยธรรมยุคนี้นั้นอยู่ในราว 7 พันปี  ในระหว่างขั้นตอนนี้การแสดงออกของชีวิต  ทุกสิ่งที่ปรากฏออกมาในประวัติศาสตร์นี้ ล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเจิ้งฝ่าครั้งนี้  แต่ประวัติศาสตร์ยุคโบราณเพียงแต่วางรากฐานในความคิดของคนให้สามารถรับรู้ฝ่าได้  รับรู้เทพ และกำหนดรูปแบบการดำรงชีพของคน  หลักคิดของคนจะเป็นอย่างไร มีการรับรู้ในเรื่องที่ดีและไม่ดี  สวยกับอัปลักษณ์   ความเมตตากับความชั่วร้ายเป็นต้น ความนัยของวัฒนธรรมที่ใหญ่มหึมา  ช่วงนี้ของประวัติศาสตร์ยุคโบราณทั้งหมด ก็คือขั้นตอนของการวางรากฐานความนึกคิดของคน   วางรากฐานพฤติกรรมของคน  พฤติกรรมของคนทุกวันนี้  คนรับรู้ในเรื่องที่ดีและไม่ดี  ใส่เสื้อผ้าอะไรดี  คนจะใคร่ครวญปัญหาอย่างไร  คนควรปฏิบัติต่อบิดามารดาอย่างไร  คนควรปฏิบัติต่อญาติมิตรอย่างไร  คนจะปฏิบัติต่อทุกสิ่งในสังคมนี้อย่างไร  คนควรรับรู้เรื่องฟ้าดินและสรรพสิ่งอย่างไร  ที่แท้คือผ่านการวางรากฐานที่ยาวนานช่วงหนึ่ง  หาไม่แล้วความนึกคิดของคนก็จะว่างเปล่า หรือเป็นเหมือนสัตว์ป่า   เช่นนั้นแล้ววันนี้ฝ่าอันนี้ข้าพเจ้าจะบรรยายอย่างไรได้ละ  เทพจะใช้ร่างกายของคนมาจุติบนโลกได้อย่างไร  เทพจะปฏิบัติต่อคนอย่างไรละ  ดังนั้นต้องให้คนมีขั้นตอนการรับรู้ที่เพียงพอและสมบูรณ์  เมื่อก้าวข้ามมาจึงจะเป็นมนุษย์ในวันนี้ได้

แต่ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์  ไม่ว่าจะผ่านมากี่พันปีแล้ว  แต่ว่าแต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยมีรูปแบบสังคมเหมือนอย่างทุกวันนี้  เนื่องจากที่ผ่านมานั้นเป็นการวางรากฐาน  ปัจจุบันเป็นการคลี่คลายเผยออกมาของประวัติศาสตร์  การยังชีพของคนในอดีตค่อนข้างเรียบง่าย  ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกหรือตะวันตก  ตลอดมาประเทศจีนเป็นสถานที่หลัก ที่เทพคอยให้การศึกษา และถ่ายทอดวัฒนธรรม  ยุคใกล้นี้เรียกว่า “ประเทศจีน”(จงกั๋ว – ประเทศที่เป็นศูนย์กลาง) ก็แฝงไว้ซึ่งความหมายนี้  ที่อื่นๆถือเป็นผู้ชมของเวทีกลางของมนุษย์  และยังมีบทบาทเป็นตัวประกอบ  นี่คือขั้นตอนและจุดประสงค์/เป้าหมายของประวัติศาสตร์  เช่นนั้นแล้ว เหตุใดในยุคปัจจุบันจึงมีวัฒนธรรมนานาชนิดขึ้นมาในทันทีทันใด  มีทฤษฎีต่างๆนานา มีรูปแบบที่ปรากฏออกมาของสังคมนานาชนิดละ   นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากสิ่งต่างๆของระบบอันใหญ่มหึมาของจักรวาลต่างๆนานาที่ปรากฏอยู่ ณ ที่มนุษย์ซึ่งระดับชั้นต่ำที่สุด  เป้าหมายคือเพื่อให้ได้รับการคัดเลือก  ทุกท่านทราบว่า ไม่ว่าจะในประเทศจีนก็ดี  ในสังคมตะวันตกก็ดี  สังคมโบราณนั้น นอกเหนือจากศาสนาใหญ่ไม่กี่ศาสนาแล้ว  ในด้านไหนๆ ล้วนไม่มีระบบวัฒนธรรมหรือรูปแบบที่เป็นเอกเทศ   ตัวอย่างเช่นดนตรีหลังยุคฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม   ศิลปะหลังยุคฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม  ทฤษฎีชนิดต่างๆในประวัติศาสตร์ยุคใกล้  รูปแบบที่ปรากฏออกมาของอาชีพการงานนานาชนิดในสังคมยุคใกล้  รวมทั้งพฤติกรรมที่ถูกต้อง และไม่ถูกต้องของคนที่แสดงออกมา  ในทันใดก็ปรากฏออกมากันหมดราวกับระเบิดออก  โดยเฉพาะคือในช่วง 100 ปีใกล้ๆนี้   ในทันใดก็ทำให้สังคมนับพันปีของคนเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมอย่างปัจจุบันนี้   โลกมนุษย์ที่ขุ่นมัว  มีหลายคนยังรู้สึกว่ากระหยิ่มยิ้มย่อง  เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ได้นำความก้าวหน้ามาสู่มนุษยชาติ   การศึกษาในยุคปัจจุบัน ทำให้คนได้แต่ใช้ทฤษฎีจอมปลอมเรื่องวิวัฒนาการ เข้าใจว่าคนวิวัฒนาการมาถึงตรงนี้ สังคมได้บรรลุถึงมาตรฐานหนึ่งทางวิทยาศาสตร์ที่สูงมาก มนุษย์ได้สร้างสรรค์วัฒนธรรมของตนเองขึ้นมาแล้ว  สร้างสรรค์อารยธรรมยุคปัจจุบันขึ้นมาแล้ว  ที่แท้ไม่ใช่เลย  ด้วยเหตุนี้ คนมากมายที่ตกอยู่ภายใต้ผลกระทบของความคิดชนิดนี้จึงได้รับความพอใจกับวัฒนธรรม ที่วิทยาศาสตร์ชนิดที่ว่านี้นำมาให้   คนเหล่านั้นที่วิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันให้การศึกษาออกมาล้วนเป็นผู้ที่ไม่เชื่อในเรื่องเทพ คล้ายกับปลาได้น้ำ ช่างน่าสนุกอะไรเช่นนี้  เสพสุขกันอย่างเต็มที่ รูปแบบศิลปะที่บิดเบือนในยุคนี้ก็มาก  ทำให้สิ่งที่ปรากฏออกมาในสังคมนี้ มากมายละลานตาจริงๆ

ที่จริง แต่ไหนแต่ไรมา เทพไม่เคยคิดให้คนใช้ชีวิตอย่างนี้  กล่าวในฐานะที่เป็นคน  ที่มองไม่เห็นขั้นตอนการหมุนเวียนชดใช้กรรมของสังคมมนุษย์  และมองไม่เห็นผลกระทบของบุญวาสนาที่ผูกพันซึ่งกันและกันมา  ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไร  เนื่องจากมองไม่เห็นความจริงของวังวนจึงไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  เช่นนั้นจึงไม่มีความรู้สึกพึงพอใจ  ที่จริงสังคมยิ่งมากไปด้วยสิ่งต่างๆที่ไม่ดี   กระทั่งล้ำเกินไปกว่าระดับความเจริญรุ่งเรืองของยุคปัจจุบัน  คนก็ยังไม่พอใจ  เทพต้องการให้คนดำรงอยู่ด้วยการแสวงหาอย่างไม่สิ้นสุดหรือ  ในอดีตเมื่อคนมีม้าที่ดีสักตัวหนึ่ง   โอ้  ก็จะรู้สึกว่า นี่ก็เหนือกว่าคนทั่วไปแล้ว  ขี่ม้าไปตามถนน ผู้คนก็ล้วนแต่จะอิจฉา  โอ้ ม้าตัวนี้ดีจริงนะ  ท่านดูซิคนเขามีม้าดีอย่างนี้  ซึ่งเหมือนกับความรู้สึกของคนยุคนี้ที่มีรถที่ดีสักคัน   แต่วันนี้ใครขี่ม้าไปตามถนน คนจะรู้สึกว่าประหลาด   คนก็ไม่มีแนวคิดในการรับรู้อันนี้แล้ว ปัจจุบันคนมองเห็นใครขับรถสักคัน  ว้าว รถคันนี้ช่างสวยจริงๆ  ม้าที่มีค่า  ( ที่ประชุมหัวเราะ) ( อาจารย์หัวเราะ) รถคันนี้สวยจริงๆ    คนสามารถดำรงชีพอยู่ในสภาพการณ์ที่ต่างกัน  ความรู้สึกในการดำรงชีพนั้นเหมือนกัน  ถ้าไม่ให้สภาพแวดล้อมของการดำรงชีพอย่างในยุคปัจจุบัน  คนก็ไม่อาจรู้ว่ามีสภาพการณ์ชนิดนี้อยู่   หลายพันปีมานี้ ด้วยรสนิยมในการดำรงชีพอยู่ในสภาพการณ์ตามปกติของคนนั้น  คนก็ย่อมจะมีความรู้สึกพึงพอใจเช่นเดียวกัน   ในจักรวาลคนก็เป็นชีวิตในระดับชั้นนี้  คนปัจจุบันมีรถยนต์ใช้   เมื่อคนรู้ว่ายังมีจานบิน สิ่งนี้ไม่ใช้พลังงานอย่างในปัจจุบันชนิดนี้  ในฉับพลันก็ลอยขึ้นมาแล้ว  บอกว่าจะไปไหน แค่หนึ่งวินาทีก็ถึงแล้ว  ของเล่นนี้ยิ่งสะดวกสบาย  ในเวลานั้นใครยังจะต้องการรถยนต์อีกละ   รถยนต์นั้นกลายเป็นของอะไรไปแล้วละ  ล้าสมัยเกินไปแล้ว  (ที่ประชุมหัวเราะที่จริงคนยุคปัจจุบัน หากจะอยู่ในสภาพการณ์นั้นดำรงชีพ ก็ย่อมไม่รู้สึกพอใจเช่นกัน  เขายังจะไม่หยุดแสวงหาสิ่งที่ดีกว่า   แน่ละ การที่คนสามารถสร้างสรรค์อะไรออกมานั้น ก็เป็นผลจากการกระทำของเทพ  และไม่ใช่จะสำเร็จได้โดยมนุษย์ทำขึ้น  ทุกวันนี้เทพให้สิ่งเหล่านี้กับคน  ไม่ใช่ต้องการให้คนดำรงชีพกันอย่างนี้  จุดประสงค์คือ การนำเสนอบรรดาสิ่งที่สร้างขึ้นในระบบของพวกเขา  จากนั้นจะได้มีโอกาสได้รับการคัดเลือก  หรือพูดได้อีกอย่างว่า  แม้ว่าคนจะแสวงหาจากในการทำวิจัยค้นคว้า  แต่กลับไม่ใช่ว่าจะได้มาเพราะการแสวงหา  คนมองไม่เห็นวังวนนี้  มองไม่เห็นความจริงนี้   ดังนั้นในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคปัจจุบันนี้คนจึงเสพสุขอย่างเต็มที่  

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ให้คนเสพสุขกัน   แต่ไหนแต่ไรมา เทพไม่เคยคิดจะทำให้คนเป็นเช่นนี้  จุดประสงค์คือการนำเสนอตัวพวกเขาเองออกมา  บางคนรู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ราวกับเทพเซียน  แน่ละหากเปรียบกับเทพจริงๆ ก็ไม่อาจเปรียบได้เลย  คนอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ยิ่งไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ในภายหลัง ยิ่งไม่เชื่อเทพแล้ว  ก่อกรรมง่ายยิ่งขึ้น  กำลังทำลายตัวเองเร็วยิ่งขึ้น   และอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสภาพแวดล้อมทางระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตอย่างร้ายแรง  ทำให้วัตถุสสารเกิดการเปลี่ยนแปลง สังคมมนุษย์ล้วนไม่อาจแก้ไขได้ตลอดไปแล้ว  ไม่เพียงแค่นี้ มันยังกระทบต่อมิติอื่นในจักรวาลอย่างรุนแรงแล้ว  เนื่องจากจักรวาลเป็นระบบหนึ่งที่หมุนเวียน  สสารที่สิ่งมีชีวิตในมิตินี้สกัดขึ้นมาใช้ มิติที่สูงยิ่งกว่าก็ยังจะสกัดไปใช้อีก  สิ่งที่ชีวิตในมิติของมนุษย์นี้ เมื่อเริ่มต้นสกัดมาใช้ นั้นไม่บริสุทธิ์  เช่นนั้นสิ่งที่ข้างบนสกัดไปใช้อีก ในแต่ละชั้นๆ ก็จะล้วนไม่บริสุทธิ์  ดังนั้นการเบี่ยงเบนของสังคมมนุษย์ปัจจุบัน  รวมทั้งการเบี่ยงเบนของทัศนคติ ล้วนก่อให้เกิดผลกระทบต่อเทพแล้ว  สิ่งมีชีวิตระดับชั้นสูงล้วนเกิดการเบี่ยงเบนแล้ว  ทำไมจักรวาลต้องทำการเจิ้งฝ่า แน่ละการเบี่ยงเบนชนิดนี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในมิติมนุษย์ ร่างนภาของจักรวาลอันใหญ่มหึมา ล้วนเกิดสถานการณ์นานาชนิดที่ต่างกันขึ้นมาแล้ว  ที่นี่ข้าพเจ้าพูดเพียงปรากฏการณ์ของมนุษย์ที่นี่ 

ที่จริงการปรากฏขึ้นมาของวัฒนธรรมที่ว่าหลากหลายอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ ของสังคมมนุษย์ในยุคใกล้  ที่จริงคือสิ่งที่เทพเหล่านั้นของจักรวาลต่างๆ กับเทพของร่างนภาอันใหญ่มหึมาที่ไกลโพ้นซึ่งแตกต่างกันทำส่งข้ามมา  เมื่อพูดโดยใช้ภาษาคน ก็คือรูปแบบการผูกพัน/ผูกมัดของระบบชีวิตของพวกเขา  สิ่งที่ทำส่งข้ามมาคือ รูปแบบที่แสดงออกมาของหลักเกณฑ์ของการยกระดับชั้นกับการตกต่ำลงของชีวิตในระบบของพวกเขาในสังคมมนุษย์ที่ต่ำที่สุด  ล้วนเป็นสิ่งเหล่านี้  แน่ละกล่าวสำหรับชีวิต สิ่งเหล่านี้  หากมีต้าฝ่าชี้นำ รูปแบบชนิดนี้สามารถทำให้ชีวิตเลื่อนระดับขึ้นได้   และสามารถทำให้ชีวิตที่ไม่ดีตกต่ำลง  ข้าพเจ้าพูดถึง “เต๋าใหญ่ไร้รูป” นำพาให้พูดเรื่องที่กล่าวไป ทุกท่านเคยคิดไหมว่า  ถ้าหากในสังคมนี้        อาชีพต่างๆมากมาย   วงการ(สาขาอาชีพ)ต่างๆ มากมาย ล้วนคือสิ่งที่ระบบชีวิตอันไกลโพ้นของพวกเขา ทำข้ามมา  ศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างนี้  แต่ละอาชีพที่แตกต่างกันล้วนมีศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญอยู่  ใช่หรือไม่ว่า เท่ากับกำลังใช้ฝ่าปรับพวกเขา  ใช่หรือไม่ว่า เป็นการยอมรับการดำรงอยู่ของพวกเขา  ใช่หรือไม่ว่ากำลังช่วยเหลือพวกเขาอยู่  

แน่ละข้าพเจ้าไม่อาจให้รูปแบบที่ปรากฏอยู่ในสังคมมนุษย์ชนิดนี้ของพวกเขา  คงเหลือไว้ให้มนุษย์ทั้งหมด  ส่วนที่ได้รับการช่วยเหลือคือสรรพชีวิตในระบบเหล่านั้น  เนื่องจากไม่ว่าสิ่งใด พอมาถึงคน ณ ที่นี้ ล้วนจะเปลี่ยนแย่ลงมาก เพราะสัมพันธ์กับระดับชั้น   และตกต่ำลงมาทั้งหมด   แน่ละ ต้าฝ่ากับศิษย์ต้าฝ่าไม่อาจยืนยันความถูกต้องให้กับรูปแบบที่ต่ำลงเช่นนี้โดยตัวมันเอง  จะขอยกเรื่องศาสนามาพูด    คนที่เข้าใจได้อย่างแท้จริงย่อมอาศัยรูปแบบของศาสนาในการบำเพ็ญตนเอง  ผู้ที่ไม่เข้าใจก็จะปกป้องรูปแบบนั้นของศาสนา  หรือพูดได้ว่า  รูปแบบเหล่านี้ของมนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่เทพต้องการ  เทพอยากให้ท่านใช้รูปแบบเหล่านี้ในการยกระดับ  เมื่อท่านสามารถใช้รูปแบบเหล่านี้ยกระดับได้แล้ว ท่านก็กำลังยืนยันความจริงให้ฝ่า ยืนยันความถูกต้องให้กับเทพและช่วยเหลือสรรพชีวิต   ใช่อย่างนี้หรือไม่ (เสียงปรบมือการที่ศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญอยู่ในอาชีพต่างๆคือการยอมรับชีวิตในระบบเหล่านั้น  และเป็นการช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้งหมดอยู่  ที่ผ่านมาข้าพเจ้าพูดกับพวกท่านว่า   สิ่งที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดอยู่ คือหลักธรรมใหญ่ของจักรวาล  อะไรๆก็รวมอยู่ในนี้หมดแล้ว พวกท่านลองคิดดูว่าฝ่านี้ใหญ่หรือไม่  ข้าพเจ้าว่าใหญ่จนไร้รูป  ความไร้รูปกลับบรรจุไว้ซึ่งทุกสรรพสิ่ง  (เสียงปรบมือเจิ้งฝ่ากำลังปรับชีวิตทั่วทั้งจักรวาลและพยายามให้การกู้คืนสิ่งดั้งเดิมทั้งหมดที่เทพเหลือเอาไว้

เมื่อตอนเริ่มต้นนั้น ไม่มีชีวิตใดรู้ว่าข้าพเจ้ากำลังทำอะไรอยู่  แม้แต่มนุษย์ต่างดาวนั้นก็เข้าใจว่าข้าพเจ้าเป็นหนึ่งในพวกมัน (ที่ประชุมหัวเราะ) ไม่มีใครรู้  ด้วยเหตุนี้ในการระหว่างการเจิ้งฝ่าครั้งนี้ของข้าพเจ้า เทพในแต่ละเขตแดนที่ต่างกัน จึงแสดงออกมาต่อการรบกวนของอิทธิพลเก่าราวกับมองไม่เห็น   ดังนั้นที่ผ่านมาข้าพเจ้าจึงพูดว่า สรรพชีวิตในจักรวาลทั้งหมดล้วนกำลังทำบาปต่อเรื่องนี้  ข้าพเจ้าว่าพวกเขาล้วนติดค้างข้าพเจ้า  เพราะข้าพเจ้ากำลังช่วยเหลือพวกเขา  ฝ่าชุดนี้ก็คือ รากฐานของชีวิตทั้งหมด

ที่จริงสิ่งใดๆของสังคมมนุษย์  เพียงข้าพเจ้าเลือกมัน  ล้วนสามารถใช้มันให้ศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญ  อาทิเช่น ดนตรีที่ข้าพเจ้าเคยพูดถึง หากในการศึกษาฝึกฝนและสร้างสรรค์ดนตรีของคน มีต้าฝ่ามาชี้นำ  ก็สามารถจะก้าวหน้าได้  ในความนึกคิดสามารถจะมีแรงบันดาลใจ  สามารถจะมองออก  คิดออกถึงสิ่งที่จำเป็น  นั่นคือสิ่งที่เทพเนรมิตให้   ฉะนั้นอาจพูดได้อีกว่า ไม่ว่าท่านจะอยู่ในวงการ(สาขาอาชีพ)ไหนๆ   ความสามารถด้านนั้นของท่านสามารถยกระดับขึ้นได้ นั่นคือปรากฏการณ์หลังจากที่ท่านทำให้เขตแดนของท่านเองยกระดับขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง  ที่ปรากฏออกมาคือ การที่ท่านกำลังทำตัวเป็นคนดี  กำลังบำเพ็ญจิต  กล่าวจากมุมมองของคน คือท่านกำลังเปลี่ยนเป็นคนดี   เนื่องจากการศึกษาฝ่า บำเพ็ญภายใน ท่านยิ่งทำยิ่งดี  เทพก็จะให้ปัญญาที่ท่านควรจะมี  ให้แรงบันดาลใจแก่ท่าน  ในระหว่างการศึกษาให้ท่านเข้าใจได้มาก  ให้ท่านสร้างสรรค์สิ่งที่ดียิ่งขึ้นออกมาได้  ให้ฝีมือของท่านสูงยิ่งขึ้น  ให้ท่านเหนือชั้น   ทุกท่านคิดดู  ในสังคมมนุษย์  อาชีพใดๆที่ถูกทำนองคลองธรรม ใช่หรือไม่ว่าล้วนจะเป็นเช่นนี้  ท่านกำลังทำสิ่งทั้งหมดในหน้าที่การงานให้ดี ในขณะเดียวกันท่านก็กำลังบำเพ็ญตนเองอยู่  ท่านจึงสามารถยกระดับขึ้นได้ใช่หรือไม่   ในสังคมทุกวันนี้ รูปแบบใดๆที่ข้าพเจ้าเลือกให้เป็นรูปแบบการบำเพ็ญของพวกท่าน ก็ล้วนสามารถทำให้พวกท่านบำเพ็ญสำเร็จได้ (เสียงปรบมือเพียงแต่ข้าพเจ้าไม่ได้เลือกสิ่งเหล่านั้น  ข้าพเจ้าไม่ได้เลือกสิ่งเหล่านั้นให้กับพวกท่าน  ข้าพเจ้าเลือกรูปแบบของพระพุทธ  ใช้รูปแบบของพระพุทธบรรยายหลักธรรมของจักรวาล  ในขณะเดียวกันก็ใช้ท่าฝึกพลังห้าชุดที่ข้าพเจ้าริเริ่มขึ้นมาและรูปแบบการบำเพ็ญ สอนให้พวกท่านบำเพ็ญไปตามรูปแบบชนิดนี้  ช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้งหมด  รวมทั้งพระพุทธ เต๋า เทพ คน ทั้งหมด   มีรูปแบบมากมายถึงเพียงนั้น แน่ละข้าพเจ้าไม่อาจเลือกใช้ทั้งหมดที่มีอยู่นั้น  ข้าพเจ้าเลือกรูปแบบของพระพุทธ  แต่โดยแท้จริงแล้ว สิ่งที่ข้าพเจ้าบรรยายคือหลักธรรมใหญ่ของจักรวาล  แม้ว่าโดยรูปแบบคือหลักการของพระพุทธ ยืนอยู่บนหลักการและหลักธรรมของพระพุทธไปบรรยาย  ที่แท้สิ่งที่บรรยายคือหลักธรรมใหญ่ที่แท้ของจักรวาล  เส้นทางที่ข้าพเจ้าบอกให้พวกท่านเดินไปในการบำเพ็ญคือ เส้นทางทั้งหมดของปวงเทพเหล่านั้นของระบบจักรวาลที่ต่างกัน   อะไรๆ ล้วนกำลังถูกปรับให้ถูกต้อง  สิ่งต่างๆไม่ใช่ล้วนรวมอยู่ในฝ่าชุดนี้หรือ  นี่ก็คือต้าฝ่า

เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดว่า พอจิ่วผิงออกมา บางคนก็ไม่เข้าใจ  พูดว่านี่พวกเรามิใช่ยุ่งกับการเมืองแล้วหรือ  อะไรที่เรียกว่าการเมือง  สมมติว่าข้าพเจ้าหลี่ หง จื้อ นำทุกท่านบำเพ็ญอยู่ในการเมืองจริงๆ จะสามารถบำเพ็ญสำเร็จหรือไม่ (เสียงปรบมือ) ต้องได้แน่นอน  เพียงแต่ผู้บำเพ็ญใช้ต้าฝ่าชี้นำเรื่อยไปตลอดขั้นตอนของการทำงาน ทำตัวเป็นคนดี เป็นคนดียิ่งขึ้น ใช้ต้าฝ่ามาหล่อหลอมตัวท่าน ท่านก็จะยกระดับขึ้นได้เรื่อยไป  เลื่อนชั้นเรื่อยไปได้  ก็จะสามารถบรรลุการหยวนหมั่น   สมมติว่าวันนี้ข้าพเจ้านำทุกท่านโดยอาศัยรูปแบบกษัตริย์และขุนนางนำพวกท่านเหล่าขุนนางและอาณาประชาราษฎร์บำเพ็ญ  จะสามารถบำเพ็ญได้ไหม  (เสียงปรบมือ) ก็ได้อย่างแน่นอน  และก็สามารถหยวนหมั่นได้แน่นอน  เพียงแต่จะเดินบนหนทางนี้ได้อย่างไร  จะรับผิดชอบต่อสรรพชีวิตได้อย่างไร  จะทำให้ชีวิตสามารถยกระดับขึ้นได้อย่างไร เพียงแต่ทำไปตามการชี้นำของต้าฝ่าชุดนี้ก็จะสามารถทำได้   โดยรูปแบบที่เป็นรูปธรรมข้าพเจ้าไม่ได้เลือกสิ่งเหล่านั้น  วันนี้พวกเราได้เดินมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ไม่อาจเลือกใหม่กันอีก พวกเราก็บำเพ็ญกันในรูปแบบหนึ่งอย่างนี้แล้ว ก็คือรูปแบบการบำเพ็ญชนิดนี้ 

ในท่ามกลางความไม่กระจ่าง  ในวังวน  ผู้คนมองไม่เห็นว่าฝ่าชุดนี้ใหญ่เพียงไร  หากเห็นได้จริงๆแล้ว การแสดงออกของ จิตยึดติดในระหว่างการบำเพ็ญ ล้วนเท่ากับเป็นการทำบาปต่อเทพ   ก็เพราะว่ามองไม่เห็นจึงไม่นับ  ท่านสามารถก้าวหน้าได้มากสักหน่อย  ท่านสามารถรับรู้ได้น้อยสักหน่อย (หัวเราะเมื่อพูดในทางตรงข้าม  รูปแบบในวังวนนั้น สำหรับการบำเพ็ญโดยตัวมันเองแล้วก็เปิดกว้าง  บางคนจึงคิดว่า ถ้าฉันรู้ ถ้าฉันเห็นอะไรหมด คงจะดีมาก  เช่นนั้นเส้นทางการบำเพ็ญก็จะแคบจนไม่ยินยอมให้ท่านเกิดปัญหาได้แม้แต่น้อย  ล้วนเปิดการรับรู้แล้ว ก็ไม่นับว่าท่านบำเพ็ญแล้ว  ก็จะไม่อนุญาตให้ท่านบำเพ็ญแล้ว   ก่อนการประทุษร้ายจะเริ่มต้น เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 99  มีศิษย์ต้าฝ่า ส่วนหนึ่งซึ่งจัดว่าอยู่ในสภาพค่อยๆเปิดการรับรู้ในระดับสูงนั้น  ไม่สามารถเข้าร่วมในการคัดค้านการประทุษร้ายครั้งนี้ได้   ใครก็ไม่กล้าประทุษร้ายเขา  พวกเขาก็ไม่ได้เข้าร่วม  พวกเขารวมกันขึ้นมาก็สามารถยับยั้งการประทุษร้ายครั้งนี้ได้   แต่พวกเขาต่างเข้าใจแล้ว  ที่พูดไปเมื่อครู่คือรูปแบบของการบำเพ็ญ   ข้าพเจ้าบรรยายอยู่ในมุมมองเช่นนี้ ข้าพเจ้าคิดว่าความคิดของทุกท่านเปิดกว้างออกแล้ว  ในทันใดก็เข้าใจได้หลายอย่างแล้ว  ยิ่งรู้เพิ่มขึ้นว่าต้าฝ่าชุดนี้ใหญ่เพียงไร  ความรับผิดชอบของพวกท่านหนักหนาเพียงไร (เสียงปรบมือ)     

พูดมาถึงตรงนี้  ข้าพเจ้าอยากจะหันกลับมาพูดสักหน่อยว่า  กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า  พวกท่านมีอดีตที่ยอดเยี่ยม ก็ควรมีปัจจุบันที่ยอดเยี่ยมด้วย  บางครั้งในขณะที่พวกท่านยืนยันความจริงอยู่ก็ดี  ร่วมกันทำงานของต้าฝ่าและรวมถึงการบำเพ็ญส่วนตัวก็ดีนั้น  มีหลายสิ่งที่ไม่เป็นที่น่าพอใจดำรงอยู่จริงๆ  ที่โดดเด่นที่สุด  ที่ใหญ่ที่สุด และโดยตลอดมาก็ไม่ได้แก้ไข เป็นเวลานานแล้ว  และเป็นสิ่งที่เทพส่วนหนึ่งพูดอยู่ข้างหูข้าพเจ้าตลอดมา  เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่พอใจที่สุด  แต่ว่า แต่ไหนแต่ไรมาข้าพเจ้า ไม่ได้พูดเจาะจงในด้านนี้  ข้าพเจ้าก็ไม่ได้พูดอย่างจริงจัง  เพราะเหตุใดหรือ  เพราะในการยืนยันความจริงของศิษย์ต้าฝ่าวันนี้ ยังจำเป็นต้องมีความกล้าหาญของคนสักหน่อย  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่พูด  ข้าพเจ้ารอจนสุดท้ายจึงจะพูด  รอให้ถึงเวลาแล้วข้าพเจ้าค่อยพูด  ด้านไหนละหรือ  ก็คือศิษย์ต้าฝ่า เมื่อทำผิดไปแล้วไม่ยอมให้ใครตำหนิ  ใครก็ว่าไม่ได้  พอพูดก็ระเบิดขึ้นมา  เวลาทำอะไรถูกต้องก็ไม่พอใจที่คนอื่นเสนอความคิดเห็น ทำผิดก็ไม่พอใจที่คนอื่นพูด พอพูดก็ไม่พอใจ  ปัญหานี้ร้ายแรงอย่างมากแล้ว(เสียงปรบมือ)

เหตุใดข้าพเจ้าจึงพูดเดี๋ยวนี้ละ  เนื่องจากในช่วงก่อนนี้ของการยืนยันความจริงให้ฝ่า  ในการเปิดโปงพวกชั่วร้าย  ข้าพเจ้าไม่ต้องการให้พวกท่านอ่อนจนเกินไปการปฏิบัติ  เช่นนั้นแล้วในขณะอธิบายความจริงอาจจะพูดได้ไม่กระจ่างเท่าที่ควร   ถ้าหากในการอธิบายความจริง พอคนอื่นพูดอะไร พวกท่านก็ไม่ชี้แจง นั่นก็ไม่ถูก   ปัจจุบันนี้สุกงอมแล้ว  มีสติพอแล้ว  รู้ว่าควรทำอย่างไรแล้ว  ไม่กระทบต่อการอธิบายความจริงแล้ว   ดังนั้นข้าพเจ้าจึงรอถึงวันนี้ค่อยพูด  ในด้านนี้ทุกท่านค่อนข้างเกินเลยไปแล้ว ทุกท่านลองคิดดู ในฐานะผู้บำเพ็ญ   ข้าพเจ้าเขียนใน “จ้วนฝ่าหลุน” และในการบรรยายฝ่าในช่วงแรกเคยพูดไว้แล้ว  ข้าพเจ้าบอกว่า “ถูกตีไม่ตีตอบ  ถูกด่าไม่ด่าตอบ”  คนอื่นทำไม่ดีต่อท่าน ท่านต้องยิ้มไว้   เวลาที่ผู้อื่นเกิดความขัดแย้ง  ในฐานะเป็นบุคคลที่สาม ท่านควรคิดดูว่า ท่านควรทำให้ดีได้อย่างไร   เรื่องนี้หากเป็นฉันๆจะควบคุมตนเองได้เหมือนกับผู้บำเพ็ญ เมื่อเผชิญกับความเห็นที่แตกต่าง และการถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้หรือไม่  การบำเพ็ญคือการค้นหาจากภายใน  ถูกหรือไม่ถูกก็ให้มองตนเอง   การบำเพ็ญก็คือการบำเพ็ญใจคนให้หมดไป   เอาแต่ไม่ยอมรับการตำหนิและวิพากษ์วิจารณ์  เอาแต่ชี้ความผิดไปที่ข้างนอก(คนอื่นเอาแต่โต้แย้งความเห็นและคำวิจารณ์ของคนอื่น  นั่นคือการบำเพ็ญหรือ  นั่นจะบำเพ็ญได้อย่างไร  เคยชินแต่การมองเห็นความบกพร่องของคนอื่น  ไม่เคยที่จะเห็นความสำคัญในการมองตนเอง  คนอื่นบำเพ็ญได้ดีแล้ว ท่านจะเป็นอย่างไรละ  อาจารย์มิใช่หวังให้ท่านบำเพ็ญได้ดีหรอกหรือ  เหตุใดท่านไม่ยอมรับความคิดเห็น เอาแต่ไปมองผู้อื่น  อีกทั้งยังไม่บำเพ็ญที่ภายใน ค้นหาตนเอง  พอว่าถูกตนเองเข้า เหตุใดท่านจึงไม่พอใจ  พวกท่านที่กำลังนั่งอยู่นี้ มีกี่คนที่พอเวลาคนอื่นชี้หน้าด่าท่าน ในทันทีก็สามารถทำได้ถึงขั้นมีจิตใจที่เยือกเย็น   มีกี่คนเมื่อเผชิญกับการวิจารณ์และตำหนิจากคนอื่นแล้วใจไม่หวั่นไหว และสามารถค้นหาสาเหตุที่ตัวเอง

     ไม่ได้ตำหนิท่านทั้งหลาย  ไม่ใช่ว่าศิษย์ต้าฝ่าของข้าพเจ้าทำได้ไม่ดี (หัวเราะ) พูดขึ้นมาก็คือ อาจารย์เหลือไว้ให้พวกท่านเล็กน้อย  แต่วันนี้ข้าพเจ้าได้พูดแล้ว  นับแต่นี้ต่อไปทุกท่านก็เริ่มต้นให้ความสำคัญกับปัญหานี้ได้แล้ว  (เสียงปรบมือ) มีผู้ฝึกบางคน ในช่วงนี้มักจะเขียนคำถาม เขียนจดหมาย บอกผ่านมาให้กับข้าพเจ้าว่า คนนั้นๆ ใครๆๆๆ เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ (ที่ประชุมหัวเราะ) คนนั้นๆ ใครๆๆๆๆ มีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้   ข้าพเจ้าล้วนทราบดี ข้าพเจ้าเข้าใจดีอย่างยิ่ง  บำเพ็ญตัวท่านเอง  ข้าพเจ้าไม่อยากให้สภาพแวดล้อมของศิษย์ต้าฝ่า เปลี่ยนเป็นสภาพแวดล้อมของการตำหนิติเตียนซึ่งกันและกัน  ข้าพเจ้าอยากให้สภาพแวดล้อมนี้กลายเป็นสภาพแวดล้อมของการยอมรับการวิจารณ์ พร้อมกับการค้นหาจากภายใน  ล้วนบำเพ็ญตนเอง ทุกๆคนต่างค้นหาจากภายใน  ทุกๆคนล้วนบำเพ็ญตนเองให้ดี  การปะทะกันก็จะน้อยลงใช่ไหม   ข้าพเจ้าได้พูดเหตุผลนี้ตั้งแต่เริ่มต้นการถ่ายทอดฝ่า ตลอดมาจนถึงวันนี้  ไม่ใช่เช่นนี้หรือ  ผู้บำเพ็ญนั้นหาใช่จะถือว่าการตำหนินั้นดี และไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าในฐานะอาจารย์จะถือว่าการวิจารณ์ใครเป็นสิ่งที่ดี   และไม่ใช่ว่าการวิจารณ์ตำหนิซึ่งกันและกันของพวกท่านนั้นเป็นเรื่องดี  ทุกท่านเองบำเพ็ญตนเองจึงจะดี  วันนี้อาจารย์บรรยายฝ่ามาถึงตรงนี้  นับแต่นี้ไปพวกท่านต้องให้ความสำคัญในด้านนี้ (เสียงปรบมือดังกึกก้อง)

พวกท่านต้องเตรียมความคิดไว้ให้พร้อมนะ (ที่ประชุมหัวเราะไม่แน่ว่าพอท่านกลับไปก็จะเจอ  แต่ในเวลาที่ท่านประสบ จะไม่รู้ตัวล่วงหน้าก่อนจะเกิดเรื่องอย่างแน่นอน (ที่ประชุมหัวเราะเวลาที่ความขัดแย้งมาถึง มันก็ไม่ใช่จะปฏิบัติต่อท่านอย่างเทพอย่างแน่นอน  และไม่อาจจะแสดงออกมาเหมือนอย่างเทพ  ล้วนเป็นปรากฏการณ์อย่างคนธรรมดาสามัญ  ล้วนเป็นรูปแบบของความขัดแย้งชนิดนั้นระหว่างคนธรรมดาสามัญกับคนธรรมดาสามัญ  ทั้งยังจะไม่คำนึงถึงเรื่องหน้าตาด้วย  นอกจากข้าพเจ้าหลี่ หงจื้อ แล้ว จะไม่มีใครที่เป็นพิเศษ   จะไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่อยู่เหนือกฏในระดับชั้นนี้ของคนและอยู่เหนือในระดับชั้นนี้ของคน  ดังนั้นล้วนเป็นรูปแบบของปรากฏการณ์ในระดับชั้นของคนนี้ทั้งสิ้น  จุดนี้นะ  ข้าพเจ้าคิดว่าในฐานะที่เป็นศิษย์ต้าฝ่า  ศึกษาฝ่า บำเพ็ญมานานเพียงนี้แล้ว ข้าพเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดเหตุผลที่เป็นรูปธรรม ทุกท่านก็ทราบกันหมดแล้ว และล้วนเข้าใจได้

ปัญหานี้เด่นชัดมาก  พวกท่านทราบไหม   หลายปีนี้ ชีวิตในระดับชั้นสูงได้พูดถึงปัญหานี้ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ข้างหูข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่ทำอะไร  เพราะข้าพเจ้าต้องการให้ศิษย์ต้าฝ่ามีความกล้าในการเปิดโปงความจริงในขณะยืนยันความจริง  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ไปพูดถึง   ข้าพเจ้าจะเลือกเวลาหนึ่ง  โอกาสหนึ่งไปทำ ไปพูดปัญหานี้   วันนี้ได้เวลาแล้ว  ข้าพเจ้าจึงพูดปัญหานี้เป็นพิเศษ  และถือโอกาสบอกทุกท่าน  สิ่งนี้เด่นชัดมากแล้วในหมู่พวกเราโดยรวม  บางคนไปถึงระดับที่แตะต้องไม่ได้แล้ว  ข้าพเจ้าเห็นว่ายังไม่พูดอีก ก็ไม่ไหวแล้ว  บางคนก็เหมือนกับไม้ขีดไฟ  พอจุดก็ลุกพรึบ  เหมือนกับระเบิด พอเหยียบก็ดังสนั่น   คุณว่าฉันไม่ได้  พูดเมื่อไรฉันก็รับไม่ไหว  ความเห็นอะไรก็รับฟังไม่ได้   ความเห็นที่ดี   ความเห็นที่ไม่ดี   ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจรับไม่ได้ทั้งนั้น   ยิ่งไม่ค้นหาจากภายใน  ร้ายแรงมากแล้ว  อันนี้ไม่ขอตำหนิทุกท่าน  นับจากนี้ไปพวกท่านล้วนต้องระมัดระวังปัญหานี้  ต้องทำให้ได้ถึงขั้นว่าใครพูดก็ได้ทั้งนั้น  ถ้าหากมีก็แก้ไขเสีย   ไม่มีก็ระวังไว้  เมื่อท่านสามารถเผชิญกับการวิจารณ์ ตำหนิติเตียน โดยไม่หวั่นไหว ท่านก็กำลังยกระดับอยู่ (เสียงปรบมือ)

มีผู้ฝึกมักพูดเสมอว่า  ผู้ฝึกบางคนรู้ว่าตนเองมีข้อบกพร่อง  มีปัญหา  และไม่ยอมให้คนพูด  แน่ละข้าพเจ้าไม่ได้แนะนำให้ทั้งหมดไปตำหนิผู้อื่น   แต่ผู้อื่นจะมองเห็นว่ามีปัญหา หรือจะกระทบต่อการอธิบายความจริง  กระทบต่อความร่วมมือของทุกท่าน ก็ต้องพูด  ฝ่าเซินของข้าพเจ้าก็จะอาศัยปากของผู้ฝึกคนใดคนหนึ่งสะกิดเตือนท่าน พวกท่านเดินผ่านขั้นตอนการบำเพ็ญมานานถึงเพียงนี้แล้ว  ทุกท่านทุ่มเทไปแล้ว มากมายเช่นนั้น  ช่างลำบากจริงๆ   สิ่งที่พวกท่านทำไปทั้งหมดนั้นข้าพเจ้ามองเห็นเต็มตาแล้ว  ซึ่งยอดเยี่ยมมากจริงๆ  แต่ว่าจากสิ่งนี้ที่เป็นพื้นฐานที่สุด  เป็นแก่นแท้ที่สุด ที่จะพิสูจน์ว่าคนๆหนึ่งนั้นเป็นผู้บำเพ็ญหรือไม่  หากไม่อยากให้ผู้อื่นพูดถึงสิ่งนี้ ก็ต้องทิ้งมันไป   ด้านไหนๆท่านทำได้ดีหมดแล้ว  ด้านนี้ทำไม่ดี นั่นล้วนไม่อาจเป็นผู้บำเพ็ญ  ในอดีต ผู้บำเพ็ญนั้นก่อนอื่นใดต้องทำด้านนี้ก่อน  นี่ยังเป็นเงื่อนไขในการคัดเลือกศิษย์  ข้าพเจ้าก็ทำเช่นนี้ ก่อนที่ศิษย์ต้าฝ่าจะถูกประทุษร้าย ในวันที่ 20 กรกฎาคม 99   หลังจากวันที่ 20 กรกฎาคม 99    ข้าพเจ้าก็ไม่เน้นการพูดถึงปัญหานี้  วันนี้ข้าพเจ้ายกปัญหานี้ขึ้นมาอีก  ในขณะเดียวกันก็นำสสารที่ก่อเกิดขึ้นมานั้น(จิตยึดติด)ออกมา (เสียงปรบมือ) แต่สิ่งที่กลายเป็นความเคยชิน พวกท่านก็ต้องแก้ไข  จำเป็นต้องแก้ไข  พึงระวังไว้เสมอ  นับแต่นี้ไป ใครที่ยังไม่ยอมให้คนว่ากล่าวอีก  คนนั้นก็คือไม่ก้าวหน้า   ใครที่ยังไม่ยอมให้คนว่ากล่าวอีก คนนั้นแสดงออกมาก็ไม่ใช่สภาพของผู้บำเพ็ญ  อย่างน้อยที่สุดก็คือในจุดนี้ (เสียงปรบมือใครยังข้ามด่านนี้ไปไม่ได้  ข้าพเจ้าขอบอกท่านทั้งหลาย นั่นย่อมอันตรายอย่างยิ่งแล้ว  เพราะว่านั่นเป็นแก่นแท้ของผู้บำเพ็ญ  และเป็นสิ่งที่ควรละทิ้งไปที่สุด   และต้องทิ้งไปให้ได้   ไม่ทิ้งไปก็ไม่อาจก้าวไปสู่การหยวนหมั่น  อย่าเปลี่ยนเป็นคนธรรมดาสามัญที่ทำงานของศิษย์ต้าฝ่า  จะต้องหยวนหมั่น ไม่ใช่เพื่อความสุขและโชคลาภ

คนธรรมดาสามัญคิดจะทำเรื่องของศิษย์ต้าฝ่า สามารถทำได้หรือไม่ละ   คนเขาก็ทำกันแล้ว  ฉันก็ตะโกนว่าต้าฝ่าดี ฉันก็ไปแจกใบปลิวแล้ว  เรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าทำคนธรรมดาสามัญก็ทำแล้ว  แต่เขาก็ไม่บำเพ็ญ  เขาสามารถจะหยวนหมั่นเหมือนศิษย์ต้าฝ่าได้หรือ  ไม่ได้  แต่ว่าได้ทำเรื่องที่ใหญ่อย่างนี้แล้ว และยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ของประวัติศาสตร์  จะมองชีวิตๆนี้อย่างไรดีละ  นั่นก็ต้องได้ความสุขและโชคลาภที่ใหญ่  ข้าพเจ้าหวังว่าทุกท่านที่นั่งอยู่ ซึ่งบำเพ็ญมานานอย่างนั้นแล้ว  สุดท้ายอย่าได้เหลือเพียงความสุขและโชคลาภ เท่านั้นหนา (ที่ประชุมหัวเราะ)มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า  โชติช่วงชัชวาลกว่า  ทุกสิ่งนั้นของชีวิตที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริงรอคอยพวกท่านอยู่  ดังนั้นการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า หาใช่เพื่อความสุขและโชคลาภ  นับแต่นี้ไป  ทุกท่านไม่เพียงแต่สัมผัสกับคนธรรมดาสามัญ ระหว่างศิษย์ต้าฝ่าด้วยกันเอง ในด้านนี้ก็ต้องแก้ไขทัศนะอย่างถึงที่สุด  เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ทุกท่านก็ต้องทำกันเช่นนี้ (เสียงปรบมือดังกึกก้อง)

ขอถือโอกาสพูดเรื่องหนึ่งนะ  เมื่อเร็วๆนี้ศิษย์ต้าฝ่า โดยเฉพาะคือในอเมริกาเหนือ  ที่อื่นๆก็มีประเด็นนี้อยู่  ศิษย์ต้าฝ่ามากมายต่างเกี่ยวข้องกับการขายบัตรและการจัดเตรียมงานราตรีฉลองปีใหม่ของสถานีโทรทัศน์ซินถังเหริน  เนื่องจากอากาศค่อนข้างหนาว  ท่านทั้งหลายลำบากกันมาก และทุ่มเทใจไปมากมาย  ข้าพเจ้าเห็นศิษย์ต้าฝ่าแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าบางๆ แสดงอยู่บนถนนเพื่อการขายบัตรในอากาศที่หนาวเย็นหิมะเต็มพื้น   ระหว่างพวกท่านด้วยกันเองอาจจะทำกันอย่างนี้ทั้งนั้น ไม่ค่อยรู้สึกอะไร  แต่ในสายตาของเทพนั้นไม่เหมือนกัน  ข้าพเจ้าในฐานะอาจารย์เมื่อมองดูก็ยังยากที่จะไม่รู้สึกสะเทือนใจ  ทุกท่านช่างยอดเยี่ยมแล้ว  พูดถึงตรงนี้ ข้าพเจ้าขอพูดถึงงานราตรีฉลองปีใหม่ของชาวจีนโพ้นทะเลทั่วทั้งโลกว่าทำไมสำคัญเช่นนี้  พวกท่านทราบไหมว่า  เรื่องที่งานราตรีฉลองปีใหม่ของชาวจีนโพ้นทะเลนี้แบกรับไว้นั้นใหญ่แค่ไหน

พรรคมารคอมมิวนิสต์จีนมุ่งใช้การแสดงศิลปะเป็นเครื่องมือเผยแพร่ กรอกวัฒนธรรมพรรคและล้างสมองชาวจีน คนที่ออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ล้วนทราบดี  ทุกๆปีมันจะจัดงานราตรี “เชื่อมสัมพันธไมตรีวันตรุษจีน”  รายการทั้งหมดเป็นเพลงสดุดีพรรคชั่ว มีลักษณะเป็นการเมืองที่แรงมาก   งานราตรีวันปีใหม่ของซินถังเหรินนั้นกลับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่กว่า เรียกว่า “งานราตรีวันปีใหม่ของชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก”  คำว่าทั่วโลกนั้นย่อมรวมถึงจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยอย่างแน่นอน  ดังนั้นทุกท่านคิดดู เรื่องนี้ใหญ่มากใช่หรือไม่  คำว่าทั่วโลกนี้ก็คือสากลนะ  คำว่า “สากล”นั้น ก็ต้องหมายถึงมาตรฐานสากลใช่หรือไม่  ผู้ฝึกนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ  สามารถทำให้การแสดงของงานราตรีในหลายปีนี้ดีได้ถึงเพียงนี้   มาตรฐานสูงอย่างนี้  ไม่ว่ามาตรฐานโดยรวมของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุดผู้คนก็ไม่เห็นช่องโหว่ (หัวเราะ) (ที่ประชุมหัวเราะ  ปรบมือ) ล้วนสะท้อนออกมาดีมากโดยทั่วหน้า  ดังนั้นข้อกำหนดต่อมาตรฐานของ นักแสดง  ผู้กำกับ  ผู้ประพันธ์เพลง  วงดนตรีเหล่านี้เป็นต้น จึงสูง  ดังนั้นหลายอย่างก็ต้องเริ่มต้นจากพื้นฐาน  และทุกท่านทราบว่า ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยพูดว่า ไม่ว่าผลของงานราตรีโดยรวม หรือว่าแต่ละะเพลงที่ร้องออกมาโน้ตดนตรีที่บรรเลงออกมา  การแสดงทั้งหมดนี้ที่มีอยู่ของศิษย์ต้าฝ่า  ในอีกมิติหนึ่ง(มัน)ส่งผลในการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า  พลังงานที่ปล่อยออกมานั้นใหญ่มาก  เป็นการดับสลายสิ่งชั่วร้าย และศิษย์ต้าฝ่าทำอะไร คนในอนาคตจะเรียนรู้ตาม  จะเหลือวัฒนธรรมอะไรไว้ให้คนในอนาคต  ศิษย์ต้าฝ่ากำลังริเริ่มทำอยู่  และเป็นการชำระล้างวัฒนธรรมพรรคชั่ว ใช่หรือไม่  ดังนั้นพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีนจึงพยายามก่อกวนอย่างชั่วร้ายเช่นนั้น  ในการแสดงก็ส่งผลในการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า ช่วยเหลือสรรพชีวิตโดยตรง  ดังนั้นผลสะท้อนจึงค่อนข้างใหญ่  ผลที่เกิดขึ้นก็ค่อนข้างดี   ถ้าพวกเราสามารถทำต่อไปได้เรื่อยๆเช่นนี้ ไม่เหมือนกับตอนนี้ที่แสดงไม่กี่รอบก็จบแล้ว  ควรแสดงหลายๆรอบยิ่งขึ้น  เช่นนั้นจะมีสรรพชีวิตได้รับการช่วยเหลือมากสักเท่าไรละ   พวกท่านทราบไหม  คนที่ดูงานราตรีครั้งนี้จบลง  พอเดินออกจากโรงละครนี้  ความคิดที่ไม่ดีทั้งหมดที่มีอยู่ก็สลายไปแล้ว  ความนึกคิดที่ไม่ดีล้วนไม่มีแล้ว (เสียงปรบมือ) ดังนั้นคนจึงรู้สึกมีความประทับใจมาก

ข้าพเจ้าก็ขอพูดเพียงเท่านี้   แน่ละข้าพเจ้าทราบว่า ทุกท่านยังอยากฟังอีก (หัวเราะ)(เสียงปรบมือ) ข้าพเจ้าทราบดี ช่วงก่อนหน้านี้ในการบำเพ็ญนั้นมีปัญหาหลายอย่าง  ในระหว่างผู้ฝึกด้วยกันก็มีวิธีคิดมากมาย  ต่อจากนี้ข้าพเจ้าจะใช้เวลาช่วงหนึ่ง ตอบคำถาม ทุกท่านถามคำถามได้ (เสียงปรบมือ) เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง  ผู้ฝึกเราที่ตั้งคำถาม ใคร่ครวญสักนิดว่า ปัญหาของท่านนั้นควรจะถามหรือไม่  (หัวเราะมิฉะนั้นแล้วกระดาษคำถามกองขนาดนั้นที่ส่งขึ้นมา พวกเราอ่านกันวันนี้ก็ไม่หมด และก็ตอบให้ไม่หมด จากนี้ไปทุกท่านนำปัญหาส่งขึ้นมาได้

 

คำถาม-คำตอบ

ศิษย์ถาม พวกเราส่งอีเมล์อธิบายความจริงเปิดโปงพวกมารร้ายให้แก่สังคมกระแสหลัก รัฐบาล และองค์กรของประเทศต่างๆ จากแง่มุมของสิทธิมนุษยชน ได้ผลดีมาก อีกทั้งได้จัดเก็บที่อยู่เป็นฐานข้อมูลไว้หลายล้านรายการ ผู้ฝึกส่วนหนึ่งเห็นว่าฐานข้อมูลที่มีค่านี้ของเรา ควรใช้เพื่องานอธิบายความจริง เปิดโปงพวกมารร้ายเป็นหลัก ผู้ฝึกอีกส่วนหนึ่งกลับเป็นว่าควรใช้ฐานข้อมูลนี้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด รวมทั้งใช้สำหรับแจ้งเรื่องกิจกรรมต่างๆ ประกาศแถลงการณ์ โฆษณางานราตรีสโมสร รายงานข่าวกิจกรรมปกป้องสิทธิมนุษยชนของจีนเป็นต้น ปัญหานี้ค่อนข้างเป็นรูปธรรม แต่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อหากจัดการไม่ดีจะส่งผลกระทบที่ไม่ดี

อาจารย์ งานที่พวกท่านทำในวันนี้ ก่อนอื่นพวกท่านต้องเข้าใจให้แจ่มแจ้ง พวกท่านกำลังช่วยเหลือสรรพชีวิต งานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือสรรพชีวิต พวกท่านไม่จำเป็นต้องทำ บอกพวกเขาเรื่องที่ศิษย์ต้าฝ่าถูกประทุษร้าย บอกเรื่องต้าฝ่าให้แก่พวกเขาแล้ว เรื่องอื่นก็กลายเป็นเรื่องไม่สำคัญแล้ว

      แน่นอนปัญหาที่เป็นรูปธรรมเหล่านี้ต้องไปดูอย่างเป็นรูปธรรม หากท่านคิดจะกระตุ้นพวกเขาร่วมรณรงค์การปกป้องสิทธิมนุษยชนของคนธรรมดาสามัญละก็ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของศิษย์ต้าฝ่า สื่อที่พวกท่านทำสามารถทำให้เป็นที่สนใจ สามารถเสนอข่าวสารให้แก่สังคม เปิดโปงพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีน มีจุดหนึ่งพวกท่านต้องเข้าใจให้แจ่มแจ้ง พวกท่านไม่ใช่คงอยู่เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน แต่การปกป้องสิทธิมนุษยชน การปรากฏออกมาของรูปแบบนี้กำลังช่วยศิษย์ต้าฝ่ายืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า (เสียงปรบมือ) เรื่องที่เป็นหลักและเรื่องที่เป็นรองพวกท่านต้องแยกแยะให้ชัดเจน! สำหรับเรื่องส่งเสริมการขายบัตรงานราตรีสโมสร แน่นอนนั่นก็เพื่อให้พวกเขาเข้าใจต้าฝ่าและศิษย์ต้าฝ่า (หัวเราะ)

ศิษย์ถาม พวกเรามีความคิดอย่างหนึ่ง อยากจะถ่ายทำเทปบันทึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จีนยุคปัจจุบันหนึ่งชุด และเทปบันทึกเกี่ยวกับประเพณีพื้นบ้านของประวัติศาสตร์จีนยุคใกล้ เพื่อปรับความเข้าใจที่ผิดๆ ต่อประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในสมองผู้คนให้ถูกต้อง

อาจารย์ ข้าพเจ้าเข้าใจเรื่องเหล่านี้ ไปทำได้

ศิษย์ถาม ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถแยกแยะ คัดเลือกข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง โดยได้ข้อสรุปที่ถูกต้องได้อย่างไร

อาจารย์ สิ่งที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ดีที่สุดถ้าจะมีการบันทึกเป็นเทป ก็จะไม่มีการปลอมแปลง หากได้หลักฐานและเข้าใจเรื่องนี้จากหลายๆ ด้าน ข้าพเจ้าคิดว่าก็จะได้ข้อสรุปที่ถูกต้องที่สุด มีจุดหนึ่งพึงต้องระวัง คือสิ่งที่พรรคชั่วคอมมิวนิสต์เปิดเผยออกมาล้วนแต่เป็นของปลอม ท่านอย่าไปเชื่อ หลายปีมานี้พรรคชั่วล้วนแต่กำลังหลอกลวงประชาชนจีน ล้วนแต่กำลังหลอกลวงผู้คน

ศิษย์ถาม ในการอธิบายความจริงต่อผู้คนของสังคมกระแสหลักทางตะวันตก ในขั้นตอนของการเปิดโปงมารร้าย พวกเราได้รับข้อมูลตอบกลับ (feedback) ด้านตรงมากมาย บางคนยังสอบถามว่าพวกเขาสามารถทำอะไรที่เป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้พวกเราได้จัดตั้งกองทุนเพื่อมนุษยธรรม เพื่อให้บุคคลผู้มีคุณธรรมที่ไม่ใช่ผู้ฝึกแต่อยากจะสนับสนุนพวกเราสามารถเข้ามาร่วม ปัญหาหนึ่งที่เรามีคือ มีคนบริจาคเงินให้กับศิษย์ต้าฝ่าที่ประสบความลำบาก เราควรจะโอนเงิน ประสานอย่างไร ในอนาคตเงินบริจาค การรวบรวมเงินกองทุน ควรจะจัดการอย่างไร

อาจารย์ กับปัญหานี้ข้าพเจ้าเคยบอกพวกท่านในระยะแรกของการถ่ายทอดฝ่า ข้าพเจ้าบอกว่า กล่าวสำหรับการบำเพ็ญต้าฝ่านั้น ไม่สามารถจะสะสมเงินทองและสิ่งของ อย่างนั้นมีแต่จะส่งเสริมให้ยึดติด ไม่มีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญแม้แต่น้อย นอกจากนี้พวกท่านกำลังบำเพ็ญอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ และไม่ต้องการเลี้ยงดูค้ำจุนของคนธรรมดาสามัญ แน่นอนละ มีศิษย์ต้าฝ่าเป็นผู้ออกบวชอยู่บางราย นั่นจัดว่าเป็นกรณีพิเศษ ข้าพเจ้าพูดถึงกรณีทั่วๆ ไป เช่นนั้นในสภาพการณ์เช่นนี้ ข้าพเจ้าไม่สนับสนุนการรวบรวมเงินทองโดยสิ้นเชิง ไม่อนุญาตให้ผู้ฝึกไปจัดเก็บเงินทุน และไม่อนุญาตให้ไปรวบรวมเงินทุนต่อสังคมเหมือนอย่างศาสนาอื่นๆ เรื่องเหล่านี้พวกเราไม่ทำ

        แต่หลังจากถูกประทุษร้ายตั้งแต่ 20 กรกฎาคม ปี 1999 สภาพการณ์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบหนึ่ง ศิษย์ต้าฝ่าอธิบายความจริง ช่วยเหลือสรรพชีวิตล้วนต้องการเงินทุน รายได้ส่วนบุคคลนั้นมีข้อจำกัด การประทุษร้ายครั้งนี้ได้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน จะแก้ไขปัญหานี้ จึงต้องการเงินทุนจำนวนมากในการเปิดโปงการประทุษร้าย อย่างน้อยที่สุดพวกท่านพิมพ์เอกสารก็ต้องใช้เงินทุนไปพิมพ์ ศิษย์ต้าฝ่าจัดทำสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ หนังสือพิมพ์ล้วนต้องการเงินทุน ยังมีเรื่องต่างๆ  โครงการต่างๆ มากมายล้วนต้องการ(เงินทุน) ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ ข้าพเจ้าเคยพูดกับศิษย์ต้าฝ่าผู้รับผิดชอบโครงการบางคน ข้าพเจ้าพูดว่าพวกเราได้แต่ขอร้องรัฐบาลของประเทศต่างๆ หรือกองทุน หรือธุรกิจใหญ่ต่างๆ ให้การช่วยเหลือในเรื่องนี้ แต่ในความเป็นจริงพวกอิทธิพลเก่าได้ทำการขัดขว้างเรื่องนี้อย่างรุนแรง ภาวะการลงทุนที่ร้อนแรงของสังคมจีนในหลายปีมานี้ ประเทศต่างๆ พากันไปลงทุน ไม่กล้าให้การช่วยเหลือด้านเงินทองแก่ฝ่าหลุนกง กลัวว่าจีนคอมมิวนิสต์จะส่งผลร้ายต่อธุรกิจของเขา ดูๆ แล้วต่อหน้าผลประโยชน์ต่างก็เอาจิตสำนึกเข้าแลก ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้จึงยากอย่างยิ่งที่จะขอรับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากเขา

      เช่นนั้นในขั้นตอนของการอธิบายความจริง ผู้ฝึกหลายคนไดพบกับผู้คนจำนวนหนึ่งที่ดีมากจริงๆ หลังจากที่พวกเขาได้รับรู้ถึงความชั่วร้ายของการประทุษร้ายครั้งนี้แล้ว หลายๆ คนให้เงินทองช่วยเหลือผู้ฝึก ในกรณีเช่นนี้จะทำอย่างไร ข้าพเจ้ายังคงพูดอย่างนี้ พยายามไม่ไปขอรวบรวมเงินทุนจากผู้คนทั่วไป อย่าได้ทำเช่นนี้ ถ้าแม้นมีคนที่ให้มาเอง ในเมื่อได้รับมาแล้วก็ให้แล้วไป ให้ใช้ในเรื่องจำเป็นทีสุดและขาดแคลนเงินทุนนะ ได้แต่พูดอย่างนี้ ข้าพเจ้าไม่เสนอให้ทำ แต่ถ้าหากต้องการจะให้จริงๆ บางครั้งท่านไม่รับเขาจะรู้สึกว่าท่านแปลก เช่นนั้นก็รับเถอะ บางครั้งเรื่องที่พวกท่านทำต้องให้พวกเขาเข้าใจจึงจะสามารถช่วยเหลือเขา ดังนั้นเมื่อกรณีเช่นนี้จริงๆ ก็รับเถิด

              แต่ การจัดการเงินทองต้องให้เกิดปัญหา ข้าพเจ้ารู้บางโครงการ บางจุดมีปัญหาด้านเงินทอง ข้าพเจ้าไม่อยากจะพูด คนที่มีปัญหาทางด้านนี้ ข้าพเจ้าคิดว่าท่านคงไม่อยากจะบำเพ็ญแล้ว เหล่าเทพต่างกำลังเฝ้ามองท่านอยู่นะ กล่าวสำหรับผู้บำเพ็ญเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก

ศิษย์ถาม พวกเราจะจัดความสัมพันธ์ให้ถูกต้องได้อย่างไร ระหว่างการปกป้องสิทธิมนุษยชนของปวงชน คัดค้านการประทุษร้าย กับส่งเสริม “ซันทุ่ย” (การลาออกจากสมาชิกภาพจากสามองค์กรของพรรคคอมมิวนิสต์)

อาจารย์ “ซันทุ่ย” (การลาออกจากสมาชิกภาพจากสามองค์กรของพรรคคอมมิวนิสต์) พวกท่านกำลังช่วยเหลือคน กำลังช่วยเหลือสรรพชีวิต กำลังช่วยเหลือประชาชนของจีนแผ่นดินใหญ่ นอกประเทศแผ่นดินใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ข้าพเจ้าเคยบอกแล้วว่า ในยุโรปตะวันออก เมื่อครั้งที่ค่ายลัทธิคอมมิวนิสต์อันชั่วร้ายล่มสลายไปทั้งหมด ประชาชนที่นั่นได้ทำในสิ่งที่พวกเขาควรทำ พวกเขาทำให้มันล่มสลายไป กล่าวสำหร้บคนในจีนแผ่นดินใหญ่ ยังไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นจริง ดังนั้นพวกเขาคิดจะฟอกตัวเองให้สะอาด ก็จะต้องตัดขาดจากพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีน องค์กรอันชั่วร้ายพวกนั้น

              เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า การรณรงค์สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของคนธรรมดาสามัญ ฝ่าหลุนกงไม่ใช่องค์กรทางการเมืองอย่างแน่นอน พวกท่านต้องจำจุดนี้ให้ชัดเจน ไม่ว่าคนที่ออกมาคัดค้านเพื่อความถูกต้องในจีนแผ่นดินใหญ่ หรือคนที่ก้าวออกมาพูดให้(ความเป็นธรรม)แก่ฝ่าหลุนกง ล้วนเป็นเทพ ที่จัดวางพวกเขาให้ความร่วมมือกับศิษย์ต้าฝ่า ไม่ใช่ศิษย์ต้าฝ่าให้ความร่วมมือกับพวกเขาอย่างแน่นอน การรายงานข่าวมากๆ ในหนังสือพิมพ์ การให้ความสนใจห่วงใยพวกเขา เรื่องนี้ไม่มีปัญหา แต่พวกท่านต้องไม่สับสนข้างไหนเบา ข้างไหนหนัก ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร จะต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ให้แจ่มแจ้ง! พวกเราไม่ใช่องค์กรทางการเมืองของคนธรรมดาสามัญ พวกท่านจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดเข้าไปในนั้นไม่ได้ แต่พวกท่านสามารถใช้สื่อที่พวกท่านจัดทำไปรายงานข่าว ไปเปิดโปงการประทุษร้าย แน่นอนบางคนก้าวออกมาพูดให้(ความเป็นธรรม)เพื่อฝ่าหลุนกงโดยตรงและถูกประทุษร้าย ในกรณีอย่างนี้พวกท่านอาจให้ความสนใจให้มากสักหน่อย รายงานข่าวให้มากสักหน่อย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของพวกเขาต้องติดตาม ทำอย่างนี้ไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญคือพวกท่านจะต้องเข้าใจให้แจ่มแจ้ง ฟังให้ดีนะ พวกท่านช่วยเหลือทำบางสิ่งบางอย่างนั้นสามารถทำได้ แต่พวกท่านต้องเข้าใจให้แจ่มแจ้ง เรื่องนี้เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือพวกท่าน การบำเพ็ญและการช่วยเหลือสรรพชีวิตจึงจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของพวกท่าน (เสียงปรบมือ)

ศิษย์ถาม คำเคล็ดของพลักกง 5 ชุด จะแปลเป็นภาษาอื่นได้หรือไม่

อาจารย์ ในระยะแรกตอนที่แปลภาษาอังกฤษอยู่ ข้าพเจ้าเคยพูดว่า คำเคล็ดของเจิ้งฝ่าแปลไม่ได้ ทำไมแปลไม่ได้นะหรือ คำเคล็ดของเจิ้งฝ่านั้นเชื่อมโยงกับดนตรีของจักรวาล กับองค์ประกอบมากมายของจักรวาล กับสัญญาณของจักรวาล ท่านท่องจนมันสั่นสะเทือน จึงจะสามารถบังเกิดผลที่ยิ่งใหญ่กับจักรวาลที่ประสานกัน ถ้าเสียงเปลี่ยนไปก็จะไม่บังเกิดผลอันนี้ เทพเข้าใจ ท่านท่องอะไร ท่านไม่ต้องออกเสียง ท่านคิดอยู่ในใจเขาก็รู้ แต่จะใช้มันโดยตรงให้บังเกิดผลก็จะทำไม่ได้ ดังนั้นตลอดมาข้าพเจ้าจึงไม่ให้พวกท่านแปล

              ที่จริงข้าพเจ้าบอกกับพวกท่านตลอดมา ข้าพเจ้าบอกว่าวัฒนธรรมจีนเป็นวัฒนธรรมที่เทพถ่ายทอดในที่ของมนุษย์ เป็นวัฒนธรรมของกึ่งเทพ ดังนั้นองค์ประกอบของวัฒนธรรมมากมายข้างในมีความหมายที่ลึกซึ้งมาก ในขณะที่ภาษา ตัวอักษรของชนชาติอื่นบนสวรรค์ไม่มี แต่ตัวอักษรแบบนี้ของจีนมีความใกล้เคียงมากกับตัวอักษรบนสวรรค์ กับวิธีเขียนตัวหนังสือของบนสวรรค์เป็นวิธีเขียนที่เหมือนกัน การขีด เส้นตวัดไม่เหมือนกัน ตัวหนังสือของชนชาติอื่นบนสวรรค์ไม่มี มีคนมองเห็นเทพบนสวรรค์ใช้ตัวหนังสือของชนชาติหนึ่งเขียนอะไรให้คนดู ที่จริงนั่นคือเทพเสกออกมาให้คน ให้ท่านอ่านตัวหนังสือเข้าใจเท่านั้นเอง เพราะวัฒนธรรมของจีนเป็นวัฒนธรรมของกึ่งเทพ ไม่ใช่ว่าทั้งหมดใช่ และก็ไม่ใช่ว่าทั้งหมดไม่ใช่ ก็เป็นสภาพการณ์เช่นนี้

ศิษย์ถาม สาขาอาชีพที่ไม่มีศิษย์ต้าฝ่าอยู่จะไม่มีคงอยู่ ใช่ไหม? (ที่ประชุมหัวเราะ) เช่นอาชีพสายลับเป็นต้น  (ที่ประชุมหัวเราะ)

อาจารย์ ใช่ ข้าพเจ้าพูดแล้วว่าในอนาคตจะไม่มีอาชีพสายลับ ตัดหนทางอนาคตของมันทิ้งไป (เสียงปรบมือ) ถ้าจะให้พูดว่าสาขาอาชีพอื่นๆ จะมีคงอยู่หรือไม่ ที่จริงตามที่ข้าพเจ้ารู้ ทุกสาขาอาชีพล้วนมีศิษย์ต้าฝ่า ข้าพเจ้ารู้ว่าคนในระดับประธานธิปดีก็มี ในระดับสังคมชั้นสูงๆ ก็มีคนบำเพ็ญ เพียงแต่การแสดงออกของพวกเขาแตกต่างออกไป ศิษย์ต้าฝ่าในจีนแผ่นดินใหญ่มีอยู่ในทุกสาขาอาชีพแล้ว ในสาขาอาชีพอะไรล้วนก็มีคนบำเพ็ญต้าฝ่ากันอยู่

ศิษย์ถาม ในเมื่อวิญญาณชั่วคอมมิวนิสต์ปรากฏออกมาครั้งแรกที่สุดอยู่ที่คอมมูนปารีส เช่นนั้นที่ตรงนั้นยังมีรากของมันอยู่หรือไม่ ยังมีคงอยู่เป็นพิเศษที่ปารีสและฝรั่งเศสหรือไม่ ขณะนี้ยังมีอิทธิพลอะไร

อาจารย์ รากของมันไม่อยู่ตรงนั้น รากของมันอยู่ที่ประเทศจีน และก็ได้ถอนขึ้นมาแล้ว วิญญาณร้ายของพรรคชั่วทั้งหมด มังกรร้ายสีแดงถูกตีแตกยับไปทั้งตัวแล้ว นอกจากนี้องค์ประกอบที่มันก่อตั้งขึ้นในความคิดของประชาชนและในขอบข่ายวัฒนธรรมต่างๆ มาเป็นเวลายาวนาน สิ่งเหล่านี้ล้วนกำลังถูกขจัดทิ้งไป และอยู่ในขั้นตอนของการขจัดทิ้งไป ถ้าไม่ใช่ประเทศของพรรคชั่วก็ไม่มีอิทธิพลโดยตรง

ศิษย์ถาม ขอท่านอาจารย์อธิบายบทบาท(ประโยชน์)ของเว็บไชต์หมิงฮุ่ยให้พวกเราทราบ โดยเฉพาะเว็บไชต์หมิงฮุ่ยในภาษาต่างๆ.......

อาจารย์ จุดเด่นของเว็บไชต์หมิงฮุ่ยก็คือรายงานเหตุการณ์ความเป็นจริงของการประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าจีนแผ่นดินใหญ่เป็นหลัก นั่นเป็นข้อมูลโดยตรงของการเปิดโปงมารร้าย มากกว่าร้อยละเก้าสิบเก้าของการรายงานทั้งหมดเป็นความจริง กระทั่งเต็มร้อย เว็บไชต์หมิงฮุ่ยแตกต่างกับสื่ออื่นๆ โดยทั่วไป พวกท่านสามารถนำเหตุการณ์ความเป็นจริงเหล่านี้แปลเป็นภาษาต่างๆ และนำขึ้นเว็บ ถ้ามีกำลังความสามารถ มีทรัพยากร (พวกท่าน)สามารถไปจัดทำ จัดทำเว็บไชต์หมิงฮุ่ยในภาษาต่างๆ ก็คือนำสิ่งที่อยู่บนเว็บไชต์หมิงฮุ่ยให้คนทั่วโลกได้ดูทุกวัน

ศิษย์ถาม เป็นไปได้ไหมว่า อิทธิพลเก่าได้ใส่ชีวิตด้านลบอยู่ในจิตรองของศิษย์ต้าฝ่า

อาจารย์ อย่าคิดมากขนาดนั้น (ที่ประชุมหัวเราะ) ไม่มีช่องว่างใดที่อิทธิพลเก่าไม่เจาะ แม้แต่ศิษย์ต้าฝ่าที่ข้าพเจ้านำพาในประวัติศาสตร์ที่แท้จริง พวกมันก็ใช้เล่ห์กล ไม่เป็นไร เพียงแต่ศิษย์ต้าฝ่าสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า ปฏิบัติตามข้อกำหนดของต้าฝ่าก็จะไม่มีปัญหา

ศิษย์ถาม ถ้าทำได้ ศิษย์ต้าที่อยู่ข้างตัวฟาเจิ้งเนี่ยนด้วยกัน สามารถจะปฏิเสธ ขจัดทิ้งอย่างถอนรากถอนโคนได้ไหม

อาจารย์ เวลาที่พวกท่านฟาเจิ้งเนี่ยน ขจัดองค์ประกอบที่ไม่ดีของตัวเองอยู่นั้น ก็มีองค์ประกอบนี้อยู่ด้วยแล้ว ได้ทำมาตั้งนานแล้ว

ศิษย์ถาม ขอท่านอาจารย์ช่วยอธิบาย จานของอิทธิพลเก่า กลไกที่ใส่ไว้ มีอิทธิพลต่อการช่วยเหลือสรรพชีวิตของศิษย์ต้าฝ่า

อาจารย์ ในแต่ละมิติล้วนมีจานหนึ่งใบ จานใบนี้ที่จริงก็คือปรากฏการณ์ของฝ่าของจักรวาลที่ผ่านไป มันก็จักรวาลทั้งหมดจากจุลภาคถึงมหภาค ก็คือจานที่เชื่อมระโยงระยางลงมาจากมิติที่ประกอบขึ้นจากจุลภาค จนถึงมิติที่ประกอบขึ้นเป็นอณูที่ใหญ่ที่สุดชั้นพื้นผิว มันมีแกนหนึ่งอัน นั่นก็คือรูปแบบที่ปรากฏของฝ่าของจักรวาลที่ผ่านไป ต่อไปจะไม่ใช่เช่นนี้ (หัวเราะ) ดังนั้นข้าพเจ้าจึงสามารถอธิบายให้สรรพชีวิตฟัง แต่การเจิ้งฝ่า เรื่องนี้พวกมันได้ทำจานที่พิเศษเฉพาะอีก ในแต่ละมิติพวกมันก็ได้จัดทำเล่ห์กล และโยงใยถึงมนุษย์โลก กระทั่งได้ใส่จานอย่างนี้ในร่างกายคน ดังนั้น พอมันขยับ คนบนโลกก็จะปรากฏภาพของการเปลี่ยนแปลง ก็เพราะสิ่งเหล่านี้กำลังก่อผล ในการเจิ้งฝ่าสิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ในขั้นตอนของการกำจัดทิ้งไป มันไม่ก่อผลอย่างแน่นอนแล้ว

ศิษย์ถาม ศิษย์ต้าฝ่าโดยรวมฝึกจนสุกงอม กับการสิ้นสุดของการเจิ้งฝ่าสัมพันธ์กันอย่างไร

อาจารย์ มองดูจากเวลานี้ ดูเหมือนโดยพื้นฐานก้าวไปพร้อมกัน

ศิษย์ถาม ถ้าสายลับของมารร้ายบุกเข้ามาในบ้านของเรา เราสามารถจะป้องกันตัวเองได้หรือไม่ (ที่ประชุมหัวเราะ

อาจารย์ การป้องกันตัวเองสามารถทำได้ ที่จริงถ้าพวกท่านมีเจิ้งเนี่ยนที่แข็งแกร่ง ก็สามารถจะกำหนดให้เขาหยุดนิ่งได้ (เสียงปรบมือ) หันกลับมาพูดว่าการเป็นผู้บำเพ็ญ ถ้าสภาพจิตใจของตนไม่บริสุทธิ์ มีเจิ้งเนี่ยนไม่เพียงพอ ในใจหวาดกลัว ก็ไม่สามารถบรรลุผลเช่นนี้

ศิษย์ถาม “วงดนตรีแดนสวรรค์” ช่วยสรรพชีวิตอย่างไร ขอท่านอาจารย์ให้ความกระจ่าง (ที่ประชุมหัวเราะ)

อาจารย์ ท่านอยากฟังข้าพเจ้าก็จะพูดให้ท่านฟัง (เสียงปรบมือ) ทุกท่านทราบครั้งที่แล้วเมื่อ วงดนตรีเดินพาเหรดที่ไชน่าทาวน์ ที่ฟลัชชิ่ง ข้าพเจ้าก็มองเห็นภาพอย่างนี้ เมื่อวงดนตรีบรรเลง พลังงานที่ส่งออกมานั้นใหญ่มาก ไม่ว่าพลังงานส่งออกมาจากที่ใด นอกจากนี้เสียงที่ท่านส่งออกมา แล้วยังเสียงดนตรี ตัวของโน้ตเพลง ล้วนบังเกิดผลในการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า บังเกิดผลในการปล่อยพลังงาน

              ที่ไชน่าทาวน์ในวันนั้น ทุกๆ มิติบนสวรรค์เหล่าเทพจำนวนนับไม่ถ้วน เทพเต็มทั่วท้องฟ้า ลั่นกลองรบ ทหารสวรรค์ ขุนพลสวรรค์มากมายต่างบุกไปข้างหน้า ศิษย์ต้าฝ่าเป่าแตรพลังงานที่ปล่อยออกมาใหญ่มาก พวกท่านดูภาพยนตร์ เวลาระเบิดปรมาณูระเบิด คลื่นของแรงสั่นสะเทือนนั้นใหญ่มากใช่ไหม กำลังยังใหญ่กว่านั้นอีก (เสียงปรบมือ) เพราะมวลพลังงานที่ศิษย์ต้าฝ่าปล่อยออกมายังใหญ่กว่าปรมาณูอีก ยิ่งกว่านั้นแต่ละชั้นอนุภาคก็แข็งแกร่งมาก หมายความว่า ในเวลานั้น พอเสียงออกมาก็เป็นเงาวาวไปทั่ว ระเบิดปรมาณูยังมีขั้นตอนของการกระแทก หลังจากนั้นคลื่นของแรงสะเทือนก็เกิดเป็นพายุฝุ่นที่รุนแรงมาก ใช่หรือไม่ รอให้ฝุ่นหายตลบแล้ว มันจึงสะอาด นี่ก็ประเดี๋ยวเดียวก็สะอาดแล้ว หลังจากนั้นเงา ณ ที่ไกลจึงจะใช่หมอกควันฝุ่นที่ใหญ่มหึมาของการกระแทก เมื่อการบรรเลงดำเนินไป เงาแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว และสะอาดอย่างรวดเร็ว ณ ที่ไกลหมอกควันฝุ่นก็พวยพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ที่ๆ เงาไปถึง ก็สะอาดทั้งหมด

               ดังนั้นเมื่อพาเหรดไปบนถนน ไม่ว่าจะมีคนดูอยู่มากน้อยเท่าใด ในเวลานั้นข้าพเจ้ามองดูความคิดของคนธรรมดา โดยพื้นฐานพวกเขาเกิดความมึนชาไปเลย (ที่ประชุมหัวเราะ) โดยเฉพาะคนจีน มองดูอย่างตะลึงงัน เขาไม่มีความคิด เกิดอะไรขึ้น ความคิดที่ไม่ดีถูกชำระทิ้งไปแล้ว หลังจากนั้นเขาจึงนึกขึ้นมาได้ (เสียงปรบมือ) พูดว่า โอ้ ฝ่าหลุนกงยอดจริงๆ! (ที่ประชุมหัวเราะ) บางคนก็พูดว่า โอ้ ฝ่าหลุนกงที่อยู่ในสังคมสหรัฐฯ อยู่ๆ ทำไมก็มีวงดนตรีใหญ่ที่มีคนมากขนาดนี้นะ! (ที่ประชุมหัวเราะ) ในสังคมสหรัฐฯ ก็เป็นวงดนตรีที่ใหญ่มาก เที่ยวนี้มีคนเป่าขลุ่ยมากมายขนาดนี้! โดยเฉพาะ สมาชิกของวงดนตรีโดยหลักมีหน้าตาเป็นคนจีน หน้าตาของศิษย์ต้าฝ่าตะวันตกค่อนข้างน้อย โดยทั่วไปล้วนเป็นหน้าตาคนจีน ดังนั้นคนจีนในไชน่าทาวน์หลังจากดูแล้วก็คิด ต่างมีความรู้สึกแบบหนึ่งที่ได้ช่วงชิงเกียรติยศเพื่อประเทศจีนเสียอีก (ที่ประชุมหัวเราะ) คือในความคิดของเขาไม่มีสิ่งของด้านลบแล้ว ไม่มีความคิดที่ก่อผลด้านลบแล้ว บังเกิดผลเช่นนี้จริงๆ อันนี้หมายถึงคนจีน กล่าวสำหรับคนตะวันตก ก็เป็นสิ่งแปลงใหม่มาก ไม่เคยเห็นมาก่อน อยู่ๆ ก็มีวงดนตรีหน้าตาคนจีนวงที่ใหญ่ขนาดนี้ออกมา คนมากมายต่างก็ปรบมือ ร้องบอก “บรรเลงอีกเพลง” ! ดังนั้นได้ผลดีมาก

              แน่นอนในวงดนตรีก็มีศิษย์ต้าฝ่าเชื้อสายอื่นๆด้วย ซึ่งยอดเยี่ยมมากๆ เพราะศิษย์ต้าฝ่าเป็นองค์รวมนี่นะ ที่จริงผู้ฝึกที่ร่วมวงดนตรีวงนี้ขณะกำลังบรรเลงอยู่นั้น ตัวเองก็รู้สึกตื้นตันมากทีเดียว รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก

ศิษย์ถาม งานราตรีสโมสรปีใหม่ปีหน้าสามารถจะตระเวนแสดงไปรอบโลกไหม

อาจารย์ เรื่องของปีหน้ายังต้องดูตามเหตุการณ์ ถ้าไม่มีเงินทุนมากก็ทำไม่ได้ ทุกท่านทราบ คนจำนวนเป็นร้อยออกเดินทาง ต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากทีเดียว

ศิษย์ถาม เจ้าพนักงานของสังคมตะวันตกบางรายได้รับอิทธิพลจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีพฤติกรรมไม่ดีมากๆ เวลาอธิบายความเป็นจริงให้พวกเขา สามารถจะบอกพวกเขาหรือไม่ว่า พฤติกรรมของพวกเขาเหมือนข้าราชการพรรคคอมมิวนิสต์จีนมากกว่าจะเหมือนเจ้าพนักงานของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย

อาจารย์ อันนี้ไม่มีปัญหา พรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีนอาจจะควบคุมครอบงำบางคน ไม่ว่าท่านจะเป็นข้าราชการทางตะวันตก หรือข้าราชการจีน เมื่อความคิดสอดคล้องกับมัน มันก็ครอบงำท่าน

ศิษย์ถาม เราควรจะเชื่อหรือไม่ว่าฝ่าจะให้ปัญญาแก่เรา คุ้มหรือไม่ที่จะไปเรียนวิชาของคนธรรมดาสามัญ ระยะหลังนี้เวลาผมเขียนบทประพันธ์มีความยากลำบาก ผมอยากทราบว่าผมต้องยกระดับมาตรฐานของผม หรือมีสาเหตุอื่น

อาจารย์ ถ้าบทประพันธ์ของท่าน มีหนทางที่ถูกต้อง จะมีความยากลำบากน้อย ถ้ามีหนทางที่ไม่ถูกต้อง ความยากลำบากจะมีมาก หรือต่อปัญหาหนึ่งๆ (ถ้า)รับรู้เข้าใจว่ามีปัญหาก็จะมีความยากลำบากมาก (ถ้า)รับรู้เข้าใจว่าไม่มีปัญหา ก็จะมีความยากลำบากน้อย รับรองว่าเป็นเช่นนี้ สิ่งปาฏิหาริย์ต่างๆ มากมายเป็นสิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าสร้างขึ้นมา บางสิ่งบางอย่างพวกท่านสามารถไปศึกษา แน่นอน ไม่มีปัญหา ถ้าบอกว่าต้องสิ้นเปลืองเวลาไปศึกษามาก ต้องใช้เวลาไปศึกษามันเป็นเวลากี่เดือน กี่ปี กลับมาแล้วท่านค่อยไปยืนยันความจริงให้ฝ่า ข้าพเจ้าคิดว่าเช่นนั้นก็จบสิ้นแล้ว (ที่ประชุมหัวเราะ) ศึกษาก็ศึกษาเสียเปล่า ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่า บางสิ่งบางอย่างนั้นตัวเองต้องตรึกตรองดู กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า ก็ใช้ความคิดของผู้บำเพ็ญไปพิจารณาปัญหาเหล่านี้

ศิษย์ถาม “จิ่วผิง” สำคัญต่อคนเวียดนามไหม คนเวียดนามต้อง “ทุ่ยตั่ง” (การลาออกจากสมาชิกพรรคฯ) ไหม

อาจารย์ กล่าวสำหรับเวียดนามก็ดี คิวบาก็ดี เก่หลีเหนือก็ดี เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนล่มสลาย พวกมันก็ล่มสลายทั้งหมด ตั้งแต่ต้นพวกมันก็ถูกจัดให้คงอยู่เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ถ้าเหลือแต่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเพียงพรรคเดียวจริงๆ ละก็ คนพวกนั้นก็จะไม่กล้าสู้หน้ากับคนทั่วโลก ที่จริงเป็นการจัดเตรียมของอิทธิพลเก่า กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่าคือการบำเพ็ญ เป็นเพราะพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีนประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ศิษย์ต้าฝ่าจึงเปิดโปงการประทุษร้ายพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีน ยุติดารประทุษร้ายของมัน รากอยู่ที่ประเทศจีน (ถ้า)องค์ประกอบของพรรคคอมมิวนิสต์จีนดับสลายแล้ว (ประเทศ)อื่นๆ ก็จะดับสลาย ไม่ต้องไปทำทำอะไรเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าพวกมันก็เป็นสังคมของพรรคชั่ว ที่ตรงนั้นยังไม่มีการประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าเกิดขึ้น ดังนั้นจะไม่ถือเป็นจุดสำคัญที่จะทำอะไรกับมัน ในอนาคตเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนล่มสลาย ก็ล่มสลาย จบสิ้นตามกันไปทั้งหมด เวลานี้ไม่ไปแตะต้องพวกมัน

ศิษย์ถาม ศิษย์ต้าฝ่าจำนวนมากได้สรรค์สร้างผลงานด้านศิลปวรรณคดีที่ยอดเยี่ยมไว้มากมาย เช่นดนตรี โคลงกลอน บทเพลงเป็นต้น หลังจากเติมแต่งทางด้านศิลปะแล้ว เราสามารถจะเสนอผลงานให้แก่สังคมได้หรือไม่

อาจารย์ แน่นอนจะเป็นการดีมากทีเดียว ผลงานที่พวกเราสร้างสรรค์ ถ้าให้ประชาชนพากันมาร้อง นั่นไม่ใช่ดีมากหรือ ถ้าทั่วทั้งโลกรวมทั้งประชาชนจีนแผ่นดินใหญ่สวมใส่เสื้อยืด “ฝ่าหลุนต้าฝ่าดี” ข้าพเจ้าว่าพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีนก็หมดปัญญา (ที่ประชุมหัวเราะ) มีคนบอกว่ามีการเขียน “ฝ่าหลุนต้าฝ่าดี” “ทุ่ยตั่ง” ไว้บนธนบัตร (ที่ประชุมหัวเราะ) ข้าพเจ้าว่าวิธีนี้ดีจริงๆ (เสียงปรบมือ) มันเป็นเงิน จะทิ้งก็ทิ้งไม่ได้ จะทำลายก็ทำลายไม่ได้ (ที่ประชุมหัวเราะ)

ศิษย์ถาม ศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมดของเขตไฮ่เตี้ยน เป่ยจิงขอกล่าวสวัสดีต่อท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ พวกเราคิดถึงท่านอาจารย์มาก! (อาจารย์: ขอบใจทุกท่าน) (เสียงปรบมือ) ท่านอาจารย์โปรดวางใจ พวกเราจะปฏิบัติสามเรื่องให้ดีอย่างแน่นอน จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังต่อพวกเรา (อาจารย์: ข้าพเจ้าเชื่อ) (เสียงปรบมือ)

 

อาจารย์ ถ้าเป็นหลายปีก่อน ข้าพเจ้าจะรู้สึกว่าผู้ฝึกกำลังให้กำลังใจข้าพเจ้า (หัวเราะ) เวลานี้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเป็นความจริง ข้าพเจ้าเชื่อ

ศิษย์ถาม เราจะช่วยเหลือคนที่รักร่วมเพศ ให้ได้ผลมากยิ่งได้อย่างไร

อาจารย์ เป็นสรรพชีวิตนี่นะ ให้ช่วยเหลือเหมือนทำกับสรรพชีวิตทั่วไป ช่วยได้ก็ช่วย ไม่ปฏิบัติต่อเขาเป็นพิเศษ ท่านยิ่งปฏิบัติต่อเป็นพิเศษก็จะยิ่งช่วยเขาไม่ได้ ให้ไปช่วยเหมือนกับผู้คนทั่วไป ช่วยได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้ก็คือช่วยไม่ได้

ศิษย์ถาม ในวิดีโอเทปสอนพลังกงเดิมที่บันทึกไว้ ท่อนหนึ่งมีภาพอาจารย์กำลังบรรยายฝ่าที่มหาวิทยาสันติบาล ด้านหลังมีธงของพรรคชั่วแขวนห้อยอยู่ในหอประชุม เราต้องตัตมันทิ้งไปไหม หรือให้คงไว้ตามเดิมเป็นบันทึกของประวัติศาสตร์เวลานั้น

อาจารย์ จะตัดทิ้งก็ตัดทิ้งไป เพราะในเวลานั้นไม่ได้คิดจะทำลายคอมมิวนิสต์จีนประดุจเป็นเหมือนสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดจริงๆ ล้วนให้โอกาสแก่สรรพชีวิตทั้งมวล เป็นเพราะพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีนประทุษร้ายฝ่าหลุนกง มันได้กลายเป็นมารร้ายของสรรพชีวิตของจักรวาล ดังนั้นจึงต้องทำลายให้มันดับสูญ กำจัดมันทิ้งไป นี่เป็นสิ่งที่มันเลือกเอง

ศิษย์ถาม ไชน่าทาวน์ในซานฟรานซิสโกจะเป็นเหมือนนิวยอร์กที่ศิษย์พื้นที่อื่นๆ ให้การสนับสนุนอย่างนั้นหรือไม่

อาจารย์ ข้าพเจ้าคิดว่า คนที่มีความสามารถ คนมีเงื่อนไขเอื้ออำนวยก็ให้ไปช่วย ข้าพเจ้าก็เคยพูดปัญหานี้กับผู้รับผิดชอบของซานฟรานซิสโกแล้ว

ศิษย์ถาม ได้ฝ่าแล้ว ลาออกจากพรรคแล้ว แต่เนื่องจากจิตหวาดกลัวไม่เคารพต่อฝ่า ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว คนแบบนี้ยังมีอนาคตไหม

อาจารย์ สิ่งเหล่านี้ต้องดูตามสภาพการณ์ กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า การลาออกจากพรรคไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับแรก การช่วยเหลือสรรพชีวิต บอกให้สรรพชีวิตลาออกจากพรรคนั้นเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ถามว่ายังสามารถมีอนาคตหรือไม่ นี่ต้องดูว่าเขาได้ฝ่าแล้วไม่ยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก

ศิษย์ถาม งานราตรีสโมสรปีนี้คนที่ดูแล้วต่างก็บอกว่าดี สามารถจะให้ศิษย์จีนแผ่นดินใหญ่แจกจ่ายให้ประชาชนดูกว้างขวางได้หรือไม่ ใช้รูปแบบอย่างนี้กระตุ้นจิตวิญญาณของสรรพชีวิตในระดับกว้าง

อาจารย์ สามารถทำเช่นนี้ได้

ศิษย์ถาม ท่านอาจารย์เคยกล่าวว่า ร้อยละแปดสิบของสิ่งที่กำหนดเอาไว้ก่อนประวัติล้วนถูกอิทธิพลเก่าใช้อำนาจบีบบังคับและทำลายไป อย่างนี้จะส่งผลกระทบต่อสิ่งดีงามอันไร้ขีดจำกัดและความประสานกลมกลืนไม่ดับสลาย ซึ่งเป็นที่ต้องการของจักรวาลในอนาคตในครั้งแรกหรือไม่

อาจารย์ ที่พวกมันทำลายไปเป็นเพียงสิ่งที่จัดเตรียมไว้ จักรวาลใหม่เป็นอย่างไรนั้นพวกมันอยากเห็นก็มองไม่เห็น นอกจากนี้ศิษย์ต้าฝ่าถ้าบำเพ็ญสำเร็จสมบูรณ์ สำเร็จเป็นเทพ เป็นพุทธ เขาอยากจะสร้างโลกใบหนึ่งของตัวเอง เพียงหนึ่งความคิดก็สำเร็จ เพราะฝ่าของเขาเป็นสิ่งที่สำเร็จ ดังนั้นนี่ล้วนไม่ใช่ปัญหา ล้วนเป็นเรื่องที่เล็กน้อยอย่างยิ่ง ทำลายไปมากน้อยเพียงใดละ สูญเสียไปมากน้อยเพียงใดละ นั่นก็ต้องดูว่าอยากจะเอาไว้หรือไม่ อยากจะเอาไว้อะไรก็สำเร็จได้ กระทั่งฟื้นฟูกลับสู่สภาพไม่แตกต่างจากเดิมแม้แต่น้อยก็ทำได้

ศิษย์ถาม ประมาณครึ่งปีก่อน ศิษย์ทั้งหลายได้จัดโครงการหนึ่ง แต่เนื่องจากผู้รับผิดชอบไม่ละทิ้งจิตอิจฉาจนทำให้เกิดการรบกวน ทำให้ศิษย์ทั้งหลายที่คิดจะเดินหนทางของตัวเองมีอุปสรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า ในระหว่างนี้รูปแบบวิธีการที่ใช้ล้วนแต่ไม่ดีมากๆ อีกทั้งมีวัฒนธรรมพรรคติดอยู่ด้วย ประกอบกับคนส่วนใหญ่ของพวกเขาเดิมทีก็พึ่งพาผู้รับผิดชอบและฝอเซียะฮุ่ยอย่างมาก จึงเข้าใจพวกเราผิดอย่างมาก ศิษย์ไม่ได้ทำเรื่องต่างๆ ให้กระจ่างในช่วงเวลานี้ สิ่งที่รับรู้(อู้)ได้ในตอนนั้นคือ ด้านนี้เป็นด้านที่ให้ตัวเองบำเพ็ญ อีกด้านหนึ่งเป็นด้านที่ให้เพื่อนผู้บำเพ็ญได้บำเพ็ญ โดยรับรู้(อู้)ไม่ถึงว่า มารร้ายก็กำลังแย่งชิงเวลากับเรา เป็นผลทำให้กลายเป็นสถานการณ์นี้ในปัจจุบัน ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี

อาจารย์ ต้องมองดูตัวเองให้มากว่า ความคิดถูกต้องหรือไม่ ผู้กรณีของความขัดแย้งยิ่งแสดงอะไรที่ไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง ก็ยิ่งคิดว่าเขาทำไม่ถูกต้อง เป็นเขาที่ผิดแน่นอน การบำเพ็ญเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก การละทิ้งจิตยึดติดเป็นเรื่องที่ยากที่สุด ค้นหาจากภายในตัวเองให้มาก ก็จะค้นพบจิตยึดติดของตน ให้ทุกท่านค้นหาที่ตัวเอง ร่วมมือประสานงานซึ่งกันและกันให้ดีเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

          บางเรื่องที่เป็นรูปธรรมจะเสนอความเห็นที่ชอบด้วยเหตุผลนั้นสามารถทำได้ แต่ก็ต้องดูว่าความเห็นที่ตัวเองเสนอนั้นประสานเข้ากับส่วนรวมหรือไม่ กล่าวสำหรับผู้รับผิดชอบ เขาก็มีความยากลำบาก ไม่ได้ทำสิ่งเหล่านั้นก็ไม่มองปัญหาจากมุมนั้น ผู้ฝึกจำนวนมากล้วนออกมาจากโรงเรียน ไม่เคยรับผิดชอบงานอะไร ไม่มีประสบการณ์ พวกเราก็ถูกทดสอบด้วยโครงการที่รับผิดชอบ นอกจากนี้ผู้ฝึกบางคนที่เขียนจดหมายมาให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็อ่านแล้ว ถึงแม้จะสะท้อนปัญหาของคนอื่น อันที่จริงอักษรระหว่างบรรทัดล้วนเผยข้อบกพร่องของตัวเองในระหว่างการบำเพ็ญ บางคนยังยึดติดมาก กระทั่งบางคนก็สุดโต่งมากๆ บางคนก็พูดกับข้าพเจ้าอย่างมีจิตยึดติด บอกเล่าความไม่พึงพอใจในจิตใจ การเป็นผู้รับผิดชอบจะต้องรับฟังข้อเสนอแนะที่ชอบด้วยเหตุผล ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบก็จะต้องให้ความร่วมมือให้ดีในเรื่องที่ตัวเองทำ พวกท่านกำลังบำเพ็ญ ไม่ใช่สักแต่จะทำงานเท่านั้น

              แน่นอน ความเห็นที่ควรเสนอยังคงต้องเสนอ ทุกสิ่งล้วนต้องไปทำเหมือนอย่างศิษย์ต้าฝ่าทำ ผู้รับผิดชอบโคลงการได้ยินแล้วก็ต้องค้นหาที่ตัวเอง ก็ต้องบำเพ็ญตัวเองให้ดี เช่นนี้งานที่ทำออกมาจึงจะมีความศักดิ์สิทธิ์

ศิษย์ถาม ซื่อชวนจือหยาง เฉิงตู ซิงเจียงอีหลี ฮาเออปิน หนานจิง กว่างซีหนานหนิง หูเป่ยอี๋ชาง หูเป่ยหวงกัง มณฑลกันซุเจียอวี่กวน เหลียวหนิงเขตหลิวเจีย จิ๋หลินเขตไคอัน หังโจว ซันซี เสากวน ฟุโจว เมืองจี๋อัน สหรัฐฯ เมืองอาราบาม่า ฮุสตัน ซีแอดเตล โรงเรียนเต้นรำเฟยเทียน คานาดา เมืองโตรอนโต้ สิงคโปร์ นิวซีแลน ญี่ปุ่นเมืองชิบะ ศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมดขอกล่าวคำสวัสดีต่อท่านอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาและยิ่งใหญ่

อาจารย์ ขอบใจทุกท่าน (เสียงปรบมือ) ศิษย์ต้าฝ่าในจีนแผ่นดินใหญ่และนอกประเทศจีนโดยหลักก้าวเดินไปพร้อมกันแล้ว ในอดีตมีความแตกต่างกันในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อปีก่อนมีความแตกต่างมากทีเดียว ในช่วงเร็วๆ นี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าศิษย์ต้าฝ่าจีนแผ่นดินใหญ่สุกงอมมากยิ่งขึ้น มีความสุขุม ในจุดนี้ศิษย์ต้าฝ่านอกจีนแผ่นดินใหญ่ หมายถึงศิษย์ต้าฝ่าเขตพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก ชนชาติอื่นๆ พวกเราต้องไม่ปล่อยให้ศิษย์ต้าฝ่าจีนแผ่นดินใหญ่ทิ้งไว้ข้างหลัง (เสียงปรบมือ) ต้องทุ่มเทพยายาม!

ศิษย์ถาม เรียนถามท่านอาจารย์  นักประชาธิปไตยทั้งในและนอกประเทศจีนต่างก็สนับสนุนการปกป้องสิทธิมนุษชนด้วยการอดอาหารประท้วงที่เริ่มขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ ศิษย์ต้าฝ่าที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ควรเข้าร่วมหรือไม่ เพื่อปกป้องสิทธิในความเชื่อของศิษย์ต้าฝ่า

อาจารย์ อย่างที่ข้าพเจ้ากล่าวไปเมื่อครู่ ศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญและช่วยเหลือสรรพชีวิตเป็นเรื่องอันดับแรก นี่เป็นเรื่องที่ต้องทำ สำหรับเรื่องเหล่านั้นที่เกิดขึ้น ที่จริงเป็นส่วนประกอบให้กับศิษย์ต้าฝ่า แน่นอนทนายความที่ยื่นฟ้องร้องให้กับศิษย์ต้าฝ่าถูกพรรคชั่วประทุษร้าย ต้องให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขา ช่วยเหลือพวกเขาในเรื่องบางอย่างนั้นทำได้ แต่ต้องยึดกุมสิ่งที่ควรและไม่ควรให้ดี พวกเราไม่ใช่องค์กรการเมือง ท่านเป็นผู้บำเพ็ญ

ศิษย์ถาม ศิษย์ต้าฝ่าชาวตะวันตกบางคนทุ่มเททำงานของต้าจี้หยวนภาษาตะวันตกอย่างเต็มกำลัง กระทั่งไม่มีเวลาร่วมกิจกรรมอื่นๆ ที่ศิษย์ต้าฝ่าจัดทำ หรือฝ่าฮุ่ย เพื่อนผู้บำเพ็ญจีนบางคนเข้าใจว่าศิษย์ชาวตะวันตกยึดติดกับการทำงาน เรียนถามท่านอาจารย์ เมื่อมีกิจกรรมของต้าฝ่าที่มีความสำคัญเท่าๆ กัน เราไม่ต้องให้ความสำคัญมากนักกับคุณภาพของหนังสือพิมพ์ จัดทำให้เสร็จเร็วๆ (ที่ประชุมหัวเราะ) และร่วมทำกิจกรรมอื่นๆ ได้หรือไม่

อาจารย์ ทุกท่านต่างก็หัวเราะ ไม่สนใจคุณภาพแล้วมันยังจะสามารถช่วยเหลือสรรพชีวิตได้ดีหรือ (หัวเราะ) เป็นเช่นนี้ไม่ได้  เมื่อไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร พวกเราเวลานี้มีความลำบากจริงๆ ความลำบากก็อาจจะเป็นการชั่วคราว เพราะกำลังคนไม่พอ เงินทุนไม่พอ ที่แน่นอนคือมีศิษย์ต้าฝ่าจำนวนน้อยมากที่ทำเรื่องนี้อยู่ ทั้งหมดนี้อาจารย์รู้ดี ที่จริงต้าจี้หยวนภาษาจีนในระยะแรกก็ตกอยู่ในสภาพการณ์เช่นนี้ แต่จะไม่ยาวนาน และอาจจะเตะถ่วงบางเรื่องไปชั่วขณะ ช่วงเวลาหนึ่ง หรือเลือกใช้วิธีอะไร ให้ทุกท่านช่วยกันแก้ไขสักหน่อย เรื่องที่เป็นรูปธรรมเหล่านี้ข้าพเจ้าคิดว่ายังต้องให้พวกท่านไปปรึกษาหารือร่วมกันว่าจะแก้ไขมันให้ดีอย่างไร

ศิษย์ถาม ศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมดในเหอเป่ย เขตหลางฟาง กล่าวคำสวัสดีต่อท่านอาจารย์!ศิษย์ทั้งหลายคิดถึงท่านอาจารย์อย่างยิ่ง!

อาจารย์ ขอบใจ! ขอขอบใจศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมดในเหอเป่ย เขตหลางฟาง!(เสียงปรบมือ)

ศิษย์ถาม ในจีนแผ่นดินใหญ่ ศิษย์บางคนได้ประสบกับการถูกกักขังและการทำทารุณกรรมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายครั้ง แต่ยังคงแน่วแน่และก้าวหน้า ขณะที่ศิษย์บางคน อาจเนื่องจากไม่รู้จะทำอย่างไรกับการประทุษร้าย หรือเพื่อแสวงหาความสุขสบาย จนบัดนี้ยังไม่สามารถก้าวออกมา  เรียนถามท่านอาจารย์ ว่า ศิษย์ต้าฝ่าที่ถูกประทุษร้ายซ้ำซากนั้น คือการแบกรับและทุ่มเทให้กับศิษย์เหล่านั้นที่ก้าวออกมาไม่ได้ใช่หรือไม่

อาจารย์ ไม่ใช่เช่นนี้ การบำเพ็ญของแต่ละคนเป็นเรื่องของแต่ละคน คนที่ไม่ออกมาต้องหมั่นไปทำความเข้าใจ ช่วยเหลือพวกเขาสักหน่อย

ศิษย์ถาม ความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นสิ่งที่ติดตัวมาก่อนกำเนิด เป็นสิ่งที่สวรรค์กำหนด ศิษย์ที่ความมุ่งมั่นตั้งใจไม่แข็งแกร่ง การกัดฟันตัดสินใจและพยายามสามารถทำได้ดีเพียงไม่กี่วัน แต่ไม่สามารถทำได้ยาวนาน กลุ้มใจมาก ไม่รู้ว่าติดอยู่ที่ได้ พยายามศึกษาฝ่า ท่องฝ่าก็ยังไม่สามารถยกระดับได้ เป็นเพราะคิดจะอาศัยการศึกษาฝ่าเพื่อยกระดับความมุ่งมั่นตั้งใจโดยตัวเองก็คือการแสวงหาใช่ไหม  หรือศึกษาฝ่ายังไม่เพียงพอ ถ้ามูลเหตุแท้จริงคือไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ยังจะช่วยได้อีกไหม

อาจารย์ ถ้าศิษย์ต้าฝ่าที่บำเพ็ญได้ดีคนหนึ่งสามารถรับรู้เข้าใจต้าฝ่าคืออะไรได้ด้วยเหตุผล เช่นนั้นจะลงแรงไปทำอย่างแน่นอน จะไม่เหนื่อยหน่ายย่อหย่อนทางด้านนี้อย่างแน่นอน พูดจากอีกด้านหนึ่ง คนที่ไม่ก้าวหน้าก็กำลังศึกษาฝ่า และก็รู้ว่าฝ่านั้นดีมาก แต่ไม่อยู่ในฝ่า เจิ้งเนี่ยนก็มีไม่เพียงพอ ย่อมมีการรับรู้เข้าใจไม่สูง ก็คือไม่สามารถเข้าใจคุณค่าของฝ่าอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงเข็นไม่ขึ้น

ศิษย์ถาม กินเนื้อปลาดิบถือเป็นการฆ่าชีวิตหรือไม่

อาจารย์ เนื้อปลาของปลาที่คนอื่นฆ่า รวมทั้งการกินเนื้อปลาดิบไม่ถือว่าเป็นการฆ่าชีวิต แต่ในอดีตผู้คนต่างรู้ว่ามีคำพูดประโยคหนึ่งว่า “กินอะไรชดใช้สิ่งนั้น” กล่าวสำหรับคนธรรมดาสามัญ ย่อมเป็นเช่นนี้อย่างแน่นอน คนทำอะไรก็ต้องชดใช้ เช่นนั้นคนที่ฆ่าชีวิตชาติหน้าก็ต้องถูกคนฆ่า หรือตกนรก สำหรับศิษย์ต้าฝ่าปัญหานี้ไม่คงอยู่ โดยเฉพาะวันนี้ต้าฝ่าถ่ายทอดอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญ ปัญหานี้จะต้องแก้ไข หมายความว่า การบำเพ็ญสู่ความสำเร็จ(หยวนหมั่น)ของศิษย์ต้าฝ่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ขณะที่เงื่อนปมของความไม่เป็นธรรมและความคับแค้นใจต่างๆ ที่ศิษย์ต้าฝ่าได้ผูกเอาไว้ในประวัติศาสตร์นั้น จะนำมาเป็นองค์ประกอบของการยกระดับในขั้นตอนของการบำเพ็ญให้สำเร็จ(หยวนหมั่น) และการตอบสนองคืน ความคับแค้นใจด้วยความสุขเพื่อเป็นการชดเชย

              หมายความว่าหนี้และความโกรธแค้นที่ติดค้างนั้น ในระหว่างขั้นตอนของการบำเพ็ญสำเร็จ จะต้องตอบสนองคืน ด้วยบุญวาสนาและให้การช่วยเหลือ จุดนี้เป็นเรื่องแน่นอน เพราะอาจารย์ได้ทำแล้วในขณะที่จัดเตรียมหนทางการบำเพ็ญให้แก่ศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคน ได้จัดการความแค้น  เหล่านี้ ในอนาคตท่านสามารถบำเพ็ญสำเร็จเป็นเทพ บ้างก็คือสรรพชีวิตในโลกของท่าน แน่นอนไปเป็นสรรพชีวิตในโลกของเทพก็จะได้เป็นเทพด้วยนะ กล่าวสำหรับชีวิตหนึ่งที่ลงมาสู่โลก นั่นก็คือก้าวเดียวขึ้นถึงสวรรค์ ชีวิตหนึ่งเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในโลกมนุษย์ ต่อให้ดีอย่างไรก็เป็นการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ท่ามกลางความทุกข์ ต่อให้มีบุญวาสนาก็ไม่อาจยกระดับเขตแดนได้ แต่ในทันใดหากสามารถกลายเป็นชีวิตในเขตแดนชั้นสูงได้   ใครๆ ก็ย่อมจะยินยอมนะ ที่ผ่านมาข้าพเจ้ามิใช่เคยกล่าวถึงนิทานการบำเพ็ญเรื่องหนึ่งหรอกหรือ ข้าพเจ้าบอกว่าในอดีตมีพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังแสดงธรรมอยู่ในวัด เห็นนกสองตัวเกาะอยู่ที่หน้าต่างไม่ยอมไป พระภิกษุจึงพูดว่า เจ้าทั้งสองอยากฟังพระธรรม ก็ให้กลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์มาฟังเถอะ ทันใดนั้นนกสองตัวนั้นก็บินขึ้นมาไปชนต้นไม้ข้างนอกตายไปเลย (หัวเราะ) ยี่สิบปีให้หลังมีเด็กหนุ่มสองคนมาขอบวช (หัวเราะ) ความหมายเป็นเช่นนี้ เมื่อชีวิตรู้ว่าสามารถไปแดนสวรรค์ เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรจะเทียบได้ ตายก็ไม่เสียดาย ความแค้นกลับเปลี่ยนเป็นการตอบสนองด้วยบุญวาสนาที่ใหญ่โตขนาดนี้ ย่อมดีใจอย่างแน่นอน

          กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า สิ่งที่พวกท่านติดค้างไว้ทั้งหมดในอดีต ล้วนจะชดใช้ให้หมดไปโดยการตอบสนองด้วยบุญวาสนาแก่สรรพชีวิต เช่นนั้นบางคนก็กำลังคิด เอาละ ต่อแต่นี้ไป ฉันจะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ฆ่าคนฉันก็กล้าทำละ เป็นเช่นนั้นไม่ได้!ที่พวกท่านบำเพ็ญคือความเมตตา ที่ศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญคือเพื่อประโยชน์ของสรรพชีวิต ถ้าท่านไปฆ่าคน วางเพลิง ทำความชั่วเช่นนั้นจริงๆละก็ ท่านก็ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญ ยิ่งไม่สามารถบรรลุความสำเร็จ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตอบสนองบุญวาสนาแก่สรรพชีวิตแล้ว นอกจากนี้การผจญความทุกข์ในระหว่างการบำเพ็ญก็เป็นการชดใช้สิ่งที่ติดค้างอยู่ทางด้านจิตใจ ทุกข์ภัยที่เพิ่มใหญ่ขึ้นก็จะทำให้ท่านไม่สามารถบำเพ็ญ ท่านก็ไม่สามารถจะบำเพ็ญ ที่ข้าพเจ้าพูดนั้นคือหนี้ที่ติดค้างก่อนการบำเพ็ญ หรือหนี้ที่ก่อขึ้นเพื่อการดำรงชีวิตตามปกติในขั้นตอนของการบำเพ็ญ

          พูดถึงการกินเนื้อสัตว์ดิบ การกินเนื้อสัตว์ดิบเป็นเรื่องที่ไม่ดีที่สุด ข้าพเจ้าจำได้ว่ายะโฮวาก็เคยบอกมนุษย์ที่เข้าสร้างว่า พวกท่านต้องกินของสุก กล่าวสำหรับมนุษย์ เนื้อสัตว์ต้องทำให้สุกแล้วค่อยกิน เหตุใดเป็นเช่นนี้นะหรือ ในอดีตผู้บำเพ็ญต่างก็เห็นสภาพการณ์อย่างหนึ่ง เมื่อคนๆ หนึ่งตายไปแล้วหรือสัตว์ตัวหนึ่งตายไปแล้ว แต่เซลในร่างกายของมันยังไม่ตาย เซลเหล่านั้นก่อนที่ตายไป วิญญาณของเซลทุกเซลล้วนเป็นรูปลักษณ์ของมัน ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ก็รู้แล้วมิใช่หรือ หลังจากแล่หนูขาวเป็นชิ้นๆเนื้อเยื่อ ( section )บางๆแล้ว เมื่อใช้ใยแก้วนำแสง ฉายภาพขยาย(ของเนื้อเยื่อนี้)ขึ้นไปบนจอเรืองแสงจะปรากฏออกมาเป็นภาพ ก็คือรูปลักษณ์ของหนูขาวตัวนั้น หมายความว่าเนื้อสัตว์ดิบๆ ที่ท่านกินนั้นก็คือสัตว์ที่มีชีวิตกองโตๆ

          เนื้อสัตว์ที่สุกก็จะไม่มีวิญญาณของมันแล้ว แต่ถ้าดิบๆ ท่านกินเข้าไปในท้องมันจะเป็นอย่างไรนะหรือ ก็คือท่านนำสัตว์เป็นๆ เหล่านั้นเข้าไปไว้ในท้อง เพราะพวกมันเล็กมากๆ ท่านไม่รู้สึกอะไรในชั่วขณะ นานๆ เข้าก็จะก่อเกิดเป็นโรคร้าย มันก็จะมีปฏิกิริยา เพราะร่างกายคนนั้นมีความพิเศษมาก ร่างกายคนโดยตัวเองก็คือโครงสร้างของจักรวาลหนึ่ง จึงเรียกว่าจักรวาลเล็ก ของที่ท่านกินเข้าไปมันไม่สามารถออกไปเกิดใหม่ มันจึงอยู่ข้างในกระเพาะ นานๆ เข้าความโกรธแค้นและกรรมที่ก่อตัวขึ้นมาก็จะก่อเกิดเป็นต้นตอของโรค ก่อเกิดเป็นกรรมที่ใหญ่มาก ทำให้กระเพาะมีปัญหา ที่รุนแรงก็คือโรคกระเพาะ กระเพาะเป็นแผล มะเร็งกระเพาะอะไรต่างๆ อะไรก็อาจเป็นได้ ที่จีนแผ่นดินใหญ่ข้าพเจ้าเห็นมีคนกินเลือดงูสดๆ แต่ว่าทุกๆ อนุภาคในเซลของเลือดนั้นก็คืองู ท่านกินงูเข้าไปเต็มท้องจะดีได้หรือ (ที่ประชุมหัวเราะ) สสารโดยตัวของมันเองสามารถอาศัยความสามารถของร่างกายมนุษย์ดูดซับและแปรเปลี่ยน แต่วิญญาณนั้นไม่ใช่อยู่ข้างในท้องแล้วหรือ ฉะนั้นกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ดิบๆ ไม่ได้ เป็นอันขาด ปัจจุบันบางคนชอบกินปลาดิบ นี่เป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างยิ่ง นั่นไม่ใช่วัฒนธรรมของการดื่มและการกินอย่างแน่นอน ดังนั้นกินของดิบๆ ไม่ได้ กินไม่ได้เป็นอันขาด โดยเฉพาะผู้บำเพ็ญ จะกินอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ดิบๆ ไม่ได้เป็นอันขาด

             แต่ในทางกลับกัน ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า ของเหล่านั้นที่ต้มสุกแล้ว มิตายไปแล้วหรือ ร่างวิญญาณออกไปแล้ว ชั้นพื้นผิวก็เป็นเพียงสสาร ผู้บำเพ็ญสามารถดำรงชีวิตจึงจะสามารถบำเพ็ญ จึงสามารถอยู่ที่นี่ได้ มนุษย์มีรูปแบบการดำรงชีวิตของมนุษย์ การดำรงชีวิตตามปกติจะก่อกรรมน้อยมาก ผู้บำเพ็ญ(ก่อกรรม)จะยิ่งน้อยกว่า สำหรับผู้บำเพ็ญไม่มีปัญหาในการสลายกรรมชนิดนี้ และไม่ต้องไปชดใช้ในชาติหน้า ถ้าท่านสำเร็จเป็นเทพในชาตินี้ อาจารย์จะช่วยจัดการให้ท่าน ตัวเองก็สามารถสลายมันไปในขั้นตอนของการบำเพ็ญ ดังนั้นในท่ามกลางความทุกข์ของการบำเพ็ญ ความยุ่งยาก ความกลัดกลุ้มเหล่านั้นที่ประสบ ได้ครอบคลุมองค์ประกอบทางด้านนี้ ฉะนั้นอย่าผลักไส เมื่อครู่ข้าพเจ้ายังพูดอยู่ว่า พอพูดถึงว่าตัวเองไม่ดีก็ไม่ยอม พอถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่ยอม ท่านรู้ไหมในเรื่องเหล่านี้ล้วนมีกรรมของท่านอยู่นะ

ศิษย์ถาม ไต้หวันจำเป็นต้องจัดงานราตรีสโมสรที่ไถเป่ย ไถจง เกาสง หรือไม่ จะกระทบต่อการอธิบายความจริงกับจีนแผ่นดินใหญ่หรือไม่

อาจารย์ ไม่อาจให้กระทบต่อการอธิบายความจริงกับจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยเหตุนี้ เรื่องนี้ข้าพเจ้ามองอย่างนี้ ศิษย์ต้าฝ่าดูเหมือน ล้วนแต่กำลังลอกเลียนวิธีการของทางอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะลอกเลียนวิธีการของทางนิวยอร์ก เพราะพวกท่านต่างรู้ว่าอาจารย์อยู่ที่นิวยอร์ก ที่นั่นทำอะไรพวกเราก็ทำอย่างนั้น   ไม่ใช่อย่างนี้ เพราะสภาพการณ์แตกต่างกัน แต่ละพื้นที่ต้องทำตามสภาพการณ์ของตน

              ที่ไต้หวันไม่มีใครประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ประชาชนของไต้หวันส่วนใหญ่ต่างก็เข้าใจฝ่าหลุนกง ฉะนั้นที่ตรงนั้น การอธิบายความจริงอย่างไรกับคนไต้หวัน จะขจัดองค์ประกอบของพรรคชั่วคอมมิวนิสต์ในความคิดของพวกเขาอย่างไร  เรื่องนี้ทำไม่ตรงประเด็น ไต้หวันไม่มีปัญหานี้ แน่นอนปัจจุบันคนหนุ่มสาวบางคนเข้าใจไม่ชัดเจนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจีน  เมื่อพรรคชั่วคอมมิวนิสต์จีนทำเรื่อง “สร้างแนวร่วม” ก็จะถูกมันหลอก เช่นนั้นก็ให้บอกเรื่องความชั่วร้ายของพรรคชั่วให้คนไต้หวันได้รับรู้ กล่าวคือให้ทำตามสภาพการณ์ของพวกท่าน ให้ปรึกษาหารือกันเอง

              แต่การช่วยเหลือของผู้ฝึกไต้หวันในการอธิบายความจริงให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกง ตลอดจนให้กับสังคมคนจีนโพ้นทะเลในพื้นที่อื่นๆ นั้น  เป็นเรื่องที่สำคัญมาก อาจารย์ให้การยอมรับในเรื่องเหล่านี้ที่พวกท่านทำอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการอธิบายความจริงให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ การทำเรื่องนี้มีพลังใหญ่มาก มีประสิทธิผลดีอย่างยิ่ง!เรื่องนี้ข้าพเจ้าได้เคยบอกกับผู้ฝึกไต้หวันหลายต่อหลายครั้งแล้ว เรื่องนี้ทำได้ดีอย่างยิ่ง (เสียงปรบมือ)

ศิษย์ถาม เหตุใดศิษย์ต้าฝ่าบางคน ในครอบครัวบำเพ็ญกันอยู่หลายคนกลับไม่มีปัญญาแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันจนถึงกับตีกันนัวเนีย (ที่ประชุมหัวเราะ) ทำให้สมาชิกในครอบครัวที่ไม่บำเพ็ญไม่สนับสนุนต้าฝ่า

อาจารย์ ท่านต้องไม่ลืมว่า เป็นคนที่กำลังบำเพ็ญ ไม่ใช่เทพที่กำลังบำเพ็ญ คนธรรมดาสามัญมีการทำผิด คนที่บำเพ็ญก็มีการทำผิด เพียงแต่ทำผิดน้อยหน่อย ทำผิดแล้วแก้ไขได้ เมื่อเกิดเรื่องอย่างนี้เป็นเพราะผู้ฝึกปฏิบัติได้ไม่ดีอย่างแน่นอน แม้แต่การทำงานที่ศิษย์ต้าฝ่าควรทำก็ไม่สมควรถึงขั้นลงไม้ลงมือกันนะ (ที่ประชุมหัวเราะ)

              พูดมาถึงตรงนี้ข้าพเจ้าอยากจะพูดสักหน่อย บางคนอธิบายความจริงให้สมาชิกในครอบครัวมักจะทำได้ไม่ดี เป็นเพราะท่านทำไม่ถูกต้อง ประการที่หนึ่งท่านไม่รู้ว่าเขาติดอยู่ตรงไหน เป็นเพราะท่านเข้าใจไม่ชัดเจน อีกประการหนึ่งคือเวลาที่พวกท่านอธิบายความเป็นจริงให้กับสมาชิกในครอบครัว (ท่าน)มักจะปฏิบัติต่อสมาชิกในครอบครัวของตัวเองดุจญาติมิตรของตัวเอง แต่ไม่ใช่เป็นสรรพชีวิตที่ต้องช่วยเหลือ ท่านเป็นผู้บำเพ็ญ ท่านสูงเกินคนธรรมดาสามัญ ท่านรู้ไหมในชาตินี้พวกท่านเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ท่านจะรู้ไหมในชาติก่อนท่านไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกัน ท่านรู้ไหมว่าชั่วชีวิตนี้เธอเป็นภรรยาของท่าน ชีวิตหน้าอาจเป็นภรรยาของคนอื่น ชั่วชีวิตนี้(เขา)เป็นลูกของท่าน ท่านรู้ไหมว่าชีวิตที่แล้วเขาเป็นลูกของใคร

              สำหรับผู้บำเพ็ญก็ควรเข้าใจจุดนี้อย่างชัดเจนแล้ว ไม่อาจจะให้ตกอยู่ในทรรศนคติของเครือญาติของคนธรรมดาสามัญ ต้องถือว่าเขาเป็นสรรพชีวิตหนึ่ง เหมือนสรรพชีวิตที่พวกท่านไปช่วยเหลือ เมื่อท่านไปทำงานผลรับก็จะไม่เหมือนกัน รับรองว่าเป็นเช่นนี้ ท่านอย่าเพิ่งปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นญาติของท่าน ท่านปฏิบัติต่อเขาให้เหมือนเป้าหมายที่ท่านจะช่วยเหลือ ไปอธิบายกับเขาอย่างนั้นก็จะไม่เหมือนกัน ที่จริงในชีวิตเขา ด้านที่เข้าใจก็รับรู้ ชีวิตนี้ฉันกับท่านเป็นครอบครัวเดียวกัน ชีวิตหน้าฉันกับคนอื่น จะเป็นครอบครัวเดียวกัน ธาตุแท้ของชีวิตเขา รู้ดี แต่เวลาที่ท่านใช้เจิ้งเนี่ยน ช่วยเหลือเขาจริงๆ ความคิดจริงของเขาจะแบ่งแยกได้ชัดเจน และจะไม่ตกอยู่ในความรักความผูกพัน(ฉิง)ของคนธรรมดาสามัญ

ศิษย์ถาม ศิษย์นอกประเทศจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำของพรรคชั่วไม่สามารถกลับประเทศจีนมาหลายปีแล้ว เวลานี้จะกลับประเทศไปเยี่ยมญาติ ไปยืนยันความจริงให้ฝ่า โอกาสอำนวยไหม

อาจารย์ (หัวเราะ) เวลานี้อย่าเพิ่งกลับไป ท่านถูกขึ้นบัญชีดำของมัน มันจะประทุษร้ายท่าน ถึงแม้มันไม่ประทุษร้ายท่าน มันก็จะใช้วิธีหว่านล้อมต่างๆ จัดการกับท่าน หลีกเลี่ยงความยุ่งยากให้น้อยที่สุด ในเมื่อพวกท่านยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าอยู่ที่นี่ ที่นี่ก็คือสถานที่ที่ท่านบำเพ็ญ ที่จริงเหตุปัจจัยที่บอกให้ท่านกลับไปก็อาจจะเป็นการตรวจสอบจิตยึดติด เพราะการบำเพ็ญจึงจะเป็นหนทางของท่าน จีนแผ่นดินใหญ่มีผู้ฝึกจีนแผ่นดินใหญ่ทำอยู่ ท่านวางใจเถอะ พวกเขาจะทำได้ดีอย่างแน่นอน ข้าพเจ้ามั่นใจ (เสียงปรบมือ)

ศิษย์ถาม ตระหนักถึงความสำคัญของการฟาเจิ้งเนี่ยน แต่บางครั้งเหมือนเป็นงานกิจวัตรประจำวัน หรือสมาธิหลุดบ่อยๆ เพื่อนผู้บำเพ็ญอื่นๆ ก็มีสภาพคล้ายๆ กัน จะฟาเจิ้งเนี่ยนให้ยกระดับสูงขึ้นอย่างแท้จริงได้อย่างไร

อาจารย์ ข้าพเจ้าจะพูดอย่างนี้ ศิษย์ต้าฝ่าจะก้าวสู่ความสำเร็จต้องทำสามเรื่องให้ดี ใช่หรือไม่ การฟาเจิ้งเนี่ยนเป็นเรื่องหนึ่ง (มัน)สำคัญขนาดนี้ทำไมไม่ทำให้ดี!ทำไมเห็นมันเป็นเรื่องพื้นๆ เช่นนั้น เห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญละ รู้แล้วว่า(มัน)สำคัญขนาดนี้แล้ว ยิ่งกว่านั้นหนึ่งในจำนวนสามเรื่องนั้นท่านไม่ทำให้ดี จะเป็นอย่างไร 
 
        ข้าพเจ้าเห็นผู้ฝึกจำนวนมากพอฟาเจิ้งเนี่ยนก็เป็นลักษณะนี้ (ทำท่าสัปหงกของผู้ฝึกเวลาฟาเจิ้งเนี่ยน) (หัวเราะ) (ที่ประชุมหัวเราะ) องค์ประกอบจิตวิญญาณชั่วร้ายของพรรคชั่วก็คือให้ท่านสติเลื่อนลอย ยิ่งสติของท่านเลื่อนลอย มันก็ยิ่งทำให้สติของท่านเลื่อนลอยมากขึ้น มันไม่ยอมให้ท่านฟาเจิ้งเนี่ยน เพราะท่านฟาเจิ้งเนี่ยนเพื่อกำจัดมันทิ้งไป ท่านฟาเจิ้งเนี่ยนเพื่อทำลายมัน มันก็จะรบกวน

              ศิษย์ต้าฝ่าระหว่างบำเพ็ญ ร่างกายในมิติอื่นใหญ่โตไม่มีอะไรเปรียบ มิติภายในสามภพถูกศิษย์ต้าฝ่าแบ่งออกเป็นส่วนๆ ตั้งเท่าไรแล้ว พูดอย่างนี้ พูดให้ใหญ่มากขึ้นสักหน่อย จักรวาลในอนาคตมีกี่ส่วน ศิษย์ต้าฝ่าก็ต้องโอบอุ้มกี่ส่วน ภายในอาณาเขตที่ท่านโอบอุ้ม ความรับผิดชอบที่ท่านแบกรับ สิ่งที่ไม่ดีตรงนั้นและองค์ประกอบชั่วร้าย ท่านจะไม่กำจัดมันทิ้งไปได้อย่างไร ท่านต้องกำจัดทิ้งซิ ศิษย์ต้าฝ่าบางคนไม่เห็นความสำคัญของการฟาเจิ้งเนี่ยน ไม่เพียงแต่ตัวเองถูกรบกวน องค์ประกอบชั่วร้ายเหล่านั้นก็รบกวนศิษย์ต้าฝ่าอื่นๆ ด้วย สิ่งที่ตัวเองควรทำก็ไม่ทำให้ดี ไม่เพียงแต่ตัวเองต้องทำส่วนของตัวเองให้ดี ยังต้องช่วยคนอื่นทำ

ศิษย์ถาม ศิษย์ต้าฝ่าบางคนในจีนแผ่นดินใหญ่ถูกสันติบาลเฝ้าตามอยู่เป็นเวลานาน เจ้าตัวไม่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย ผู้ฝึกอื่นๆ ตักเตือนก็ไม่ฟัง เรียนถามท่านอาจารย์ ควรจะทำอย่างไร

อาจารย์ ผู้ฝึกบางคนไม่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเอาเสียเลย ดูเหมือนเพิ่งจะถูกมารร้ายปล่อยออกมา ถูกประทุษร้ายอย่างหนัก ผ่านไปสองวันก็ลืมแล้ว ความปลอดภัยของท่านจะส่งผลถึงความปลอดภัยของศิษย์ต้าฝ่าคนอื่นๆ ด้วย ฉะนั้นทางด้านนี้จะต้องเอาใจใส่ ต้องให้ความสำคัญ อย่าปล่อยให้องค์ประกอบของอิทธิพลเก่าเจาะช่องว่าง ผู้ฝึกมากมายนอกประเทศจีนเห็นศิษย์ต้าในประเทศจีนไม่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย พูดไม่ออกได้แต่ร้อนใจกังวล การไม่สนใจว่าตัวเองจะถูกประทุษร้ายจะทำให้คนอื่นเสียหายไปด้วย

ศิษย์ถาม ผมเป็นผู้ฝึกเก่ารายหนึ่งที่ได้ฝ่าเมื่อปี 1996 แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้พบท่านอาจารย์ รู้สึกมีความสุขยิ่งนัก ในประเทศจีนมีผู้ฝึกเก่าอีกมากมายที่ยังไม่เคยพบท่านอาจารย์ พวกเขาอิจฉาผู้ฝึกนอกประเทศจีน หวังว่าผู้ฝึกนอกประเทศจีนจะเห็นคุณค่า รักและทะนุถนอมเวลา(ที่ได้พบกับ)ท่านอาจารย์ ศิษย์ที่มีโอกาสออกต่างประเทศล้วนต้องพยายามอยู่ในต่างประเทศต่อไป ใช่หรือไม่ 
อาจารย์ เรื่องนี้ให้พิจารณาด้วยตัวเอง ถ้าท่านอยู่ในต่างประเทศแล้วสามารถทำได้ดีกว่า อยากจะร่วมทำเรื่องการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่ากับศิษย์ต้าฝ่านอกประเทศจีน ข้าพเจ้าไม่คัดค้าน เมื่อกลับไปจะถูกประทุษร้ายต่ออีก ถูกออกหมายนำจับ เช่นนั้นท่านก็ต้องอยู่ต่อ ถ้าไม่ใช่กรณีแบบนี้ สภาพแวดล้วมค่อนข้างผ่อนคลาย ในประเทศก็มีสรรพชีวิตมากมายที่ท่านต้องช่วยเหลือ และท่านยังไม่ได้ไปช่วยเหลือ หรือยังมีเรื่องรู้สึกเสียใจหลายเรื่อง อยากจะทำใหม่ให้ดี เช่นนั้นข้าพเจ้าคิดว่าก็ไปทำให้ดี อาจารย์ได้แต่ให้ข้อเสนอแนะแก่ท่าน ในทางรูปธรรมจะทำอย่างไรนั้น ยังเป็นตัวท่านเองที่ต้องตัดสินใจ

ศิษย์ถาม ศิษย์ต้าฝ่าจากเหอหนาน เมืองเจิ้งโจว ศิษย์ต้าฝ่าจากประเทศอังกฤษ ศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมดจากเหลียวหนิง เขตอันซัน ขอกล่าวคำสวัสดีต่อท่านอาจารย์

อาจารย์ ขอบใจทุกท่าน (เสียงปรบมือ

ศิษย์ถามผมฝึกพลังได้หนึ่งปีแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่า เหตุใดในระยะนี้มักจะฝันร้ายอยู่เสมอ หรือเป็นเพราะผมทำได้ไม่ดี (อาจารย์  ผู้ฝึกชาวตะวันตก )

อาจารย์ในการบรรยายธรรมหลายครั้งของข้าพเจ้าเคยพูดถึงสภาพการณ์ของผู้ฝึกใหม่  มีผู้ฝึกใหม่หลายคนเริ่มต้นจากคนธรรมดาสามัญ ในทันใดก็ก้าวมาสู่การเป็นผู้บำเพ็ญ  เขาจึงเผชิญกับปัญหาการทวงหนี้  ปัญหานี้สำหรับผู้ฝึกเก่าต่างทราบดี  บางครั้งฝันร้าย  ประสบกับเรื่องแปลกประหลาดพิลึกพิลั่น  ที่จริงก็คือ เนื่องจากจะก้าวออกไปจากคนธรรมดาสามัญแล้ว   เป็นปรากฏการณ์ของการสะสางเรื่องบุญคุณความแค้นให้เสร็จสิ้น  คนธรรมดาสามัญทั่วไปเขาจะหมุนเวียนชดใช้กรรม ชาติก่อนที่ติดค้าง ชาติถัดมาก็ชดใช้   สิ่งที่ท่านติดค้างฉัน ฉันไม่ต้องรีบเอาคืน  ชาติหน้าท่านต้องชดใช้ฉัน  แต่เมื่อท่านบำเพ็ญแล้ว  จะออกไปจากตรีภูมิ มันจึงคิดว่า  หนี้ที่ท่านติดค้างฉันยังไม่คืน  ท่านจะไปแล้วต่อไปจะหาท่านไม่พบแล้ว  ฉะนั้นหนี้ที่ท่านติดค้างฉันท่านต้องชดใช้นะ   ดังนั้นมันจึงมาหาท่านเอาคืนเสียก่อน  ดังนั้นจึงประสบกับเรื่องแปลกประหลาดพิลึกพิลั่น  แต่อาจารย์จะคุ้มครองท่าน  มีความน่ากลัวแต่ไม่เป็นอันตราย  ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า  ควรจะมีเจิ้งเนี่ยนเพียงพอสักหน่อย  ปฏิบัติต่อเรื่องนี้เหมือนผู้บำเพ็ญ

 

ศิษย์ถามผู้ฝึกบางคนที่กลับมาจากบนเขา  ได้ลอกข้อความที่แกะสลักบนศิลาออกมาเผยแพร่ให้กลุ่มย่อยที่ศึกษาฝ่า  ให้เหล่าผู้ฝึกในกลุ่มย่อยอ่านซ้ำๆจนทะลุปรุโปร่ง  แต่กลับไม่อ่าน “จ้วนฝ่าหลุน” ให้ทะลุปรุโปร่ง  เรียนถามท่านอาจารย์  ทำเช่นนี้ได้ไหม

อาจารย์ทำไม่ได้แน่นอน  ข้าพเจ้าเคยพูดหลายครั้งแล้ว  ข้าพเจ้าเคยบอกว่า ฝ่าที่บรรยายในวงเล็กๆบนเขา ไม่อาจเผยแพร่ตามชอบใจ  จะรบกวนต่อสถานการณ์การยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าของศิษย์ต้าฝ่าโดยรวม  มักจะมีคนไปเผยแพร่  ข้าพเจ้าจึงถือโอกาสไม่บรรยายที่นั่นอีกต่อไป  ดังนั้นในระยะใกล้ๆที่ผ่านมาทุกท่านคงไม่ได้ยินแล้วกระมัง

มักจะมีคนไปเผยแพร่ข่าวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย  แน่ละเรื่องเหล่านี้ ข้าพเจ้าคิดว่า เขาก็แอบทำแบบเงียบๆ ข้าพเจ้าก็จะไม่พูด  ต่อไปอย่าทำเช่นนี้  ศิษย์ต้าฝ่าต้องมีเจิ้งเนี่ยนเข้มแข็งสักหน่อยอยู่เสมอ  ให้เหมือนผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง จิตของคนธรรมดาสามัญมากมายออกอย่างนั้น มักจะคิดเสนอสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ  มักคิดโอ้อวด  มักคิดจะบอกคนอื่นว่า เวลาที่ฉันอยู่ต่อหน้าอาจารย์ได้อะไรมามากมาย(ได้มาคนเดียว)    ไม่มีเรื่องอย่างนั้น แต่ละคนต่างต้องบำเพ็ญตนเอง  ต่อให้ฝ่าที่ข้าพเจ้าบรรยายมากยิ่งขึ้น  ท่านไม่บำเพ็ญให้ดีๆ  ย่อมบำเพ็ญไม่สำเร็จเช่นเดียวกัน

ศิษย์ถามเมื่อเราเตรียมการประชุมอภิปรายเรื่องจิ่วผิง  ได้สัมผัสกับผู้ที่หนีออกมาจากประเทศคอมมิวนิสต์หลายคน รวมทั้งสมาชิกพรรคน้องพี่ของคอมมิวนิสต์จีนแผ่นดินใหญ่  แต่พวกเขาอยู่นอกประเทศจีน อยู่เย็นเป็นสุข  กลับชอบแสวงหาโอกาสในการลงทุนในประเทศของพวกเขา   ไม่อยากออกมาเปิดโปงพวกชั่วร้ายของพรรคมาร  เรียนถามท่านอาจารย์จะทำอย่างไรดี

อาจารย์สำหรับประเทศอื่นอย่าเพิ่งไปทำโดยถือเป็นเรื่องสำคัญ  แต่กล่าวสำหรับเรื่องการอธิบายความจริง เป็นสรรพชีวิตระดับเดียวกัน  เหมือนกัน พวกเราจะอธิบายความจริงกับคนทั้งหมด เนื่องจากองค์ประกอบของพรรคมารนั้นมีอยู่ทั่วโลก  ไม่ใช่มีแต่ในประเทศคอมมิวนิสต์  ไม่ว่าคนไหนๆ  เขาจะมีท่าทีอย่างไร  นั่นเป็นปัญหาของเขาเองแล้ว

 

ศิษย์ถามดนตรี  ศิลปะนั้นมาจากร่างนภาที่กว้างใหญ่  แล้วกีฬาละ (ที่ประชุมหัวเราะ)

อาจารย์กีฬานั้นเป็นสิ่งที่คลุมเครือ หลายสิ่งหลายอย่างก็จัดเป็นกีฬา  ไม่ตายตัว  มีสิ่งต่างๆมากมายก็มาจากระบบที่ต่างกัน  เหตุใดระบบที่ต่างกันมากันหมดแล้วละ  เพราะมีความสัมพันธ์กับการเจิ้งฝ่า  การถ่ายทอดฝ่า ท่านต้องจุติมาเกิดบนโลก  ท่านต้องการถ่ายทอดฝ่าที่นี่ ท่านจะใช้รูปแบบภายนอกอะไรมาถ่ายทอดฝ่า  เป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้  ในเวลานั้นข้าพเจ้าก็ยังไม่ได้เลือกอย่างเป็นรูปธรรม  รอจนถึงก่อนจะถ่ายทอดฝ่า ทุกสิ่งทั้งหมดนี้ก็เผยออกมาใหม่ตรงเบื้องหน้าข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าจึงได้เลือกพุทธธรรม  รูปลักษณ์พระพุทธมาถ่ายทอดฝ่าของจักรวาล 

 

ศิษย์ถามหน่วยสันติบาลต่างประเทศบอกชื่อสายลับคอมมิวนิสต์จีนให้พวกเรา  เราควรให้ผู้ฝึกรู้กันให้ทั่วดีไหม

อาจารย์อย่าเพิ่ง  ช้าหน่อยเถอะ  ข้าพเจ้าคิดว่า  เมื่อได้สัมผัสต้าฝ่าแล้ว  ให้โอกาสอีกสักนิดเถอะ (เสียงปรบมือยังไม่ถึงเวลาที่ช่วยเหลือไม่ได้จริงๆแล้ว ข้าพเจ้ายังไม่คิดที่จะเปิดโปงเขาออกมา  ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นมาก  ฝ่าชุดนี้ใหญ่ถึงเพียงนี้  ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าจะช่วยท่านไม่ได้  (เสียงปรบมือ) มีผู้ฝึกจำนวนเท่าไร ในอดีตได้ทำเรื่องที่ไม่ควรทำ  มีผู้ฝึกจำนวนเท่าไร ที่ตัวเองในอดีตเคยทำเรื่องนั้น  ล้วนบำเพ็ญต้าฝ่ากันแล้ว  นี่ไม่ใช่ธรรมานุภาพของต้าฝ่าหรอกหรือ (เสียงปรบมือ)

 

ศิษย์ถามเวลาผมฟาเจิ้งเนี่ยนบ่อยครั้งไม่สามารถเข้าสู่ความสงบได้  เป็นเพราะผมถูกรบกวน หรือว่าระดับชั้นของการบำเพ็ญของผมต่ำ  ผมรู้สึกว่าหลายๆครั้งประสิทธิผลของการฟาเจิ้งเนี่ยนของผมน้อยมาก

อาจารย์พูดอย่างนี้ก็แล้วกัน   กล่าวในฐานะผู้ฝึกใหม่  หากเวลาที่ท่านฟาเจิ้งเนี่ยนอยู่นั้นมีความรู้สึกนิดหน่อย   สาเหตุสำคัญคือ ขั้นตอนในการบำเพ็ญของท่านนั้นสั้น  ดังนั้นสภาพ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายทั้งหมด ยังไม่ถึงระดับที่มีความรู้สึกที่ว่องไวมากพอ  ที่จริงผู้ที่บำเพ็ญมานานมาก มีจำนวนมากมายที่ไม่แน่ว่าจะรู้สึกได้ไว  ทำไมพอฟาเจิ้งเนี่ยนหลายคนจึงหลับไปละ   ก็เพราะเขาไม่รู้สึกอะไร

เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดไปประโยคหนึ่ง  ข้าพเจ้าว่า เนื่องจากเป็นการบำเพ็ญในวังวน  บำเพ็ญอยู่ในวังวนที่ใหญ่อย่างนี้  จึงสามารถทำให้ท่านบำเพ็ญได้สูงเช่นนั้น  ในสภาพการณ์เช่นนี้จึงมีข้อกำหนดต่อท่านสูงอย่างนั้น  หากท่านผ่านมาได้โดยมีเจิ้งเนี่ยนที่เข้มแข็งมากโดยตลอด  นั่นจึงจะยอดเยี่ยม  สามารถหยวนหมั่นได้แน่นอน ตามปรกติขณะฟาเจิ้งเนี่ยน มีผู้ฝึกมากมายที่ความรู้สึกไม่ว่องไว   รู้สึกได้ไม่ชัดเจน เนื่องจากด้านนั้นที่ก่อประสิทธิผลอย่างแท้จริง กับส่วนนี้ที่ยังบำเพ็ญไม่สำเร็จ ก็แยกออกจากกัน  แต่ยังบำเพ็ญไม่สำเร็จทั้งหมดที่ฝั่งนี้ก็เป็นร่างหลัก  ในฐานะที่เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเจิ้งเนี่ยนเข้มแข็งหรือไม่   ในระหว่างที่บำเพ็ญ เจิ้งเนี่ยนเข้มแข็งท่านก็กำลังยกระดับ  และเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง  ถ้าเจิ้งเนี่ยนของท่านเข้มแข็ง  เจิ้งเนี่ยนที่ท่านส่งออกไปก็จะแรง  ด้านนั้นของท่านที่บำเพ็ญสำเร็จแล้วก็จะส่งพลังงานอันมหาศาลออกมา  ถ้าด้านที่บำเพ็ญสำเร็จถูกขวางกั้นไว้  คนก็จะถูกยับยั้งไว้ ดังนั้นจะไม่ค่อยรู้สึกเช่นกัน  ถ้าไม่มีส่วนแยกอันนี้  ต่อให้ท่านไม่มีความรู้สึกไว เมื่อพลังงานมหาศาลนั้นออกมา  ข้าพเจ้าคิดว่า ตัวท่านที่ฝั่งนี้ก็ต้องสะเทือนเป็นอย่างมาก  พลังงานมหาศาลเช่นนั้น  ร่างกายคนส่วนนี้ที่ยังบำเพ็ญไม่สำเร็จก็จะรับไม่ไหว

ผู้ฝึกจำนวนมากที่ไม่ให้ความสำคัญกับการฟาเจิ้งเนี่ยน  มูลเหตุประการหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ เพราะเขาไม่รู้สึกไว  ไม่ว่าจะรู้สึกไวหรือไม่ไว  อาจารย์บอกให้ท่านทำ ท่านก็ทำไป  มันย่อมเกิดผลอย่างแน่นอน  หาใช่เป็นแค่เพียงรูปแบบหนึ่ง  อาจารย์จะไม่บอกให้ท่านทำเรื่องที่ไร้ประโยชน์อย่างแน่นอน  (เสียงปรบมือ) หากเป็นเช่นนั้นแล้ว  กล่าวสำหรับท่าน  สำหรับข้าพเจ้า  สำหรับการเจิ้งฝ่าและการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าของพวกท่าน  สำหรับสรรพชีวิต ย่อมจะไม่มีความหมายอะไรเลย  และการฟาเจิ้งเนี่ยนได้รับการวางไว้ ณ ตำแหน่งที่สำคัญมากแล้ว  ทุกท่านจะต้องให้ความสำคัญ  ไม่ว่าจะรู้สึกได้  รู้สึกไม่ได้  ต้องไปทำโดยมีเจิ้งเนี่ยนเข้มแข็งสักหน่อย  นานไปย่อมจะมีความรู้สึกได้

เวลาที่ฟาเจิ้งเนี่ยน ไม่ได้กำหนดให้ อยู่ในสภาพสงบนิ่งไม่คิดอะไรเลยเช่นนั้น   การฟาเจิ้งเนี่ยนนี้มีการคิด  และความคิดที่เข้มแข็ง  ขณะนี้สิ่งสำคัญที่คิดคือเจาะจงไปที่วิญญาณชั่วคอมมิวนิสต์จีนและผีเน่าเปื่อย มือมืดเหล่านั้น ให้พวกมันสลาย ดับสูญ  ขจัดทิ้งไป   อันนี้ไม่เหมือนกับการสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์

 

ศิษย์ถามหนูเป็นเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ (ที่ประชุมหัวเราะ) หนูอยากทราบว่าเมื่อไรจึงจะจัดชั้นเรียนเต้นรำ ( ที่ประชุมหัวเราะ)

อาจารย์(หัวเราะ) ไม่ใช่อาจารย์ทำ  (ที่ประชุมหัวเราะบางครั้งอาจารย์ช่วยประสานงานให้  จึงทำได้เร็ว  ล้วนเป็นศิษย์ต้าฝ่าทำกัน  ปัจจุบันผู้สอนมีจำกัด  รอให้เงื่อนไขพร้อมแล้วค่อยทำ

 

ศิษย์ถามสวัสดีท่านอาจารย์ที่เคารพ  ศิษย์ขอเรียนถามสักหน่อย  ขณะนี้มีเพื่อนผู้บำเพ็ญชาวจีนแผ่นดินใหญ่ถูกพวกชั่วร้ายกักขังอย่างผิดกฎหมาย  ในหมู่พวกเขาหลายคนอาจจะไม่ทราบข่าว “สามลาออก” หากถึงวันที่คิดบัญชีกับคอมมิวนิสต์จีน  ศิษย์ที่ถูกกักขังอย่างผิดกฎหมายไม่ได้ประกาศ “สามลาออก”  จะมีผลกระทบต่อพวกเขาหรือไม่

อาจารย์กล่าวสำหรับศิษย์ต้าฝ่า  ท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่าแล้ว  อย่างอื่นล้วนไม่สำคัญ แต่การบำเพ็ญใช่ไหม  มักจะมีที่จิตของคนธรรมดาสามัญแรง  มักจะมีเจิ้งเนี่ยนไม่พอ  มักจะมีผู้ฝึกใหม่  ดังนั้นในฐานะผู้ฝึก จำพวกนี้ หากท่านไม่แสดงออก ย่อมใช้ไม่ได้จริงๆ  ในฐานะผู้ฝึกเก่าที่ก้าวหน้า  บำเพ็ญมาแล้วหลายปี  เรื่องนี้ล้วนไม่สำคัญ  ก็เป็นเช่นนี้  ที่สำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือสรรพชีวิต  บอกให้คนธรรมดาสามัญลาออก  อย่าถูกฝังทั้งเป็นไปพร้อมพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน

 

ศิษย์ถามท่านอาจารย์ ศิษย์เคยปฏิญาณต่อหน้าภาพถ่ายท่านว่าจะไม่ทำผิดเรื่องทางเพศ  แต่หลังจากนั้นได้ทำผิดไปแล้ว  ศิษย์ทุกข์ใจมาก กลัวว่าจะสูญเสียทุกสิ่งไป

อาจารย์เรื่องนี้ กล่าวสำหรับผู้บำเพ็ญ  สำหรับศิษย์ต้าฝ่าแล้วเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติ  พุทธศาสนาพูดถึงศีล ใช่ไหม  ผิดศีลกามา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มากเรื่องหนึ่ง  พวกท่านทราบไหม ศิษย์ต้าฝ่านั้นหลุดพ้นออกมาจากจักรวาลเก่า  ก้าวออกมาจากหลักธรรมเก่า  แต่จักรวาลเก่า หลักธรรมเก่า ชีวิตเก่า  ทั้งหมดนี้ล้วนจับตรึงท่านเอาไว้

ข้าพเจ้าพูดถึงการรบกวนของอิทธิพลเก่า  พวกท่านเคยคิดบ้างไหม  นี่ก็เป็นองค์ประกอบชนิดหนึ่งที่ตรึงเอาไว้  อิทธิพลเก่า จักรวาลเก่านั้นเห็นว่าอะไรสำคัญที่สุด  ก็คือเรื่องกามารมณ์  ไม่ระมัดระวังเรื่องระหว่างหญิงชาย  เห็นสิ่งนี้สำคัญที่สุด  ในอดีตหากทำผิดศีลด้านนี้แล้ว  ก็จะต้องถูกทางวัดขับออกไป  ไม่สามารถบำเพ็ญได้อีกต่อไปแล้ว เช่นนั้นขณะนี้เทพมองกันอย่างไร   พวกท่านทราบไหมว่าในคำพยากรณ์ที่พวกเขาเหลือเอาไว้นั้นพูดไว้อย่างไร  พวกเขาพยากรณ์ไว้ว่า  สุดท้ายศิษย์ต้าฝ่าที่เหลืออยู่ล้วนแต่รักษาความบริสุทธิ์ในด้านนี้ไว้ได้   ก็คือว่า พวกเขาเห็นว่าเรื่องเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่ง   ดังนั้นใครยังทำผิดข้อห้ามในด้านนี้  ใครยังทำได้ไม่ดีในด้านนี้อีก   อิทธิพลเก่านั้น เทพทั้งหมดของจักรวาลนั้นจะไม่คุ้มครองท่าน  และยังจะผลักท่านลงมา  พวกมันรู้ว่า หลี่ หงจื้อ ท่านจะไม่ละทิ้งศิษย์ของท่าน  ฉะนั้นพวกเราจะให้ท่านละทิ้ง  ดังนั้นพวกมันจะให้ผู้ฝึกที่ทำผิด ผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก  สุดท้ายก็ทำเรื่องไม่ดี  ก้าวไปสู่ฝ่ายตรงข้าม  ให้สมองของท่านเต็มไปด้วยหลักการที่รับรู้ผิดๆ  ทำลายต้าฝ่า  ดูว่าท่านยังจะเอาเขาหรือไม่  พวกท่านทราบไว้ พวกมันก็ทำกันอย่างนี้  หลายคนที่รับรู้ผิดๆ พวกท่านเข้าใจว่าเขามุ่งไปสู่สิ่งชั่วร้ายด้วยใจจริงใช่ไหม  นั่นล้วนแต่มีสาเหตุ

ดังนั้นต้องระมัดระวังในด้านนี้ไว้เสมอ  โดยเฉพาะคือศิษย์ต้าฝ่าวัยหนุ่มสาว  ผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงาน อย่าได้มีพฤติกรรมชู้สาว(นอกสมรสผู้ที่แต่งงานยิ่งไม่อาจเกิดเรื่องชนิดนี้  ศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ  แน่ละ ย่อมแต่งงานได้  นี่ไม่มีปัญหา  แต่ไม่อาจทำผิดทางด้านนี้  ต้องไม่ให้องค์ประกอบของอิทธิพลเก่า ชีวิตที่ชั่วร้าย เจาะช่องว่าง ประทุษร้ายท่านจนสุดท้ายไม่อาจบำเพ็ญ  เช่นนั้นแล้วท่านก็สูญเสียโอกาสแห่งวาสนา

สิ่งที่อาจารย์พูดนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างแท้จริง  ไม่ว่าท่านจะรู้จักก้าวหน้าก็ดี ไม่รู้จักก้าวหน้าก็ดี  ไม่ว่าท่านจะก้าวเข้ามาในต้าฝ่านี้อย่างไร   การจัดวางไว้เป็นเวลาหลายพันปีบนโลกนี้ ล้วนแต่เพื่อเรื่องในวันนี้  จะต้องยึดกุมโอกาสนี้ไว้ให้ดี  อย่าพลาดโอกาสนี้ไป  ที่จริงชีวิตมากมายบนโลก ไม่ว่าเขาจะมีท่าทีอย่างไรต่อต้าฝ่า  ล้วนแต่ทำเรื่องเลวโดยไม่รู้  หากพวกเขารู้ว่าสิ่งที่ตนเองรอคอยอยู่คือสิ่งนี้  ถึงท่านตีเขาให้ตายเขาก็จะไม่กล้าไปทำเรื่องที่ผิดต่อต้าฝ่า

แน่ละสิ่งเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าพูดไป  กล่าวสำหรับผู้ฝึกใหม่ อาจจะเข้าใจได้ไม่ง่ายนัก  ค่อยๆบำเพ็ญไปเถิด  ในอนาคตก็จะทราบ  เนื่องจากศิษย์ต้าฝ่าได้ผ่านการบำเพ็ญมานานถึงเพียงนี้แล้ว  มีความแจ่มแจ้งมากในปัญหามากมายแล้ว  ดังนั้นกล่าวสำหรับผู้ฝึกใหม่ จึงไม่ง่ายที่จะเข้าใจ  สิ่งที่ยกย่องกันในสังคมมนุษย์ใช่ว่าจะดีไปเสียทั้งหมด  สิ่งที่คนยกย่องไม่แน่ว่าเทพจะเห็นด้วย

 

ศิษย์ถามศิษย์ต้าฝ่า อเมริกาเหนือจำนวนไม่น้อย ต่างกำลังคิดหาวิธีย้ายไปนิวยอร์ก กับนิวเจอร์ซี่ หลายคนทำงานอยู่นอกพื้นที่ ก็คิดจะหางานอีกที่ฝั่งอเมริกาตะวันออก  ยิ่งใกล้อาจารย์ยิ่งดี (ที่ประชุมหัวเราะ) เรื่องนี้เข้าใจได้ แต่พื้นที่อื่นต้องการให้ผู้ฝึกอยู่ที่นั่นยืนยันความจริง  โดยเฉพาะมีบางพื้นที่วิญญาณชั่วคอมมิวนิสต์จีนยังกำเริบเสิบสานมาก

อาจารย์นี่เป็นปัญหาหนึ่ง  ผู้ฝึกหลายคนโยกย้าย เพราะมีความถนัดเป็นพิเศษ พอดีมีความต้องการเขา ก็ไม่มีปัญหา  ส่วนผู้ฝึกอื่น พวกเราอย่าโยกย้ายอย่างง่ายๆ อย่างหลับหูหลับตา   อย่าสร้างความยากลำบากในการยังชีพ  และด้านต่างๆให้กับตัวเอง  ท่านสร้างความยากลำบากแล้ว แต่ละวันเฝ้าแต่คิดว่า วันนี้เรื่องการกินอยู่ของฉันจะทำอย่างไรดี  พรุ่งนี้จะจัดการปัญหาค่าเช่าห้องอย่างไร  เช่นนั้นเรื่องการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าของท่านก็ทำไม่ไหวแล้วใช่ไหม  นั่นคือตัวเองอย่าจงใจสร้างความยากลำบากให้กับตนเอง  ทำลายสภาพแวดล้อมของการบำเพ็ญ  ทำลายเงื่อนไขการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าของตนเอง  มองดูแล้ว ข้าพเจ้าเอง  ในอนาคตข้าพเจ้าน่าจะต้องอยู่ที่ฝั่งตะวันตกนี้แล้วละ (หัวเราะ) (ที่ประชุมหัวเราะ  ปรบมือ) ผ่านงานยุ่งๆสักพักหนึ่ง ข้าพเจ้าก็จะย้ายที่อยู่ (ที่ประชุมหัวเราะ  ปรบมือ)

 

ศิษย์ถามศิษย์ต้าฝ่าสูงอายุหลายคนซึ่งบำเพ็ญมาหลายปี ที่อยู่รอบๆ มีสภาพจิตใจและสุขภาพที่ดีมากทั้งนั้น  ดูอ่อนวัยกว่าผู้ที่ไม่บำเพ็ญในวัยเดียวกันหลายปี  แต่พวกเขายังคงมีปรากฏการณ์ของความแก่ชราที่แตกต่างกัน

อาจารย์สภาพภายนอกส่วนนี้ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงทั้งหมดในระหว่างการบำเพ็ญนั้น ไม่พ้นไปจากการบังคับของกาลเวลาในมิตินี้  ที่ฝั่งนี้ก็บำเพ็ญจนไม่ถูกกาลเวลานี้บังคับแล้ว  หลุดพ้นทั้งหมดจากกาลเวลาของมิตินี้แล้ว  ฉะนั้นกาลเวลานี้จึงไม่เกิดผลต่อท่าน ผู้ฝึกส่วนหนึ่งจะมีสภาพการณ์เช่นนี้  แต่ไม่ใช่เช่นนี้ทั้งหมด  เส้นทางการบำเพ็ญของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  สภาพการณ์ที่จัดวางไว้ก็ไม่เหมือนกัน  ด้านที่บำเพ็ญเสร็จแล้วส่วนใหญ่ เนื่องจากถูกแยกออกไปทำให้ไม่อาจถูกด้านที่เป็นเทพกระตุ้นได้

ยังมีอีกมูลเหตุหนึ่ง ก็คือองค์ประกอบที่ทำการรบกวนของอิทธิพลเก่า ยังคงก่อผลอยู่ /มีบทบาทอยู่  ที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยพูดไว้ ข้าพเจ้าว่า  เทพในจักรวาลนั้นไม่ได้สนใจคน   ผู้คนต่างพูดว่าเทพนั้นมีเมตตา ใช่ พวกเขานั้นเมตตา ที่พวกเขาบำเพ็ญคือความเมตตา  แต่ความเมตตาของพวกเขา หาใช่จะเมตตาต่อคน  เขากับคนไม่เกี่ยวข้องกัน  แม้ในเวลาที่เขาติดต่อกับคน คนจะรู้สึกว่าเขามีความเมตตาที่ยิ่งใหญ่  แต่เขาก็คือเทพในแบบนั้น  หาใช่เขามุ่งเจาะจงเมตตาต่อท่าน   ความเมตตาก็คือสภาพของเขา  ที่จริงเทพในจักรวาลเก่ามากมายรู้สึกว่า  ศิษย์ต้าฝ่า พวกท่านบำเพ็ญสูงถึงเพียงนั้น   ต่อไปพวกท่านจะกำหนดอนาคตของจักรวาล  ฉะนั้นหากท่านบกพร่องแม้เพียงนิดเดียว ข้าฯก็จะไม่ยอมให้ท่านขึ้นมาได้  ในด้านนี้แม้จะไม่อาจพูดว่าชีวิตเหล่านี้ใจร้าย/ใจดำ  นั่นคือจะไม่อาจเปิดตาข่ายให้หนึ่งด้าน  ไม่ใช่ว่าท่านทำเรื่องที่ดีแล้ว ก็ผ่อนผันให้กับท่านได้ 

ในปีนั้นเมื่อข้าพเจ้าเริ่มถ่ายทอดฝ่า  ก็เนื่องจากเรื่องเหล่านี้ ข้าพเจ้าจึงยืนกรานไม่อ่อนข้อให้กับพวกมัน เสียเวลาไปหนึ่งปี  ต่อมาข้าพเจ้าทราบว่าหากยังไม่ถ่ายทอดฝ่าอีก  ผู้ฝึกจำนวนมากจะมารับฝ่าไม่ทัน  สรรพชีวิตจำนวนมากมายที่จะช่วยเหลือก็จะมาไม่ทันกันหมด  ดังนั้นมีเรื่องมากมายข้าพเจ้าจึงยืนกราน(ยื้อ)กับพวกมันอย่างเต็มที่  ในเวลานั้น ข้าพเจ้าต้องการให้ร่างกายชั้นผิวนอกผันแปรและส่วนที่บำเพ็ญสำเร็จประสานเข้าด้วยกัน   ให้ร่างกายที่อยู่ในระหว่างการบำเพ็ญหลุดพ้นจากสภาพของคน  ให้ศิษย์ที่บำเพ็ญใช้เจิ้งเนี่ยนของตัวเองรักษาสภาพไว้ให้เหมือนกับคน  ก็เพราะปัญหาเหล่านี้หนา จึงได้ยืนกรานอยู่นานหนึ่งปี   ตราบจนปัจจุบันข้าพเจ้าก็ไม่อาจยอมรับการแข็งขืนของพวกมัน  ในอนาคตข้าพเจ้าก็จะไม่ยอมรับอย่างแน่นอนเช่นกัน  ด้วยเหตุนี้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการรบกวนและทำลายทุกอย่าง ล้วนจะต้องดับสลายไปในระหว่างการชดใช้   สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการนั้น แม้จะพลิกประวัติศาสตร์กลับมาเริ่มต้นใหม่ ก็ยังคงต้องทำให้เรื่องของข้าพเจ้าสำเร็จจนได้   นี่คือเนื้อหาและขั้นตอนที่จำต้องมีในระหว่างการเจิ้งฝ่า นี่ไม่ใช่หมายถึงเรื่องที่ฝ่าปรับโลกมนุษย์

 

ศิษย์ถามศิษย์ต้าฝ่าปักกิ่ง และจาง เจีย เจียโขว่ ฝากสวัสดีท่านอาจารย์  ในการบรรยายฝ่าอาจารย์เคยพูดว่า หากสามารถช่วยคนได้ร้อยละ50 ในประเทศจีนก็นับว่าไม่เลวแล้ว (ไม่ใช่คำพูดเดิมของอาจารย์ตัวเลขจำนวนนี้ กับสสารสองชนิดที่เอ่ยถึงในจิงเหวิน “จิตพุทธกับจิตมาร”นั้น เกี่ยวข้องกับการจำกัดต่อมิติระดับชั้นนี้ของมนุษย์หรือไม่

อาจารย์จิตพุทธกับจิตมาร ไม่ได้หมายถึงประเด็นนี้  อันนั้นหมายถึงองค์ประกอบที่ประกอบขึ้นเป็นจักรวาลนั้น มีสสารสองชนิดคือบวกกับลบดำรงอยู่  สสารสองชนิดนี้ยิ่งต่ำลงมาก็ยิ่งมีความแตกต่างกันมาก  สสารด้านบวกยิ่งดีงาม  สสารด้านลบยิ่งชั่วร้าย    ในเวลาที่สร้างคนนั้นในสสารนั้นก็มี ดี-เลว องค์ประกอบสองชนิดนี้ดำรงอยู่  ดังนั้นคนที่สร้างออกมา โดยตัวเองจึงมีองค์ประกอบสองด้านคือดีกับเลวอยู่ในตัว    เวลาที่คนขาดสติ ร้องตะโกนเอ็ดตะโรลั่นอยู่นั้น ก็คือแสดงออกของจิตมาร  ก็คือด้านจิตมารกำลังแสดงบทบาทอยู่   เวลาที่คนมีเมตตา  สุภาพอ่อนโยนมาก สุขสงบมาก  นุ่มนวลมาก นั่นคือด้านที่ดีงามกำลังแสดงบทบาทอยู่ 

การบำเพ็ญของฝ่าที่ถูกต้องและการรู้แจ้งที่ถูกต้องก็คือ ให้ทุกท่านควบคุมจิตมาร ละทิ้งจิตมาร  ในอดีตการบำเพ็ญในพุทธศาสนาก็คือการบังคับยับยั้ง  ควบคุมจิตมาร  สำแดงจิตพุทธออกมาให้เต็มที่  สุดท้ายเมื่อแรงบังคับยับยั้งมีกำลังมากแล้ว  จิตมารนั้นก็จะไม่มีบทบาทอะไรแล้ว เหมือนถูกล็อคเอาไว้  การเจิ้งฝ่าครั้งนี้ จะให้จักรวาลทั้งหมดเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง   ดังนั้นในการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า จึงปรับแก้ใหม่ตั้งแต่ระดับจุลทรรศน์  นำสิ่งที่ไม่ต้องการทิ้งไปโดยตรง  นี่คือการเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์ของชีวิตนี้อย่างแท้จริง  นี่จึงไม่เหมือนกับการบำเพ็ญในอดีต

 

ศิษย์ถาม  การเมืองคือรูปแบบของสิทธิมนุษยชนและอธิปไตยแห่งดินแดนของพลเมืองในสังคมตะวันตก  คำว่า “ยุ่งกับการเมือง” คือปรากฏการณ์ของวัฒนธรรมทางการเมืองที่บิดเบือนไปแล้วของคอมมิวนิสต์จีน  เข้าใจอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่

อาจารย์คอมมิวนิสต์จีนนั้นเวลาที่มันได้ประโยชน์ ก็จะหนุนนำให้มวลชน “ใส่ใจการเมือง” โดยเฉพาะในช่วง “ปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม” ทุกท่านต่างทราบกันดี  หากคนๆนั้นถูกเรียกว่า “ล้าหลังทางการเมือง”  นั่นคือการบอกว่าคนๆนี้ “ความคิดล้าหลังแล้ว”  “ไม่ใส่ใจการเมือง”  แต่เมื่อใดที่พรรคชั่วร้ายรู้สึกว่ามันถูกคุกคาม  หากท่านยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั่นคือ ท่านทำผิดกฎหมาย  มันกลับคำไปมาอยู่เรื่อย (คว่ำมือก็คือเมฆ  หงายมือก็คือฝน)

อีกอย่างหนึ่ง ในสังคมตะวันตก  แนวคิดเกี่ยวกับการเมืองนั้น คือกิจกรรมที่ไม่อยู่ในขอบข่ายของศาสนา  ไม่จัดเป็นพฤติกรรมของปัจเจกชน  อันนั้นก็คือการเมือง  ดังนั้นความเข้าใจต่อ “ฝ่าหลุนกงว่าเป็นศาสนาหรือไม่”สำหรับสังคมตะวันตก  พวกเขาก็สรุปอย่างนี้ว่า กิจกรรมชนิดนี้ของสังคมที่ไม่จัดเป็นกิจกรรมทางการเมือง  เช่นนั้นพวกท่านก็ถือเป็นศาสนา  พวกท่านมีความเชื่อ  ดังนั้นพวกเขาจึงถือว่าเป็นศาสนา

ด้วยเหตุนี้ ณ ที่นี้ข้าพเจ้าจึงถือโอกาสพูดกับทุกท่านสักคำ  ต่อไปปัญหาที่ว่าใครยังพูดว่าพวกเราเป็นศาสนาหรือไม่ สำหรับคนธรรมดาสามัญโดยทั่วไปนั้น ทุกท่านไม่ต้องไปชี้แจง  ไม่ไปอธิบายอีก  คนจะถือว่าใช่ศาสนาหรือไม่ ก็แล้วแต่เขา  ได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหม  ในสังคมจีนนั้น  ท่านเป็นศาสนาหรือไม่นั้น มันมีแนวคิดที่ชัดเจนมากอยู่แล้ว  ศาสนามีวัด  มีการกราบไหว้บูชา  มีพิธีกรรมทางศาสนาที่ต้องเข้าร่วม  ถือศีล  ล้างบาปเจิมน้ำมนต์  อันนี้ชัดเจนมาก  ท่านก็คือสาวกในศาสนา  ท่านก็คือกิจการของศาสนา  ไม่มีสิ่งเหล่านี้ท่านก็ไม่จัดเป็นศาสนา  อันนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับสังคมตะวันตก  ดังนั้นในสังคมตะวันตก  คนทั่วไปยังพูดอีกว่าท่านเป็นศาสนาหรือไม่  ทุกท่านไม่จำเป็นต้องตอบ  และไม่ต้องไปจริงจังอย่างนั้น  ถ้าหากรัฐบาล  องค์กรในสังคม  ฝ่ายปกครอง  สมาชิกสภาเป็นต้น บอกว่าพวกท่านเป็นศาสนา  ก็ไม่ต้องไปพูดอีกว่าเราไม่ใช่ศาสนา  ถ้าหากในเวลาที่ไปเกี่ยวข้องกับปัญหาข้อกฎหมาย   ทุกท่านสามารถไปจัดการโดยใช้ข้อกฎหมายและในนามของศาสนา  ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านสามารถพูดได้ว่าเป็นศาสนา  โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย  ทุกท่านได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหม  นี่คือทัศนคติที่ต่างกันระหว่างตะวันออกกับตะวันตก   อันนี้ไม่ขัดกับฝ่าที่ข้าพเจ้าบรรยาย  ข้าพเจ้าเคยพูดไว้ใน “จิงจิ้นเย้าจื่อ”นานแล้วว่า  ข้าพเจ้าว่า “พวกเราไม่ใช่ศาสนา  แต่คนธรรมดาสามัญจะถือว่าเราเป็นศาสนา” จุดนี้ทุกท่านต้องแจ่มแจ้ง

 

ศิษย์ถาม เรียนถามท่านอาจารย์ว่า เมื่อฝึกพลังหรืออธิบายฯอยู่ในสถานที่ทัศนาจร    ป้ายผ้าที่แขวนไว้กลับมีข้อความว่า “ทรราชคอมมิวนิสต์จีน” และ “จิ่วผิง” เช่นนี้จะเกิดผลในการช่วยเหลือสรรพชีวิตอย่างไรบ้าง  เรียนเชิญท่านอาจารย์ให้ความกระจ่าง

อาจารย์เมื่อเริ่มต้นออก “จิ่วผิง”มานั้น  คนธรรมดาสามัญในสังคมในเวลานั้น รวมทั้งชาวจีนแผ่นดินใหญ่  ล้วนแต่ถูกองค์ประกอบชั่วร้ายนานาชนิด  ถูกวิญญาณชั่วคอมมิวนิสต์จีนควบคุมอยู่ในระดับที่สูง   ในเวลานั้นหากทำเรื่อง“จิ่วผิง”กับการอธิบาฯ ไปพร้อมกัน  ก็ยากมากที่จะช่วยเหลือคนที่จะไปช่วยเหลือ   เมื่อผ่านไปหนึ่งปีแล้ว โดยเฉพาะคือเมื่อถึงขณะนี้  สถานการณ์แตกต่างกันแล้ว  วิญญาณชั่วพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน ถูกดับสลายไปจนไม่มีพลังควบคุมคนธรรมดาสามัญแล้ว  คนในขณะนี้ล้วนสามารถใคร่ครวญปัญหาด้วยตัวเองได้แล้ว  ไม่ถูกวิญญาณชั่วพรรคมารควบคุมแล้ว  ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกท่านทำอย่างนี้จะไม่เกิดปัญหา

และจุดประสงค์ในการแจก “จิ่วผิง”ของพวกเรากับการลาออกของคนธรรมดาสามัญนั้นก็ชัดเจนมาก  พวกท่านไปอธิบายอย่างนี้ให้คนธรรมดาสามัญฟังได้   พรรคมารคอมมิวนิสต์จีนประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่ามาหลายปีอย่างนี้เแล้ว  ในระหว่างนี้ก็ให้โอกาสพรรคมารคอมมิวนิสต์จีนแล้ว  ทุกท่านก็ทราบอย่างแจ่มแจ้งแล้วพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน  กำลังประทุษร้ายฝ่าหลุนกง  พวกเราให้โอกาสมันมานานหลายปีอย่างนี้แล้ว ก็ยังไม่ยอมหยุดการประทุษร้าย  ยังคงไม่ยอมหยุดประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าจนเสียชีวิต  ดังนั้นพวกเราจึงได้แต่เปิดโปงการประทุษร้ายของพรรคมาร (เสียงปรบมือ)   ได้แต่นำความชั่วร้ายของพรรคมารคอมมิวนิสต์จีนและการประทุษร้ายชาวจีนในประวัติศาสตร์ของมัน และบาปชั่วที่กำลังประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าในขณะนี้ออกมาเปิดโปง  ให้มวลชนรู้จักมัน ทำไมมันจึงประทุษร้ายฝ่าหลุนกง  การสลายพรรคชั่วนี้ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการหยุด  การประทุษร้ายชาวจีนและฝ่าหลุนกงหรอกหรือ  พวกเราไม่สนใจอำนาจทางการเมืองของพรรคมาร  พวกเราไม่ได้เรียกร้องทางการเมือง  พวกเราต้องการแต่จะหยุดการประทุษร้าย  พรรคมารคอมมิวนิสต์จีนไม่หยุดประทุษร้ายฝ่าหลุนกงหนึ่งวัน พวกเราก็ไม่หยุดเปิดโปงการประทุษร้ายของมันหนึ่งวัน  สลายมันหนึ่งวันไม่มีหยุด (เสียงปรบมือดังกึกก้อง) ที่จริงปัญหานี้นั้นแจ่มแจ้งมาก  ใครๆก็รู้ว่าพรรคมารคอมมิวนิสต์จีนประทุษร้ายฝ่าหลุนกงอยู่  แล้วเหตุใดเราจึงไม่อาจแจก “จิ่วผิง”เปิดโปงมัน

 

ศิษย์ถามเราสามารถจัดตั้งวงดุริยางค์เยาวชน (ประเภทเครื่องเป่าและเครื่องสาย) ขึ้นในแต่ละท้องที่ได้หรือไม่  ศิษย์ต้าฝ่าโตรอนโต้ฝากสวัสดีอาจารย์

อาจารย์ ทุกท่านล้วนทราบเกี่ยวกับบทบาทของวงดนตรีที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่แล้ว  แต่ละท้องที่ก็ทราบว่า นิวยอร์กได้ทำวงดุริยางค์ประเภทเครื่องเป่าวงใหญ่วงหนึ่งขึ้นมาแล้ว  รูปแบบของวงดุริยางค์  ประเภทเครื่องเป่านี้ก็เรียกว่า วงดุริยางค์ทหาร(วงโยธวาทิตเพราะว่าแต่เดิมก็เป็นของทหาร  ต่อมาในหมู่ประชาชนก็มีแล้ว  ก็เรียกกันอย่างนี้ทั้งสิ้น  โดยเฉพาะพอมาถึงยุคนี้  ในหมู่นักเรียนก็ค่อนข้างแพร่หลาย  พวกเขายังคงเรียกกันว่าวงดุริยางค์ทหาร(วงโยธวาทิต)   และยังเรียกว่า วงดุริยางค์ประเภทเครื่องเป่าวงใหญ่  การจัดตั้งวงดนตรีอย่างนี้ไม่ใช่ง่ายเลยจริงๆ  หากท้องที่อื่นพากันทำเช่นนี้  ถ้ากำลังความสามารถไม่พร้อม เงื่อนไข/สภาพไม่เอื้ออำนวยละก็ ย่อมจะหน่วงเหนี่ยวเวลาของศิษย์ต้าฝ่าในการทำเรื่องอื่นจนเสียการเสียงาน   เรื่องการยืนยันความจริงของศิษย์ต้าฝ่านั้นไม่อาจจะถูกกระทบเป็นอันขาด

 

ศิษย์ถามจะปฏิบัติต่อคณะแสดงของจีนอย่างไรดี  หากพวกเขาไม่ใช้ “ชื่อเพลงเดียวกัน”  แต่ก็เป็นการส่งออกวัฒนธรรมคอมมิวนิสต์จีน  ควรปฏิบัติเหมือนกันไหม  จะยึดกุมให้ดีได้อย่างไร

อาจารย์กลุ่มวัฒนธรรมที่ประเทศจีนจัดส่งออกไปมีมากมาย  ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ ไม่เกี่ยวกับเรา  ขอเพียงไม่ใช่มาเพราะฝ่าหลุนกง ก็ไม่ต้องสนใจมัน  หากในนั้นมีการเข้าร่วมประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่า ก็จะไม่ปล่อยมันไว้อย่างแน่นอน

 

ศิษย์ถามศิษย์ต้าฝ่า เยอรมันนี  เทียนจิน  ต้าเหลียน  เป่ยจิง   ไฮวโหลว  หูเป่ยอินซาน  ซีสุ่ย  หลัวเถียน  อู่ฮั่น  เฉาหยาง  ไห่ติ้ง  หนิงปอ  ถังซาน  อันฮุย  ฉงชิ่ง  กานซู  ฉางชุน ฝากสวัสดีท่านอาจารย์

อาจารย์ขอบใจทุกท่าน (เสียงปรบมือ) ข้าพเจ้าทราบว่าผู้ที่นั่งอยู่ก็มีศิษย์ต้าฝ่าฉางชุน

 

ศิษย์ถามศิษย์ใหม่ที่ได้ฝ่าไม่นาน จะเรียกได้ว่า เป็นศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่าได้ไหม  สามารถจะบำเพ็ญพร้อมกับศิษย์เก่าจนหยวนหมั่นได้

อาจารย์ในหมู่ศิษย์ใหม่นั้น ที่จริงมีส่วนหนึ่งที่จัดเป็นศิษย์ต้าฝ่าในยุคฝ่าปรับโลกมนุษย์  ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ในยุคไหน   สามารถได้ฝ่า ก้าวเข้ามาได้นั้น ไม่ง่ายเลยจริงๆ  ในอนาคตเมื่อความจริงปรากฏออกมาอย่างชัดแจ้งแล้ว  เมื่อผู้คนล้วนทราบว่าฝ่าหลุนกงเป็นอย่างไรแล้ว  ในตอนนั้นใครคิดจะเข้ามาก็จะไม่ง่ายเลยจริงๆ  ไม่ใช่ว่า ใครคิดจะเข้ามาก็จะเข้ามาได้ (หัวเราะ) ถึงตอนนั้นไม่เหมือนกับการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าในวันนี้แล้ว  ดังนั้นในขณะนี้ สามารถเข้ามาได้ก็ดีที่สุดแล้ว

 

ศิษย์ถามผู้ฝึกรู้สึกว่าการจัดวางของผู้ประสานงานไม่ดี  ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ดี  ดังนั้นเขาจึงมุ่งพยายามจัดการโดยลำพัง ตามที่เขารับรู้ได้เองในหลักการของการยืนยันความจริง  ผมคิดว่าวิธีการของเขามีประโยชน์ต่อการยืนยันความจริง จึงตัดสินใจช่วยเขาพยายามทำด้วยกัน

อาจารย์เรื่องอย่างนี้มีอยู่  ผู้รับผิดชอบคิดไม่รอบด้าน  หรือผู้รับผิดชอบทำด้านนี้ได้ไม่ดี    ผู้ฝึกบางคนคิดว่าตนเองดำเนินการได้ดี  เรื่องอย่างนี้ก็มีอยู่มาก  แต่ผู้ฝึกบางคนเขาไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ทำร่วมกัน เขาคิดขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง  ลากคนจำนวนหนึ่งมา  ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน ว่าเรื่องนี้ผู้รับผิดชอบจะทำได้ดีพอหรือไม่  ล้วนต้องประสานกันทำให้ดียิ่งขึ้น  ไม่อาจลากกันออกไปทำต่างหาก  ใครทำ คนนั้นก็ผิดแล้ว  ข้าพเจ้าในฐานะอาจารย์นี้ไม่อาจยอมรับ

 

ศิษย์ถามมีบริษัทของชาวตะวันตกถามเราว่า  ควรหยุดสนับสนุนการลงทุนในจีนหรือไม่  พวกเราควรตอบอย่างไรดี

อาจารย์ปล่อยวางผลประโยชน์ ไม่ต้องการแล้ว  ไม่ไปลงทุนในจีนแล้ว  ข้าพเจ้าคิดว่าปัจจุบันยังมีไม่กี่คนที่สามารถจะทำได้  แน่ละหากเขาสามารถทำได้นั่น ดีที่สุด   อาจารย์มองปัญหานี้อย่างนี้  การบรรยายฝ่าครั้งก่อนข้าพเจ้าก็พูดแล้ว  การลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่  ทำให้ชาวจีนร่ำรวยขึ้นมา  ผู้คนมีการดำรงชีวิตที่ดี  อันนี้ไม่มีปัญหา  ที่ข้าพเจ้าคัดค้านคือ ในช่วงการประทุษร้ายฝ่าหลุนกง มีการส่งเงินไปที่นั่น เป็นจำนวนมากอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้พรรคมารคอมมิวนิสต์จีนมีกำลังประทุษร้ายฝ่าหลุนกง  เมื่อมันโหดเหี้ยมชั่วร้ายที่สุด  ในหนึ่งปีจะนำ 1 ใน 4 ของจีดีพีของประชาชาติออกมาประทุษร้ายฝ่าหลุนกง  เป็นจำนวนเงินที่มากมายเพียงไร  หากมันไม่มีเงินมันจะประทุษร้ายฝ่าหลุนกงได้ไหม ประทุษร้ายไม่ได้อย่างแน่นอน ปัจจุบันคนจีนต่างไม่เชื่อฟังพรรคมาร  หากมันไม่ให้เงิน ก็จะไม่ทำให้มันอย่างแน่นอน  และพวกเขาต่างทราบว่า ศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมดเป็นคนดี  ถ้าไม่ให้เงิน คนชั่วนั้นจะยอมทำหรือไม่

 

ศิษย์ถามท่านอาจารย์บอกว่าเราไม่ควรชี้ปัญหาของคนอื่นออกมาใช่หรือไม่   บางครั้งผมไม่ค่อยชัดเจนว่าเป็นปัญหาของพวกเขาหรือปัญหาของตนเอง

อาจารย์ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่าไม่อาจชี้ปัญหาของคนอื่นออกมา  ข้าพเจ้าบอกว่ารูปแบบการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมดนั้น ต้องเป็นสภาพแวดล้อมที่แต่ละคนค้นหาจากภายใน (เสียงปรบมือ) สภาพแวดล้อมของการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าทั้งหมด หาใช่การยกระดับท่ามกลางการชี้ความผิดซึ่งกันและกัน (เสียงปรบมือ) ดังนั้นในฐานะอาจารย์  ข้าพเจ้าได้แต่เพียงสนับสนุนให้พวกท่านค้นหาจากภายใน  เมื่อเกิดปัญหาให้ค้นหาปัญหาของตนเอง  ถ้าทุกๆคนล้วนทำเช่นนี้ได้ จึงจะดีที่สุด  ที่รับรู้เองไม่ได้ แล้วผู้อื่นชี้ออกมาให้ จึงไม่ใช่การทำผิดอย่างแน่นอน  แต่เวลาที่ชี้ออกมาให้นั้นจะต้องเป็นเจตนาที่ดี  สิ่งที่ท่านบำเพ็ญคือ ความเมตตาใช่ไหม ต้องมีเจตนาดี  ดังนั้นสองเรื่องนี้ต้องระวังไว้  ล้วนต้องทำให้ได้  ข้าพเจ้าคิดว่าปัญหามากมายก็ล้วนจะแก้ไขได้ง่าย

 

ศิษย์ถามนักวิชาการตะวันตกส่วนหนึ่งพูดไม่ดีต่อต้าฝ่าและยังยืนกรานในความคิดของตนเอง        ปัญหานี้สำคัญหรือไม่  ควรช่วยพวกเขาอย่างไรดี ให้ขจัดทัศนคติที่ไม่ดีของพวกเขาไปเสีย

อาจารย์ในฐานะคนตะวันตกที่พูดว่า ต้าฝ่าไม่ดี  พูดว่าศิษย์ต้าฝ่าไม่ดี  ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นเพราะได้ฟังคำโฆษณาชวนเชื่อของคอมมิวนิสต์จีนอย่างแน่นอน  เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าศิษย์ต้าฝ่าเป็นอย่างไร เขาพูดว่าไม่ดีได้อย่างไรกัน นั่นเพราะฟังคำลวงโฆษณาชวนเชื่อของพวกชั่วร้ายอย่างแน่นอน  ก็ต้องไปอธิบายกับพวกเขา  ที่จริงหลายปีมานี้ทุกท่านมิใช่กำลังอธิบายความจริงอยู่หรือ

ตั้งแต่ 20 กค.99  เริ่มต้นการปราบปรามในปีนั้น  สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหมดของคอมมิวนิสต์จีน ประโคมข่าว ตั้งแต่ประเทศจนถึงมณฑล  จากมณฑลจนถึงอำเภอ  ประเทศจีนที่ใหญ่โตเช่นนั้น   สถานีทีวี สื่อมวลชน  หนังสือพิมพ์  สถานีวิทยุนับพัน  สิ่งพิมพ์หลายร้อยชนิด  ทั้งหมดล้วนทำการโจมตีประทุษร้ายฝ่าหลุนกงอย่างมืดฟ้ามัวดินทั้งนั้น  สื่อมวลชนของบรรดาประเทศทั้งหลายทั่วโลก ต่างนำข่าวของฝ่าหลุนกงจากจีนแผ่นดินใหญ่มาตีพิมพ์  ล้วนช่วยมันประทุษร้ายฝ่าหลุนกง  ทั่วทั้งโลกนี้ดำมืดไปหมดแล้ว  คนในพื้นที่มากมายล้วนไม่รู้ว่าที่แท้เรื่องฝ่าหลุนกงนั้นเป็นอย่างไร  ต่างก็ฟังคำโฆษณาชวนเชื่อของพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน   หลายปีมานี้มิใช่เพราะการอธิบายความจริงจึงสามารถกำจัดสิ่งต่างๆทั้งหมดนี้ไปได้หรอกหรือ  วันนี้ศิษย์ต้าฝ่าสามารถทำให้ชาวโลกมองดูด้วยสายตาที่ทึ่ง  พวกท่านมิได้ทำออกมาเช่นนี้หรอกหรือ

ก็คือการนำความจริงออกมาพูดใช่ไหม  กำจัดการหลอกลวงโฆษณาชวนเชื่อของพรรคมารอันธพาลคอมมิวนิสต์จีน  ตรงนี้พวกท่านทำได้แล้ว  แต่ว่ายังคงมีคนส่วนหนึ่งไม่ชัดเจนในความจริง  ก็เหมือนกับในคำถามนี้ที่ผู้ฝึกถามถึง ปัญหานี้ยังคงมีอยู่  ทุกท่านก็ต้องทำต่อไป  จนกว่าทุกๆคนรู้ว่าพรรคมารอันธพาลคืออะไร  แน่ละมีบางคนที่ใช้ไม่ได้แล้ว ไม่ว่าท่านจะอธิบายอย่างไรเขาก็ใช้ไม่ได้แล้ว อันนี้ข้าพเจ้าก็ทราบ  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงพูดว่า  หากพวกท่านสามารถช่วยเหลือคนจีนไว้ได้สักครึ่งหนึ่งนะ  ก็นับว่าไม่เลวเลย  พื้นที่อื่นก็เหมือนกัน  ท่านว่าจะช่วยคนให้ได้ทั้งหมดจะเป็นไปได้ไหม  ข้าพเจ้าสามารถบอกทุกท่าน  นั่นเป็นไปไม่ได้   ทุกท่านอาจมีความปรารถนาอย่างนี้  สามารถไปทำด้วยความเมตตาต่อสรรพชีวิต  แต่ไม่ใช่ว่าเพราะมีพวกที่ไม่อาจช่วยเหลือได้ ก็ไม่ทำแล้ว หรือย่อหย่อนแล้ว  นี่ไม่ถูกต้องอย่างเด็ดขาด

 

ศิษย์ถามในที่ทำงานของผมมีคนไปมาหาสู่สนิทชิดเชื้อกับสถานทูตจีน  จึงได้รับพิษจากพรรคมารคอมมิวนิสต์จีนอย่างลึกซึ้ง  คนเช่นนี้ยังช่วยได้หรือไม่

อาจารย์          ก็ไปอธิบายความจริงกับเขา  ให้เขาเห็นความจริงเหล่านี้  หากช่วยไม่ได้จริงๆแล้ว นั่นก็หมดหวังแล้ว

 

ศิษย์ถามผู้ฝึกจีนแผ่นดินใหญ่ที่ตั้งครรภ์ครั้งที่สองแล้ว  ควรให้คลอดออกมาหรือไม่ การบังคับทำแท้งกับการคลอดตามธรรมชาติมีอะไรต่างกันหรือไม่ในแง่การก่อกรรม

อาจารย์แผ่นดินใหญ่มีสภาพการณ์ของแผ่นดินใหญ่  ดังนั้นโดยพื้นฐานอาจารย์ก็ได้พูดแล้วบนหลักการของฝ่า  สภาพการณ์รูปธรรมเหล่านี้ อาจารย์ไม่อยากพูดอะไรในที่นี้  เพราะมีผลกระทบมาก แต่พรรคมารคอมมิวนิสต์จีนบังคับคนทำแท้ง ก็ถูกคนทั่วโลกรังเกียจ   กล่าวสำหรับผู้ฝึกนั้น สมควรพูดว่าการปกป้องชีวิตนั้นไม่ผิด  ก็พูดได้เพียงเท่านี้ กรณีที่เป็นพิเศษต่างๆ ต้องดูเป็นกรณีๆ

 

ศิษย์ถามเหตุใดภายในหินแกรนิตจึงไม่มีชีวิต

อาจารย์ยังถามเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรกันนะ (หัวเราะที่ว่าไม่มีชีวิตนั้นเพียงแต่หมายถึงรูปแบบภายนอกนี้ของหินแกรนิตที่มนุษย์มองเห็นได้เท่านั้น  สสารที่เล็กลงไปอีกที่ก่อเกิดหินแกรนิตนั้นเป็นอะไร นั่นก็ยิ่งต่างออกไปแล้ว  อันว่าหลักธรรมนั้น ในระดับชั้นนี้ถือเป็นหลักธรรม แต่ในอีกระดับชั้นหนึ่งอาจจะไม่ใช่หลักธรรม  ฝ่าในระดับชั้นต่ำนั้น กล่าวสำหรับฝ่าในระดับชั้นสูงแล้วจะกลับกันเลยทีเดียว  กระทั่งเป็นสิ่งที่ผิด  หลักธรรมนั้นเลื่อนชั้นไปไม่มีหยุด   ในจุดนี้พวกท่านต้องแจ่มแจ้ง

 

ศิษย์ถามมีคนๆหนึ่งกระตือรือร้นช่วยงานต้าฝ่า  แต่ไม่เข้าใจว่าหลังจากคนหยวนหมั่นแล้วจะไปที่ไหน  เขายอมรับอาจารย์  แต่ไม่ศึกษาฝ่าอย่างสม่ำเสมอ  ยังคลายปมในใจของเขาไม่ได้  เพราะผมทำด้านไหนได้ไม่ดีหรือ วันนี้เขาก็นั่งอยู่ที่นี่ด้วย(หัวเราะ) (ที่ประชุมหัวเราะ)

อาจารย์สำหรับคนธรรมดาสามัญส่วนหนึ่ง พวกท่านไม่ควรเรียกร้องเขาสูงเกินไป  ท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่า  แน่ละท่านอยากให้เขาได้ฝ่าเหลือเกิน แน่ละใครสามารถเป็นศิษย์ต้าฝ่าได้นั้น  กล่าวสำหรับชีวิตๆหนึ่ง นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด  นี่คือความปรารถนาของพวกท่าน  แต่ถ้าพูดจากสถานการณ์ในขณะนี้  คนสามารถจะรับรู้ได้มากเท่าไร ล้วนไม่อาจพูดว่าเขาผิด  และกล่าวในฐานะชีวิตหนึ่ง  ในเวลานี้สามารถช่วยศิษย์ต้าฝ่าทำเรื่องอะไร  ชีวิตนี้ก็ยอดเยี่ยมนักแล้ว  เขาต้องมีอนาคตที่ดีอย่างแน่นอน  แน่นอนจริงๆ  เพราะนี่ล้วนไม่เหมือนกับช่วงเวลาใด  เนื่องจากเป็นช่วงที่ศิษย์ต้าฝ่ากำลังประสบกับทุกข์ภัย

 

ศิษย์ถามอาจารย์พูดว่าอะไรก็เชื่ออะไร ไม่ไปคิดต่อให้ลึกซึ้ง  ลักษณะเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่

อาจารย์เมื่อเทพมองแล้ว จะถือว่าคนๆนี้ช่างดีเหลือเกิน แต่ข้าพเจ้ายังคงต้องการให้เขาอ่านหนังสือให้มาก ศึกษาฝ่าให้มาก  ตามปกติเมื่อข้าพเจ้าบรรยายฝ่าอยู่นั้น  ทุกท่านอาจรู้สึกได้ว่าสนามแห่งความเมตตานั้นใหญ่มาก พลังก็ใหญ่มาก  สามารถแก้ไขปัญหามากมายได้   แต่ในการดำรงชีพตามปกติของข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าไม่อาจทำเช่นนี้ได้  ข้าพเจ้าจึงไม่ใช่พลังงานนี้  และข้าพเจ้ายังมี มีความสามารถทางความคิดในแบบของคนธรรมดาสามัญ  ข้าพเจ้าจะใช้มันในการดำเนินชีวิต  เมื่อนั้นข้าพเจ้าอาจจะพูดคุยหยอกล้อ อาจจะพูดเรื่องทางโลก ท่านก็จะรู้สึกว่าทำไมอาจารย์ไม่อยู่ในฝ่านะ (หัวเราะ) (ที่ประชุมหัวเราะ ปรบมือ) การอยู่ที่ตรงนี้ของคนช่างเป็นเรื่องยุ่งยาก

 

ศิษย์ถามหนังสือพิมพ์ต้าจี้หยวนฉบับหนึ่งๆ จะสามารถขอการสนับสนุนจากพ่อค้าได้หรือไม่ แต่เราควบคุมเนื้อหาไว้ ที่สำคัญหมายถึงหน้าสารคดี      

อาจารย์พ่อค้าที่ให้การสนับสนุนทั้งฉบับนั้น    เขาจะลงโฆษณาอะไร จุดนี้ต้องเจรจาและเขียนให้ชัดเจนในหนังสือสัญญา

 

ศิษย์ถามในการทำงานของคนธรรมดาสามัญนั้น การคิดหาเงินให้ได้มากหน่อย หรือคิดจะเลื่อนตำแหน่ง  สามารถทำได้โดยการทำงานให้ดีหน่อยเพื่อให้ได้ตามที่คิดไว้    แล้วในบริษัทหรือสื่อ ที่ศิษย์ต้าฝ่าทำกัน จะสามารถเก็บเกี่ยวเงินทองหรือตำแหน่งที่ต้องการโดยผ่านความขยันขันแข็งได้ด้วยหรือไม่

อาจารย์ในสังคม ถ้าท่านทำได้ดีก็จะได้รับการเลื่อนขั้นโดยอัตโนมัติ  เจ้านายพอใจแล้วท่านก็จะให้ท่านผลตอบแทนท่านมาก  แต่สื่อที่ศิษย์ต้าฝ่าทำนั้น กำไรที่ได้มีจำกัด  ยังบรรลุไม่ถึงสภาพการณ์ของหนังสือพิมพ์ขนาดใหญ่เหล่านั้นในสังคม  ทำไม่ถึง  ความคิดเหล่านี้มิใช่พูดกันโดยเปล่าประโยชน์แล้วหรือ  พูดถึงว่าจะเก็บเกี่ยวตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างไร  หากคิดมากเกินไปในด้านต่างๆนี้ ย่อมจะไม่ถูกต้อง ดูเหมือนไม่ใช่จิตยึดติดธรรมดาๆ  ศิษย์ต้าฝ่าล้วนแต่อาสาทำกันด้วยความสมัครใจ   ดูเหมือนว่าข้าพเจ้ายังไม่เคยได้ยินเรื่องที่ว่าใครต้องการตำแหน่งอะไร  (หัวเราะ) (ที่ประชุมหัวเราะความต้องการตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์ต้าฝ่าคิดกันนะ  การที่จะเก็บเกี่ยวอะไรก็ยิ่งไม่ถูกต้องเลย  การทำสื่อของศิษย์ต้าฝ่านั้น เพื่อการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่า  อธิบายความจริงช่วยเหลือสรรพชีวิต  และทำโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีสิ่งตอบแทน  คงไม่มีใครเห็นเรื่องตำแหน่งเป็นสิ่งสำคัญกระมัง   แน่ละหากสามารถทำสื่อได้ดีมาก สามารถจ่ายเงินเดือนได้  กระทั่งว่าให้โบนัสได้บ้าง  ให้สวัสดิการได้บ้าง  เช่นนั้นข้าพเจ้าก็จะดีใจแทนพวกท่าน  ที่กล่าวมาข้างต้นคือต้องมีเงื่อนไขนี้

 

ศิษย์ถามหลังจากที่ได้สัมผัสกับผู้ฝึกชาวตะวันตกและไต้หวันมากขึ้น  จึงรู้สึกอย่างลึกซึ้งได้ว่า ในหมู่ผู้ฝึกแผ่นดินใหญ่ที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางวัฒนธรรมพรรคชั่วนั้นต้องพิษไม่ใช่น้อยเลย  ตั้งแต่ความเคยชินทางความคิดจนถึงการพูดและการกระทำ เราต้องขุดรากลึกนี้ออกไป

อาจารย์ที่จริงคนที่ออกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากมาถึงสังคมตะวันตก  สิ่งที่แสดงออกมาก่อนอื่นคือ กล่าวโทษสังคมตะวันตก สิ่งนี้ไม่ดี  สิ่งนั้นมองดูขัดตา  เพราะอะไรละ  เพราะเคยชินกับสิ่งต่างๆจำพวกนั้นของพรรคมารคอมมิวนิสต์จีน  รอจนเวลาผ่านไปนานเข้า ค่อยพบว่าของพวกนั้นของพรรคมารนั้นไม่ดี  และยังชั่วร้ายมาก  นี่คือสิ่งที่เกิดจากการถูกวัฒนธรรมพรรคกรอกเข้าไปเป็นเวลานาน  และรูปแบบการดำรงชีวิตที่นอกเหนือไปจากของพรรคมาร  จึงจะเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เป็นธรรมชาติของคน  ไม่มีใครกรอกอะไรให้กับท่าน  ดังนั้นคนที่ใช้ชีวิตอยู่นอกประเทศจีนเป็นเวลานานแล้ว เมื่อกลับไปประเทศจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว พอได้ยินคนจีนแผ่นดินใหญ่พูดจา ก็รู้สึกว่าน่าขัน   จึงรู้สึกว่าแต่ละคำพูดล้วนเป็นภาษาแบบพรรคฯ  เพราะวัฒนธรรมพรรคชั่ว ได้ซึมลึกเข้าไปในวิถีชีวิตของคนแล้ว  กระทั่งแต่ละรายละเอียดปลีกย่อยในความคิด ทำให้พฤติกรรม  อากัปกิริยา  การพูดจา  จนกระทั่งการแสดงอารมณ์  แววตา ของคนล้วนแต่เป็นวัฒนธรรมของพรรคมาร (ที่ประชุมหัวเราะ) แน่ละสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาสำคัญ  ขอเพียงเจิ้งเนี่ยนของศิษย์ต้าฝ่าเข้มแข็งสักหน่อย  รู้ว่าอะไรถูก-ผิด  สิ่งที่เป็นความเคยชินเหล่านี้จะค่อยๆละทิ้งไป  สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญ

 

ศิษย์ถามในช่วงการบำเพ็ญส่วนบุคคล เมื่อศิษย์ประสบกับด่านกรรมแห่งโรค ก็รู้ว่ากำลังล้างกรรม  สามารถผ่านด่านมาได้โดยการทนแบกรับ และยืนหยัดในฝ่า  ในที่สุดท่านอาจารย์ก็เอากรรมทิ้งไปให้แล้ว  แต่ในช่วงการบำเพ็ญเจิ้งฝ่า  ถ้าหากเป็นการประทุษร้ายต่อร่างกายของศิษย์ โดยอิทธิพลเก่า กับพวกมือมืด ผีเน่าเปื่อย และวิญญาณชั่วของพรรคมาร  รูปแบบที่ปรากฏออกมาก็เป็นกรรมแห่งโรค  เนื่องจากไม่ยอมรับการประทุษร้ายของอิทธิพลเก่า จึงไม่อาจเอาแต่ทนแบกรับเพียงอย่างเดียว  ศิษย์อาศัยการยืนหยัดในฝ่า กับการฟาเจิ้งเนี่ยนต่อต้านการประทุษร้าย  เช่นนี้จะสามารถขจัดองค์ประกอบของสิ่งชั่วร้ายที่อยู่เบื้องหลังได้หรือไม่

อาจารย์แม้ทำโดยอยู่ในเจิ้งเนี่ยนที่เข้มแข็งก็ต้านทานไม่อยู่  ศิษย์ต้าฝ่านั้น นับแต่วันนั้นที่เริ่มต้นการบำเพ็ญ  ชีวิตของท่านได้จัดวางให้ใหม่แล้ว  หรือพูดว่า ชั่วชีวิตนี้ของท่านกลายเป็นชีวิตของผู้บำเพ็ญแล้ว  เรื่องใดๆ ล้วนไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว และจะไม่เกิดเรื่องบังเอิญขึ้นเลย     ทุกสิ่งบนเส้นทางชีวิตของคน ล้วนเกี่ยวข้องกับการยกระดับและการบำเพ็ญของท่านโดยตรง หลังจากจัดวางเสร็จแล้ว ใครก็แตะต้องไม่ได้ ใครแตะต้องก็คือฝ่าฝืนกฎสวรรค์  มีแต่อาจารย์เท่านั้นที่ทำได้   แต่เพื่อทำลายทุกสิ่งนี้ อิทธิพลเก่า กับชีวิตของจักรวาลเก่าที่การเจิ้งฝ่าแตะต้องไปถึง ต่างก็มาเข้าร่วมโดยแอบอ้างเพื่อช่วยการเจิ้งฝ่า  เช่นนี้จึงก่อให้เกิดเป็นส่วนแยก(ช่อง)ที่ใหญ่มหึมามาก  แม้ฝ่าเซินของข้าพเจ้าสามารถทำได้  แต่เส้นทางการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าได้จัดวางไว้อย่างละเอียดมากแล้ว  ถ้าจะเปลี่ยนแปลอะไรสักนิดให้ศิษย์ต้าฝ่าคนหนึ่ง  ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่แรกทั่วทุกด้าน  งานที่ใหญ่โตมหึมานี้ เป็นการดำเนินการไปพร้อมกันระหว่างการผลักดันของพลังอันยิ่งใหญ่ของการเจิ้งฝ่า กับการเปลี่ยนแปลงของศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคน  และจักรวาลทั้งหมดร้อยละ 99 ส่วน ได้เจิ้งฝ่าเสร็จสิ้นแล้ว  ศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่าได้ก้าวสู่ช่วงสุดท้ายแล้ว   จึงไม่อาจนำจักรวาลส่วนนั้นที่เจิ้งฝ่าเสร็จสิ้นแล้ว มาเริ่มต้นแก้ไขใหม่อีกรอบ เพียงเพื่อการแก้ไขให้ชีวิตๆหนึ่ง  ดังนั้นมีศิษย์ต้าฝ่าหลายคนที่ทำได้ไม่ดีในระหว่างการบำเพ็ญ หรือเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา หรือในเวลาที่ผ่านด่านแสดงออกมาอย่างรุนแรงมาก  ในเวลาอย่างนี้ท่านจะเรียกให้อาจารย์ลงให้ท่าน แก้ไขให้ท่านโดยตรง  อาจารย์ก็ต้องนำจักรวาลใหม่ จักรวาลเก่า บรรดาทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับท่านทั้งหมดมาเริ่มต้นทำใหม่  สิ่งที่ผ่านมาในหลายปีนี้ในระหว่างการเจิ้งฝ่า ก็ต้องทำทั้งหมด  เวลาก็ต้องหมุนกลับไป  อะไรๆก็ต้องเริ่มต้นทำกันใหม่  ก็เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ใหญ่อย่างนี้  ดังนั้นข้าพเจ้าขอบอกทุกท่านว่า ทำไม่ได้จริงๆ  ท่านสามารถบำเพ็ญถึงระดับชั้นไหน ก็คือระดับชั้นนั้นแล้ว  สุดท้ายปรากฎว่ายังขึ้นไปไม่ได้อีก  ก็คือสภาพการณ์ที่ปรากฏออกมาของการรบกวนขององค์ประกอบของอิทธิพลเก่า   ที่จริงการเกิดปรากฏการณ์ที่ข้ามด่านไปไม่ได้นั้น เป็นเพราะองค์ประกอบหลายๆด้าน  มีที่จากไปเสียก่อนจริงๆ  ขอเพียงเป็นศิษย์ต้าฝ่าที่ทำทั้งสามเรื่องอยู่  ต้องหยวนหมั่นแน่นอน เพียงแต่ละระดับชั้นแตกต่างกันไป

หากข้าพเจ้าลงมือทำให้ท่านด้วยตนเอง  สิ่งชั่วร้ายก็จะเจาะช่องว่างได้  จักรวาลใหม่ก็จะถูกแปดเปื้อน  เจิ้งฝ่านั้นเป็นเรื่องเข้มงวดอย่างยิ่ง   เมื่อเริ่มต้นการบำเพ็ญนั้น สิ่งที่ควรทำอาจารย์ก็ได้ทำให้พวกท่านหมดแล้ว  ขณะนี้ก็ต้องอาศัยเจิ้งเนี่ยนของท่านฝ่าด่านแล้ว  เจิ้งเนี่ยนของท่านพอ อาจารย์ก็สามารถช่วยเหลือท่านได้  หากเจิ้งเนี่ยนของท่านไม่พอ ไม่ได้มาตรฐาน  พออาจารย์ทำก็จะเกี่ยวพันกับเรื่องที่ใหญ่เช่นนั้น   ดังนั้น ถ้าแม้นเส้นทางการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าจัดวางเรียบร้อยแล้ว  โดยพื้นฐานนั้นใครก็ไม่อาจแตะต้องได้ง่ายๆ  ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีล้วนเกินกำลังที่จะช่วยได้   ใครที่คิดจะแต่งแต้มสิ่งที่เกิดประโยชน์เป็นพิเศษให้ท่าน ก็ล้วนเติมเข้ามาไม่ได้   ใครที่คิดจะแต่งแต้มเป็นพิเศษในสิ่งที่ไม่จัดเป็นของเดิมในขั้นตอนการบำเพ็ญของท่าน  ใครที่คิดจะประทุษร้ายท่านนอกเหนือไปกว่านี้อีก  ล้วนแต่ไม่สามารถจะทำได้  นอกเสียจากท่านเองทำไม่ดีจึงนำพามา  เข้าใจที่ข้าพเจ้าพูดกันแล้วใช่ไหม   

มีผู้ฝึกหลายคน ที่ผ่านมาเคยเห็นข้าพเจ้ารักษาโรคให้คนธรรมดาสามัญ  ที่จริงข้าพเจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือ ข้าพเจ้าเพียงแต่มองๆท่านก็เสร็จแล้ว  เวลาที่มองท่านก็ส่งของออกไปแล้ว  จากส่วนใดๆของร่างกายข้าพเจ้า ข้าพเจ้าล้วนสามารถส่งอิทธิฤทธิ์ออกไปได้   หลังจากส่งออกไปแล้ว ส่วนนั้นของท่านก็จะหายได้ในทันที  คนอย่างไรเสียก็ยังเป็นคน  บางครั้งในความนึกคิดจะรู้สึกว่า ท่านไม่ได้ลงมือทำอะไรให้ฉัน จะหายได้อย่างไรกัน  ดังนั้นในหลายๆครั้งข้าพเจ้าจึงต้องลงมือบ้าง โดยพื้นฐานพอมือถึงโรคก็หายไป ไม่ว่าจะเป็นอะไร  โรคอะไรของคนธรรมดาสามัญข้าพเจ้าล้วนสามารถจะรักษา และสามารถรักษาหายได้หมด  แต่ศิษย์ต้าฝ่านั้นไม่เหมือนกัน  แน่ละเมื่อพูดมาถึงตรงนี้  ทุกท่าน ใครก็อย่าได้นำพาคนธรรมดาสามัญมา  ข้าพเจ้าจะไม่รักษาโรค  ศิษย์ต้าฝ่าบำเพ็ญมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่ง่ายดายเลย  ข้าพเจ้าไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวายใดๆแทรกเข้ามารบกวนอีก    เนื่องจากเมื่อรักษาโรคหนึ่งๆของคนธรรมดาสามัญหายแล้ว ก็ต้องเกี่ยวพันกับชั่วชีวิตของเขา และความสมดุลของความสัมพันธ์แต่ชาติปางก่อนในแต่ละมิติที่สัมพันธ์กัน  จึงจะสามารถทำให้โรคของเขาหายได้   หนี้เหล่านั้นที่ติดค้างไว้ ล้วนต้องแก้ไขให้ด้วยความเมตตา ล้วนต้องให้ประโยชน์แก่ชีวิตที่มาทวงหนี้   จึงจะสามารถจัดการโรคนั้นได้  ขณะนี้อาจารย์ก็ไม่คิดจะทำเรื่องเหล่านี้  ดังนั้นโดยพื้นฐานข้าพเจ้าจะไม่ทำให้ใครทั้งนั้น  เพื่อเป็นหลักประกันให้ขั้นตอนนี้ของการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า ไม่เกิดเรื่องยุ่งยากอื่นใดอีก  เพราะว่าหากจัดการด้านไหนไม่ดี ก็จะเกิดความยุ่งยากขึ้นมาทันที  พอเกิดเรื่องยุ่งยากนอกเหนือจากนี้ขึ้นมาก็จะก่อให้เกิดการรบกวน  ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วจึงเป็นสภาพการณ์เช่นนี้

 

ศิษย์ถามเวลาที่ ไม่ว่าคนชั่วหรือวิญญาณชั่วในมิติอื่นประทุษร้ายศิษย์ต้าฝ่าอย่างร้ายแรงมากนั้น  มีผู้ฝึกหลายคนไปโรงพยาบาลเลือกรูปแบบการจัดการต่างๆของคนธรรมดาสามัญ  เช่น ฉีดยา กินยา เพื่อให้บรรเทาลง  อันนี้เป็นการทำร้ายร่างกายของผู้บำเพ็ญอย่างมากใช่หรือไม่  ยังบำเพ็ญได้ไหม  ในขณะที่ยังไม่อาจสลัดการประทุษร้ายร่างกายของสิ่งชั่วร้ายทิ้งไปได้นั้น  สามารถเลือกใช้วิธีการของคนธรรมดาสามัญได้หรือไม่   

อาจารย์สิ่งที่ผู้บำเพ็ญพูดกันคือ เจิ้งเนี่ยน  เจิ้งเนี่ยนที่เข้มแข็งมาก  ท่านก็จะสามารถยับยั้งอะไรๆได้หมด  สามารถทำอะไรๆได้หมด  เพราะท่านเป็นผู้บำเพ็ญ  ท่านเป็นคนที่กำลังเดินบนทางของเทพ  ท่านจึงเป็นคนที่ไม่ถูกองค์ประกอบของคน  และหลักธรรมระดับชั้นต่ำควบคุม (เสียงปรบมือ)

นานมาแล้วที่ข้าพเจ้าเคยพูดกับพวกท่าน  ข้าพเจ้าได้ลบชื่อให้กับศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคนออกไปจากนรก  คนธรรมดาสามัญทุกๆคนล้วนมีชื่ออยู่ในบัญชีนั้น   ชื่อของศิษย์ต้าฝ่าที่เมื่อก่อนเคยมีอยู่ในนรก ข้าพเจ้าก็ขีดฆ่าให้พวกท่านหมดแล้ว  บอกให้นรกลบชื่อทิ้ง ในนั้นไม่มีชื่อของพวกท่าน  หรือพูดว่า ท่านไม่จัดเป็นชีวิตในตรีภูมิอย่างแท้จริงแล้ว  ท่านไม่จัดเป็นคนธรรมดาสามัญแล้ว ดังนั้นเมื่อเจิ้งเนี่ยนเข้มแข็ง ปัญหาอะไรพวกท่านก็สามารถแก้ไขได้  การสะท้อนออกมาของโรคนี้ที่เกิดขึ้นบนร่างกายท่าน คือการข้ามด่าน  สิ่งที่แสดงออกมาก็ต้องเป็นสภาพการณ์ของกรรมแห่งโรค    ย่อมไม่ใช่การสะท้อนออกมาของเทพที่เป็นโรค  ดังนั้นท่านต้องใช้เจิ้งเนี่ยนไปปฏิบัติต่อมัน   เพราะว่าท่านเป็นผู้บำเพ็ญ  ดังนั้นจึงไม่ใช่โรคจริง  แต่เมื่อปรากฏออกมาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ  ท่านทราบไหมว่าอิทธิพลเก่าคิดอย่างไรบ้าง   มันคิดว่า อ้อ ท่านในฐานะอาจารย์ ได้บรรยายฝ่าของกรรมแห่งโรคนี้อย่างกระจ่างแจ้งถึงเพียงนี้  ใช่ซิ ในปีนั้นเมื่อข้าพเจ้าพบกับผู้ฝึกที่ทุกข์ทรมานมากในการผ่านด่านกรรมแห่งโรค  ข้าพเจ้าได้นำเรื่องนี้มาพูดอย่างแจ่มแจ้งแล้วจริงๆ     ผู้ฝึกที่นั่งอยู่ก็ทราบดีทั้งนั้น แต่ว่าหลักการของฝ่า แม้พูดให้กระจ่างขึ้นไปอีก แต่ระดับความยากของการบำเพ็ญจะไม่ลดน้อยลงด้วยเหตุนี้   กระทั่งอาจจะหนักหนา  อย่างเช่น ในการแสดงออกนั้น แค่รับรู้ได้แล้วก็ยังไม่พอ  ต้องเจิ้งเนี่ยนเจิ้งสิง จึงจะใช้ได้  ในการบำเพ็ญเจิ้งเนี่ยนไม่เข้มแข็งพอก็ข้ามด่านได้ไม่ดี  จะเยิ่นเย้อนาน  และหากทำไม่ถึงขั้นเจิ้งเนี่ยนเข้มแข็ง ก็จะทำให้ความเชื่อมั่นถูกบั่นทอน  ด้วยเหตุนี้ จึงมีบางคนสูญเสียความเชื่อมั่นจนกระทั่งรับรู้ผิดทางไปแล้วมิใช่หรือ  ดังนั้นบางครั้ง พวกท่านก็คิดจะให้อาจารย์บรรยายฝ่าให้ทะลุปรุโปร่งยิ่งขึ้น  สำหรับผู้ฝึกที่ไม่ยืนหยัดในศรัทธาต่อหลักการของฝ่านั้น  อันนี้ก็ไม่อาจแทนที่การบำเพ็ญของท่านได้  แน่ละมองจากอีกด้านหนึ่ง  สำหรับศิษย์ต้าฝ่าที่มีเจิ้งเนี่ยนเข้มแข็ง หลังจากแจ่มแจ้งในหลักการของฝ่าแล้ว จะยิ่งศรัทธาแน่วแน่  ด่านอะไรก็สามารถจะผ่านไปได้     

แต่เมื่อพูดในทางกลับกัน  บอกว่าฉันเป็นผู้ฝึกใหม่  หรือว่าตนเองก็ไม่รู้สึกว่าก้าวหน้าพอ  พอมีโรคก็ยังไปโรงพยาบาล  งั้นไปก็ไป  ก็นับเป็นขั้นตอนของการบำเพ็ญละกัน   ต่อไปเมื่อบำเพ็ญได้ดียิ่งขึ้น ก็จะค่อยๆเข้าใจได้ว่าควรทำอย่างไร  การบำเพ็ญนั้นย่อมต้องมีขั้นตอน  ย่อมต้องให้โอกาสแก่คน  แน่ละผู้ที่ก้าวหน้านั้น ไม่ต้องพูดกันแล้ว  หากรู้สึกว่าไม่อาจวางใจ  ท่านไปแล้วอาจารย์ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้  หากในการบำเพ็ญ แต่ละก้าวล้วนสามารถเดินไปได้ดีมาก  คนๆนี้ใครๆก็นับถือ เทพก็นับถือ  อาจารย์ก็นับถือ  ถ้าหากศิษย์คนหนึ่งพอก้าวยาวๆก็หยวนหมั่นแล้ว(ที่ประชุมหัวเราะ) ไม่เคยหกคะเมนแม้สักครั้งเดียว (ที่ประชุมหัวเราะ) ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน  คนๆนี้อาจจะเป็นเทพ (ที่ประชุมหัวเราะ) อีกอย่างคือ ในฐานะอาจารย์ ข้าพเจ้าไม่ได้จัดวางให้ดี   ด่านล้วนแต่เล็กเกินไป  เขาสามารถข้ามไปได้หมดแล้ว   ดังนั้นด่านที่จัดวางไว้นั้น มักจะเป็นว่า เพียงแค่ยกระดับก็จะสามารถข้ามไปได้ทั้งหมด ท่านไม่ยกระดับก็ผ่านไปไม่ได้  โดยพื้นฐานล้วนเป็นเช่นนี้  ทำผิดไปแล้ว ก็เพียงแต่พูดว่า เป็นสภาพการณ์หนึ่งในระหว่างการบำเพ็ญ  ไม่อาจพูดว่า คนๆนี้ไม่ไหวแล้ว และไม่อาจพูดว่าคนๆนี้ ก็เป็นสภาพนี้ไปแล้ว  นี่เป็นเพียงสภาพการณ์ในระหว่างขั้นตอนเท่านั้น  หากบอกว่าบางครั้ง ฉันนั้นมีเจิ้งเนี่ยนไม่พอจริงๆ  ยืนหยัดต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ  นี่จะทำอย่างไรละ  งั้นท่านก็ไปเถอะ (ที่ประชุมหัวเราะ) ก็ใช่นะ (หัวเราะ) งั้นก็ไปโรงพยาบาลก็ดีแล้ว 

หลักการก็พูดกันเช่นนี้   เทพเซียนคนหนึ่ง จะให้คนธรรมดาสามัญรักษาโรคให้ได้อย่างไรกันละ  คนธรรมดาสามัญจะรักษาโรคของเทพได้อย่างไรละ(เสียงปรบมือ) (หัวเราะ) นี่คือหลักการของฝ่า  แต่ว่าเมื่อปรากฏออกมา มักจะเป็นว่า หากท่านไม่มีเจิ้งเนี่ยนที่เข้มแข็งอย่างนั้น  เมื่อยึดกุมได้ไม่ดี  งั้นท่านก็ไปละกัน   จิตใจที่ไม่มั่นคง โดยตัวมันเองก็บรรลุไม่ถึงมาตรฐาน  ทอดเวลายาวนานไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ถ้ายืนหยัดเพื่อรักษาหน้า นั่นก็คือจิตยึดติดบวกจิตยึดติด (จิตยึดติดกำลังสอง) ในเวลานี้มีเพียงสองทางเลือก  ไปโรงพยาบาล ละทิ้งการข้ามด่าน  หรืออาจปล่อยวางจิตใจให้ถึงที่สุดเหมือนกับศิษย์ต้าฝ่าที่สง่าผ่าเผย  ไม่คาดหวังไม่ยึดติด  ไปหรืออยู่ตามแต่อาจารย์จะจัดการ  หากสามารถทำได้ถึงจุดนี้ นั่นก็คือเทพ                                                                                                 

 

ศิษย์ถามการอธิบายความจริงในแมนฮัตตันจบแล้ว  ศิษย์แต่ละแห่งกลับไปยืนยันความจริงในแต่ละที่  พวกเราศิษย์ต้าฝ่าที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ก็กลับไปแผ่นดินใหญ่อธิบายความจริงตามสภาพการณ์ของตัวเองใช่หรือไม่ (ที่ประชุมหัวเราะ)

อาจารย์ถ้าท่านออกมาเพราะถูกประทุษร้าย    ท่านอย่าได้กลับไปเลย  ในเมื่อออกมาแล้ว ก็ออกมาเลย  ก็อยู่ที่นี่อธิบายความจริงก็แล้วกัน  ถ้าหากเมื่อท่านกลับไปสภาพการณ์ที่นั่นค่อนข้างผ่อนคลาย   นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  งั้นก็กลับไป ไม่มีปัญหา  ถ้าบอกว่ากลับไปจะเป็นอันตราย เช่นนั้นก็อย่ากลับไป

 

ศิษย์ถามในเมื่องานราตรีปีใหม่เป็นการจัดเพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิต จึงควรที่จะแจกบัตรเข้าชม  ไม่ควรพูดเรื่องการหารายได้  หรือราคาบัตรควรจะต่ำ  การพูดเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่

อาจารย์ไม่ถูกต้อง  ศิษย์ต้าฝ่า เป็นศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่า  เมื่อแรกเริ่มที่พวกท่านซื้อหนังสือต้าฝ่านั้น  ข้าพเจ้าก็แทบจะให้พวกท่านโดยไม่คิดเงิน  แต่นี่ทำเพื่อผู้บำเพ็ญในยุคเจิ้งฝ่า กล่าวสำหรับคนธรรมดาสามัญ หากคิดจะได้อะไรโดยไม่มีเงื่อนไข  นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับหลักการในมิตินี้  ในฐานะศิษย์ต้าฝ่า  ท่านสามารถให้เขาโดยปราศจากเงื่อนไข  นั่นคือความเมตตาของศิษย์ต้าฝ่า

แต่ทุกท่านเคยคิดบ้างไหมว่าสื่อที่ศิษย์ต้าฝ่าทำนั้นยากหรือไม่  พวกท่านที่ไม่ได้เข้าร่วมก็ไม่ทราบ  ค่าใช้จ่ายในการประคับประคองสถานีทีวีนี้  ประคับประคองหนังสือพิมพ์นี้  ประคับประคองสื่อนั้นติดขัดมาก ทุกท่านคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำให้งานโฆษณาของสื่อมีการทะลวงไปได้  สามารถบรรลุถึงการหมุนเวียนได้ดี  และเป็นความมุ่งหวังของข้าพเจ้า  เป็นความมุ่งหวังของผู้ฝึกทั้งหลายที่ทำสื่อ  และมุมานะทำกันในด้านนี้ตลอดมา  ทำรายการทีวีราตรีปีใหม่ซินถังเหริน  สามารถหารายได้ ได้สักหน่อยนี่ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ  การแสดงเทศกาลคริสต์มาสของสถานีวิทยุนั้น พวกเขาเองก็กล่าวยอมรับว่า พวกเราแสดงได้ไม่ดีอย่างของพวกคุณ  รายการไม่ดีเหมือนของพวกคุณ  แต่ราคาบัตรสูงมาก  พวกเขาแสดง 90 รอบในหนึ่งเดือน  หารายได้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งปี หารายได้สำหรับเงินเดือน ทำไมซินถังเหรินจะทำไม่ได้ละ

พูดถึงปัญหาราคาบัตร ที่จริงเมื่อมองจากมาตรฐานการแสดงของงานราตรีปีใหม่ กับการทุ่มเทของศิษย์ต้าฝ่า  พูดไปแล้วราคาบัตรนี้ไม่แพงเลย  ในอเมริกาไม่ว่าที่ไหนๆก็เหมือนกัน  มาตรฐานการดำรงชีพของอเมริกานั้นไม่ต่างกันโดยพื้นที่  ปัญหาที่มีอยู่จริงๆคือปัญหาเรื่องระดับชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จัก   และมีผู้ฝึกบางคนคิดจะซื้อบัตรให้คนอื่น  ราคาบัตรไม่สูง  ถูกสักหน่อย  ฉันอยากซื้อบัตรหลายใบให้คนอื่น  ถ้าแพงฉันก็ซื้อไม่ไหว  และให้ไม่ไหว อาจจะมีปัญหานี้อยู่  ดังนั้นผู้ฝึกหลายคนกำลังบ่นอยู่  แน่ละบัตรนี้ก็ใช่ว่าจะมีราคาเดียวไปเสียหมด มันก็มีที่ไม่แพง  ที่นั่งไม่เหมือนกันใช่ไหม  แต่ว่าเมื่อผ่านประสบการณ์สองครั้งนี้แล้ว  ฉะนั้นครั้งต่อไปราคาบัตรนี้ ปรับกันสักทีก็ได้  หรือจัดรอบการแสดงเฉพาะสำหรับศิษย์ต้าฝ่าก็ได้

 

ศิษย์ถามมีแผนการเปิดการถ่ายทำละครทีวีแบบต่อเนื่องชุดหนึ่ง เรื่องการยืนยันความจริงของศิษย์ต้าฝ่า  เค้าโครงเรื่องเกี่ยวข้องกับทิวทัศน์ในประเทศจีน   ควรทำอย่างไร

อาจารย์ที่จริงฉากทิวทัศน์นี้จัดการได้ง่าย  ทุกท่านทราบว่าเทคนิคการทำภาพซ้อนในภาพยนตร์นั้นง่ายมาก ท่านต้องการฉากอะไร ก็บอกให้คนถ่ายฉากเปล่าๆนำกลับมาก็ได้แล้ว

 

ศิษย์ถามเมืองซานฟรานซิสโก มีพวกรักร่วมเพศมาก  คนธรรมดาสามัญหลายๆคนที่นั่นก็ส่งเสริมพฤติกรรมชนิดนี้   พวกชั่วร้ายเลือกตัดเอาบางตอนในบทความของท่านอาจารย์ที่พูดถึงเรื่องรักร่วมเพศออกมาโจมตีต้าฝ่า  เรียนถามท่านอาจารย์ พวกเราควรโต้ตอบเรื่องนี้อย่างเปิดเผยในวงกว้างดีไหม หรือว่าไปอธิบายความจริงกับคนที่ได้รับพิษเป็นรายบุคคล

อาจารย์อธิบายความจริงเป็นรายบุคคลก็จบเรื่องแล้ว  ไม่ต้องไปสนใจมัน  ทุกท่านทราบว่า มีจุดหนึ่งที่ข้าพเจ้ายึดกุมไว้ได้ดีมาก เรื่องที่จะเกิดขึ้นในเวลาฝ่าปรับโลกมนุษย์ ปัจจุบันจะไม่ไปยุ่งเกี่ยว ไม่ว่ามันจะเป็นอิทธิพลเก่า หรือว่าผีเน่าเปื่อยที่ชั่วร้าย  ที่คิดจะขุดคุ้ยเรื่องที่ไม่ใช่จัดอยู่ในเรื่องราวขณะนี้  ก็ขุดคุ้ยขึ้นมาไม่ได้   ท่านอย่าไปฟังพวกมันส่งเสียงร้องตะโกนอย่างไร  เราก็ไม่ต้องไปสนใจมันให้มากจนเกินไป   ข้าพเจ้าทราบว่าข้าพเจ้ากำลังทำอะไรอยู่   ใครพูดอะไรข้าพเจ้าสามารถไปพิจารณาปัญหาของท่าน(นำมันมาพิจารณาแต่ว่าข้าพเจ้าต้องการจะทำอะไร ก็ไม่อาจถูกรบกวนได้อย่างเด็ดขาด  การยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าของข้าพเจ้าในวันนี้ก็เป็นอย่างนี้   การเจิ้งฝ่าทั่วทั้งจักรวาลก็เป็นอย่างนี้  ใครเสนออะไร ข้าพเจ้าสามารถรับฟังได้ทั้งนั้น  แต่ข้าพเจ้ายังคงทำไปตามสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการ  ใครก็แตะต้องไม่ได้  (เสียงปรบมือ) พวกท่านก็เช่นกัน ต้องทราบว่าตนเองกำลังทำอะไร  เลือกให้ถูกต้อง กำหนดแน่นอนแล้ว  ใครหรืออะไรก็ไม่อาจจะถูกรบกวน  ในขั้นตอนการบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า การอธิบายความจริงช่วยเหลือสรรพชีวิต  การคัดค้านการประทุษร้าย ย่อมจะเกิดเรื่องนานาชนิด   ล้วนแต่ไม่อาจปล่อยให้มันกระทบในเรื่องอันดับหนึ่งของพวกท่าน   อันนี้ต้องยึดกุมให้ดี  อย่าได้เป็นเพราะว่าพอในสังคมเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา กระทั่งเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการคัดค้านการประทุษร้ายของศิษย์ต้าฝ่า  ศิษย์ต้าฝ่าก็ไม่บำเพ็ญกันแล้ว  ไปทำเรื่องนั้นกันแล้ว  นั่นไม่ถูกต้อง   การบำเพ็ญก็คือการบำเพ็ญ

 

ศิษย์ถามในสมัยโบราณมีนิทานที่สูงส่ง เกี่ยวกับผู้ครองแผ่นดินที่จิตใจซื่อสัตย์สุจริตและคนที่มีจิตใจเปิดเผย ประนามความผิดของตัวเอง  เคารพ ขอบคุณ ไม่อาฆาตแค้น ทำให้ลึกๆรู้สึกว่า ในด้านการยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ ตัวเองยังบำเพ็ญได้ไม่จริงจังพอ  บางครั้งไม่สามารถเชื่อมสัมพันธ์ให้ดีได้  เพราะใจคิดแก้ตัว

อาจารย์พูดถึง การพูดแก้ตัวนะ (หัวเราะ) ข้าพเจ้าคิดขึ้นมาได้ว่า มีคนพูดกับข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าก็มองเห็นสถานการณ์เช่นนี้ได้จริงๆ  และก็มีคนพูดกับข้าพเจ้าว่า  ผู้ฝึกจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันมีความแตกต่างกันในการปฏิบัติต่อปัญหา  ผู้ฝึกไต้หวันนั้น หากมีเรื่องหนึ่งที่ทำได้ไม่ดี  ท่านบอกเขา เขาก็รับฟัง  เขาไม่แก้ตัว   แต่ผู้ฝึกจีนแผ่นดินใหญ่  หากมีเรื่องหนึ่งที่ทำได้ไม่ดี  เมื่อมีคนชี้ออกมา จะรีบพูดทันทีว่า คุณไม่รู้  ตอนนั้นสถานการณ์นี้ เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ (หัวเราะ) (ที่ประชุมหัวเราะ  ปรบมือ) เขาทราบว่า การโต้แย้งโดยตรงนั้น ไม่ดีในฐานะผู้บำเพ็ญ  เขาจะอ้อมหลบไป  เขาจะแก้ตัววกวนไปมา   ผิดไปแล้วก็คือผิดไปแล้ว  ตรงไปตรงมา  ทำผิดไปแล้วก็คือผิดไปแล้ว  ใครกล้ายอมรับผิด  จึงถูกผู้อื่นมองอย่างถูกต้อง  จึงจะได้รับการยกย่อง  แม้แต่เทพก็จะยกย่อง (เสียงปรบมือหากใครเดินไปจนถึงที่สุดบนเส้นทางนี้  เทพจะถามท่านว่า  ช่วงไหนที่ท่านสามารถปฏิบัติด้วยความถูกต้องทั้งหมด เมื่อผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ท่าน   ให้ข้าดูหน่อยซิ  ไม่มี (ที่ประชุมหัวเราะ) ท่านบอกว่า ฉันไม่ได้ทำผิดนี่ ไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์ฉัน   จะเป็นไปได้ไหมละ

ในฐานะคนๆหนึ่ง จะไม่ทำอะไรผิดเลยได้อย่างไรกัน  ผู้ที่บำเพ็ญ คือคน จะไม่ทำผิดเลยได้ไหม  แต่ว่ากลับไม่เคยเห็นท่านเคยยอมรับผิด  (ที่ประชุมหัวเราะ) นี่ท่านไม่ใช่มีรายการที่รั่วหรอกหรือ   ในการบำเพ็ญของท่านมิใช่มีจุดรั่วแล้วหรือ  ต่อไปข้าพเจ้าจะดูว่าใครสามารถยอมรับความผิดได้บ้าง (ที่ประชุมหัวเราะ ปรบมือ) ใครที่ไม่ทำผิดบ้างละ  ความผิดนับเป็นอะไรได้ละ  เราต้องทำให้ดี ใช่ไหม  แต่ที่สำคัญคือใจดวงนั้นของท่าน  ไม่ใช่จะบำเพ็ญใจคนทิ้งไปหรือ  ท่านเอาแต่หลบฉาก  เอาแต่ปิดบังไว้  ไม่คิดที่จะทิ้งไปอยู่อย่างนั้น นั่นจึงจะเป็นปัญหาใหญ่

 

ศิษย์ถามเรียนท่านอาจารย์กรุณาพูดถึง ความสำคัญกับลักษณะเฉพาะของการอธิบายความจริง ที่ถนนไชน่าทาวน์ในเมืองซานฟรานซิสโก

อาจารย์ทุกท่านรู้จักถนนไชน่าทาวน์เส้นนั้นไหม  ร้านค้าบนถนนทั้งเส้นนั้น เกือบจะเป็นการค้าของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด  เจ้าของร้านล้วนมาจากแผ่นดินใหญ่  ไม่ว่าจะทำที่อ่าวนี้ให้ดีอย่างไร  ชาวจีนโพ้นทะเลล้วนแต่อยู่กันอย่างกระจัดกระจาย  พรรคมารคอมฯจึงไม่มีตลาด  และคนที่อยู่กระจัดกระจายนั้นก็มักจะไปที่ถนนไชน่าทาวน์  ดังนั้นสถานที่นั้นไม่อาจมองข้าม   อย่ายอมให้พรรคมารคอมฯมีที่ยืนเหลืออยู่สักแห่งเดียว (เสียงปรบมือ) ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ให้กำจัดมันให้หมด  ก็คือไม่อาจให้มารร้ายนี้อยู่ที่นี่ทำร้ายคน

 

ศิษย์ถามในขณะอธิบายความจริงคนธรรมดาสามัญหลายคนทราบว่าต้าฝ่าดี และปฏิบัติต่อศิษย์ต้าฝ่าอย่างดี แต่ไม่ยอมลาออกจากพรรค  คนเหล่านี้จะมีอนาคตไหม จะทำอย่างไรดี

อาจารย์คนคิดจะทำอย่างไร ตัวเขาเองกำหนดเอง  สิ่งที่พวกท่านควรทำ ศิษย์ต้าฝ่าจะต้องทำ  ต้องไม่มีอะไรที่ต้องละอายแก่ใจตนเอง

 

ศิษย์ถามหนังสือพิมพ์ต้าจี้หยวนในท้องที่ของเราเกิดความยากลำบากทางด้านเงินทุนค่อนข้างมาก  ภายใต้ สถานการณ์ชนิดนี้ จะสามารถใช้วิธีการรวบรวมเงินในหมู่ศิษย์ที่เข้าร่วมงานสื่อแก้ไขปัญหาเงินทุนได้หรือไม่

อาจารย์เรื่องนี้ แต่ไหนแต่ไรมาข้าพเจ้าไม่เคยทำมาก่อน  เพราะข้าพเจ้าทราบว่า  การถ่ายทอดฝ่าในระยะแรก ข้าพเจ้าไม่ยอมให้มีการเรี่ยไรเงินทุนโดยเด็ดขาด  ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในช่วงหลัง  ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยมาโดยตลอดในการเรี่ยไรเงินจากในหมู่ศิษย์ต้าฝ่า   ที่จริงศิษย์ต้าฝ่าแต่ละคนล้วนกำลังใช้รายได้ของตนเองยืนยันฯให้ต้าฝ่า  ยอดเยี่ยม นี่ไม่ใช่การเรี่ยไร  นี่เป็นเกิดจากตนเองสมัครใจให้  นี่คือธรรมานุภาพ  ถ้าหากใช้วิธีการของศาสนาเหล่านั้น  ข้าพเจ้ารู้สึกเสมอว่าจะเกิดผลเสียต่อต้าฝ่า ดังนั้นข้าพเจ้าจึงไม่ทำเช่นนี้ มาโดยตลอด และไม่ได้บอกให้ทุกท่านทำอย่างนี้  ไม่มีการเรี่ยไรเงิน  แต่ทุกท่านล้วนริเริ่มทำด้วยตนเอง  อย่างแรกคือถูกกระทำ(ถูกผลักดันอย่างหลังคือสมัครใจทำ  ศิษย์ต้าฝ่ากำลังยืนยันความจริง  ธรรมานุภาพเป็นของตัวเอง  ฉะนั้นหากข้าพเจ้าเรี่ยไรเงินทำเรื่องอะไร  ธรรมานุภาพนั้น ก็ไม่ใช่ของศิษย์ต้าฝ่า  แต่เป็นของข้าพเจ้า  ทุกท่านพยายามอย่าทำเช่นนี้ เมื่อมีความยากลำบากจริงๆ   เช่นนั้นก็ลองไปพูดกับผู้ฝึกที่มีกำลังทรัพย์เฉพาะรายดูเถิด

 

ศิษย์ถามจำนวนคนที่ท่านบอกว่าช่วยเหลือได้คือครึ่งหนึ่ง  หมายถึงจำนวนคนในประเทศจีนครึ่งหนึ่ง หรือหมายถึงจำนวนคนทั่วโลกครึ่งหนึ่ง

อาจารย์ยังไม่มีข้อสรุป  ข้าพเจ้าเพียงแต่พูดว่า ถ้าช่วยคนจีนได้ครึ่งหนึ่ง  ข้าพเจ้าในฐานะอาจารย์นี้ก็ดีใจกับพวกท่าน  ก็จะรู้สึกขอบคุณแทนสรรพชีวิต  พวกท่านมองไม่เห็นว่าคนจีนในวันนี้กลายเป็นอะไรไปแล้ว  หากมองเห็นได้พวกท่านจะตกใจ  มองไม่เห็นสภาพแวดล้อมของประเทศจีนนั้นเป็นอย่างไรแล้ว  ถ้าสภาพแวดล้อมที่แท้จริง เปิดเผยออกมาต่อหน้าคน  จะน่ากลัวมาก  พรรคมารกำลังทำให้คนจีนกลายเป็นผี  พฤติกรรมของคนนั้น ตกต่ำเหลือเกิน  เลยไปไกลจากขีดต่ำสุดของคนมากแล้ว  และยังเพิ่มการประทุษร้ายยืนยันความจริงเรื่องนี้เข้าไปอีก

 

ศิษย์ถามผมเป็นตัวแทนศิษย์ต้าฝ่าประเทศไทย ขอกล่าวสวัสดีท่านอาจารย์  ศิษย์ต้าฝ่าเขตฝู่ซาน  เยอรมันนี เมืองเสิ่นหยาง  เมืองเฉาหยางมณฑลเหลียวหนิง  ฉางซา  ศิษย์ต้าฝ่าหูหนานที่ถูกกักขังอย่างผิดกฎหมาย  ขอกล่าวสวัสดีท่านอาจารย์ผู้เปี่ยมเมตตาและยิ่งใหญ่

อาจารย์ขอบใจทุกท่าน(เสียงปรบมือ) มีผู้ฝึกที่แผ่นดินใหญ่คนหนึ่ง กล่าวสวัสดีข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าไม่ขออ่านชื่อเขานะ  ศิษย์ต้าฝ่านั้นเราต้องปกป้องเอาไว้ 

 

ศิษย์ถามเมื่อเราทำงานร่วมกับเพื่อนผู้บำเพ็ญจัดตั้งเว็บภาษาญี่ปุ่น  มักจะพบกับผู้ฝึกที่เคยเดินทางอ้อมมาแล้ว  ทุกคนมีข้อโต้เถียงต่างๆ  ผู้ฝึกที่มีความสามารถด้านเทคนิคนั้นมีน้อย ขอเรียนเชิญท่านอาจารย์ให้ความกระจ่าง  ควรจะทำงานร่วมกับผู้ฝึกอย่างนี้หรือไม่

อาจารย์ผู้ที่เดินทางอ้อม และได้ทำผิดไปแล้ว สามารถเดินกลับมาได้ก็ดีแล้ว  กลัวแต่ยังคงหลงผิดอยู่ ถ้าหากเดินกลับมา  เมื่ออยู่ในหมู่ศิษย์ต้าฝ่าแล้วไม่ได้ทำเรื่องที่ผิดอะไรอีก  เรื่องที่เป็นรูปธรรมนั้น พวกท่านตัดสินเองเถอะ  เรื่องเหล่านี้อย่าให้อาจารย์มาตัดสินให้เลย

 

ศิษย์ถามในรายการแสดงความคิดเห็นทางทีวี เชิญคนธรรมดาสามัญมาร่วมให้มากหน่อย ขอเพียงเขาไม่ต่อต้านต้าฝ่า แต่ต่อต้านพรรคชั่ว จะได้หรือไม่

อาจารย์ได้ ข้าพเจ้าคิดว่าอันนี้ไม่มีปัญหา ทำรายการแสดงความคิดเห็น  ทำได้

 

ศิษย์ถามภรรยาของผมเข้าร่วมโครงการด้านเทคนิค  ทุ่มเทเวลาและกำลังไปมาก  แต่เธอเข้าใจว่าผู้ประสานงานไม่ให้ความเป็นธรรมกับเธอ  เธอไม่อยากร่วมมือกับผู้ฝึกกลุ่มใหญ่  ทำให้เวลานี้ความสามารถทางเทคนิคของเธอไม่อาจจะเป็นประโยชน์ต่องานโครงการของการเจิ้งฝ่า   ผมเกรงว่าเธอจะเดินผิดทาง  เรียนเชิญท่านอาจารย์ให้ความกระจ่าง

อาจารย์ที่จริงก็คือ ปล่อยวางจิตใจไม่ลง ด่านใหญ่แล้วก็ทนไม่ได้  ที่จริงท่านมองเห็นหรือไม่ ท่านได้เดินออกไปจากสภาพการณ์บำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่าแล้ว  ก้าวออกไปจากสภาพแวดล้อมของการยืนยันความเป็นจริงให้ฝ่าแล้ว

บางครั้งถูกคนกระทบแล้ว จิตนั้นของท่านที่ไม่อยากให้คนอื่นกระทบถูกก็ทนไม่ได้จริงๆ  และมีบางคนไม่อยากรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น   และยังมีบางคน เมื่อความเห็นของตนไม่ได้รับการคัดเลือกก็ไม่พอใจ  นี่ล้วนเป็นใจคน  นี่ล้วนเป็นใจคนที่ดื้อรั้นมาก  ท่านพูดแล้ว ก็ต้องได้รับการคัดเลือกหรือ  บางคนพูดว่า ฉันพูดแล้วพูดอีก  พูดด้วยความอดทนก็ยังใช้ไม่ได้  ที่จริงสภาพการณ์ทางภววิสัยนั้น จะเป็นอย่างที่ท่านคิดอย่างง่ายๆเช่นนั้นหรือ  มีเรื่องมากมายจำเป็นต้องประสานโดยรวมทั้งหมด  ยังมีอีก อาจเป็นไปได้ว่า คนที่ทำงานร่วมกับท่านนั้นบำเพ็ญได้ไม่ดีเท่ากับท่าน  เช่นนั้นผู้ที่บำเพ็ญได้ไม่ดีเท่ากับท่าน ก็ไม่ใช่ศิษย์ต้าฝ่าแล้วหรือ ก็ไม่ไปประสานให้ดีแล้วหรือ  และเรื่องๆหนึ่ง ใครก็ย่อมจะมีความคิดของตัวเองได้ทั้งนั้น   เช่นนั้นถึงความคิดจะดีกว่าก็อาจไม่ได้รับการยอมรับ เช่นนั้นก็จะไม่ทำแล้วหรือ   คนที่ รับผิดชอบโครงการต้องพิจารณาความเห็นที่เสนอขึ้นมา กับเรื่องที่คาบเกี่ยวกัน สัมพันธ์ซึ่งกันและกันทั้งหมดในทุกด้าน     นี่ก็คือปัญหาพื้นฐาน        ที่ผู้จัดงานกับคนอื่นมีความคิดแตกต่างกันผู้ฝึกบางคนคำนึงแต่ว่าเทคนิคของตนเองดีที่สุด  คุณบอกว่าใช้ไม่ได้ ฉันทำเองละกัน  ที่แท้ท่านกำลังใช้ทิฏฐิกันแล้ว  ไม่ควรทำเช่นนี้  ผู้จัดงานเขาย่อมจะต้องมีความคิดของเขาเองชุดหนึ่ง  ศิษย์ต้าฝ่าใช่ไหม  จะร่วมมือซึ่งกันและกันให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร  แม้ว่าความเห็นของตนจะดีอย่างไร เมื่อไม่ได้รับการคัดเลือก เช่นนั้นพวกท่านรู้สึกว่าอันไหนดีฉันก็จะร่วมมือ ฉันก็จะช่วยทำให้ดี  และพยายามทำสิ่งที่ตนเองควรทำให้ดี  เพราะฉันกำลังบำเพ็ญ  ไม่ใช่ว่าเทคนิคของฉันได้รับการคัดเลือกจึงจะเป็นการยกระดับของการบำเพ็ญ  จะร่วมมือกันให้ดีได้อย่างไร ร่วมกันทำเรื่องเหล่านี้ให้ดี  นี่จึงจะเป็นสภาพการณ์ของผู้บำเพ็ญ นี่จึงจะเป็นเรื่องอันดับแรก

ข้าพเจ้าขอพูดเพียงเท่านี้ละกัน  คำถาม ได้ตอบให้หมดแล้ว (เสียงปรบมือดังกึกก้อง) แน่ละข้าพเจ้าทราบว่ามีหลายคำถาม คงจะถูกผู้คัดกรองคำถาม คัดออกไปแล้ว  เพราะมีเวลาจำกัด และจะพูดให้หมดมากมายเช่นนั้นไม่ได้จริงๆ  ดังนั้นแต่ละครั้งของการประชุมฝ่าฮุ่ย  พวกเขาต้องคัดกรองคำถามที่ซ้ำกันออกไป หรือคำถามที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ต่อที่ประชุมโดยรวม  ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม  ในฐานะผู้บำเพ็ญ ต้องใช้วิธีการของผู้บำเพ็ญ ใช้ความคิดแบบผู้บำเพ็ญในการพิจารณาปัญหา  จะใช้ความคิดของคนธรรมดาสามัญมาคิดปัญหาไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ปัญหาใดๆที่พวกท่านประสบล้วนไม่ใช่เรื่องพื้นๆ  ล้วนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  ล้วนไม่ใช่ปัญหาของคนธรรมดาสามัญ  ต้องเกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญแน่นอน  เกี่ยวข้องกับการยกระดับของท่าน  เพราะท่านเป็นผู้บำเพ็ญ  เส้นทางชีวิตของท่านนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว  เส้นทางบำเพ็ญของท่านได้จัดวางให้ใหม่แล้ว  ดังนั้นบนเส้นทางนี้จึงไม่มีเรื่องบังเอิญ  แต่สิ่งที่ปรากฏออกมากับอยู่ในรูปของความบังเอิญแน่นอน   เพราะว่าอยู่ในวังวนนี้  เหมือนกับสภาพของคนธรรมดาสามัญ  จึงจะแสดงออกมาได้ว่าท่านกำลังบำเพ็ญอยู่หรือไม่   ท่านบำเพ็ญได้ดีหรือไม่  ท่านสามารถก้าวผ่านด่านนี้และด่านต่อไป  นี่จึงจะเป็นการบำเพ็ญ  จึงจะเป็นการรู้รับที่ถูกต้อง

ศิษย์ต้าฝ่าในยุคเจิ้งฝ่าก็เป็นเช่นนี้ ในชั่วขณะนี้   ส่วนในอนาคต จะไม่ใช่เช่นนี้   การบำเพ็ญของศิษย์ต้าฝ่า ในอนาคตจะไม่ใช่สภาพการณ์นี้  เนื่องจากข้อกำหนดต่อศิษย์ต้าฝ่าในช่วงนี้สูง  ภาระหนัก  แบกรับภารกิจทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่นัก (เสียงปรมมือ) ด้งนั้นเมื่อบำเพ็ญอยู่ในวังวน  สภาพการณ์นี้จึงกลายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  ดังนั้นอย่าได้รู้สึกว่า ฉันไม่สามารถรู้สึก ฉันมองไม่เห็น  การบำเพ็ญของฉันนั้น ก็ไม่ก้าวหน้า  ทุกท่านถึงระวังไว้  เรื่องมากมายที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของการบำเพ็ญ ท่านก็อาจจะทราบ เข้าใจ บวกกับหลักการของต้าฝ่า  ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งเหล่านี้เพียงพอที่จะทำให้ เจิ้งเนี่ยนของท่านแข็งแกร่งยิ่งขึ้นแล้ว

หลักการของฝ่าชุดนี้ ที่อาจารย์บรรยาย  พวกท่านที่กำลังนั่งอยู่  มีหลายคนที่ก่อนนี้อยู่ในพุทธศาสนา  หรือศาสนาเต๋า  เคยอ่านหนังสือมาบ้าง  กระทั่งเคยเป็นอุบาสกอุบาสิกา  กระทั่งเคยบำเพ็ญที่ไหนมาก่อน  ลองดูซิว่าเคยมีการบรรยายหลักธรรมมาถึงระดับนี้หรือไม่  มีความกว้างใหญ่เช่นนี้  ชัดเจนเช่นนี้หรือไม่  นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์  ถ้าหากเป็นการคุยโวโอ้อวด  ข้าพเจ้าคิดว่าย่อมจะไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน  และย่อมจะไม่เกิดเรื่องเหล่านั้นที่พวกท่านมองเห็น  วิญญาณชั่วพรรคมารก็จะไม่มีความหวาดกลัวอย่างนั้นแล้ว  สิ่งที่ข้าพเจ้าหลี่ หง จื้อ บรรยายนั้น หากใช้ความรู้ของคนธรรมดาสามัญมาพูด ก็เป็นสิ่งที่อยู่ไกลกว่าความรู้ของคนยุคนี้และขอบข่ายความรู้ในยุคนี้อย่างมาก  กระทั่งเรื่องเร้นลับที่พูดกันในแขนงวิชาความรู้มากมายนั้น ข้าพเจ้าล้วนตีแตกไปแล้ว  สิ่งเหล่านี้มิใช่จะพบเห็นได้ในตำรา  เป็นสิ่งที่ไม่อาจเรียนรู้ได้ในสังคม   ในการบำเพ็ญของพวกท่านล้วนทราบว่า นี่คือพุทธธรรม นี่คือหลักธรรมของจักรวาล  นี่คือหลักธรรมที่เปิดเผยสัจธรรมของจักรวาล  ข้าพเจ้าสามารถจะบรรยายสิ่งต่างๆที่มนุษย์สนใจกันยิ่งกว่านี้อีก  แต่นั่นเป็นจังหวะก้าวถัดไป  จุดเริ่มต้นของมนุษย์และเรื่องรายละเอียดเหล่านั้น  ความลับต่างๆในประวัติศาสตร์ที่ต่างยุคสมัยกัน  เรื่องราวนานาชนิดของมนุษย์ในยุคสมัยต่างๆกัน  บุคคล(สำคัญ)ต่างๆ ในประวัติศาสตร์  ปรากฎการณ์ต่างๆที่ไม่ชัดเจน ซึ่งคนไม่เชื่อกัน  รวมทั้งเรื่องเทพและเซียนเหล่านี้  เป็นต้น  ล้วนจะเผยสภาพความเป็นจริงออกมาในสังคมมนุษย์ในอนาคต ในเวลานั้นข้าพเจ้าจะใช้อีกรูปแบบหนึ่งนำพาศิษย์ต้าฝ่า   ใช้อีกรูปแบบหนึ่งมอบสภาพการบำเพ็ญอย่างหนึ่งให้กับพวกเขา  สำหรับปัจจุบันนี้ ก็เป็นเช่นนี้แล้ว

ศิษย์ต้าฝ่า ตราบจนท่านก้าวไปถึงก้าวสุดท้ายของการหยวนหมั่น  ท่านยังจะถูกทดสอบว่าใช้ได้หรือไม่  ตราบจนถึงขาดเพียงอีกก้าวเดียวก็จบเรื่อง  สำหรับท่านแล้ว ก็อาจจะเป็นการทดสอบที่สำคัญ สำคัญมาก  เพราะแต่ละก้าวนั้นสำหรับการบำเพ็ญของพวกท่าน  สำหรับการทดสอบพวกท่านนั้น ล้วนแต่สำคัญยิ่งขึ้นเป็นลำดับ   โดยเฉพาะพอถึงช่วงสุดท้าย   พวกท่านทราบว่า เทพที่วุ่นวายเหล่านั้นในจักรวาลเก่า เพียงพวกมันยังคงดำรงอยู่  พวกมันก็ยังจะทำจนถึงที่สุด  หากท่านไม่ไหวแล้ว มันต้องหาวิธีทำให้ท่านตกลงไป  มันรู้ว่า หลี่ หง จื้อ จะไม่ยอมทิ้งท่าน ดังนั้นพวกมันจะสรรหาวิธีการต่างๆนานา ทำให้ท่านตกลงไป  ความคิดของคนบิดเบี้ยวไปเพียงนิดเดียว ก็จะทำให้ตนเองเกิดหวั่นไหว  ดังนั้นยิ่งถึงช่วงท้ายสุด  การทดสอบต่อพวกท่านจะยิ่งรุนแรง  ยิ่งสำคัญ

เป็นเวลายาวนานที่ศิษย์ต้าฝ่าตกอยู่ในสภาพถูกประทุษร้ายชนิดนี้ แต่ยังคงยืนหยัดต่อไป  ยืนยันความจริงไม่มีหยุด  มีความยากลำบากมาก   สิ่งที่ได้มาไม่ง่ายเลย  ยิ่งไม่อาจย่อหย่อน  อย่าได้เป็นเพราะความสับสนในขณะ หรือการค่อยๆผ่อนปรนต่อตนเอง  ทำให้ตนเองออกห่างไปจากสภาพการบำเพ็ญนี้  โอกาสแห่งวาสนานี้ หากพลาดไปแล้ว อะไรๆก็จบสิ้นแล้ว  สิ่งชั่วร้ายจะคิดหาวิธีการต่างๆนานาที่จะลากท่านลงมา  มีเทพจำนวนหนึ่ง  พวกมันไม่ใช่คิดจะให้ท่านบำเพ็ญขึ้นไป  พวกท่านอย่ามัวคิดกันอย่างนี้ว่า  พวกมันนั้นดีต่อเรา เพื่อให้เราบำเพ็ญขึ้นไป  ไม่ใช่เลย พวกมันนั้นคิดหาทุกวิธีที่จะลากพวกท่านลงมา  ไม่ให้พวกท่านขึ้นไป  พวกท่านต้องคิดอย่างนี้  ความจริงก็เป็นเช่นนี้    เทพในเขตแดนที่ต่างกันจะมีความคิดที่ต่างกัน  ในระหว่างการเจิ้งฝ่า  พวกมันมองไม่เห็นความจริงของจักรวาล ว่าสุดท้ายคืออะไร  บางรายไม่นับถือการเจิ้งฝ่า และศิษย์ต้าฝ่า  มีเพียงพวกที่รู้ความจริง พวกเขาจึงจะมองเห็นความสำคัญของเรื่องนี้  พวกเขาจึงไม่กล้าก่อความวุ่นวาย  สมมติว่าการเจิ้งฝ่าทั่วทั้งจักรวาลครั้งนี้ล้มเหลว  จักรวาลก็จะไม่ดำรงอยู่อีกต่อไป  ทุกสิ่งจะสลายไปสิ้น  ต้นกำเนิดของสสารจะดับสลายหมด  หากคิดจะเริ่มต้นสร้างอะไรขึ้นใหม่ในร่างนภาที่ไร้ซึ่งสสาร  กระบวนการนี้จะเป็นขั้นตอนของกาลเวลาที่น่ากลัวอย่างเหลือเกินโดยแท้  และไม่มีโอกาสแห่งวาสนานั้นแล้ว  ไม่มีสภาพ/เงื่อนไข(เอื้ออำนวย)นั้นก็สร้างไม่ได้แล้ว

ศิษย์ต้าฝ่าล้วนทราบดี  สิ่งที่ข้าพเจ้าบรรยายยิ่งพูดยิ่งสูง  ยิ่งพูดยิ่งใหญ่ขึ้น  ยิ่งนำเรื่องที่อยู่ในระหว่างการเจิ้งฝ่าเผยออกมานั้น  ในฐานะผู้ฝึกใหม่ ในฐานะผู้ฝึกที่ไม่ก้าวหน้า  อาจจะยิ่ง ทำให้ความสามารถเข้าใจของท่านยิ่งขาดตอนไปได้ง่ายๆ  ยิ่งไม่สามารถเข้าใจได้ง่าย  แต่ก็จนใจ  ข้าพเจ้าต้องบรรยายฝ่าจากสถานการณ์ทั้งหมดของการเจิ้งฝ่า  ดังนั้นจึงต้องบรรยายอย่างนี้  ข้าพเจ้าหวังว่าบรรดาผู้ที่สามารถได้ฝ่าชุดนี้ ล้วนจะเห็นค่าของเขา  อย่าพลาดโอกาสแห่งวาสนาครั้งนี้ไป  ในอดีตเมื่อการบรรยายฝ่า ข้าพเจ้าเคยพูดอย่างนี้ว่า  ถ้าข้าพเจ้าช่วยท่านไม่ได้ ใครก็ช่วยท่านไม่ได้  ที่จริงไม่เพียงแต่จะช่วยไม่ได้  แต่จะไม่มีโอกาสแห่งวาสนาเช่นนี้อีกแล้ว  เพราะครั้งนี้มนุษยชาติก้าวมาจนถึงวันนี้ ก็ได้มาถึงจุดสุดท้ายแล้ว  เมื่อการเจิ้งฝ่ากับฝ่าปรับโลกมนุษย์จบสิ้น  ครั้งต่อไปมนุษย์จะเป็นมนุษย์ในยุคใหม่แล้ว  คนที่สามารถข้ามฝั่งไปได้ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง  แม้แต่รูปร่างภายนอก ก็จะเปลี่ยนแปลงทั้งหมด

จะไม่ขอพูดอะไรมากแล้ว  หวังว่าในช่วงสุดท้ายนี้ ทุกท่านจะยิ่งทำยิ่งดี  อย่าได้ย่อหย่อน อย่าได้ผ่อนปรน อย่าได้เฉื่อยชา  ยังมีที่ข้าพเจ้าเพิ่งพูดไป  ที่ศิษย์ต้าฝ่า ขาดหายไปห่วงหนึ่ง  ตกหล่นไปสิ่งหนึ่ง ก็คือปัญหาการไม่ยอมรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งกันและกัน   ไม่ควรไม่ยอมรับความเห็นในเชิงบวกของคนอื่น  หรือกระทั่งความเห็นในเชิงลบ  ไม่ควรที่จะไม่ยอมให้ถูกแตะต้อง(ถูกกระทบจิตอันนี้ต้องเริ่มละทิ้งไป นับตั้งแต่นี้   นี่หาใช่ปัญหาการยกระดับเพียงเล็กๆน้อยๆ ตามที่ข้าพเจ้าเคยกำหนดต่อทุกท่านในการบรรยายฝ่าตามปกติ  เรื่องนี้มีความสำคัญมากอย่างยิ่ง  เป็นปัญหาใหญ่ท้ายสุดเรื่องหนึ่งที่ต้องทิ้งไป  ขอพูดเพียงเท่านี้ (เสียงปรบมือดังกึกก้อง)

ผู้ฝึกที่อยู่ด้านหลังได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหม (เสียงปรบมือ) ผู้ฝึกที่ด้านหลังอยู่ห่าง ไม่เป็นไร  ฝ่าเซินจำนวนนับไม่ถ้วนของข้าพเจ้าอยู่ข้างหลังท่าน (หัวเราะ) (ศิษย์ในที่ประชุมปรบมือดังกึกก้อง)