บรรยายธรรม ณ ทะเลสาป เกรทเลค สหรัฐอเมริกาเหนือ

 

9 ธันวาคม ค.ศ. 2000 ณ แอนนาโปลิส

 

ทุกท่านเหน็ดเหนื่อยกันแล้ว (เสียงปรบมือกึกก้อง)

ข้าพเจ้าดีใจมากที่ได้เห็นทุกท่าน หนึ่งปีก่อนหน้านี้พวกท่านไม่ได้เป็นเช่นนี้ ผ่านการทดสอบที่เข้มงวดเช่นนี้ พวกท่านอาจจะไม่ค่อยรู้สึก ข้าพเจ้ากลับเห็นว่า พวกท่านเปลี่ยนจากคนเดิมไปโดยสิ้นเชิง พวกเราทุกคนต่างได้ผ่านการทดสอบที่เข้มงวดรุนแรงที่สุดอย่างไม่เคยมีประสบมาก่อนในประวัติศาสตร์ ยิ่งกว่านั้นยังชั่วร้ายที่สุด ในอดีตไม่ว่าเราจะทำอะไร ทุกท่านต่างก็คิด: ฉันจะศึกษาฝ่าให้ดีได้อย่างไร ฉันจะทำงานให้ต้าฝ่าได้อย่างไร ฉันจะยกระดับสูงขึ้นได้อย่างไร ฉันจะทำให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร รู้สึกอยู่โดยตลอดว่ากำลังศึกษาฝ่ากันอยู่ แต่ตัวเองไม่เป็นส่วนหนึ่งของฝ่า หนึ่งปีให้หลังข้าพเจ้าพบว่าทุกท่านเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง พวกท่านไม่มีความคิดแบบเดิมแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรให้ต้าฝ่า ไม่ว่าท่านกำลังทำอะไร ท่านวางตัวเองอยู่ในต้าฝ่า ไม่มีความคิดแบบเดิมเช่น ฉันจะทำอะไรให้ต้าฝ่า ฉันคิดจะยกระดับสูงขึ้นอย่างไร ไม่ว่าพวกท่านทำอะไรต่างไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรให้ต้าฝ่า ควรจะทำอะไรเพื่อต้าฝ่า ฉันจะทำให้ดีเพื่อฝ่านี้ได้อย่างไร ต่างก็วางตัวเองอยู่ในต้าฝ่า ท่านจึงเสมือนอณูเม็ดหนึ่งของต้าฝ่า ไม่ว่าทำอะไรก็คือตัวเองสมควรทำเช่นนั้น แม้ว่าท่านจะไม่รู้สึกเช่นนี้อย่างชัดเจน หรือแสดงออกด้วยคำพูดอย่างชัดเจน ความจริงการกระทำของพวกท่านก็เป็นเช่นนี้แล้ว นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้ามองเห็น การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นกับทุกท่านหลังจากผ่านไปหนึ่งปี หมายความว่า พวกท่านได้อยู่ในฝ่าโดยสมบูรณ์แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกเก่า จุดนี้แสดงออกมาอย่างเด่นชัดมากๆ ที่ผ่านมาพูดได้ว่าท่านคือผู้ฝึกคนหนึ่ง ระยะหลังนี้บ่อยครั้งข้าพเจ้าจะเรียกเซวี๋ยหยวน(ผู้ฝึก) เป็นตี้จื่อ(ศิษย์) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจริงๆ การเป็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง อาจารย์ไม่ชมเชยท่านมากในรูปแบบการให้กำลังใจของคนธรรมดาสามัญ หรือบอกพวกท่านว่าท่านทำได้ดีอย่างไรๆ เพราะพวกท่านคือผู้บำเพ็ญ พวกท่านรู้ว่าสมควรจะทำอย่างไร

สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในวันนี้มีการจัดวางไว้แล้วในประวัติศาสตร์ ห่วงลูกโซ่ทุกอันไม่ได้เดินคลาดเคลื่อนเลย แน่นอนการจัดวางแบบนี้ มันเป็นการจัดวางของเหล่าชีวิตชั้นสูงในจักรวาลเก่าในอดีต ยิ่งกว่านั้นเป็นการจัดวางอย่างเป็นระบบเป็นชั้นๆๆๆ ของชีวิตเก่าในจักรวาล เป้าหมายของเขาก็เพื่อกอบกู้จักรวาลนี้เอาไว้ พวกเขาเข้าใจว่า รวมทั้งต้าฝ่าของวันนี้ แม้กระทั่งศิษย์ต้าฝ่า เพื่อจะทำทุกอย่างให้ดีอย่างไร ทำเรื่องนี้ให้สำเร็จสมบูรณ์อย่างไร พวกเขาได้ทุ่มเทจิตใจและกำลังทั้งหมดแล้ว พวกเขาคิดเช่นนี้ ทุกท่านคงจำได้เมื่อตอนข้าพเจ้าบรรยายฝ่า ณ ซานฟรานซิสโกครั้งก่อน ข้าพเจ้าพูดว่าต้าฝ่าของจักรวาล ใครก็ไม่คู่ควรจะไปทดสอบ เพราะชีวิตในจักรวาลนี้ไม่ว่าเขาจะมีอาณาจักรเขตแดนและระดับชั้นสูงเพียงใด เขาล้วนเป็นชีวิตในจักรวาลนี้ ก็คือฝ่านี้สร้างเขาขึ้นมา คือพูดว่าชีวิตของเขานั้นสร้างขึ้นมาโดยฝ่านี้ เขาสามารถจะหันกลับมาทดสอบฝ่านี้ได้อย่างไร แต่ที่ผ่านมาในการบรรยายฝ่าข้าพเจ้าพูดกับทุกท่านเสมอ ข้าพเจ้าพูดว่าในอดีตฝ่าของจักรวาลนั้น ชีวิตไม่สามารถจะล่วงรู้ และไม่อนุญาตให้ชีวิตล่วงรู้ แน่นอน พูดด้วยคำพูดของคนธรรมดาสามัญ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสรรพชีวิตในจักรวาลล่วงรู้ว่าในจักรวาลมีฝ่า เช่นนั้นผ่านกาลเวลาอันยาวนาน หลังจากที่สรรพชีวิตในจักรวาลเบี่ยงเบนออกจากฝ่า อาจจะนำมาซึ่งปัญหาต่างๆมากมาย เช่นนั้นบางชีวิตก็อาจจะไปทำการเปลี่ยนแปลงฝ่านี้ เพราะเขามีความสามารถ เขาอาจจะทำได้ทุกสิ่ง ฉะนั้นรูปแบบการคงอยู่ของต้าฝ่าแห่งจักรวาล จึงไม่อนุญาตให้ชีวิตชั้นใดๆล่วงรู้ เช่นนี้จึงนำมาซึ่งปัญหาหนึ่ง พวกเขาไม่รู้ว่าจักรวาลนี้มีฝ่า พวกเขาคิดว่าต้าฝ่าของจักรวาลนี้สามารถแพร่ขยายอยู่ในจักรวาลได้ คือข้าพเจ้าประจักษ์แจ้งฝ่านี้ ยิ่งกว่านั้นพวกเขาก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ ช่วยข้าพเจ้าทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จสมบูรณ์ แต่ก็นำมาซึ่งปัญหาหนึ่ง ปัญหาอะไร สรรพชีวิตทั้งหมดในจักรวาลล้วนเบี่ยงเบนออกจากฝ่านี้ คือพูดว่าอาณาจักรเขตแดนและความบริสุทธิ์ของเขา เมื่อวัดด้วยมาตรฐานของต้าฝ่าดั้งเดิมแห่งจักรวาล ก็ไม่ได้มาตรฐานแล้ว เช่นนั้นการจัดวางและการช่วยเหลือทั้งหมดในเรื่องนี้ของพวกเขา จึงกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการทำเรื่องนี้ของข้าพเจ้า เพราะไม่ว่าพวกเขาจะทำให้ดีอย่างไร ก็ไม่สูงไปกว่าอาณาจักรเขตแดนของพวกเขา ถ้าทำไปตามทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาจัดวาง เช่นนั้นทุกท่านลองคิดดู ทำเสร็จแล้วมิเท่ากับไม่ได้ทำหรือ ทำเสร็จแล้วก็ยังคงเป็นอาณาจักรเขตแดนนั้น มาตรฐานนั้น เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาจัดวางและกระทำจึงไม่สามารถยอมรับได้ และไม่สามารถก่อตั้งได้

เช่นนั้นจึงเกิดปัญหาร้ายแรงข้อหนึ่งคือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาจัดวางไม่เพียงแต่ไม่สามารถบังเกิดผลทางด้านตรงในการเจิ้งฝ่า(ปรับฝ่าให้ถูกต้องเที่ยงตรง) กลับกลายเป็นอุปสรรคร้ายแรง ในสังคมมนุษย์วันนี้ การแสดงออกของมารร้ายฉากนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ชีวิตชั้นสูงได้จัดวางไว้ นี่ก็เป็นการเผยออกมาซึ่งซินซิ่งที่ไม่ได้มาตรฐานของฝ่าครั้งใหญ่ที่สุดของพวกเขา เปิดเผยออกมาอย่างเต็มที่ถึงชีวิตผู้เข้าร่วม ณ ระดับชั้นต่างๆ และมาตรฐานซินซิ่ง ในเวลาเดียวกันก็นำมาซึ่งเงื่อนไขที่เป็นคุณข้อหนึ่งให้แก่การเจิ้งฝ่า เงื่อนไขอะไร ถ้าในระหว่างการเจิ้งฝ่า ชีวิตเหล่านี้ไม่แสดงออกมาทั้งหมด ก็จะเป็นการยากที่จะจัดวางตำแหน่งตามระดับซินซิ่งอันแตกต่างกันของพวกเขา คือพูดว่าจะมีความยากลำบากในการเจิ้งฝ่า เช่นนั้นจึงพูดได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขากระทำในการทดสอบต้าฝ่า จึงกลายเป็นว่าได้เห็นถึงการแสดงออกอย่างเต็มที่ของตำแหน่งซินซิ่งของพวกเขา ในเวลาเดียวกัน ประจวบกับเหล่าผู้ฝึกก็มีองค์ประกอบที่ไม่ดี ซึ่งตัวเองได้สะสมทีละเล็กทีละน้อยจากวิถีการดำรงชีวิตอันยาวนาน และกรรมที่ก่อขึ้นในอาณาจักรเขตแดนในระดับชั้นต่ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องกำจัดให้ออกไป จึงทำให้ผู้ฝึกต้องรับการทดสอบอย่างรุนแรงในเรื่องนี้ พวกเขาใช้คนชั่วกุเรื่องเท็จต่อตัวข้าพเจ้า เพื่อจะทดสอบดูว่าผู้ฝึกยึดมั่นต่อต้าฝ่าหรือไม่ สภาพการณ์เป็นเช่นนี้

เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดว่า ทั้งหมดนี้ข้าพเจ้าไม่สามารถจะยอมรับได้ ฉะนั้นถ้าจะขจัดมันทิ้ง รวมทั้งละครฉากชั่วร้ายนี้ เดิมทีพวกเขาคิดจะปฏิบัติต่อพวกเราเหมือนอย่างที่ปฏิบัติต่อศาสนาในอดีต ทัศนะความคิดที่เปลี่ยนไปทำให้พวกเขาเห็นว่าการประทุษร้ายต่อเทพในประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องที่ชอบด้วยเหตุผลเหมือนเรื่องที่พระเยซูถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขน กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับชีวิตชั้นสูงลงมาช่วยเหลือมนุษย์ ให้เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร สิ่งนี้โดยตัวของมันก็คือการเสื่อมถอย เทพองค์หนึ่งลงมาช่วยเหลือมนุษย์ มนุษย์กลับจับเทพไปตรึงไว้บนไม้กางเขน มนุษย์มีบาปหนักเพียงใด จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงชดใช้กันอยู่ แต่นั่นไม่ใช่เพียงมนุษย์เท่านั้นที่ทำ แต่ก่อขึ้นโดยชีวิตที่เสื่อมถอยในระดับชั้นที่สูงขึ้นไป ทั้งหมดนี้พวกเขาไม่กล้าบอกว่าตัวพวกเขามีปัญหา เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเสียจนเบี่ยงเบนออกจากฝ่า จึงค่อยๆกลายเป็นเช่นนี้ ในประวัติศาสตร์ไม่มีชีวิตชั้นใดกล้าแตะต้องมัน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกควบคุมโดยองค์ประกอบที่สลับกันไปมาทั้งแนวดิ่งและแนวนอน ซึ่งเปลี่ยนแปลงจนสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งหมดนี้ล้วนต้องกำจัดทิ้งไปทั้งหมด กำจัดทิ้งไปทั้งหมด

ถึงแม้ว่าความชั่วร้ายซึ่งปรากฏออกมาในสังคมมนุษย์ครั้งนี้ ดูแล้วคือเหล่ามนุษย์ชั่วร้ายได้สร้างทุกข์ภัยใหญ่หลวงให้แก่ศิษย์ต้าฝ่าของข้าพเจ้า แท้ที่จริงเป็นการเข้ามาร่วมด้วยของชีวิตที่เบี่ยงเบนไปจากระดับชั้นต่างๆ ข้าพเจ้าหมายถึงชีวิตที่เสื่อมถอยเหล่านั้น ชีวิตที่ไม่เข้ามาร่วมด้วยมีเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่บริสุทธิ์แล้ว ล้วนกำลังถูกจัดวางตำแหน่งใหม่ในระหว่างการเจิ้งฝ่า ยังมีปัญหาร้ายแรงมากอีกประการหนึ่ง เพราะในระยะแรกที่เริ่มทำเรื่องนี้ข้าพเจ้าก็เคยบอกกับพวกเขา ข้าพเจ้าบอกว่าไม่ว่าชีวิตใดๆก็ไม่สามารถช่วยให้คนในวันนี้พ้นทุกข์ ฝ่าใดๆก็ไม่สามารถช่วยให้ชีวิตในวันนี้พ้นทุกข์ ใครก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนในวันนี้ หมายความว่าอย่างไร ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน เพราะคนในวันนี้ไม่รู้สึกถึงความคิดที่เบี่ยงเบนไปของตน เป็นเพราะธาตุแท้ของคนได้แปรเปลี่ยนไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเลือกใช้รูปแบบการบำเพ็ญอะไร ท่านก็เพียงแต่สามารถแก้ไขสิ่งที่เขาสำนึกได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความเบี่ยงเบนไปของธาตุแท้ของเขา ฉะนั้นในกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ไม่ว่าพวกเขาจะใช้วิธีอะไร โหดร้ายทารุณอย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัญหาพื้นฐานของผู้ฝึก สุดท้ายก็ไม่บรรลุเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ฝึกบรรลุมาตรฐาน บรรลุข้อกำหนดของพวกเขา พวกเขาใช้ชีวิตเหล่านั้นทุบตีผู้ฝึกอย่างทารุณ ใช้รูปแบบที่ชั่วร้ายที่สุดจนหมดสิ้นแล้ว พวกเขาก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย พวกเขาจึงร้อนรนกระหืดกระหอบในการปฏิบัติต่อผู้ฝึกอย่างชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น สุดท้ายพวกเขาไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ยังบอกว่าพวกเขาได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุด ช่างชั่วร้ายอะไรเช่นนี้ แต่ความชั่วร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ ชีวิตแต่ละชั้น แต่ละชั้นในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล พวกเขากลับไม่รู้สึกถึงความชั่วร้ายนี้ เพราะชีวิตทั้งหมดล้วนกำลังเบี่ยงเบน

พวกเขาไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่หมายความว่าผู้ฝึกของเราไม่ไหวแล้ว ในระหว่างการเจิ้งฝ่าทุกอย่างล้วนสามารถทำให้บรรลุมาตรฐาน ข้าพเจ้าบอกพวกเขาไม่ให้ทำเช่นนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ชีวิตใดๆ อย่าว่าแต่มนุษย์ ต่อให้เป็นชีวิตระดับชั้นสูงเพียงใด ขอเพียงเขาคือชีวิตในจักรวาล ข้าพเจ้าสามารถแก้ไขเขาให้ถูกต้องในระหว่างเจิ้งฝ่า จากธาตุแท้ จากต้นกำเนิดของชีวิต จากองค์ประกอบทั้งหมดซึ่งประกอบขึ้นมาเป็นชีวิตของเขา ขจัดสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ออกไป เปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง บอกพวกเขาไม่ให้ทำเช่นนี้ บรรยายฝ่าให้แล้วพวกเขาก็ไม่ฟัง เพราะพวกเขาไม่เชื่อความจริงทั้งหมด เมื่อพวกเขาทำนั่นก็คือบาปของพวกเขา ถึงเวลานี้พวกเขายังคงคิดเช่นนี้: พวกเราช่วยท่านอย่างเต็มกำลัง เพราะฝ่าที่ใหญ่ขนาดนี้ เกี่ยวโยงไปถึงความปลอดภัยของจักรวาลในอนาคต ฉะนั้นศิษย์ของท่านไม่ได้มาตรฐานย่อมไม่ได้ ฝ่าที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ไม่ผ่านการทดสอบที่ใหญ่เช่นนี้ย่อมไม่ได้ นี่คือสิ่งที่พวกเขาคิด ฉะนั้นพวกเขายอมที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องให้บรรลุมาตรฐาน ดังนั้นศิษย์ต้าฝ่าจึงประสบกับการทดสอบที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ทุกท่านทราบ ในประวัติศาสตร์เมื่อใดที่เคยมีอุปกรณ์สื่อสารมวลชนที่ทันสมัยเช่นนี้ เต็มไปหมด เมื่อใดที่เคยมีอุปกรณ์ขนส่งที่ทันสมัยเช่นนี้ ทำเอาขอบข่ายของโลกเล็กลงอย่างมาก ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ การกดขี่ประทุษร้ายครั้งร้ายแรงที่สุด แต่ในการเผชิญกับความชั่วร้าย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ฝึกกระทำล้วนแต่ดีที่สุดทั้งต่อการเจิ้งฝ่าและต่ออาจารย์ เพราะพวกท่านแสดงการต้านทานต่อความชั่วร้ายในครั้งนี้ออกมาให้เห็นอย่างแท้จริง และพวกเขากระทำทุกอย่างโดยใช้ชีวิตที่เสื่อมถอยที่สุดในจักรวาลโดยสิ้นเชิง ชีวิตในจักรวาลล้วนกำลังจัดวางตำแหน่งใหม่ คนไม่คู่ควรทดสอบฝ่านี้ เทพก็ไม่คู่ควร ใครที่แตะต้องผู้นั้นทำบาป ทั้งหมดนี้พวกเขาก็มองเห็นแล้ว

เช่นนั้นใช่หรือไม่ เมื่อไม่ยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาจัดเตรียม ผู้ฝึกที่ทำได้ไม่ดีก็สมควรเดินไปสู่หยวนหมั่นด้วย ไม่ใช่ ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น ข้าพเจ้าสามารถแก้ไขชีวิตทั้งหมดให้ดี ให้บรรลุมาตรฐานของหยวนหมั่นได้ทั้งหมด แต่มารผจญแห่งความชั่วร้ายเกิดขึ้นแล้ว ผู้ฝึกส่วนใหญ่ต่างเดินออกมาในรูปแบบที่ต่างๆกัน เพื่อยืนยันความถูกต้องของต้าฝ่า อธิบายความเป็นจริง ช่วยชาวโลกให้หลุดพ้น บางคนถูกจับ ถูกตี ถูกประทุษร้ายจนตาย อาจารย์ก็ถูกโจมตีด้วยข่าวลือที่ชั่วร้าย ผู้ฝึกกล้าที่จะเดินออกมาทั้งๆที่อยู่ต่อหน้าความเป็นความตาย เดินออกมาอย่างพร้อมที่จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และกระทำทุกสิ่งทุกอย่างอันยิ่งใหญ่ ที่ศิษย์ต้าฝ่าสมควรทำ ในทางกลับกัน คนที่ไม่ออกมา หลบซ่อนตัว ยืนอยู่บนความเข้าใจข้างเดียวกับของมารร้าย ยังจะสามารถเป็นศิษย์ต้าฝ่าหรือ คนที่มีทัศนะอยู่ฝ่ายเดียวกับมารร้ายที่กดขี่ประทุษร้ายต้าฝ่า และทำเรื่องชั่วร้ายยังจะเป็นศิษย์ต้าฝ่าหรือ จะมีอานุภาพแห่งคุณธรรมของหยวนหมั่นเช่นเดียวกันหรือ ยังมีอีกจุดหนึ่ง เทพ เขาจะไม่เหมือนมนุษย์ เช่นว่ามีผู้ฝึกถูกจับเข้าไปในคุก ไม่สามารถแบกรับการทรมานโบยตีอย่างหนัก จึงเขียนหนังสือสำนึกผิด แต่ในใจเขาคิด: นี่ฉันหลอกพวกเขา ออกไปแล้วฉันยังจะฝึกอีก ฉันยังจะไปเจิ้งฝ่า ยังจะไปเทียนอันเหมิน แต่นี่เป็นไปไม่ได้ เพราะทัศนะแบบนี้ในโลกมนุษย์นี้ ล้วนแต่ก่อเกิดขึ้นมาหลังจากมนุษย์เสื่อมถอยแล้ว แต่เทพเหล่านั้นเขาจะไม่เป็นเช่นนี้ เขาไม่มีความคิดเช่นนี้ หนทางที่เขาเลือกแล้ว เขาจะเดินต่อไปอย่างแน่นอน

มีเรื่องมากมายที่ใช้ภาษามนุษย์อธิบายให้ชัดเจนได้ยากอย่างยิ่ง เหมือนที่ผู้ฝึกหลายๆท่านถามข้าพเจ้าว่า อาจารย์ ทำไมไม่จัดการเรื่องนี้ให้จบลงโดยเร็ว หลายๆคนที่อยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดทรมานก็จะคิดเช่นนี้ ขอให้พวกเราบรรลุหยวนหมั่นโดยเร็ว ขอให้จบลงโดยเร็ว อันที่จริง ล้วนคือความยึดติด เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า พวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายของการทดสอบผู้ฝึกเช่นนี้ เพราะตัวผู้ฝึกเองต้องยกระดับสูงขึ้นและชำระส่วนสุดท้ายของกรรม ชีวิตที่นับวันยิ่งปรากฏออกสู่ภายนอก ในขั้นตอนของการค่อยๆเปลี่ยนเป็นเทพ ตัวท่านเองไม่ทุ่มเท ไม่ยกระดับอย่างต่อเนื่อง ไม่ก่อตั้งอานุภาพแห่งคุณธรรมของตัวเอง ให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ข้าพเจ้าก็หันกลับมาใช้ชีวิตเหล่านั้นที่แสดงซินซิ่งออกมา ให้เหล่าผู้ฝึกก่อตั้งอานุภาพแห่งคุณธรรมในเวลาเดียวกัน อันที่จริงไม่ว่าจะอย่างไร ชีวิตหนึ่งไม่ว่าเขาจะแบกรับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานมากเพียงใดในสังคมมนุษย์ ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน เปรียบเทียบกับมรรคผลหลังจากพวกท่านบรรลุหยวนหมั่นแล้ว ไม่เป็นสัดส่วน ไม่เป็นสัดส่วนจริงๆ ทุกท่านลองคิดดู ในอดีตผู้บำเพ็ญปฏิบัติคนหนึ่งต้องผ่านการบำเพ็ญหนึ่งชาติ หรือแม้กระทั่งกี่ชาติ แต่พวกเราในวันนี้ก็จะให้คนหยวนหมั่นในเวลาสั้นๆเพียงไม่กี่ปี ขั้นตอนของการแบกรับก็เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว และยังเป็นเวลาที่ถูกเร่งเร็วขึ้น ในอนาคตหันกลับไปดู ถ้าท่านสามารถบรรลุหยวนหมั่น ท่านจะพบว่ามันไม่ใช่อะไรเลย เหมือนความฝันฉากหนึ่ง

แต่ในช่วงที่ขั้นตอนดำเนินไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ฝึกของเรากระทำไปนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ความยิ่งใหญ่สง่างามที่สุดของพวกท่านเป็นเพราะพวกท่านสามารถก้าวทันกับการเจิ้งฝ่า เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า การแสดงของมารร้ายฉากนี้ในหมู่คนธรรมดาสามัญ ล้วนเป็นการกระทำของชีวิตที่เสื่อมถอยที่สุดในจักรวาล ซึ่งถูกปล่อยลงมาในสังคมมนุษย์ ให้พวกมันเจาะเข้ามาในสามภพ เพื่อที่จะใช้มัน ชีวิตชั้นสูงเหล่านั้นจะไม่ลงมือกระทำเรื่องชั่วร้ายเหล่านี้ของคนธรรมดาสามัญด้วยตัวเอง เขาจึงใช้ชีวิตชั่วร้ายและคนชั่วร้ายที่อยู่ข้างล่างกระทำเรื่องเหล่านี้ ฉะนั้นทั้งหมดจึงชั่วร้ายอย่างที่สุด

พวกเราผู้ฝึกนอกประเทศจีนบางคนคิด: พวกเราอยู่นอกประเทศไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานเหมือนผู้ฝึกในประเทศจีน หมายความว่า ในการหยวนหมั่นพวกเราจะไม่ดีเท่ากับผู้ฝึกในประเทศจีนใช่หรือไม่ ไม่ใช่เช่นนั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือนอกประเทศจีน พวกเราผู้ฝึกเป็นร่างโดยรวมเดียวกัน เวลาที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ย่อมต้องมีคนทำสิ่งนี้ ย่อมต้องมีคนทำสิ่งนั้น เพราะมันเป็นการทดสอบต่อฝ่า ท่านอยู่ ณ ที่ใด ไม่ว่าจะทำอะไร ล้วนเป็นการยกระดับสูงขึ้นจากสิ่งที่ตัวท่านสมควรทำ แต่ละคนจะทำอะไร นั่นล้วนมีสาเหตุ ในอาณาจักรเขตแดนของการหยวนหมั่น หนทางการไปสู่หยวนหมั่นไม่มีอะไรแตกต่างท่านสมควรหยวนหมั่นอยู่ ณ ที่ใด รับรองว่าท่านก็จะไปตรงนั้น ยกตัวอย่างเช่น การที่มารร้ายในจีนแผ่นดินใหญ่แสดงออกมาอย่างชั่วร้ายอย่างนั้น ถ้าไม่มีผู้ฝึกนอกประเทศออกมาเปิดโปงความเป็นจริง และสนับสนุนการเรียกร้องของผู้ฝึกในประเทศ ทุกท่านลองคิดดู มารร้ายมิยิ่งทำชั่วอย่างกำเริบเสิบสาน เป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่ ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ฝึกของเรากระทำเพื่อยืนยันฝ่า จึงมีประสิทธิผลในการเปิดโปงมารร้าย ยับยั้งมารร้าย ในเวลาเดียวกันเป็นการสนับสนุนผู้ฝึกในประเทศจีน ฉะนั้นทุกสิ่งที่กระทำไม่ว่าท่านจะไปเทียนอันเหมิน ท่านจะอธิบายความเป็นจริงให้ชาวโลกอยู่ในสภาพแวดล้อมอื่นๆ หรือทำหงฝ่าอยู่นอกประเทศ เปิดโปงความเป็นจริงของมารร้าย ล้วนเป็นความยิ่งใหญ่ เพราะพวกท่านเป็นร่างโดยรวมเดียวกัน แน่นอนผู้ฝึกบางคนเดินทางเข้าไปในประเทศจีน ไปที่เทียนอันเหมิน ยอดเยี่ยมมาก อาจารย์บอกว่าท่านยอดเยี่ยมมาก แต่อาจารย์จะพูดจากอีกด้านหนึ่ง ผู้ฝึกนอกประเทศอย่าพยายามไปจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะการเปิดโปงมารร้ายต้องการท่าน มีหลายคนเคยถามข้าพเจ้า เขียนขึ้นมาถามว่า: อาจารย์ ทำไมพวกเรามาได้ฝ่ากันในสหรัฐอเมริกา ทำไมมาได้ฝ่ากันนอกประเทศ อันที่จริง เวลานี้มิกระจ่างชัดกันแล้วหรือ ถ้าไม่มีพวกท่านทำสิ่งเหล่านี้อยู่ที่นี่ เช่นนั้นทั้งหมดนี้มิเท่ากับ ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ในช่วงเวลาของการเจิ้งฝ่า ท่านจึงควรอยู่ที่นี่กระทำในสิ่งที่ท่านสมควรทำให้ดี นี่ก็คือ เหตุใดที่ท่านได้ฝ่านอกประเทศจีน ถ้าท่านกลับไปประเทศจีนกันทั้งหมด การเจิ้งฝ่า เปิดโปงมารร้าย ลดการกดขี่ประทุษร้ายต่อผู้ฝึกในจีนแผ่นดินใหญ่ งานเหล่านี้ใครจะทำ ผู้ฝึกทั้งหลายยอดเยี่ยมมาก ยอดเยี่ยมมากจริงๆ พวกท่านได้พยายามทำในสิ่งที่พวกท่านทำอย่างสุดกำลัง ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศ หรือนอกประเทศจีนก็ดี สิ่งที่แสดงออกมาเหมือนกันทั้งหมด มีความแตกต่างอยู่ที่เดินออกมา หรือไม่เดินออกมา มีใจให้กับเรื่องการเจิ้งฝ่ามากน้อยเพียงใด ต่างกันทางด้านสภาพแวดล้อมเท่านั้น สำหรับเรื่องที่ผู้ฝึกบางคนซึ่งประสบกับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างหนักจนเสียชีวิตไป เรื่องเหล่านี้ข้าพเจ้าจะพูดกับพวกท่านภายหลัง เมื่อความเป็นจริงถูกเปิดเผยออกมา พวกท่านก็จะรู้สึกว่า โอ้ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีการจัดเตรียมไว้แล้ว

ในเรื่องที่พวกเราอธิบายความเป็นจริงให้กับผู้คนในโลก ทุกท่านทำได้ดีมาก พร้อมกันนี้ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน นี่ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ความมีเมตตา ดูเผินๆพวกเราเพียงแต่แจกใบปลิวแผ่นหนึ่งให้กับคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ดูเผินๆพวกเราเพียงแต่อธิบายความเป็นจริงให้กับคนธรรมดาสามัญ ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน เมื่อเรื่องของการเจิ้งฝ่าเสร็จสิ้นลง มนุษยชาติจะเข้าสู่ขั้นต่อไป คนและชีวิตที่มีความคิดว่า ต้าฝ่าจักรวาลไม่ดี อยู่ในสมอง คือเป้าหมายอันดับแรกที่จะต้องถูกกำจัดทิ้งไป เพราะเปรียบเทียบกับชีวิตที่แย่มากๆในจักรวาล เขายังเลวร้ายยิ่งกว่า เพราะเขาต่อต้านฝ่าของจักรวาล ฉะนั้นเวลาที่เราอธิบายความเป็นจริง ก็ได้ขจัดความคิดชั่วร้ายของคนบางคนที่มีต่อต้าฝ่า อย่างน้อยที่สุดเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการช่วยชีวิตของเขาเอาไว้หรือ เพราะในขั้นตอนที่ทุกท่านอธิบายความเป็นจริง บางคนจะได้ฝ่า ไม่เพียงแต่ขจัดบาปของเขาทิ้งไป ในเวลาเดียวกันยังได้ช่วยเขาให้หลุดพ้น นี่ไม่ใช่แสดงให้เห็นหรือว่าท่านกระทำในเรื่องที่มีความเมตตามากยิ่งขึ้นหรือ ทำในเรื่องที่ดียิ่งกว่าหรือ ภายใต้สถานการณ์ลำบากอย่างที่สุด ในเวลาที่มารร้ายที่สุดกระทำการอย่างกำเริบเสิบสานที่สุด พวกเรายังมีความเมตตาเช่นนี้ นี่เป็นการแสดงออกของเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สง่างามที่สุด ในเวลาที่พวกเราเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่สุด ยังสามารถจะช่วยเหลือผู้อื่น (เสียงปรบมือ) นี่ไม่ใช่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ยิ่งไม่ใช่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนธรรมดาสามัญ ทุกสิ่งทุกอย่างที่กระทำไม่ใช่เพื่อบรรลุเป้าหมายของบุคคล ยิ่งไม่ใช่เพื่อองค์กรของคนธรรมดาสามัญ แต่เพื่อยืนยันต้าฝ่า การเปิดโปงมารร้ายเพื่อให้พวกเขาหยุดการกดขี่ประทุษร้ายต่อต้าฝ่าและผู้ฝึก

อันที่จริงการเป็นผู้บำเพ็ญ ในอดีตจะไม่สนใจเลยว่า คนธรรมดาสามัญจะคิดอย่างไร ท่านคิดว่าฉันดี คิดว่าฉันเลว นั่นล้วนเป็นความคิดของคนธรรมดาสามัญ สำหรับผู้บำเพ็ญมันไม่สำคัญ ใครจะสนใจว่าท่านคนธรรมดาจะเป็นอย่างไร คนที่บำเพ็ญคือตัวฉัน คนเมื่อบำเพ็ญหยวนหมั่นก็ไปแล้ว คนธรรมดาสามัญอยากจะทำอย่างไรก็ทำอย่างไร เมื่อมีบาปคนๆนั้นก็ไปแบกรับ ไม่ไหวแล้วก็เข้าสู่การถูกกำจัดทิ้งของประวัติศาสตร์ก็แล้วกัน ในอดีตก็คือเช่นนี้ ความเมตตาที่พวกเราศิษย์ต้าฝ่าแสดงออกมาในวันนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิตใดๆ ในระหว่างการบำเพ็ญทำได้ในอดีต การเป็นศิษย์คนหนึ่งในต้าฝ่า ผู้มีความเมตตายิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมใดในสังคมมนุษย์ก็คือยอดเยี่ยมที่สุด เมตตาที่สุด ย่อมมีประโยชน์ต่อชีวิต ในการอธิบายความเป็นจริงไม่สมควรเป็นเช่นนี้หรือ พวกท่านก็กำลังทำเช่นนี้กันอยู่ นี่คือความเมตตาของผู้บำเพ็ญต้าฝ่าคนหนึ่ง และไม่ใช่กิจกรรมของคนธรรมดาสามัญ

ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง fที่ผ่านมาทุกท่านได้ยินข้าพเจ้าพูดถึงเรื่องของมนุษย์ต่างดาว บางคนไม่เข้าใจ ผู้สื่อข่าวที่ไม่ประสงค์ดีถึงกับนำไปเขียนเป็นบทความ ข้าพเจ้าไม่สนใจว่าผู้สื่อข่าวจะว่าอย่างไร ข้าพเจ้าควรทำอะไรก็จะทำอย่างนั้น ในอนาคตคนก็จะรู้ ณ ที่นี้ข้าพเจ้าสามารถบอกกับทุกท่าน เพราะพวกท่านเป็นศิษย์ต้าฝ่า แท้จริงแล้วมนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นจึงจะใช่เจ้าของที่แท้จริงที่อยู่บนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใด โลก ณ ตำแหน่งนี้ล้วนเป็นชีวิตเช่นนั้น ทุกท่านอาจจะเคยได้ยินมาแล้ว ในคัมภีร์ไบเบิล ยะโฮวาห์กล่าวว่าเขาสร้างมนุษย์ขึ้นมาตามลักษณะของตัวเอง คนผิวเหลืองก็เคยได้ยิน หนี่วาสร้างมนุษย์ ทำไมทำเช่นนี้ สิ่งนี้ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์มาก่อน ว่าทำไมจึงสร้างมนุษย์ขึ้นมาในรูปลักษณ์ของเทพ ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน ในอดีตถ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาในรูปลักษณ์ของเทพ ก็เป็นการเหยียดหยามต่อเทพอย่างหนักที่สุด เป็นการดูหมิ่นเทพอย่างใหญ่หลวงที่สุด เช่นนั้นทำไมจึงสร้างมนุษย์ในรอบนี้ขึ้นมาในรูปลักษณ์ของเทพ เพราะต้าฝ่าจะได้รับการถ่ายทอดอย่างแพร่หลายในช่วงเวลาที่กำหนดในประวัติศาสตร์นั้น ชีวิตในเวลานั้นต้องคู่ควรพอที่จะฟังต้าฝ่านี้ จะให้สัตว์เป็นกลุ่มมาฟังต้าฝ่าอยู่ตรงนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด ดังนั้นเทพจึงสร้างมนุษย์ในวันนี้ให้เหมือนกับรูปลักษณ์ของตัวเอง (เสียงปรบมือ) แต่มนุษย์ที่สร้างขึ้นมาในระยะแรกไม่ใช่พวกท่าน และไม่ใช่มนุษยชาติในวันนี้ เวลานี้ผิวหนังชั้นนี้ของคนเท่านั้นที่ยังคงเหมือนในระยะแรก มนุษย์ในเวลานั้นก็คือมนุษย์ ฉะนั้นมนุษย์เหล่านั้นล้วนอยู่ในมิติของชั้นอณูที่เล็กลงไป ก็คือที่ๆคนเรียกว่ายมโลก ก็คืออยู่ในมิติที่ต่ำลงไปจากชั้นอณูที่ใหญ่ที่สุด ส่วนผิวหนังชั้นนี้ดูภายนอกยังคงเป็นผิวหนังของมนุษย์ แต่โดยแก่นแท้ไม่ใช่มนุษย์กันแล้ว ผิวหนังมนุษย์ที่เทพหมายถึง ไม่ใช่ผิวหนังมนุษย์ตามที่คนพูดถึง แต่คือร่างที่ครบถ้วนสมบูรณ์ของมนุษย์ซึ่งประกอบขึ้นจากชั้นอณูที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งอวัยวะภายในของมนุษย์

มนุษย์ในอดีตมีจำนวนน้อยลงน้อยลงในโลก เพราะผิวหนังของมนุษย์ถูกชีวิตชั้นสูงยึดครองมากขึ้นมากขึ้น เพราะต้าฝ่ากำลังถ่ายทอดอยู่ตรงนี้ ชีวิตชั้นสูงล้วนมองเห็น นี่เป็นโอกาสที่ชีวิตสามารถจะได้รับการช่วยเหลือ นั่นก็คือหลักประกันที่ใหญ่ที่สุดของการเข้าสู่อนาคต แต่เรื่องนี้ก็ได้รับการจัดเตรียมจากเหล่าชีวิตเก่าทั้งหลาย พวกเขาทำการแบ่งแยกชีวิตเหล่านี้ออก พวกที่จะได้ฝ่า กับ พวกที่ก่อมารผจญให้กับต้าฝ่า พวกเขาเข้าใจว่า พวกที่ก่อมารผจญในอนาคตก็จะหยวนหมั่นด้วย เพราะถ้าไม่มีพวกเขาก่อมารผจญให้ ผู้บำเพ็ญก็ไม่สามารถหยวนหมั่น แต่มีข้าพเจ้าอยู่ตรงนี้หลักการนี้ก็ใช้ไม่ได้ มันอาจใช้ได้กับช่วงเวลาอื่นใดในจักรวาล กับชีวิตอื่นใดที่มาช่วยผู้คนให้หลุดพ้น แต่จะใช้ไม่ได้ในช่วงเวลาของการเจิ้งฝ่า (เสียงปรบมือ) เหตุใดจึงใช้ไม่ได้ ทุกท่านลองคิดดู ทั่วทั้งจักรวาลกำลังดำเนินการจัดวางทุกๆชีวิตเสียใหม่ตามตำแหน่งของซินซิ่งที่อยู่ และจะจัดวางชีวิตชั่วร้ายที่กดขี่ประทุษร้ายต่อต้าฝ่าเหล่านั้นไว้ที่ใด จะให้เหมือนกับชีวิตที่หยวนหมั่นได้หรือ จัดวางไว้กับเทพผู้ยิ่งใหญ่ด้วยกันได้หรือ นี่เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เด็ดขาด

จุดนี้พวกเขาไม่เชื่อในระยะแรก เวลานี้พวกเขามองเห็นอย่างชัดเจน เช่นนั้นจึงนำมาซึ่งปัญหาหนึ่ง ปัญหาอะไร เพราะมนุษยชาติจะต้องได้ฝ่าร้อยละห้าสิบ ก็คือกี่พันล้านคน แต่พวกเขาโชคไม่ค่อยดีนัก ไม่สามารถมาเป็นศิษย์ต้าฝ่าในช่วงเวลาของการเจิ้งฝ่า คือพูดว่าพวกเขาจะเป็นมนุษยชาติที่จะศึกษาฝ่า ได้ฝ่าในยุคสมัยต่อไป แต่เมื่อถึงยุคสมัยนั้น การได้ฝ่าก็จะไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว: ทุกๆคนต่างมีหนังสือหนึ่งเล่ม แต่ถ้าความคิดผิดแผกเพียงนิดเดียว ก็จะบรรลุไม่ถึงฝ่า นี่เป็นเรื่องของยุคสมัยต่อไป เพราะชีวิตมากมายมองเห็นสภาพแท้จริงของการเจิ้งฝ่ากันแล้ว ชีวิตมากมายรวมทั้งมนุษย์มากมาย เพราะมนุษย์ก็มีด้านที่แจ่มแจ้ง พวกเขาจึงไม่คิดกระทำเรื่องเลวร้าย พวกเขาก็อยากจะได้ฝ่าในด้านที่ดี ประมาณร้อยละยี่สิบ ร้อยละสามสิบ เช่นนั้นจึงพูดว่า มนุษยชาติจะมีร้อยละเจ็ดสิบ ร้อยละแปดสิบได้ฝ่า ได้ฝ่าในด้านตรง ไม่ก่อมารผจญให้กับฝ่า นี่คือสภาพของการได้ฝ่าของคนในอนาคต ดังนั้นคนที่จะได้ฝ่านั้นมีเป็นจำนวนมาก แน่นอนเรื่องที่ข้าพเจ้ากระทำอยู่ในเวลานี้ ถ้ามีผู้ฝึกใหม่ได้ฝ่า เช่นนั้นเป็นไปได้มากว่า เขาก็คือแกนนำ บุคคลชั้นนำในกลุ่มคนที่ได้ฝ่าในรุ่นต่อไป ผู้ฝึกบางคนอาจรู้สึกแล้วว่า บางคนได้ฝ่าแล้ว เขากลับไปฝึกที่บ้าน ไม่มา ดูเหมือนไม่มีข่าวคราว บางทีอาจเหมือนกับเมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงไปแล้ว บางทีอาจมีเหตุผลอื่น เป็นไปได้ทั้งสองด้าน ฉะนั้นสิ่งที่ทุกท่านกระทำนั้นยิ่งใหญ่ ยอดเยี่ยมมาก สภาพการณ์ของมนุษยชาติสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง ไม่ใช่มองดูคนๆนี้จากภายนอกอย่างเรียบๆง่ายๆ พวกที่แสดงความชั่วร้ายออกมาในช่วงของการเจิ้งฝ่า ทั้งหมดจะต้องพบกับจุดจบที่พวกมันสมควรได้รับ นี่เป็นสิ่งที่แน่นอน เพราะทุกๆชีวิตต่างกำลังจัดวางตำแหน่งของเขาเสียใหม่ ชีวิตที่บ่อนทำลายต้าฝ่าคาดคิดได้เลยว่า จะจัดวางมันไว้ ณ ที่ใด การเจิ้งฝ่าในวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องกำหนดอย่างเข้มงวดโดยเด็ดขาด ถูกต้องเที่ยงตรงโดยเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่แตกต่างจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำกันในอดีต

ทางด้านรูปธรรม ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ปีที่แล้วตั้งแต่ 25 เมษายนจนถึง 20 กรกฎาคม ผู้ฝึกบางคนเกิดความหวั่นไหวทางความคิดมากมายในระยะแรก นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะท่านมีความคิดของคนธรรมดาสามัญอยู่ ท่านจึงจะสามารถบำเพ็ญ มีความคิดของคนธรรมดาสามัญอยู่ ท่านจึงสั่นคลอน มีความคิดของคนธรรมดาสามัญอยู่ ท่ามกลางการสั่นคลอน ท่านสามารถตั้งมั่นบนหนทางที่ถูกต้องที่ท่านสมควรเดิน นี่ก็คือการบำเพ็ญ ดังนั้นในเวลานั้นพวกเราจำนวนมากต่างก็คิดกัน: ฉันศึกษาฝ่านี้ถูกหรือไม่ ถูกต้องเที่ยงตรงหรือไม่ หลี่ หงจื้อ เป็นคนเช่นไร อิทธิพลมารร้ายที่กุข่าวเท็จเพื่อมุ่งทำร้าย เขาพูดถูกหรือไม่ ผู้ฝึกทุกท่านต่างก็คิดใคร่ครวญในคำถามเหล่านี้ จะมากหรือน้อยพวกท่านต่างคิดใคร่ครวญกันอยู่ นี่ก็เป็นการให้โอกาส ให้ท่านได้คิดใคร่ครวญ ไม่ผิด หลังจากสงบจิตใจลงแล้ว พวกท่านก็เดินไปบนหนทางที่ตัวเองสมควรเดิน ไม่จำเป็นที่คนจะต้องอธิบายด้วยคำพูดว่าตัวเองเข้าใจอย่างไร การกระทำของท่านได้พิสูจน์ให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว การที่สามารถเดินอยู่ในต้าฝ่าจนถึงทุกวันนี้ การกระทำของท่านได้ยืนยันแล้วว่าหนทางที่ท่านต้องการ หนทางที่ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งสมควรเดิน ศิษย์ทั้งหมดที่สามารถเดินข้ามมา ล้วนแล้วแต่ยิ่งใหญ่ ล้วนแล้วแต่ยอดเยี่ยม (เสียงปรบมือ)

ในระหว่างนี้ ผู้ฝึกทั้งหลายต่างประสบกับปัญหารูปธรรมต่างๆมากมาย ลำบากอย่างยิ่ง ในระยะแรกไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ต่อมาก็ค่อยๆเข้าใจ จับจุดได้แล้ว รู้ว่าจะทำอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานั้น ข้าพเจ้าไม่พูดเลย เพราะถ้าข้าพเจ้าพูดก็ไม่นับว่าเป็นการทดสอบ เมื่อไม่นับก็จะนำมาซึ่งสองปัญหา: อิทธิพลเก่าจะพยายามอย่างเต็มกำลังที่จะบ่อนทำลาย เข้าใจว่านี่คือวิชามาร เช่นนั้นก็จะสร้างความยุ่งยากอย่างยิ่งต่อเรื่องการเจิ้งฝ่าของข้าพเจ้า สร้างความยุ่งเหยิงอย่างใหญ่หลวงไปทั่วทั้งจักรวาล ให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ ยังมีปัญหาอีกข้อหนึ่ง เพราะในเวลานั้นความชั่วร้ายซึ่งใหญ่โตมโหฬารกดลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน จากรูปภาพที่ออกในเวปไซต์หมิงฮุ่ย พวกเราได้เห็นโลกมีรูปลักษณ์เหมือนกับใบหน้าของซาตาน นั่นเป็นเพียงภาพลักษณ์ของกรรมบนโลกที่แสดงออกมาให้เห็น เพราะในทุกๆอณูของกรรมล้วนมีรูปลักษณ์ของกรรมที่แตกต่างกัน ฉะนั้นมันก็มีรูปลักษณ์โดยรวม นั่นก็คือรูปลักษณ์ของกรรม แต่ในเวลานั้นความชั่วร้ายมีมากกว่ากรรมเหล่านี้หลายๆเท่า สำหรับชีวิต ณ หลายๆระดับชั้นแล้ว ทั้งหมดนับว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่โลกถูกปกคลุมด้วยมารร้าย พวกมันเห็นว่า ถ้าไม่ผ่านการทดสอบที่ใหญ่เช่นนี้ ก็ไม่สมควรเป็นฝ่าที่ใหญ่เช่นนี้ แต่พวกมันก็รู้ว่ากดทุกข์ภัยที่ใหญ่ขนาดนี้ลงมา มนุษย์ไม่สามารถแบกรับก็จะถูกทำลายทิ้ง ยิ่งกว่านั้นพวกมันยังรู้ว่า มันเป็นการยากที่ศิษย์ต้าฝ่าจะเดินข้ามทุกข์ภัยมาได้ แต่พวกเขาก็คิดว่าทำลายทิ้งก็ทำลายทิ้ง พวกมันถึงกับเห็นข้าพเจ้าเป็นผู้บำเพ็ญ พวกมันคิดว่าจะประจักษ์แจ้งฝ่าที่ใหญ่ขนาดนี้ ก็ต้องรับการทดสอบที่ใหญ่ขนาดนี้ ทุกท่านลองคิดดู พูดขึ้นมาฟังดูง่าย โดยแก่นแท้มันน่ากลัวยิ่งนัก ภาวะแวดล้อมในเวลานั้นยากเกินกว่าจะบรรยาย มันเลวร้ายอย่างที่สุด แต่พวกเราไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกในประเทศหรือนอกประเทศจีน ในเวลานั้นต้องมีความรู้สึกเช่นนั้น ต่างก็เห็นถึงระดับความชั่วร้ายที่เหล่ามารร้ายแสดงออกมาบนโลก ดูภายนอกนั่นเป็นเพียงการแสดงออกของมนุษย์แบบหนึ่ง แต่โดยแก่นแท้ องค์ประกอบของความชั่วร้ายนั้นควบคุมมนุษย์อยู่ ในระยะแรกข้าพเจ้าก็ทำลายสิ่งเหล่านี้อย่างเต็มกำลัง แต่มันใหญ่โตอย่างเหลือหลาย เพราะต่อให้ท่านทำลายมันทิ้งเร็วอย่างไร ก็ต้องมีขั้นตอน ใช้เวลา 9 เดือนที่จะทำลายมันทิ้ง นี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ใหญ่โตอย่างยิ่ง ในเวลานั้นเนื่องจากมารร้ายนี้ช่างใหญ่เหลือเกิน เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ฝึกทั้งหลายจะแบกรับได้ เมื่อไม่ไปแบกรับ การทดสอบของพวกเขาก็นับไม่ได้ ท่านทำลายมันทิ้งเพียงอย่างเดียวยังไม่ได้ ดังนั้นยังต้องแบกรับ แต่ข้าพเจ้ารู้ว่าถ้าผู้ฝึกไปแบกรับก็ยากอย่างยิ่งที่จะข้ามพ้นมาได้ ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงปล่อยให้ผู้ฝึกแบกรับเฉพาะความชั่วร้ายที่แสดงออกมาจากมนุษย์เท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นแก่นแท้ ข้าพเจ้าจึงแบกรับเอาไว้เอง (เสียงปรบมือ) ณ ที่นี้ไม่ใช่จะบอกพวกท่านว่าอาจารย์เก่งกาจอย่างไร ไม่ได้หมายความเช่นนั้น คือบอกพวกท่านถึงขั้นตอนของเหตุการณ์ หลังจากสิ่งนี้ถูกทำลายทิ้งไป สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลง ปีนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา สถานการณ์ก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลง คนชั่วไม่ถูกองค์ประกอบของมารร้ายเหล่านั้นควบคุมเอาไว้ จึงไม่มีกำลังค้ำจุนจิตใจ เวลานี้พวกเขาคิดว่า ต้าฝ่าได้ผ่านการทดสอบแล้ว เรื่องเหล่านี้กำลังจะจบลงแล้ว เพียงแต่มีคนส่วนหนึ่งไม่ได้เดินออกมา

แน่นอน ยังมีเหตุผลอื่นที่ข้าพเจ้าไม่พูด เหตุผลหนึ่งคือข้าพเจ้าอยากดูศิษย์ของข้าพเจ้า เทพผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งกำลังจะหยวนหมั่นในอนาคตแสดงออกมาท่ามกลางภัยพิบัติในครั้งนี้ แน่นอนยังมีเหตุผลอื่นอีก แต่ทุกๆก้าวท่ามกลางมารผจญ พวกท่านล้วนเดินข้ามมาด้วยตัวเอง ข้าพเจ้าไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว ทุกท่านโดยภาพรวมล้วนสามารถเดินได้ถูกต้องเที่ยงตรงมาก ไม่สามารถพูดว่าความคิดที่ก่อเกิดขึ้นมาของทุกคนจะถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกท่านกระทำ สิ่งที่แสดงออกมาคือความยิ่งใหญ่ เพราะในเวลานั้นอาจารย์ไม่อยู่ ดูจากจุดนี้ ชีวิตเหล่านั้นซึ่งก่อมารผจญครั้งนี้ให้แก่พวกเรา ชีวิตเก่าเหล่านั้นก็เลื่อมใสศรัทธาจนไม่มีอะไรจะพูด สิ่งที่สมควรทำ สิ่งที่สมควรแบกรับ ทุกท่านต่างเดินข้ามมาอย่างสง่าผ่าเผย อย่างยอดเยี่ยม

แน่นอนแม้ว่าสถานการณ์ยังจะเปลี่ยนแปลงดีขึ้นอีก แต่มารร้ายที่ยังไม่ได้ถูกกำจัดหมดสิ้นจนถึงที่สุด ยังคงแสดงอยู่ ยังไม่สามารถวางใจได้ ยังจะต้องพยายามทำให้ดีในสิ่งที่พวกเราสมควรทำต่อไปอีก ก้าวเดินทุกๆก้าวของท่านให้ดีอย่างแท้จริงบนหนทางไปสู่การหยวนหมั่น อย่าเข้าใจว่าเวลานี้เป็นเพียงการทดสอบที่ธรรมดาๆ แท้จริงแล้วมันยิ่งใหญ่อย่างไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้ เพราะท่านกำลังยืนยันความเป็นจริงของฝ่า เพราะท่านกำลังทำในเวลาที่ยากลำบากที่สุด อย่าเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ดูเหมือนกับสิ่งที่คนธรรมดาสามัญทำกัน พวกเขาทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของคนธรรมดาสามัญ แต่พวกท่านทำเพื่อต้าฝ่า จุดฐานที่ไม่เหมือนกัน พวกท่านคือผู้บำเพ็ญ ในอนาคตท่านจะมองเห็นความยิ่งใหญ่ของสิ่งเหล่านี้ ในจำนวนนั้นจะมีความศักดิ์สิทธิ์ที่พวกท่านรู้ในเวลานี้ และที่พวกท่านไม่รู้ในเวลานี้ ดูจากรูปแบบที่แสดงออกมาของคนธรรมดาสามัญ ท่านไม่รู้สึกรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ขนาดนั้น เพราะจะปล่อยให้พวกท่านเกิดความทะนงตน พึงพอใจในตัวเอง อาจารย์ได้แต่จะให้ท่านพยายามมากขึ้น เดินให้ดีในทุกก้าว ในหนึ่งปีนี้ ในการอธิบายความเป็นจริง ในขั้นตอนการบำเพ็ญของพวกท่าน ในขั้นตอนของการปกป้องฝ่ามีมารผจญในทุกรูปทุกแบบ พบกับปัญหาแต่ละแบบแต่ละอย่าง พวกท่านต่างใคร่ครวญตรึกตรองด้วยตนเอง ตัดสินใจเดินข้ามมาด้วยตัวเอง งานของอาจารย์ไม่ได้สูญเปล่า ไม่ว่าอาจารย์ได้ทำอะไรให้พวกท่านล้วนแต่คุ้มค่า (เสียงปรบมือยาวนาน) ยอดเยี่ยมจริงๆ (เสียงปรบมือ)

เกี่ยวกับประเด็นที่เป็นรูปธรรมเหล่านั้น ข้าพเจ้าคิดว่าจะหาเวลาพูดกับทุกท่านเมื่อมีโอกาส ข้าพเจ้าไม่ใช่จะสามารถมาร่วมงานฝ่าฮุ่ยได้ทุกครั้ง ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าออกมาล้วนมีวัตถุประสงค์ ไม่ใช่จะพูดอะไรเรื่อยเปื่อยกับทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สภาพการณ์ในเวลานี้ ฉะนั้นในอนาคตข้าพเจ้าจะหาเวลาพูดกับทุกท่านอย่างละเอียด วันนี้ข้าพเจ้าจะไม่พูดมากไปนัก หวังว่าทุกท่านจะทำได้ดียิ่งขึ้นในเรื่องการเจิ้งฝ่า และเรื่องการเปิดโปงมารร้าย นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการบำเพ็ญ

ก็จะพูดเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกท่าน (เสียงปรบมือ)