[ฝ่าเจี่ย] เล่มนี้ เป็นการอธิบายฝ่าที่ค่อนข้างตื้นเขินไม่ลึกซึ้ง ในระยะแรกของการถ่ายทอดฝ่า

ซึ่งมุ่งเน้นตอบปัญหาให้กับผู้ฝึกใหม่ มีข้อจำกัดทางระดับชั้น จึงเหมาะสำหรับให้ผู้ฝึกใหม่ใช้อ้างอิงเท่านั้น

หลี่ หงจื้อ

16 กรกฎาคม ค.ศ. 1997


สารบัญ

การบรรยายธรรม ณ พิธีจัดจำหน่าย [จ้วนฝ่าหลุน] ครั้งแรก ณ เมืองเป่ยจิง.. 1

การบรรยายธรรมตอบข้อสงสัย ที่เมืองฉางชุน... 36

การบรรยายธรรมตอบข้อสงสัย ที่เมืองเจิ้งโจว.. 44

การบรรยายธรรมตอบข้อสงสัย ที่เมืองจี่หนาน... 59

การบรรยายธรรมตอบข้อสงสัย ที่เมืองเยี๋ยนจี๋.. 82

การบรรยายธรรมตอบข้อสงสัย ที่เมืองกว่างโจว.. 109

 

 


การบรรยายธรรม ณ พิธีจัดจำหน่าย [จ้วนฝ่าหลุน] ครั้งแรก ณ เมืองเป่ยจิง

หลี่ หงจื้อ

4 มกราคม ค.ศ. 1995

           

            ก่อนอื่นขอกล่าวสวัสดีปีใหม่แด่ทุกท่าน

            พวกเราบางคนที่นั่งอยู่เป็นผู้ฝึกเก่า  บางคนยังไม่เคยเข้าร่วมชั้นเรียนฟังการบรรยาย  แต่มีความเข้าใจระดับหนึ่งในฝ่าหลุนต้าฝ่าของเรา เมื่อครู่เจ้าหน้าที่ของเราได้ทำข้อสรุปสำหรับการทำงานฝ่าหลุนต้าฝ่าในปี 1994แล้ว  ปัญหาบางอย่างที่มีอยู่โดยภาพรวมได้พูดไปแล้ว  ส่วนข้อบกพร่องนั้น  พวกเราไว้รอการทำงานนับจากวันนี้ไป  ในการปรับปรุงการสร้างสรรค์ต้าฝ่า  ขณะนี้ เมื่อดูจากรูปแบบการพัฒนาของหลักพลังของเราทั้งหมด  กำลังปรากฏแนวโน้มการขยายที่รวดเร็วฉับพลันอย่างหนึ่ง  ส่งผลกระทบมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ  ขึ้นสูงเป็นเส้นตรง  อัตราการเผยแพร่เร็วมาก เพราะเริ่มจากที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดพลังจนถึงขณะนี้  ก็เป็นเวลาเพียงสองปีกว่า   และเมื่อเริ่มการบรรยายฝ่าเป็นการถ่ายทอดโดยอาศัยรูปแบบของชี่กงในระดับชั้นที่ต่ำที่สุดของการรักษาโรคเสริมสร้างสุขภาพ เพราะต้องให้ทุกท่านมีขั้นตอนของการรับรู้  พอออกมา ข้าพเจ้าพูดว่าจุดมุ่งหมายที่ข้าพเจ้าออกมานั้น ก็คือการถ่ายทอดพลังไปสู่ระดับชั้นสูง  นำพาคนไปสู่ระดับชั้นสูง  สิ่งเหล่านี้ของการบำเพ็ญระดับชั้นสูงยังไม่มีคนพูดกัน แน่ละ  เริ่มต้นนั้นเรายังคงถ่ายทอดโดยอาศัยชี่กง สิ่งที่เป็นของระดับชั้นต่ำชนิดนี้  จุดมุ่งหมายคือให้ทุกท่านมีขั้นตอนหนึ่งของการรับรู้เสียก่อน โดยเฉพาะคือหนึ่งปีมานี้  โดยพื้นฐานก็คือข้าพเจ้าบรรยายฝ่าแล้ว  ดังนั้นผู้ฝึกเราจึงทราบว่า ระดับชั้นที่ข้าพเจ้าบรรยายนั้นค่อนข้างสูง  เรื่องที่พูดล้วนเป็นสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถจะพูดได้   พูดถึงการบำเพ็ญอย่างแท้จริง  และปัญหาที่ว่าจะบำเพ็ญได้อย่างไร เพราะวิธีการบำเพ็ญก็มีมาก  แพร่หลายมาหลายปีอย่างนี้  มันจึงมีปัญหาอยู่ข้อหนึ่งว่าจะยกระดับขึ้นได้อย่างไร  ท่านมัวแต่ติดอยู่กับทฤษฎีที่มีอยู่เดิมก็ไม่ไหว   ที่ผ่านมามีคนมากมายไม่ให้ความสำคัญกับซินซิ่งในการบำเพ็ญ  ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องกุศล  ดังนั้นจึงทำกันอย่างค่อนข้างยุ่งเหยิง

            ของเราคือต้าฝ่าของสายพุทธ  เราจึงพูดหลักการนี้ของสายพุทธ   องค์ศากยมุนีเคยตรัสว่า  ในยุคธรรมะปลายจะมีมารปรากฏออกมา  สร้างความวุ่นวายยุ่งเหยิงให้กับสังคมฯของเรา  ที่จริงที่พระองค์ตรัสก็ไม่ใช่เพียงแค่ว่าในวัดมีมารมาทำลายฝ่าของพระองค์  ไม่ใช่ความหมายเพียงแค่ระดับนี้  หากตรัสถึงลักษณะทั่วไป  เป็นหลักการหนึ่งที่ใหญ่   ทุกท่านลองคิดดู  ยุคสมัยนี้ในปัจจุบัน  มาตรฐานศีลธรรมของคนเสื่อมทรามถึงขั้นนี้แล้ว  ความขัดแย้งระหว่างคนกับคนรุนแรงถึงขั้นนี้แล้ว เห็นเพียงผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว  เพื่อเงินแล้ว  เรื่องอะไรคนเราก็กล้าทำกัน  ประเพณีของสังคมตกต่ำ  ปัจจุบันระหว่างคนกับคนด้วยกันนั้นเป็นความสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่ตึงเครียดมาก  และมาตรฐานศีลธรรมนี้ก็เสื่อมทรามมาก   รักร่วมเพศอะไรเอย  การปลดปล่อยทางเพศเอย  ยาเสพติดอะไรเอย  อิทธิพลมืดอะไรเอย  ช่างเลอะเทอะสับสน   อะไรๆก็มี   ในประเทศกับต่างประเทศล้วนเหมือนกัน  พวกเราคนจีนที่อาวุโส  อายุมากนั้นยังมีทัศนคติด้านศีลธรรมอยู่บ้าง  จึงประคองสถานการณ์ของสังคมนี้ไว้ได้  ในโลกตะวันตกเขาพูดถึงวัฒนธรรมหนึ่ง  ดังนั้นวัฒนธรรมชั้นผิวนี้ของเขาจึงสามารถประคองไว้ได้ชั่วระยะหนึ่ง   แต่ในคนรุ่นหนุ่มสาว  โดยเฉพาะในหมู่คนจีนเราก็เป็นอย่างนี้  คนวัยหนุ่มสาวนั้นไม่มีศีลธรรมอะไรที่จะพูดได้  ทุกท่านลองคิดดู  หากพัฒนากันไปอย่างนี้ไม่อันตรายหรอกหรือ

            มีปรมาจารย์มากมาย  นักพยากรณ์มากมายก็พูดไว้ว่า    มนุษยชาติจะเกิดภัยพิบัติก็ดี  ทุกข์ภัยก็ดี  ไม่ว่าพวกเขาจะพูดไว้อย่างไร  แต่ทุกท่านลองพิจารณาดู   หากสังคมนี้พัฒนาอย่างนี้ต่อไปยังจะไม่อันตรายหรือ  สรรพสิ่งเมื่อถึงที่สุดก็ต้องพลิกกลับนะ  พัฒนากันต่อไปอย่างนี้  ท่านว่าก้าวต่อไปคนจะเป็นอย่างไร   ข้าพเจ้านำสิ่งนี้ถ่ายทอดออกมา  ในระดับชั้นสูงสามารถชี้นำให้คนบำเพ็ญได้    ส่วนในระดับชั้นต่ำสามารถชี้นำคนว่าจะเป็นคนได้อย่างไร  เขาสามารถเป็นประโยชน์อย่างนี้ได้จริงๆ    ดังนั้นผู้ฝึกเรามากมายจึงอยากจะศึกษา  ล้วนศึกษาตาม  เข้าใจได้ว่าดีมาก   เพราะฝ่าที่แท้จริง เมื่อถ่ายทอดออกมานั้น เขาสามารถจะช่วยคนได้  และผู้ฝึกมีความรู้สึกได้ลึกซึ้งมาก  ไม่เพียงแต่ด้านเหตุผล  แต่จากร่างกายท่าน  จากคุณสมบัติ  จากมาตรฐานศีลธรรม  ล้วนแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก   ดังนั้นจึงสามารถเกิดผลกระทบมากอย่างนี้      ต้าฝ่านี้ของเรา เขาไม่เหมือนกับหลักพลังทั่วไป    เราถ่ายทอดไปสู่ระดับชั้นสูงอย่างแท้จริง

            เดี๋ยวนี้ในสังคมมีคนงานของโรงงานมากมายหลังจากที่ศึกษาแล้ว  ก็ทำให้สภาพจิตใจในโรงงานเปลี่ยนแปลงหมดแล้ว   คนเข้าใจแล้วว่าจะเป็นคนกันอย่างไร   จะเน้นกุศลกันอย่างไร   ดังนั้นเขาก็สามารถกลายเป็นพลังการผลิต  ใจคนล้วนมุ่งสู่ความดีงาม  ตั้งใจทำงานให้ดี     หากท่านคิดจะเป็นผู้บำเพ็ญที่ดีคนหนึ่ง  ท่านต้องเริ่มทำจากรากฐาน  ก่อนอื่นท่านต้องเป็นคนดีคนหนึ่ง  คนดีไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ต้องแสดงออกซึ่งการเป็นคนดีคนหนึ่ง   ฉะนั้นการงานที่หัวหน้ามอบหมายให้  ท่านต้องทำให้มันบรรลุผลอย่างดี  เพราะท่านนั้นคือ พยายามรับใช้สังคม  ย่อมต้องเกิดประโยชน์ในการกระตุ้นอย่างนี้   เพราะข้าพเจ้าถ่ายทอดพลังไปสู่ระดับชั้นสูง  สิ่งที่พูดคือฝ่าที่มุ่งสู่ระดับชั้นสูง  สามารถชี้นำคนบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูง  กระทั่งบำเพ็ญไปถึงระดับที่สูงยิ่งๆขึ้น 

            เช่นนั้นหากท่านบอกว่า ฉันไม่คิดจะบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูง   หรือหลักการนี้เมื่อให้คนธรรมดาสามัญรู้  เขาจะพบว่าในการเป็นคนของเขาก็ต้องปฏิบัติตามหลักการอย่างนี้เช่นกัน   เพราะมาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์นั้น ไม่ว่ามันจะลื่นไถลไปถึงขอบที่อันตรายเพียงไร  แต่หลักการของจักรวาลนี้  เขาจะไม่เปลี่ยนแปลง   เพราะหลักการของจักรวาลนี้เขาไม่เปลี่ยนแปลง  จึงสามารถมองออกว่าศีลธรรมของคนนั้นลื่นไถลลงไปแล้ว    ถ้าหากเขาก็เปลี่ยนด้วยแล้ว   ก็จะมองไม่เห็นว่าศีลธรรมของมนุษย์ลื่นไถลลงไปแล้ว  ข้าพเจ้าพูดแล้วว่าศีลธรรมของมนุษย์ลื่นไถลลงมาถึงขั้นนี้  คนมากมายยังไม่ค่อยเข้าใจ  โดยเฉพาะคือพวกเราที่เข้าร่วมชั้นเรียน  โดยมากในหนึ่งถึงสองวันแรก  เรื่องที่ข้าพเจ้าพูดนั้นเขามักจะไม่ค่อยเข้าใจ  พอชั้นเรียนนี้สิ้นสุดลงแล้ว  พอเขาหันกลับไปมองสังคมคนธรรมดาสามัญ  อะไรๆเขาก็เข้าใจได้แล้ว ท่านอยู่ในกระแสสังคมนี้ท่านไม่อาจจะรับรู้ได้  ท่านยังรู้สึกว่าท่านดีกว่าคนอื่น   แต่พอความคิดของท่านยกระดับสูงขึ้นมา   เมื่อท่านหันกลับไปมองอีกที  ท่านจึงจะพบอันตรายของมัน  เพราะต้าฝ่าสามารถมีพลังอย่างนี้ สามารถเกิดประโยชน์อย่างนี้  แม้ว่าจะเป็นถึงขั้นนี้แล้ว  คนยังคงมีจิตที่ดีงาม  ยังคงมีจิตพุทธอยู่  ดังนั้นพอท่านพูดเขาจึงเข้าใจได้   คนมากมายยังต้องการมุ่งสู่ความดีงาม  อยากจะศึกษา  แน่ละยังมีคนที่รากฐานไม่เลว ยังต้องการจะบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูง  ดังนั้นจึงสามารถทำให้หลักพลังนี้ของเรา เกิดแนวโน้มชนิดหนึ่งอย่างนี้ ในระหว่างขั้นตอนของการเผยแพร่

            หลายปีก่อน  เนื่องจากคนกลุ่มหนึ่งหลับหูหลับตาต่อต้านชี่กงนี้   ด้วยท่าทีที่ต่อต้านอย่างสิ้นเชิง ทำให้ชี่กงก้าวไปสู่จุดที่ตกต่ำ   สองปีก่อน กลับปรากฏสถานการณ์หลายอย่างที่ร้อนแรง  แม้ไม่ร้อนแรงเหมือนเมื่อก่อน  แต่ว่าก็ร้อนแรงมาก   แต่ในระยะนี้ก็ได้เย็นลง  เย็นลง  ไม่ใช่เพราะมีใครไปต่อต้านมัน  ใครไปวิพากษ์วิจารณ์มัน  หรือเลือกใช้วิธีการทางการเมืองทำให้มันเย็นลง  หากเป็นเพราะผู้คนล้วนสามารถสงบใจลงมาใคร่ครวญ  ว่าพวกไหนที่เป็นของจริง(ของแท้)บ้าง อะไรที่เป็นของปลอม  อะไรที่หลอกลวงคน ทำร้ายคน  ผู้คนล้วนกำลังใคร่ครวญเรื่องเหล่านี้  สามารถปฏิบัติต่อมันด้วยใจสงบได้แล้ว   จึงเกิดสถานการณ์นี้ขึ้น  ดังนั้นชี่กงปลอมมากมายจึงไม่มีตลาดแล้ว  มันเปิดชั้นเรียนหาเงินไม่ได้แล้ว  แน่ละข้าพเจ้าไปสถานที่ต่างๆถ่ายทอดพลัง  มีผู้นำของสมาคมค้นคว้าวิจัยชี่กง สมาคมค้นคว้าวิจัยร่างกายมนุษย์หลายคน เล่าเรื่องอย่างนี้ให้ข้าพเจ้าฟัง  ว่าเดี๋ยวนี้การจัดชั้นเรียนชี่กงในแต่ละแห่งล้วนจัดไม่ได้  และการรับสมัครคนเรียนก็ยากมาก  ชี่กงทั้งหมดกำลังตกต่ำลงไป   ทว่ามีแต่ฝ่าหลุนต้าฝ่า ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเป็นเส้นตรง  และพัฒนาในอัตราที่เร็วมาก   แน่ละนี่เป็นสิ่งที่คนอื่นพูดกัน   ข้าพเจ้าก็พูดในความหมายนี้  ในอนาคตอาจจะพัฒนาไปเร็วยิ่งขึ้นอีก  เร็วยิ่งๆขึ้น  เรื่องนี้ก่อนที่ข้าพเจ้าจะออกมาก็ทราบอยู่  ในอนาคตจะเกิดสภาพการณ์อะไรข้าพเจ้าก็ทราบ  ข้าพเจ้าก็รู้แจ่มแจ้ง 

            กล่าวโดยสรุปแล้ว  ฝ่าหลุนต้าฝ่าของเรา ในระหว่างขั้นตอนของการถ่ายทอดฝ่า  ด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ฝึก รับผิดชอบต่อสังคม  พวกเราจึงได้รับผลลัพธ์ที่ดีเช่นนี้   เมื่อครู่ข้าพเจ้าจึงพูดอย่างย่อๆถึงสถานการณ์ของการพัฒนาของฝ่าหลุนต้าฝ่าเรา   ผู้ที่กำลังนั่งอยู่ยังมีผู้ฝึกใหม่หลายคน  อาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าใจ ผู้ฝึกหลายคนยังอยากจะฟังข้าพเจ้าพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ของฝ่าหลุนต้าฝ่าและบรรยายฝ่าอีกสักหน่อย  ผู้ที่นั่งอยู่มีผู้ฝึกใหม่หลายคน  ข้าพเจ้าก็จะใช้เวลาช่วงนี้แนะนำฝ่าหลุนต้าฝ่ากับทุกท่านสักหน่อย ในขณะเดียวกันข้าพเจ้าก็จะบรรยายอย่างคร่าวๆหลักการบางอย่างของฝ่าในการบำเพ็ญ

            ทุกท่านทราบว่า การฝึกพลังในระดับชั้นนี้ของการขจัดโรครักษาสุขภาพนั้น  คือการพูดถึงการเลือกเอาสิ่งต่างๆที่ดีของคนเขา  เพราะทุกท่านต่างก็อยากฝึกพลัง  ฝึกฝนร่างกายปัดเป่าโรคทิ้งไป จึงพูดว่าเลือกเอาสิ่งที่ดีของคนเขา  นำสิ่งของของใครมาปัดเป่าโรคทิ้งไปไม่ดีหรือ  หากกลับไปเป็นคนธรรมดาสามัญ นี้ไม่มีปัญหา  ข้าพเจ้าบอกแล้วว่า ณ ระดับชั้นที่ต่างกันมีหลักธรรมที่ต่างกันคงอยู่  หลักธรรมของระดับชั้นที่ต่างกัน  เขามีกฎเกณฑ์ที่ต่างกัน ข้อกำหนดที่ต่างกันต่อผู้บำเพ็ญ  คนธรรมดาสามัญก็อยู่ในระดับชั้นนี้ของคนธรรมดาสามัญ  ฉะนั้นในระดับชั้นนี้ของคนธรรมดาสามัญ  จึงสามารถพูดว่าเลือกเอาสิ่งที่ดีของคนเขา ทำให้ร่างกายดีได้  นี้ไม่มีปัญหา  เช่นนั้น ที่จริงชี่กงนี้มันไม่ใช่เป็นเพียงการขจัดโรคเสริมสร้างสุขภาพ  เดิมทีมันก็คือการบำเพ็ญ  เนื่องจากเพื่อให้เหมาะกับการรับรู้ของความคิดคนยุคปัจจุบัน  ยอมรับได้ง่าย ไม่ถูกใส่ร้ายป้ายสีได้โดยง่าย    ผู้คนจึงได้ตั้งชื่อให้มัน      เรียกว่า ชี่กง  ในช่วงกลางและปลายของ “การปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม” ก็ได้พัฒนาขึ้นมาและเข้าสู่กระแสสูงแล้ว  ในเวลานั้นหากท่านนำชื่อดั้งเดิมของมันพูดออกมา  ท่านก็จะถูกวิพากษ์  แม้ว่าท่านคิดจะทำเรื่องที่ดี  เพื่อขจัดโรคเสริมสร้างสุขภาพให้กับมวลชนอย่างกว้างขวาง  ให้มีร่างกายที่ดี ก็ไม่ได้   เพราะว่าซ้ายสุดขั้วใช่ไหม  ดังนั้นท่านทั้งหลายจึงไม่เรียกชื่อเดิมของมัน จึงเรียกมันอย่างคร่าวๆว่า ชี่กง   แน่ละชี่กงนั้นแบ่งเป็นสำนักต่างๆกัน  แต่ละแนวทางแต่ละสำนักย่อมมีวิธีปฏิบัติต่างกัน    ดังนั้นจึงมีพลังกงนี้   พลังกงนั้น   ปรากฏออกมาซึ่งล้วนแต่ซ่อนชื่อเดิมของมันไว้   ชี่กงจึงเรียกกันออกมาอย่างนี้เอง

            ชี่กงนี้คือการบำเพ็ญปฏิบัติ รวมทั้งวิธีการบำเพ็ญในศาสนาก็เป็นหนึ่งในวิธีการบำเพ็ญปฏิบัติ ในเมื่อเป็นวิธีการบำเพ็ญปฏิบัติ  มันจึงไม่ใช่เป็นเพียงการขจัดโรคเสริมสร้างสุขภาพแล้ว  เพราะมันต้องบรรลุไปถึงเขตแดนที่สูงล้ำมาก ท่านคิดดูถ้านำสิ่งนั้นมาขจัดโรคเสริมสร้างสุขภาพให้กับคน  แน่ละจึงสามารถสำแดงความหัศจรรย์ของมันออกมา  แต่มีอยู่จุดหนึ่ง  เหตุใดจึงมีคนมากมายที่ฝึกพลังแล้วขจัดโรคไปไม่ได้ละ เพราะอะไรมีคนมากมายที่ฝึกพลังแต่พลังไม่เพิ่มขึ้น  เพราะชี่กงนั้นคือการบำเพ็ญปฏิบัติฉะนั้นเรื่องของการบำเพ็ญปฏิบัติจึงไม่ใช่การบริหารร่างกายของคนธรรมดาสามัญ  หรือเทคนิค ความสามารถของคนธรรมดาสามัญ หรือรูปแบบของกิจกรรมการออกกำลังกายแบบนั้นของคนธรรมดาสามัญ  มันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือสามัญวิสัย  ในเมื่อเป็นสิ่งที่เหนือสามัญวิสัย  หากคิดจะใช้วิธีการที่เหนือสามัญวิสัยนี้ทำให้ร่างกายท่านแข็งแรง  ท่านคิดจะใช้วิธีการเหนือสามัญวิสัยไปบรรลุถึงเขตแดนที่สูงล้ำ  เช่นนั้นสิ่งเหนือสามัญวิสัยนี้ก็ต้องมีหลักการเหนือสามัญวิสัยมาชี้นำด้วยใช่ไหม  หลักเหนือสามัญวิสัยอย่างนั้น  จึงบังเกิดผลในการชี้นำและควบคุมอย่างหนึ่ง  หรือพูดได้ว่า มันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญ  ท่านจึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างนั้นของหลักการเหนือสามัญวิสัย   สิ่งที่อยู่ในระดับชั้นนี้ของคนธรรมดาสามัญ  ท่านสามารถทุ่มเทกำลังกายสักหน่อย  จ่ายเงินสักหน่อย  ท่านก็สามารถซื้อมาได้  หรือท่านออกกำลังกายสักหน่อย เหมือนกับเทคนิกความสามารถในหมู่คนธรรมดาสามัญท่านก็จะได้มันมา   แต่สำหรับการบำเพ็ญฯนั้นไม่ได้  ต้องบำเพ็ญจิตใจของคน  บำเพ็ญจิตดวงนี้ของท่าน  ท่านจึงจะสามารถเลื่อนระดับสูงขึ้นได้  ต้องเน้นกุศลบำเพ็ญซินซิ่ง  ท่านจึงจะยกระดับขึ้นได้

            เมื่อก่อนข้าพเจ้าเคยพูดแล้วว่าเหตุใดเมื่อคนให้ความสำคัญเรื่องซินซิ่ง บำเพ็ญกุศล จึงสามารถยกระดับขึ้นมาได้  เพราะในจักรวาลนี้มีหลักการหนึ่งที่ควบคุมเอาไว้ หลักการอะไรหรือ  ก็คือที่ข้าพเจ้าพูดว่าในจักรวาลมีคุณสมบัติพิเศษประการหนึ่งคงอยู่  ก็เหมือนกับคนเรา  จะพูดถึงร่างกายนี้ของท่าน นอกจากกายเนื้อนี้ของท่าน ท่านยังมีชีวิตอื่นคงอยู่  จึงจะสามารถประกอบเป็นคนที่สมบูรณ์ได้  หากท่านเป็นแค่ร่างกายหนึ่งวางอยู่ตรงนั้น ก็คือก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง  ท่านต้องมีอารมณ์ อุปนิสัย คุณลักษณะ การคงอยู่ของจิตท่าน  ท่านจึงจะสามารถประกอบเป็นคนที่สมบูรณ์คนหนึ่ง  เป็นคนที่เป็นเอกเทศ  เป็นคนที่มีเอกลักษณ์ของตน จักรวาลนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน  นอกจากที่พวกเราสามารถจะรับรู้ได้ถึงด้านนี้ที่เป็นวัตถุสสารคงอยู่  ดวงดาวอะไรเอย  ทางช้างเผือกเอย ดวงดาว ดาวหาง   ดาวเคราะห์ นอกเหนือจากการรับรู้ในสสารด้านนี้แล้ว  มันยังมีการคงอยู่ของคุณสมบัติพิเศษ และสามารถเรียกเป็นการคงอยู่ของจิต  ฉะนั้นเมื่อพูดอย่างคร่าวๆ  เพราะฝ่านี้เมื่อต่ำลงมาก็จะใหญ่มาก  วิธีเรียกก็มีมาก  แต่ในระดับชั้นที่สูงมากก็จะเรียบง่าย  เพียงอักษรสามตัวก็ครอบคลุมคุณสมบัติพิเศษนี้ได้  เรียกว่า เจิน ซั่น เหยิ่น (ความจริง  ความเมตตา ความอดทน)  ไม่ใช่เจิน ซั่น เหม่ย (ความจริง ความเมตตา ความงดงาม) แต่คือเจิน ซั่น เหยิ่น

            คุณสมบัติพิเศษนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่ของพื้นๆอย่างนี้ ข้างในของเขาแบ่งออกเป็นสิ่งต่างๆมากมาย ในแต่ละระดับชั้น  ระดับชั้นที่ยิ่งต่ำก็จะยิ่งซับซ้อน ยิ่งสลับซับซ้อน  ในระดับชั้นสูงใช้ อักษรสามตัวก็ครอบคลุมได้แล้ว เรียกว่า “เจิน ซั่น เหยิ่น (ความจริง ความเมตตา ความอดทน)”  ในแต่ละอณูของอากาศ  ในแต่ละอณูที่เล็กที่สุดของสสาร  ดิน  ก้อนหิน  เหล็ก  ไม้  แม้แต่พลาสติก  ในสสารทั้งปวง  ในอากาศล้วนมีคุณสมบัติพิเศษนี้คงอยู่  คนธรรมดาสามัญไม่อาจรู้สึกได้ถึงการคงอยู่ของเขา   เพราะคนธรรมดาสามัญอยู่ในระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญนี้ของตน ดังนั้นจึงรู้สึกไม่ได้ดังนั้นพอท่านคิดจะพ้นไปจากระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญนี้  ท่านจึงจะสามารถรู้สึกได้ถึงการคงอยู่ของเขา  หรือพูดได้ว่า หากท่านคิดจะขจัดโรคโดยใช้วิธีการที่เหนือสามัญวิสัย แต่ท่านไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของเขา ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานของสภาวะนี้  โรคนี้ของท่านก็ขจัดทิ้งไปไม่ได้   ท่านคิดจะให้พลังโตขึ้นมา  แต่ท่านไม่ปฏิบัติตามหลักการเหนือสามัญวิสัยนี้ หรือพูดว่าหากไม่กำหนด(ตัวเอง)ตามหลักการที่เหนือกว่าระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญนี้  พลังของท่านก็ไม่อาจโตขึ้นมาได้ตลอดไป

            ถ้าเช่นนั้นเหตุใดบางคนที่มีมาตรฐานศีลธรรมแย่มาก แต่เขายังมีพลังอยู่บ้างละ  หนึ่งคือเกิดจากรากฐานของตัวเขาเอง  แต่เพราะมาตรฐานศีลธรรมของเขาแย่มาก  เขาจึงกำลังใช้รากฐานของตนเองให้หมดไป  เมื่อใช้หมดไปแล้วเขาก็จะไม่มีอะไรแล้ว ก่อนที่เขายังใช้มันไม่หมด เขาก็จะยังมีเหลืออยู่เล็กน้อย   ยังมีบางคนที่มีตัวสิงอยู่  มารนี้หนา  ก็อนุญาตให้มันนี้คงอยู่ได้ในช่วงเวลาพิเศษ  ในสภาวะที่ต่ำมากที่กำหนดไว้เป็นพิเศษ  มันมีประโยชน์  หากไม่มีมาร คนก็ไม่มีโรค  หากไม่มีมาร คนก็ไม่มีทุกข์ภัย  เพราะคน ควรจะมีทุกข์ภัย ควรจะมีโรค  เพราะคนก่อขึ้นเอง  พูดในทางกลับกัน มารนั้นก็คือสิ่งที่คนสร้างขึ้นเอง   หากเมื่อก่อนเคยรังแกใครไว้   ทำเรื่องเลว  เคยฆ่าชีวิต  ฉะนั้นท่านต้องชดใช้   ท่านไม่ชดใช้ย่อมไม่ได้  ในจักรวาลนี้ จากหลักการของ เจิน ซั่น เหยิ่น แตกแขนงออกมาเป็นหลักการ ที่เรียกว่า “ผู้ไม่สูญเสียจะไม่ได้”  จะได้ก็ต้องเสีย  ติดค้างไว้ก็ต้องชดใช้  ท่านไม่สูญเสียก็จะบังคับให้ท่านสูญเสีย  เขาก็มีหลักการนี้กำกับอยู่   ดังนั้นจึงมีทุกข์ภัย

            เจิน ซั่น เหยิ่น นี้ที่ข้าพเจ้าเพิ่งพูดไปนั้น ในการบำเพ็ญสายพุทธนั้น ให้รับรู้ ซั่นของ เจิน ซั่น    เหยิ่นเป็นสำคัญ  แต่เจิน เขาก็มี  เหยิ่นเขาก็มี   แต่จุดเน้นที่เขาบำเพ็ญ อยู่ที่ซั่น   บำเพ็ญซั่น สามารถเกิดจิตเมตตา พอเกิดจิตเมตตาแล้ว  เขาเห็นว่าใครๆก็เป็นทุกข์อยู่   ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีความปรารถนาจะช่วยเหลือสรรพชีวิต  หลักธรรม(ฝ่า)นี้เมื่อแผ่ขยายลงมาจึงใหญ่  การช่วยเหลือสรรพชีวิตใช่ไหม  เขาถ่ายทอดให้คนมากมาย  ดังนั้นจึงแตกแขนงออกเป็นแปดหมื่นสี่พันแนวทาง   สายเต๋านั้นรับรู้เจินเป็นสำคัญ  บำเพ็ญเจินเป็นสำคัญ   แต่ซั่นก็มี  เหยิ่นก็มี   จุดสำคัญนั้นเขาบำเพ็ญเจิน    ดังนั้นเขาจึงพูดว่า  พูดจริง  ทำจริง  เป็นคนจริง  บำเพ็ญความจริง บ่มเพาะคุณสมบัติ หวนคืนสู่ความจริง   สุดท้ายบำเพ็ญเป็นคนจริง  จุดสำคัญเขาบำเพ็ญที่เจิน นี้  เพราะเขาบำเพ็ญที่เจิน  เขาจึงไม่มีความปรารถนาที่จะช่วยเหลือสรรพชีวิต ดังนั้นลูกศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดอย่างแท้จริงของสายเต๋าจึงมีคนเดียว   ส่วนศาสนาเต๋าเป็นศาสนาที่ปรับปรุงใหม่ชนิดหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในยุคใกล้   ในอดีตในยุคที่ยาวไกล  ในแต่ละอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ล้วนไม่มีศาสนาเต๋า ดังนั้นในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาสายเต๋าจะถ่ายทอดลูกศิษย์เพียงคนเดียว   ในเมื่อเขาจะถ่ายทอดให้เพียงคนเดียว  ขอบเขตของการถ่ายทอดของเขาจึงแคบมาก  หลักธรรมนี้ของเขาเมื่อแผ่ขยายออกมาแล้ว  ก็แตกแขนงเป็นสามพันหกร้อยแนวทางเมื่อเปรียบกันแล้ว สายพุทธมีแปดหมื่นสี่พันแนวทาง      จึงมากเหลือเกิน   

            เจิน  ซั่น  เหยิ่น เขาเป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวในการประเมินความดี ความชั่ว  หากท่านกลืนกลายเข้ากับคุณสมบัติพิเศษนี้  ท่านจึงจะเกิดพลังขึ้นมาได้  ถ้าท่านไม่กลืนกลายเข้ากับคุณสมบัติพิเศษนี้  ท่านก็จะไม่เกิดพลังตลอดไป  เรื่องนี้เราได้พูดไปแล้ว  สำหรับผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง หรือคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง หลักการนี้เพียงไม่กี่คำพูดก็ครอบคลุมแล้ว  อย่างเช่น  คนดี  คนชั่ว กับผู้บำเพ็ญจะแยกแยะได้อย่างไร  คนที่สามารถคล้อยตามคุณสมบัติพิเศษนี้ของจักรวาล จึงจะเป็นคนดีคนหนึ่ง  รับรองว่าต้องเป็นคนดีคนหนึ่ง  ส่วนคนที่ดำเนินชีวิตโดยหันหลังให้กับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาลนี้  นั่นจึงจะเป็นคนเลวอย่างแท้จริง    ในที่ทำงานอาจจะมีบางคน  ที่คนเขาพูดกันว่าท่านไม่ดี  ชั่วชีวิตนี้ท่านได้แต่ทนทุกข์  ใครก็มองท่านไม่ขึ้นหรือรังแกท่านอยู่เสมอ   ข้าพเจ้าขอบอกว่า  ไม่แน่ว่าท่านจะไม่ดีจริงๆ  หากในที่ทำงานใครๆก็เยินยอว่าท่าน  บางทีเพราะท่านมีความสามารถ  ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า  ไม่แน่ว่าท่านจะดีจริง  หลักการนั้นของจักรวาลจึงจะเป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวในการตัดสินดีชั่ว  ฉะนั้นในฐานะผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง ก็คือท่านสามารถกลืนกลายเข้ากับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาลนี้  ท่านก็คือผู้ที่ได้ธรรมะ  ก็เป็นหลักการง่ายๆอย่างนี้

            พลังของคนไม่ใช่ออกมาจากการฝึกแต่อย่างใด  ทุกท่านล้วนกำลังฝึกชี่กง  ทุ่มเทฝึกฝนอย่างมาก  ฝึกแบบตื่นแต่เช้านอนดึก  ก็เข้าใจว่าพลังของเขาสามารถจะโตขึ้นมาได้  แต่กลับโตขึ้นมาไม่ได้เลย  คำพูดนี้ที่ข้าพเจ้าพูดมีคนมากมายอาจรู้สึกตกใจ  บอกว่าท่านมิใช่สอนคนเขาฝึกพลังด้วยหรอกหรือ เช่นนั้นท่านสอนอะไรให้คนละ  ทุกท่านทราบว่า มีคำอยู่สองคำเรียกว่า “บำเพ็ญปฏิบัติ” ผู้คนต่างเน้นที่ปฏิบัติ ไม่เน้นที่บำเพ็ญ    ก็เข้าใจว่า   คำว่าบำเพ็ญนี้ดูเหมือนเป็นการขยายของคำว่าปฏิบัติ นั้น           เป็นคำขยายของคำศัพท์ ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน   บำเพ็ญต้องมาก่อน ปฏิบัติอยู่ข้างหลัง  การบำเพ็ญจึงจะสำคัญเป็นอันดับแรก  หากท่านไม่เน้นการบำเพ็ญซินซิ่งของท่าน  ไม่เน้นกุศล  ท่านก็ไม่อาจจะพูดถึงพลังงานได้เลย  หากท่านไม่ให้ความสำคัญกับการบำเพ็ญซินซิ่ง  ท่านจะไม่มีพลังเลย  และพลังงานที่แท้จริงก็คือพลังกง  ก็คือความสูงต่ำของระดับชั้น   แรงพลังมากหรือน้อยของพลังกงนี้  คนจะมีพลังกงสูงเพียงไร  หรือที่เรียกกันในศาสนาพุทธว่ามรรคผลสูงเพียงไร   พลังกงนั้นออกมาจากการบำเพ็ญโดยเฉพาะ    ทุกท่านเห็นว่าพระสงฆ์นั้นไม่ได้ฝึกพลัง  แต่เขาก็ก่อเกิดพลังได้  เพราะอะไรละ  ก็คือเขากำลังบำเพ็ญอยู่ 

            ฉะนั้นการบำเพ็ญกับการปฏิบัตินี้ที่เราพูดถึง  มันมีความสัมพันธ์กันอย่างไรละ  อีกสักครู่ข้าพเจ้าจะบอกว่าที่เราปฏิบัติกันคืออะไร  การบำเพ็ญกับการปฏิบัติสัมพันธ์กันอย่างไรหรือ  เพราะอะไรเราบำเพ็ญแล้วก็สามารถเกิดพลังได้ละ  ท่านว่าการบำเพ็ญซินซิ่งสิ่งนี้  ที่ท่านพูดนี้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความคิดของคน  อยู่ในแนวคิด  อยู่ในสภาพจิตสำนึกของคนหรอกหรือ  บรรดาพลังกงที่ฝึกปฏิบัติที่เราพูดนั้น เขาไม่ใช่สสารที่คงอยู่หรือ  ระหว่างพวกมันมีความสัมพันธ์กันอย่างไรละ   ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน หลักการนี้พอไปถึงระดับชั้นสูง ก็ไม่อาจจะปฏิบัติต่อมันเหมือนอย่างในระดับชั้นต่ำ  คนธรรมดาสามัญอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญพูดเรื่องของคนธรรมดาสามัญ  ก็พูดได้ไม่กระจ่าง   ฉะนั้นหากกระโดดออกไปจากหมู่คนธรรมดาสามัญ มองดูเรื่องของคนธรรมดาสามัญ  แค่มองปราดเดียวก็เห็นอย่างทะลุปรุโปร่ง ตลอดมาในหมู่นักคิด นักทฤษฎี ถกเถียงกันว่าสสารเป็นคุณสมบัติอันดับแรก หรือว่าจิตใจเป็นคุณสมบัติอันดับแรก ทำการถกเถียงปัญหานี้มาโดยตลอด   ถกเถียงโดยแยกมันออกจากกัน  รับรู้โดยแยกมันออกจากกัน  ข้าพเจ้าว่ามันก็คือคุณสมบัติเดียวกัน  เป็นเอกภาพกัน เราขอยกตัวอย่างที่ง่ายที่สุด  ปัจจุบันพวกเราที่ศึกษาสรีระวิทยาก็ดี  หรือวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ก็ดี  เข้าใจกันว่าความคิดของคน  สิ่งที่คนคิดกันก็คือพลังงานความนึกคิดชนิดหนึ่ง  ความนึกคิดที่คนส่งออกมาก็คือสสารชนิดหนึ่ง  ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปเช่นนี้แล้ว  ฉะนั้นในเมื่อมันเป็นสสารชนิดหนึ่ง  มันเป็นความคิดกับจิตใจของคนใช่หรือไม่  เป็นความนึกคิดที่ท่านคิดใช่ไหม  มันไม่ใช่คุณสมบัติเดียวกันหรือ  เรื่องนี้ข้าพเจ้าก็ได้ยกตัวอย่างที่ง่ายที่สุด

            เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า สสารชนิดนี้ที่คงอยู่ในจักรวาล  ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติพิเศษนี้คงอยู่ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติเดียวกัน  สิ่งที่เป็นร่างวัตถุเดียวกัน  ท่านไม่กลืนกลายเข้ากับคุณสมบัติพิเศษนี้  ท่านก็จะบำเพ็ญขึ้นมาไม่ได้ตลอดไป  หมายความอะไรหรือ  ขอยกตัวอย่างง่ายๆ  สสารมากมายมหาศาลในจักรวาลนี้  ในสสารแต่ละชนิด ต่างมีคุณสมบัติพิเศษนี้คงอยู่ทั้งนั้น  มันมีพลังในการสร้างดุลยภาพและควบคุมชนิดหนึ่ง   คนอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญแต่ละชาติแต่ละภพไม่รู้ว่าได้ทำเรื่องไม่ดีไว้มากมายเพียงไร หากให้ข้าพเจ้าพูด คนก็อยู่ในกงกรรมกงเกวียนจนมาถึงขั้นนี้  ล้วนมีกรรมหนักมาก  ก็เหมือนกับขวดใบหนึ่ง  ในขวดใบนี้บรรจุสิ่งสกปรกไว้เต็ม  หากท่านปิดฝาไว้ให้แน่น  หากท่านไม่เทสิ่งสกปรกนี้ทิ้งไป แล้วท่านทิ้งมันลงไปในน้ำ “ตูม” ในทันใดก็จมลงจนถึงก้นบึ้ง หากท่านเทมันทิ้งไปหน่อยหนึ่ง  ท่านโยนมันลงไปอีกมันก็จะลอยขึ้นมานิดหนึ่ง  ท่านเทออกไปอีกหน่อยมันก็จะลอยขึ้นมาอีกนิด ยิ่งเทออกไปมากก็ลอยขึ้นมายิ่งสูง พอท่านเทสิ่งสกปรกนี้ออกไปหมด ขวดใบนี้ท่านปิดฝาของมันไว้ให้แน่น  พอท่านกดมันลงไปในนั้น ก็จะกดไม่ลง  มันก็จะลอยอยู่อย่างนั้น  ตำแหน่งของมันก็ควรที่จะอยู่ตรงนั้น  ข้าพเจ้าขอยกตัวอย่าง คือว่า  คนอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญล้วนแต่ทำเรื่องไม่ดีไว้ไม่น้อย  ใจของท่านถูกปนเปื้อนแล้ว  ความคิดของท่านถูกปนเปื้อนแล้ว  ท่านมีกรรมใหญ่มาก   สิ่งเหล่านี้ท่านไม่ทิ้งมันไป  ซินซิ่งของท่านไม่เปลี่ยนให้ดีขึ้น  ท่านยังจะก่อเกิดสิ่งที่ไม่ดีเหล่านี้ได้อีก  และก่อเกิดอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้นท่านต้องเปลี่ยนแปลงจิตใจให้ดี  นำสสาร กับสิ่งที่ไม่ดีเหล่านี้ทิ้งไป หรือพูดได้ว่าในเวลาที่ท่านบำเพ็ญอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญ  ท่านต้องทนทุกข์บ้าง  เหนื่อยยากกายา  ทุกข์ทรมานจิตใจ  ท่านจึงจะสามารถยกระดับขึ้นมาได้  ที่ข้าพเจ้าพูดนี้คือการบำเพ็ญขึ้นมา  หากท่านไม่บำเพ็ญจิตใจดวงนี้  คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลที่ควบคุมท่านอยู่นั้น เขาจะไม่ให้ท่านขึ้นมา พวกเรายังสามารถอธิบายให้กับท่านโดยแบ่งแยกออกมา พลังนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

พูดถึงคนเรา  ที่จริงในแต่ละมิติล้วนมีคน มีคงอยู่ในแต่ละมิติ เนื่องด้วยความแตกต่างของกาลมิติกับความแตกต่างของการคงอยู่ของร่างกาย  ความแตกต่างของรูปลักษณ์จึงมากเหลือเกิน ในมิติที่พิเศษอันหนึ่ง รอบๆ ร่างกายเรามีสนามหนึ่ง และสนามนี้มีสสารสองชนิดคงอยู่ หนึ่งคือกุศล(เต๋อ) ก็คือสสารชนิดหนึ่งที่ขาวๆ เป็นก้อนกลมๆ คนที่มีกุศลมากๆ จะมีความหนาแน่นมาก ในอดีตตลอดมาผู้คนพูดถึงกุศลว่า เป็นสิ่งที่อยู่ในภาวะจิตสำนึก เป็นเขตแดนชนิดหนึ่ง ข้าพเจ้าขอบอกพวกท่าน กุศลนั้นก็เป็นสสารชนิดหนึ่ง เป็นสสารที่คงอยู่โดยแท้ ยังมีของอีกชนิดหนึ่งที่คงอยู่ในสนามเดียวกัน เรียกว่ากรรม แต่มันเป็นสีดำ กุศลสิ่งนั้นได้มาด้วยการทำเรื่องที่ดี หรือถูกเขารังแก  ทนทุกข์ หรือประสบความทุกข์แล้วได้กุศลอันนี้ แต่กรรม สสารสีดำอันนั้นเกิดขึ้นจากที่ตนเองทำเรื่องเลว  ในอดีตคนพูดถึงรากฐานดีกับเลวนั้น ก็คือดูอัตราส่วนของสสารสองชนิดนี้ว่ามีเท่าไร ทำให้เมื่อเขาอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญ เป็นด้านหนึ่งที่สำคัญที่ผู้บำเพ็ญพูดถึงว่ารากฐานดีกับเลว แต่คนธรรมดาสามัญจะมองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ  เพราะคนธรรมดาสามัญอยู่ในวังวน เพราะท่านอยู่ในวังวนจึงให้ท่านคืนกลับไปจากในวังวน เนื่องจากท่านเองทำให้ตัวเองตกลงมาที่ขั้นนี้แล้ว ดังนั้นท่านจึงต้องปิดตาบำเพ็ญกลับไป  ไม่ให้ท่านมองเห็นภาพจริง  หากเห็นภาพจริงแล้วก็บำเพ็ญไม่ได้   เพราะจะไม่มีการรู้แจ้งคงอยู่  และก็จะไม่มีการบำเพ็ญคงอยู่  หากบำเพ็ญโดยให้เห็น ใครจะไม่บำเพ็ญละ  พระพุทธนั้น ทำไมพระองค์จึงอยู่แต่ในระดับชั้นนั้น ไม่ยกระดับขึ้นไปละ  แน่ละอะไรๆพระองค์ก็รู้หมดแล้ว   พระองค์ไม่มีปัญหาการบำเพ็ญซินซิ่งเป็นต้น อยู่ในวังวนจึงจะบำเพ็ญได้ง่าย  บางคนยังเน้นว่า หากฉันเห็นได้ชัดเจนจึงจะบำเพ็ญได้ง่าย  หากท่านเห็นได้ชัดเจนท่านก็จะบำเพ็ญไม่ได้แล้ว  บางคนพูดว่าฉันได้เห็นฉันจึงจะเชื่อ ฉันมองไม่เห็นฉันจะไม่เชื่อ ตลอดมาพวกเราถือว่าคนชนิดนี้มีการรับรู้ไม่ดี

เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า  พลังกงนี้ที่แท้คือคนบำเพ็ญออกมา  ฉะนั้นเมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า กุศล สนามนี้คงอยู่รอบๆตัวคน  หากกุศลของท่านมากท่านจึงสามารถมีพลังกงสูง    หากท่านกุศลไม่มาก แน่ละ  สสารสีดำนั้นเมื่อผ่านการทนทุกข์แล้ว  ก็สามารถผันแปรเป็นสสารสีขาว  มันจะไม่สลายหายไป  สสารชนิดนี้ไม่ดับสลาย  ก็คือพูดว่าคนๆหนึ่ง  ในเวลาที่ท่านบำเพ็ญอยู่ ที่แท้คือกุศลที่อยู่ในขอบเขตสนามของมิติท่านผันแปรเป็นพลัง แรงพลังที่แท้จริงของท่านมากหรือน้อย  ระดับชั้นสูงหรือต่ำของพลังกง เป็นสิ่งที่ผันแปรจากกุศลของท่านเอง  ผันแปรอย่างไรหรือ  ที่ผ่านมาในหมู่ผู้บำเพ็ญมีคำพูดหนึ่ง (แต่ไม่ใช่สิ่งที่วงการชี่กงพูดกัน) เรียกว่า “บำเพ็ญอยู่ที่ตัวเอง  พลังอยู่ที่อาจารย์” หมายถึงอะไรหรือ  ก็คือท่านเพียงแต่มีความปรารถนาไปบำเพ็ญแนวทางนั้น  ท่านมีความปรารถนาหนึ่งคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติอะไร  ท่านเพียงมีความปรารถนา  แต่ที่แท้คืออาจารย์ช่วยทำให้ท่าน  บางคนพูดถึงการเคลื่อนไหวทางความคิด  คาดการณ์อย่างนี้ คาดการณ์อย่างนั้น  ปัญหาอะไรก็แก้ไขไม่ได้  มันเป็นเพียงความปรารถนาอันหนึ่ง  แต่ผู้ที่ช่วยท่านอย่างแท้จริงในการตั้งกระทะก่อเตาเคี่ยวยา  เก็บสมุนไพร ก่อเกิดตาน หรือก่อเกิดการหมุนเวียนของวงจรสวรรค์(โจวเทียน)  เปิดทะลวงชีพจร ล้วนคืออาจารย์  ความคิดของคนธรรมดาสามัญไม่มีพลังงาน  มือของคนธรรมดาสามัญย่อมจะทำเรื่องเหล่านี้ไม่ได้อย่างแน่นอน

พลังกงที่แท้จริงเกิดขึ้นมา  ก่อเกิดเป็นกลไกบังคับของสิ่งเหล่านี้  มีความละเอียดและแม่นยำกว่ากลไกนั้นที่ว่าละเอียดและแม่นยำเสียอีก สลับซับซ้อนอย่างยิ่ง ท่านจะทำได้อย่างไร นี้เป็นคำพูดประโยคหนึ่งที่ถ่ายทอดอย่างลับๆ เรียกว่า “บำเพ็ญอยู่ที่ตัวเอง  พลังอยู่ที่อาจารย์”  เรื่องนี้ที่ผ่านมาไม่อาจให้รู้ได้ในระดับชั้นต่ำ  ดังนั้นเมื่ออาจารย์เห็นท่านบำเพ็ญได้ไม่เลว  ซินซิ่งยกระดับขึ้นมาแล้ว  เมื่อพลังงานที่คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลควบคุมท่านน้อยลงแล้ว  ท่านจึงสามารถจะเกิดพลังกงขึ้นมาได้  ดังนั้นในเวลานี้อาจารย์ก็จะให้พลังชนิดหนึ่งแก่ท่าน  เราเรียกมันว่าความสามารถการเกิดพลังกงชนิดหนึ่ง นำกุศลรอบๆร่างกายของท่านผันแปรเป็นพลังกงแบบหมุนเป็นเกลียว หมุนเป็นเกลียวโตขึ้นสู่ข้างบน   หลังจากโตจนถึงกระหม่อม ที่กระหม่อมก็ค่อยๆก่อเกิดแกนพลังขึ้นมาหนึ่งแกน  พร้อมไปกับที่แรงพลัง   และระดับชั้นของท่านสูงขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน  แกนพลังนี้ก็จะยกระดับสูงขึ้นอย่างไม่หยุด  นี้ก็คือระดับชั้นสูงหรือต่ำของท่าน  แรงพลังของพลังกงมากหรือน้อย  พลังงานที่ท่านส่งออกมาล้วนมีที่มาจากที่นี่   แต่ไม่ใช่ตานนั้น  อีกสักครู่ข้าพเจ้าจะพูดถึงตานนี้  ระดับชั้นที่แท้จริงก็จะอยู่ที่นี่   

  ทุกท่านทราบว่า มรรคผลที่พูดกันในศาสนาพุทธ  นั่นก็คือแกนพลังของท่านสูงถึงตำแหน่งไหนแล้ว  บำเพ็ญได้สูงเพียงไร บรรลุถึงระดับชั้นสูงแค่ไหนแล้ว  มันก็จะอยู่ที่นั่น   พูดกันว่าบางคนที่นั่งสมาธิจิตหลักออกจากร่างไปสูงเพียงไหนแล้ว  บอกว่าท่านขึ้นไปอีกซิ  ไม่ไหว  ขึ้นไปไม่ไหวแล้ว  จะขึ้นไปอีก แต่หากกลัวก็จะต้องตกลงไป  ทำไมขึ้นไปไม่ได้แล้วละ  ก็เพราะแกนพลังของเขาก็สูงเพียงนั้น  นั่นคือมรรคผลที่เขาบำเพ็ญปฏิบัติได้ คือเขานั่งแกนพลังของเขาขึ้นไป  ในศาสนาพุทธกล่าวว่า  บำเพ็ญปฏิบัติได้สูงเพียงนั้น นั่นก็คือที่ที่เขาจะไปในอนาคต   พลังกงนี้ทั้งหมดคือการบำเพ็ญซินซิ่งของตนเอง    กลืนกลายเข้ากับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล   คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลก็จะไม่ควบคุมท่านแล้ว  ฉะนั้นพลังกงของท่านจึงสามารถโตขึ้นมา อาศัยกุศลผันแปรเป็นพลังกง  นี่ไม่ใช่การบำเพ็ญออกมาหรือ  พลังกงชนิดนี้ล้วนอาศัยการบำเพ็ญจิตใจบำเพ็ญออกมา

เช่นนั้น ส่วนของท่าการเคลื่อนไหวนั้นคือการฝึกอะไรละ   คือการเปลี่ยนแปลงร่างกายคน  ระยะแรกท่านสามารถเรียกว่า การทนุบำรุงร่างกาย  สุดท้ายเรียกยืดชีวิตให้ยืนยาว  ยังมีการเพิ่มเสริมความสามารถ  อะไรที่เรียกว่าเพิ่มเสริม  คือใช้พลังงานไปทำให้มันแข็งแกร่ง  ยังมีการผันแปรสิ่งที่เป็นศาสตร์ต่างๆ  การผันแปรของร่างชีวิตต่างๆ  สลับซับซ้อนมาก  ปรากฏการณ์ของพลังกงในรูปแบบนานาชนิด   ล้วนต้องมีพลังงานไปเสริมความแข็งแกร่งของมัน ท่านจึงจะสามารถมีได้  หากไม่มีพลังงานนี้ อะไรๆท่านก็ไม่ต้องพูดถึง เมื่อคนมีพลังกงออกมา ท่านก็จะส่งชี่ออกมาไม่ได้แล้ว  ไม่มีแล้ว  สิ่งที่ส่งออกมาได้อีกคือสสารพลังงานสูงชนิดหนึ่ง  แต่กลับที่จะสังเกตได้ถึงความรู้สึกอย่างนั้นได้น้อยมากว่าส่งออกมาจากภายในร่างกายท่าน  นี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดถึง  บรรดาสิ่งเหล่านี้ที่พูดกันในระดับชั้นสูง  แต่ในอดีตเห็นว่าเป็นความลับสวรรค์ตลอดมา ไม่อนุญาตให้คนพูด  ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้นำมันออกมาพูดในขั้นตอนของการบรรยายในชั้นเรียน  ยังมีสิ่งที่สูงล้ำมากมาย  จุดประสงค์คือเพื่อให้คนสามารถจะบำเพ็ญได้อย่างแท้จริง  รับผิดชอบต่อคน  ข้าพเจ้าก็นำพาคนอยู่อย่างนี้จริงๆ  ดังนั้นจึงไม่จัดว่าเป็นการเปิดเผยความลับสวรรค์ตามชอบใจ  สร้างความวุ่นวายโดยไม่รับผิดชอบตามอำเภอใจ  และบังเกิดผลลัพธ์ชนิดหนึ่งอย่างนี้จริงๆ  ซินซิ่งของผู้ฝึกเรายกระดับขึ้นเร็วมาก  ขณะนี้ก็พัฒนาไปเร็วมาก

ผู้ฝึกบางคนพูดว่า  หลังจากฉันออกจากชั้นเรียนฝ่าหลุนต้าฝ่า  โลกทัศน์ของฉันก็เปลี่ยนหมดแล้ว  ชั่วชีวิตฉันไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มานานเช่นนี้อย่างไร  วันนี้ฉันจึงรู้ว่ามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร   นี่ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกพูดกัน  จึงพูดกับทุกท่านว่า  เรื่องการบำเพ็ญที่แท้จริง ในอดีตไม่มีใครพูดกัน  ท่านไม่เชื่อก็ลองพลิกตำราโบราณดู  ค้นหาใน “เต้าเต๋อจิง”หรือ คัมภีร์พุทธศาสนา  เรื่องเหล่านั้นของคนเขาในอดีต ล้วนอาศัยการรับรู้ ไม่มีการบอกกัน วันนี้ข้าพเจ้าล้วนพูดออกมาหมดแล้ว  ที่พูดออกมาก็ได้พูดหมดแล้ว  เมื่อมนุษยชาติมาถึงขั้นนี้ หากท่านยังพูดแบบนั้นอีกเขาก็ไม่ฟังแล้ว ไม่เชื่อแล้ว เข้าใจว่าเป็นการสอนศาสนา(แสดงธรรมเทศนา)แต่ไม่ใช่ความเป็นจริง  แต่ต่อให้พูดมากขึ้นอีก เขาก็ยังมีเรื่องการรับรู้คงอยู่   เพราะทั้งหมดนั้นท่านก็มองไม่เห็นหรือเห็นไม่ชัด  ท่านยังต้องไปบำเพ็ญอยู่ในวังวน  ยังมีปัญหาอย่างนี้   ที่ข้าพเจ้าพูดไปเมื่อครู่ คือพลังนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร  ท่านเห็นว่าพระสงฆ์ในอดีตเขาไม่ฝึกพลัง  พลังของเขาก็โตขึ้นมา   ความสูงต่ำของระดับชั้นที่แท้จริง แรงพลังของพลังกงจะมากหรือน้อย ที่แท้ไม่ใช่ฝึกออกมา

เช่นนั้นท่าเคลื่อนไหวนั้นคือฝึกอะไรกันหรือ  ท่าเคลื่อนไหวนี้ที่จริงคือสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดไปเมื่อครู่  คือการเปลี่ยนแปลงร่างแท้ของคน  แต่ถ้าไม่มีพลังงานไปเสริมมันให้แข็งแกร่ง  มันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้   โมเลกุลของเซลล์ในร่างกายท่านเองต้องใช้สสารพลังงานสูงค่อยๆเสริมให้มันแข็งแกร่ง  ท่านจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายของการยืดอายุให้ยืนยาวได้  ท่านไม่มีพลังกงนี้   ไม่มีพลังงานนี้ท่านจะอาศัยอะไรเสริมสร้าง  วางแผนบนกระดาษย่อมไม่มีประโยชน์  ทุกท่านทราบ  มีความสามารถ(กงเหนิง)มากมาย นอกเหนือจากของที่อาจารย์ถ่ายทอดให้  มีความสามารถเป็นจำนวนมากที่มีอยู่ในร่างกายคน  ก็คือแต่ละคนล้วนมีกัน  แต่มันไม่บังเกิดผลอะไรเลย   บางคนพูดด้วยความรู้สึก  เมื่อฉันหลับแล้วฝัน วันที่สองก็เกิดเป็นจริงขึ้นแล้ว  บางพูดว่า ฉันเห็นเรื่องอะไรล่วงหน้าได้  ผลคือผ่านไปไม่กี่วันก็เกิดขึ้นจริงๆ  หรือบางคนรู้สึกว่าเมื่อฉันทำเรื่องอะไรสักเรื่อง  โอ้ ฉันพบว่าดูเหมือนได้ทำเรื่องอย่างนี้ไปเมื่อเวลาใดเวลาหนึ่ง  แต่ชั่วชีวิตของเขายังไม่เคยทำเลย  นี้เป็นเรื่องอะไรกันนะ  ที่จริงล้วนเป็นปรากฏการณ์ของความสามารถ(กงเหนิง)  ล้ำหน้าเข้าสู่อนาคตหรือเข้าสู่อดีต  แต่ว่าความสามารถของท่านอันนั้นเลือนรางมาก  ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น  หากไม่มีพลังงานมันก็ใช้ไม่ได้ สามารถบังเกิดผลได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น   พอมีพลังงานเสริมให้มันแข็งแกร่งขึ้นมาแล้ว  นี้เรียกว่าเสริมสร้างความสามารถ(กงเหนิง)ให้แข็งแกร่ง  ใช้แรงพลัง(กงลี่)เสริมให้มันแข็งแกร่ง  มันจึงสามารถเปลี่ยนแปลงพลังให้แข็งแกร่งขึ้นมา  ใช้การได้    มันจึงสามารถบังเกิดผล    หากว่าท่านไม่บำเพ็ญจิตดวงนี้ของท่าน  ท่านคิดจะได้อะไรอะไรก็จะไม่ได้มา

ผู้ฝึกส่วนหนึ่งยังเรียกตัวเองว่าอาจารย์ของฝ่าหลุนต้าฝ่า ผู้ฝึกเก่าของเราหลายคนต่างทราบว่า  หากใครเรียกเขาเป็นอาจารย์สักคำ  เขาก็จะตกใจมาก  เขาไม่กล้าเรียกตนเองเป็นอาจารย์   เขาจะพูดว่าอาจารย์มีเพียงหนึ่งท่าน  มีแต่อาจารย์หลี่  ที่เป็นอาจารย์ พวกเราล้วนเป็นลูกศิษย์  ผู้ที่กล้าเรียกตัวเองเป็นอาจารย์นั้น ข้อหนึ่งคือ   จิตที่แสวงหาชื่อเสียงที่ก่อเหตุ    ข้อสองคือมุ่งก่อความวุ่นวายให้ฝ่า      จักรวาลอันยิ่งใหญ่ไพศาล พระพุทธ เต๋า เทพ  จ้าวในระดับชั้นต่างๆ  เทพสวรรค์ นับไม่ถ้วนล้วนกำลังศึกษาฝ่านี้อยู่  ใครกล้าเรียกตัวเองเป็นอาจารย์ละ เมื่อไม่บำเพ็ญจิต  ไม่เน้นกุศล  ท่านคิดจะบำเพ็ญอยู่ในแนวทางใด  พูดง่ายๆอย่างนั้นได้หรือ    การบำเพ็ญหลักธรรมที่ถูกต้องล้วนต้องเน้นกุศล      เช่นนั้นเหตุใดสัตว์ที่สิงร่าง ของเลอะเทอะต่างๆ มันจึงมีพลังกงละ    เพราะอนุญาตให้มันซึ่งอยู่ในระดับชั้นต่ำมีฤทธิ์เดช(หลิงชี่)ได้เล็กน้อย อาศัยมันที่อยู่ในระดับชั้นที่ต่ำมากช่วยให้คนชดใช้กรรม  ท่านอย่าเห็นว่าคนเป็นโรคนี้  ประสบภัยอันตรายอันนั้น เพราะคนเองติดค้างไว้ทั้งสิ้น ตนเองเรียกหามา

            ที่ข้าพเจ้าบรรยายอาจจะสูงไปสักหน่อย  บางคนคงไม่เข้าใจ  ที่จริงข้าพเจ้าขอบอกหลักการหนึ่งที่ง่ายมากกับทุกท่าน  วงการบำเพ็ญพูดกันว่าจิตหลักของคนไม่ดับสลาย  จิตหลักของคนจะไม่ดับสลาย  ที่ว่าคนตายนั้น ที่แท้ไม่ได้ตายจริง   ที่ข้าพเจ้าเห็นคือไม่ได้ตายไป   ทุกท่านลองคิดดู  เซลล์ของร่างกายคนมิใช่ประกอบด้วยโมเลกุลนับไม่ถ้วนหรือ และโมเลกุลมิใช่ประกอบขึ้นมาจากอะตอมจำนวนนับไม่ถ้วนหรือ  ส่วนอะตอมประกอบขึ้นมาจาก นิวเคลียสอะตอม  อิเลคตรอน โปรตอนใช่ไหม  ฉะนั้นสิ่งที่เล็กลงไปอีกที่ประกอบเป็นอะตอม ยังมีควาร์กอะไร  เล็กลงไปอีกยังมีนิวตริโน   วิทยาศาสตร์ปัจจุบันของเราเพียงรับรู้ได้ถึงขั้นนี้เท่านั้น ที่จริงนั้นยังห่างไกลจากสสารต้นกำเนิด  สสารนั้นไกลลิบลับ หรือพูดว่าสสารระดับจุลทรรศน์เหล่านั้นที่อยู่ในร่างกายคน ทุกท่านคิดดู ร่างกายคน ในเวลาที่สิ้นลมหายใจตายไป  จะเป็นไปได้อย่างไร เพียงเพราะว่าเขาตายแล้ว นิวเคลียสอะตอมทั้งหมดของเขาก็ไม่คงอยู่แล้วหรือ  อะตอม  โปรตอน  อิเลคตรอนของเขาล้วนไม่คงอยู่ละหรือจะเป็นไปได้อย่างไรกัน  นิวเคลียสอะตอมจะเกิดการแตกตัวได้นั้นต้องใช้ความร้อนและแรงกระแทกที่รุนแรงมาก จึงสามารถทำให้มันแตกตัว  พลังงานตามปกติของคนธรรมดาสามัญย่อมไม่อาจทำให้มันแตกตัวได้  ไฟในเตาเผาศพสามารถทำให้นิวเคลียสอะตอมของท่านเกิดการแตกตัวได้ไหม  ระเบิดไหม  หากไฟนั้นสามารถทำให้นิวเคลียสอะตอมนั้นของท่านเกิดการระเบิดได้ ร่างกายของคนๆหนึ่งที่ประกอบขึ้นจากอะตอมก็สามารถทำลายเมืองได้ส่วนหนึ่ง ใช่เช่นนี้หรือไม่ เราพบว่า ชีวิตมิได้สูญสลายไปอย่างแท้จริง  เมื่อคนตายแล้วเพียงแต่ รูปกายนี้ที่ท่านมี ณ ปัจจุบัน   มิติสสารนี้ที่เรามองเห็นได้ตายไปแล้ว แต่ในมิติอื่นที่ร่างกายนี้คงอยู่ ล้วนไม่ได้ตายไป

มิตินี้ที่ข้าพเจ้าพูดถึงก็ไม่ยากที่จะเข้าใจได้   วิทยาศาสตร์ปัจจุบันเข้าใจว่ามีสี่มิติอะไร  ยังมีที่พูดว่ามีสิบเอ็ดมิติ  นักวิทยาศาสตร์ของอดีตสหภาพโซเวียตได้ระบุออกมาอย่างชัดเจนว่า ถ้าจักรวาลเกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่(บิ๊กแบง)  ในทันใดนั้นย่อมไม่อาจระเบิดออกมาเพียงหนึ่งมิติ  เขาเข้าใจว่าควรจะมีมิติเวลาคงอยู่ยี่สิบกว่ามิติในเวลาเดียวกัน  คนเขาระบุออกมาแล้วอย่างชัดเจน  นอกจากมิติสสารของเรา เวลาอันนี้ ในเวลาเดียวกับมิติเวลานี้คงอยู่  ยังมีอีกมิติเวลาคงอยู่  ได้ชี้ปัญหานี้ออกอย่างชัดเจน นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็กำลังวิจัยเรื่องนี้  อภิปรายเรื่องนี้กัน  แน่ละรูปแบบการคงอยู่ของมิติจักรวาลนี้เป็นสิ่งที่สลับซับซ้อนอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าจะพูดถึงรูปแบบของมิติที่เรียบง่ายที่สุด   มนุษย์เราดำรงชีวิตอยู่ในมิติใดหรือ   ทุกท่านทราบว่า  สสารที่ใหญ่ที่สุดที่เรามองเห็นได้คือดวงดาว  ดวงดาวประกอบขึ้นเป็นทางช้างเผือก ระบบดวงดาวต่างๆ  สสารที่เล็กที่สุดที่มนุษย์เราสัมผัสได้ก็คือโมเลกุล    คนเราอาศัยอยู่ในมิติระหว่างโมเลกุลกับดวงดาวนี้  เรารู้สึกว่ามันเป็นมิติที่กว้างใหญ่มาก  ใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ  เช่นนั้นทุกท่านลองคิดดู มิตินั้นที่คงอยู่ระหว่างโมเลกุลกับอะตอมนั้นเป็นอย่างไรละ  ข้าพเจ้าว่ามันก็กว้างใหญ่อย่างยิ่ง  ใหญ่มากๆเช่นกัน   แน่ละท่านไม่อาจยืนอยู่ในทฤษฎีของคนธรรมดาสามัญนี้   ใช้แนวคิดที่รับรู้โลกแห่งวัตถุ/สสารของคนธรรมดาสามัญไปรับรู้มัน  หากในเวลาที่ท่านเข้าไปในมิตินั้นของมันได้ ท่านจะพบว่ามันก็เป็นมิติที่กว้างใหญ่อย่างยิ่ง

เช่นนั้นระหว่างอะตอมกับควาร์กละ  ควาร์กกับนิวทริโนละ  เช่นนั้นในระดับจุลทรรศน์อย่างยิ่งละ   องค์ศากยมุนีตรัสไว้ว่าในหนึ่งเม็ดทรายมีโลกใหญ่อยู่สามพันใบ      ทฤษฎีโลกใหญ่สามพันใบ(ตรีสหัสโลกธาตุ)ที่พระองค์ตรัสถึงคือ ในทางช้างเผือกของเรามีดวงดาวสามพันดวงที่มีชีวิตที่มีสติปัญญาเหมือนกับมนุษย์เราคงอยู่ พระองค์ตรัสว่าในทรายเม็ดหนึ่งมีโลกใหญ่สามพันใบ  หากที่พระองค์ตรัสเป็นความจริง ทุกท่านคิดดู เช่นนั้น ณ ระดับจุลทรรศน์ในเม็ดทรายนั้นก็คงจะอุดมสมบูรณ์เหมือนทางช้างเผือกอย่างนี้   มีสังคมมนุษย์เหมือนของคนอย่างนี้คงอยู่  ฉะนั้นหากทุกท่านตรวจสอบลงไปอีก      ข้างในเม็ดทรายนั้นใช่หรือไม่ว่ายังมีแม่น้ำลำธาร   และทราย        เช่นนั้นข้างในเม็ดทรายของเม็ดทรายนั้น ใช่หรือไม่ว่ายังมีโลกใหญ่สามพันใบอีก   เช่นนั้นข้างในเม็ดทรายของเม็ดทรายนั้น ใช่หรือไม่ว่ายังมีโลกใหญ่สามพันใบอีก   ตรวจสอบลงไปอีก  องค์ศากยมุนีทรงพบว่าไม่มีที่สิ้นสุด เพราะคนหลีกเลี่ยงดวงตาที่ประกอบขึ้นด้วยโมเลกุลนี้ไปมองดู นั่นจึงสามารถมองเห็นภาพที่แท้จริงของจักรวาล  ผู้ที่บรรลุถึงระดับชั้นที่ยิ่งสูง  เขาอยู่ภายใต้จุลทรรศน์จึงมองเห็นได้จุลทรรศน์ยิ่งกว่า  ในมหทรรศน์จะเห็นใหญ่ยิ่งกว่า  องค์ศากยมุนีมิได้ทรงเห็นจนถึงที่สุด  และมิได้ทรงเห็นว่าสุดท้ายนั้นจักรวาลใหญ่เพียงใด  ดังนั้นในบั้นปลายของชีวิตพระองค์จึงตรัสไว้ประโยคหนึ่ง “ ใหญ่จนไม่มีข้างนอก  พระองค์ไม่ทรงรู้ว่าใหญ่เพียงใด  “เล็กจนไม่มีข้างใน” เล็กจนมองไม่เห็นที่สุด  ก็คือจากบรรดาสิ่งที่องค์ศากยมุนีทรงตรัสกับการรับรู้ของวิชาฟิสิกส์ปัจจุบัน  ข้าพเจ้าว่ามันก็ไม่ขัดแย้งกัน  มีเหตุผลมาก  เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า  จากแง่ทฤษฎีก็สามารถเข้าใจได้กระจ่าง นี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้ารับรู้   สิ่งที่ข้าพเจ้าพูด  จะเป็นไปได้อย่างไรที่นิวเคลียสอะตอมจะหมดไปแล้วพร้อมกับการสิ้นลมหายใจของท่าน  ด้วยไฟในเตาเผาศพ ท่านก็จะทำให้นิวเคลียสแตกออก  ข้าพเจ้าว่าเป็นไปไม่ได้  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงบอกว่าแม้กายเนื้อของคนได้ตายไปแล้ว  แต่ชีวิตของเขาไม่ตาย ที่เราพูดว่าสสารไม่ดับสลายจึงถูกต้อง ในอีกมิติหนึ่งสสารก็ไม่ดับสลายเช่นกัน

นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันของเราเข้าใจว่า  ปัจจุบันมนุษย์สามารถรับรู้ได้ว่า  ในสุญญากาศไม่มีสสาร  ที่จริงนั่นเป็นเพียงการรับรู้ของวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันที่พัฒนาไปถึงขั้นนั้น   ข้าพเจ้าว่าในสุญญากาศยังมีสสาร  สุญญากาศโดยตัวมันเองก็คือสสาร  เพราะ(เมื่อ)มันมุ่งสู่ระดับจุลทรรศน์ยิ่งขึ้นอีกก็จะมองไม่เห็นแล้ว สุญญากาศยังห่างไกลจากสสารระดับจุลทรรศน์ที่เป็นต้นกำเนิดของชีวิต  สสารของสสารที่จุลทรรศน์ที่สุดคืออะไร  สสารต้นกำเนิดคืออะไร  ข้าพเจ้าว่าจะผ่านไปอีกกี่ปีนักวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ใช้วิธีวิจัยที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ไม่อาจรับรู้ได้   เพราะเส้นทางนี้ของการพัฒนาของวิทยาศาสตร์ตะวันตกนั้นช้าที่สุด  มนุษย์เลือกวิธีพัฒนาที่ไม่สมบูรณ์แบบที่สุด การพัฒนาของวิทยาศาสตร์จีนยุคโบราณนั้น ข้าพเจ้าว่ายังค่อนข้างถูกต้อง  มันไปทำการวิจัยโดยตรงต่อร่างกายคน  ชีวิตและจักรวาล    ทุกท่านทราบว่ามนุษย์ต่างดาวนี้   จานบินนั้นบินมาบินไป ชนิดมาไร้ร่องรอย ไปก็ไร้เงา  มีความเร็วสูงมาก อย่างคาดไม่ถึง  กระทั่งจานบินสามารถเปลี่ยนเป็นใหญ่ เป็นเล็กได้   ทำไมมันเป็นเช่นนี้ได้ละ  ก็คือเทคโนโลยีของวิธีการวิจัยพัฒนาของมันไม่เหมือนกัน  มันสามารถวิ่งในอีกมิติ  เนื่องจากความแตกต่างของกาลมิติ  มันจะมาก็มา จะถึงก็ถึง จะไปก็ไป

เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดถึงพลัง  พูดถึงปัญหานี้  ที่จริงเราขยับมือฝึกพลังนั้น  เพียงแต่เป็นเรื่องศาสตร์เทคนิก  เสริมความสามารถให้แข็งแกร่งและเปลี่ยนแปลงร่างกาย  ยืดชีวิต  แต่ถ้าไม่มีพลังงานนั้น  ไม่มีระดับชั้นสูงต่ำของพลัง ท่านก็ยืดชีวิตไม่ได้  หันกลับมาเราจะบอกทุกท่านจากในระดับชั้นต่ำที่สุด  หากท่านไม่เน้นซินซิ่งในการบำเพ็ญ  ท่านไม่เน้นกุศล โรคของท่านก็ขจัดไปไม่ได้ทั้งนั้น  ท่านฝึกกายบริหารจะขจัดโรคได้ไหม ไม่ได้  ชี่กงไม่ใช่กายบริหาร มันเป็นวิธีการที่เหนือสามัญวิสัย ที่มาเปลี่ยนแปลงคน   ฉะนั้นท่านจึงต้องใช้หลักการเหนือสามัญวิสัยไปกำหนดตัวท่าน  บางคนเวลาฝึกพลังรู้สึกเคารพเลื่อมใสมาก  แต่พอออกจากบ้านก็ไม่ใช่เขาแล้ว อยู่ในสังคมทำตามชอบใจ  เพื่อผลประโยชน์อันนั้นเล็กเท่าหัวแมลงวัน  ไปแก่งแย่งกัน  ต่อสู้กัน กระทั่งต่อสู้กันด้วยอารมณ์ชั่ววูบ  ท่านว่าโรคนั้นของท่านจะหายได้ไหม  นั่นก็จะไม่สามารถหายได้อย่างเด็ดขาด  เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดว่าเหตุใดเขาไม่มีพลัง  ที่จริงนี้ยังเป็นสาเหตุเพียงด้านหนึ่ง

ยังมีมูลเหตุอีกด้านหนึ่งที่ไม่เกิดพลัง  บอกว่าท่านไม่ขจัดโรคไป  มูลเหตุที่ไม่เกิดพลัง  ก็คือท่านไม่ทราบหลักธรรม(ฝ่า)ในระดับชั้นสูง ไม่ทราบหลักการของระดับชั้นสูง  ท่านก็ไม่มีทางบำเพ็ญ  หลายปีมานี้ทุกท่านล้วนคิดจะบำเพ็ญสู่ระดับชั้นสูง  ยังคงยึดถือการก่อเตาตั้งกระทะ  เก็บยาสมุนไพรฝึกตาน  ทะลวงชีพจรอย่างไรเอย  วงจรสวรรค์ใหญ่เล็ก  ท่านฝึกไปเถอะ  ชั่วชีวิตนี้ก็เป็นแค่ของเล่น  การฝึกชี่ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายมันไม่ใช่อะไรทั้งสิ้น เป้าหมายสุดท้ายของการฝึกชี่คือการชำระล้างร่างกาย  วางรากฐานสำหรับการบำเพ็ญในระดับชั้นสูง   ขณะเดียวกัน ในระดับชั้นนี้ของการฝึกชี่  หากเป็นการเดินตามแนวทางการฝึกตาน  ก็ต้องก่อเกิดตาน  เปิดจุดลมปราณ  ทะลวงชีพจรสักกี่เส้น  มันก็เป็นการวางรากฐานอยู่ในระดับชั้นต่ำ    แต่ยังไม่นับว่าเป็นการฝึกพลังกง  มันเป็นเพียงการวางรากฐานเล็กน้อย  ชำระล้างร่างกาย  การฝึกชี่ก็คือเป้าหมายนี้ บางคนเนื่องจากในร่างกายสะสมชี่นั้นไว้เต็มที่  รู้สึกว่าไม่เลวเลย  ข้าพเจ้าว่าท่านก็คือถุงเก็บชี่ใบใหญ่ แต่ท่านถือว่ามันเป็นพลัง  นั่นไหนเลยจะเป็นพลังได้ละ  พูดว่าส่งชี่ช่วยรักษาโรคให้คน  นั่นเป็นการรับรู้ที่ผิดอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง  ชี่นั้นจะรักษาโรคได้อย่างไรกัน  เราลองคิดดูให้ดี   ร่างกายของท่านก็เป็นชี่  ร่างกายฉันก็เป็นชี่  ระหว่างคนธรรมดาสามัญด้วยกันล้วนเป็นชี่    เพียงแต่จุดเหลากง(จุดศูนย์กลางฝ่ามือ)เปิดออกแล้ว  หรือจุดลมปราณตรงไหนของท่านเปิดแล้ว  ท่านสามารถทำให้ชี่นี้ส่งออกมาได้หรือรับเข้าไปได้  นั่นยังคงเป็นชี่อยู่มิใช่หรือ  วัตถุที่อยู่ในระหว่างระดับชั้นเดียวกัน จะไม่มีผลในการบังคับ  ท่านก็ชี่  ฉันก็ชี่  ท่านก็ส่งชี่รักษาโรคให้คนเขาได้แล้วหรือ  ดีไม่ดีชี่ของเขากลับจะรักษาท่านเสียแล้ว  เป็นเช่นนี้หรือไม่ละ   มีแต่สิ่งที่อยู่เหนือระดับชั้นนี้  จึงจะสามารถบังคับสิ่งที่อยู่ในระดับชั้นต่ำ   พลังกงนั้นจึงจะสามารถบังเกิดผลอย่างนี้ได้

หลายปีก่อน ที่ทำให้คนเกิดการรับรู้ที่ผิดอย่างหนึ่ง มีอาจารย์ชี่กงหลายคนออกมาเผยแพร่ชี่กงโดยทั่วไป  เขาเองไม่มีพลังกง  เขาก็ส่งพลังกง  เหตุใดดูเหมือนเขาก็สามารถส่งพลังกงออกมาได้ละ  การเกิดขึ้นของชี่กงนั้นเกิดจากปรากฏการณ์สวรรค์       มีอาจารย์หลายคนก็ไม่ให้คนที่เกี่ยวข้องรู้  ให้ท่อส่งแก่ท่านเส้นหนึ่ง  พอท่านส่งพลังกงออกไปเขาก็จัดให้ท่าน อาจารย์ชี่กงปลอมนี้ก็เหมือนก๊อกประปาหัวหนึ่ง  เขาไม่เคยฝึกพลัง  เขาก็ไม่มีพลัง  พอเขาส่งออกก็เหมือนเปิดก๊อกน้ำประปา  ฝั่งนั้นก็ส่งต่อให้เขา  พอเขาไม่ปล่อยที่ฝั่งนั้นก็เหมือนปิดหัวน้ำก๊อก  ตัวเขาเองไม่มีพลัง จุดประสงค์ที่ให้พลังแก่เขา  คือให้เขาบำเพ็ญตัวเอง  ปฏิบัติตนเป็นคนดี ทำเรื่องที่ดี  ยกระดับตัวเขาเอง ชำระตัวเขาเอง  ในสังคมของหมู่คนที่ซับซ้อน  เขาบำเพ็ญจิตใจของตนเองให้ดี   เจริญงอกงามขึ้นมา  แต่มีอาจารย์ชี่กงมากมาย เขาไม่เข้าใจ  เขาคิดว่าให้พลังนี้แก่ฉันเพื่ออะไรนะ  เขาก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน   ถึงอย่างไรก็มาจากภายนอก  เขาคิดว่าเพื่อให้เขาร่ำรวย  เป็นอาจารย์ชี่กงที่มีชื่อเสียง  ปัจจุบันคนเหล่านี้มีเหลืออยู่น้อยมาก  ที่เหลืออยู่จำนวนหนึ่งยังมีตัวสิงร่าง(ฟู่ถี่)  ส่วนใหญ่เป็นตัวสิงร่าง กล่าวสำหรับคน นั่นก็น่ากลัวทีเดียว  ท่านอย่าเห็นว่าเขาตั้งตัวเป็นอาจารย์ชี่กง  ชื่อเสียงโด่งดัง  ท่านดูพอผ่านไปสองปี  เขาจะเป็นเหมือนมนุษย์พืชผัก  สิ่งสุดยอดของร่างกายเขาถูกเอาไปหมดแล้ว  เพราะมารมันก็ยึดกุมช่องว่างของจักรวาลไว้แล้ว  ผู้ไม่สูญเสียจะไม่ได้  ฉันไม่อาจให้พลังแก่ท่านเปล่าๆ  ท่านหาเงินมากอย่างนั้น  มีชื่อเสียงแล้ว  ฉันก็ต้องเอาของของท่าน  ใช่หรือไม่  ดังนั้นมันจึงเอาของของท่านไปได้ อย่างสมเหตุสมผล  ตัวสิงร่างนั้นที่จริงคือสิ่งที่คนๆนี้แสวงหามาเอง  บางคนพอรักษาโรคให้คนหายแล้ว ตัวเขาเองกลับไม่สบายตรงนี้ ไม่สบายตรงนั้น   เป็นโรคที่ท่านแสวงหามาเอง

เช่นนั้นตานนี้คืออะไรละ บางคนเข้าใจว่าตานนี้  เคลื่อนชี่ของตานเถียนนี้เล็กน้อยทำเรื่องอะไรสักหน่อย  กระทั่งมีความเข้าใจผิดอย่างหนึ่ง   ฉันเคลื่อนชี่ของตานเถียนทำอะไร ๆได้  นี่ก็คือชี่กงแล้ว  ข้าพเจ้าว่านั่นคือการย่ำยีชี่กง  ชี่กงเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว้างใหญ่  เดิมทีเป็นสิ่งที่บำเพ็ญตามหลักธรรมใหญ่(ต้าฝ่า)ของจักรวาล   อ้อ  ท่านอยู่ในภาวะเคลิบเคลิ้มเคลื่อนชี่ของตานเถียนทำเรื่องอะไรได้หน่อยก็คือชี่กง ข้าพเจ้าว่าถ้าอย่างนั้นเคลื่อนชี่ของตานเถียนแล้วไปเข้าห้องน้ำโดยอยู่ในภาวะเคลิบเคลิ้มจะเป็นอะไรกันละ  ท่านมิใช่ย่ำยีชี่กงหรอกหรือ  ไม่อาจไปรับรู้กันอย่างนี้ ความนัยของเขายิ่งใหญ่มาก  ไม่ใช่เรื่องพื้นๆอย่างนั้น  หากพูดถึงตานนี้ของคน  ถ้าท่านให้ข้าพเจ้าดู  ที่แท้ก็คือระเบิดลูกหนึ่ง  เมื่อคนบำเพ็ญถึงการเปิดพลังในขั้นสุดท้าย  มันจะระเบิด  ศาสนาพุทธเรียกรู้แจ้ง  ในชั่วพริบตานั้นจะระเบิด  การระเบิดนี้  ก็จะระเบิดร้อยชีพจรของท่านให้เปิดออก  จุดลมปราณทั้งหมดของร่างกายเปิดออก จุดมิ่งเหมิน(ประตูชีวิต)เปิดออก  แล้วปลดปล่อยความสามารถออกมา  ตาทิพย์ระเบิดจนถึงระดับชั้นที่สูงที่สุดที่ท่านอยู่   มองเห็นภาพจริงที่คงอยู่ในจักรวาล ในระดับชั้นที่ท่านอยู่  มันมีประโยชน์เช่นนี้  มันก็คือระเบิดลูกหนึ่ง  ไม่มีประโยชน์อย่างอื่นอีก  ทุกท่านเห็นพระสงฆ์ที่บำเพ็ญได้ดี  ร้อยปีให้หลัง เผาร่างออกมากลายเป็นพระธาตุ   ก็คือก่อนที่พระสงฆ์จะมรณภาพหลายวันล้วนต้องระเบิดตาน  ระเบิดออกเสียงดังกึกก้อง  อะไรๆเขาก็เข้าใจได้หมดแล้ว  แต่อยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญเขาไม่พูด  ใครก็ไม่รู้  คนอื่นก็ไม่อาจรู้สึก  เมื่อตานระเบิดจนแตกแล้ว  ส่วนที่อยู่ในมิตินี้จะเหมือนกับก้อนหิน   ของเราไม่บำเพ็ญตาน  ทำไมไม่บำเพ็ญตาน  เราถือว่าตานนั้นไม่ขยับเขยื้อน  นอกจากสามารถบรรจุพลังงานไว้สักหน่อย ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก  ท่านดูพระสงฆ์รูปนั้น  หลังมรณภาพแล้วเผาออกมาเป็นสารีริกธาตุ  มีแสงแวววาว  แข็งแกร่งมาก มีพลังงานสะสมอยู่  แต่ตรวจสอบไม่ออกว่าเป็นสสารอะไร มันรวบรวมสสารในมิติอื่นเข้ามา กับสิ่งที่ประกอบขึ้นจากสสารชนิดนี้ที่กุศลของเราผันแปรเป็นพลัง  ดังนั้นปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ไม่อาจรับรู้ได้ว่าเป็นสสารอะไร  มันไม่ใช่สสารในสังคมคนธรรมดาสามัญเรา บางคนฝืนใจอธิบาย  อธิบายอย่างเลอะเทอะ  ว่าตานนั้นคือฟัน คือกระดูก   ข้าพเจ้าว่านั่นมิใช่อธิบายอย่างเลอะเทอะหรือ  ทำไมคนธรรมดาสามัญเผาออกมาไม่ได้ละ  ทำไมพระสงฆ์ หรือ ผู้บำเพ็ญสามารถเผาออกมาได้ละ

            เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดไปหน่อยแล้วเกี่ยวกับหลักเหตุผลในการบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูงอย่างแท้จริง  ไม่ว่าท่านจะเป็นแนวทางใด สำนักใด  เช่นนั้นบางคนอาจคิดว่า  พูดถึงเต๋าแก่บำเพ็ญอยู่ในภูเขา หรือคนจำนวนหนึ่งที่ทำตามวิธีของสายพุทธที่ปิดประตูบำเพ็ญ  บางทีท่านอาจเคยกราบไหว้คนแบบนี้มาก่อน  เขาก็ไม่ได้บำเพ็ญตาม เจิน ซั่น เหยิ่น  แล้วเขาบำเพ็ญออกมาได้อย่างไรนะ  ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่าเขาบำเพ็ญอย่างไร  เขาลำบากมากนะ เขาบำเพ็ญอยู่หลายปีหลายๆปีจึงได้มีพลังกงขึ้นมาเล็กน้อย  แต่ว่า เขาบำเพ็ญอยู่ในป่าเขาลึก  หลีกหนีจากสังคมคนธรรมดาสามัญ  พลังกงของเขาไม่ได้ปิดเอาไว้ แต่ผู้ที่บำเพ็ญอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญจะปิดเอาไว้  ก็คือให้ท่านบำเพ็ญโดยค่อยๆเปิดการรับรู้  ก็ต้องปิดไว้ส่วนหนึ่ง หรือปิดไว้ครึ่งหนึ่ง  ดังนั้นท่านจึงไม่มีความสามารถมากอย่างนั้น  ระดับชั้นของท่านสูงมาก  แต่ท่านก็แสดงออกมาไม่ได้  แต่เมื่ออยู่ในป่าเขาลึก  ไม่เข้ามาในโลกียโลกของคนธรรมดาสามัญ  เขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของคนธรรมดาสามัญ  ดังนั้นเขาจึงบำเพ็ญโดยเปิดไว้  ไม่ปิดเอาไว้   ฉะนั้นเขาจึงมีพลังอยู่เล็กน้อย  แต่ความสามารถของเขาแสดงออกมาได้มาก  เพราะเปิดไว้ใช่ไหม  ที่จริงเขาบำเพ็ญอย่างยากลำบากมาก  เป็นเวลานานมากจึงสามารถมีพลังออกมาได้เล็กน้อย เขายังไม่รู้เลย

            ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า แปดหมื่นสี่พันแนวทางเมื่อแผ่ขยายลงมา  ตรงกลางคือการบำเพ็ญเต๋าใหญ่  เป็นการบำเพ็ญต้าฝ่า  ณ ที่ชายขอบ  ช่วยเหลือสรรพชีวิต  คนชนิดต่างๆล้วนมาศึกษากัน  เขาศึกษาได้สูงแค่นั้นก็เปิดการรู้แจ้งแล้ว  เขาก็บำเพ็ญได้สูงเพียงนั้น  เขาบำเพ็ญสูงขึ้นไปอีกไม่ไหว เกิดจากรากฐานของเขาเอง บำเพ็ญได้สูงเพียงนี้ก็เปิดการรู้แจ้งแล้ว บ้างก็บำเพ็ญสูงแค่นี้ ที่เปิดการรู้แจ้ง (ทำท่ามือประกอบ) บ้างบำเพ็ญสูงแค่นี้ เปิดการรู้แจ้ง  บ้างบำเพ็ญสูงแค่นี้ เปิดการรู้แจ้ง    บ้างบำเพ็ญสูงแค่นี้ เปิดการรู้แจ้ง  บ้างบำเพ็ญได้ต่ำมากก็เปิดการรู้แจ้งแล้ว  ดังนั้นเมื่อเขาเปิดการรู้แจ้งแล้ว  เขาจึงมองเห็นหลักการของระดับชั้นนี้  ที่สูงกว่าเขามองไม่เห็น ฉะนั้นเมื่อบำเพ็ญสูงแค่นี้ เขาจึงเห็นเพียงหลักการที่สูงแค่นี้  แต่เขาก็กำลังนำพาลูกศิษย์อยู่   ดังนั้นเขาจึงบรรยายหลักการที่เขามองเห็น  แปดหมื่นสี่พันแนวทางนั้น  ฝ่าเล็กเต๋าเล็กมีมากมาย  และยิ่งใกล้ชายขอบ  ทฤษฎีวิธีการยิ่งมากยิ่งซับซ้อน  ยิ่งเข้าสู่ศูนย์กลางหลักเต๋าใหญ่  ฝ่าใหญ่การบำเพ็ญก็ยิ่งเรียบง่าย  ยึดกุมหัวใจไปบำเพ็ญจึงค่อนข้างเร็ว  พวกเรานำพาคน  นำพาได้เร็ว  ทำไมหรือ  ผู้ฝึกบางคนเมื่อเปลี่ยนแปลงขึ้นมา พลังกงโตขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ  ถ้าไม่ได้ฝ่า  ชั่วชีวิตท่าน บางทีท่านอาจเดินออกไปจากระดับชั้นนี้ของชี่ไม่ได้

            ข้าพเจ้าอยู่ในชั้นเรียนเก้าคาบ  ขอเพียงท่านสามารถบำเพ็ญ  ในชั้นเรียนเก้าคาบข้าพเจ้าก็จะผลักท่านข้ามไป  คน อยู่ในขั้นตอนการบำเพ็ญ การทะลุทะลวงระดับชั้นนั้นเร็วมาก  ผู้บำเพ็ญเต๋าหลายคนพูดกับข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าก็พูดกับพวกเขาว่า  ท่านดูพลังกงนี้ของผู้ฝึกเหล่านี้ของข้าพเจ้า   เปรียบกับของพวกท่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง  พวกเขารู้สึกคาดคิดไม่ถึง  พลังกงนี้โตขึ้นอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ  เพราะพวกเรายึดกุมแก่นแท้ไปบำเพ็ญ  ยึดกุมใจดวงนี้ของคนไปบำเพ็ญ  นี่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ   ดังนั้นจึงรวดเร็วมาก ผู้ที่บำเพ็ญอยู่ในภูเขากับผู้ออกบวชบางคน  พวกเขาไปบำเพ็ญเป็นเวลายาวนาน  ทนทุกข์มากมาย เขาจึงเข้าใจว่าเพราะเขาทนทุกข์จึงบำเพ็ญขึ้นมาได้  ที่แท้คือ อยู่ในกาลเวลาที่เนิ่นนาน  จึงค่อยๆขัดเกลาจิตดวงนั้นที่ยึดติดของคนธรรมดาสามัญทิ้งไปแล้ว  เขาจึงโตขึ้นมา  พวกเราขณะนี้พอเริ่มต้นก็มุ่งต่อใจคนดวงนั้นไปบำเพ็ญ   จิตยึดติดของท่าน  จิตอิจฉา  จิตยินดี  จิตนานาชนิด เราก็ยึดกุมสิ่งเหล่านี้ไปบำเพ็ญ  ล้วนแต่ให้ท่านบำเพ็ญสิ่งเหล่านี้ทิ้งไป ดังนั้นมันจึงรวดเร็ว  เรื่องนี้ข้าพเจ้าก็ขอพูดเพียงเท่านี้

มีหลายคนยังคิดจะศึกษาฝ่าหลุนต้าฝ่า และไม่เคยเข้าร่วมชั้นเรียน  ข้าพเจ้าก็สามารถจะแนะนำฝ่าหลุนต้าฝ่าให้กับพวกท่านอย่างคร่าวๆ   ฝ่าหลุนต้าฝ่าของข้าพเจ้านี้เป็นหลักพลังของการบำเพ็ญจิตและชีวิตชนิดหนึ่ง  การบำเพ็ญจิตและชีวิตที่แท้จริงนั้นเขามีจุดเด่นอย่างหนึ่ง  คือจะเปลี่ยนแปลงร่างกายคนอย่างรวดเร็วมาก ในขณะเดียวกัน ดูภายนอกจะมีความแตกต่างจากคนธรรมดาสามัญมาก  ดังนั้นเราจึงมีผู้ฝึกเก่าหลายคนที่ศึกษาฝ่าหลุนต้าฝ่าแล้ว   กระทั่งผู้สูงอายุ  ผิวหนังเปลี่ยนเป็นละเอียดอ่อนมาก  ผิวขาวอมแดง  ร่างกายแข็งแรงมาก  ที่ผ่านมาเดินขึ้นบันไดก็เหนื่อยแล้ว  เดี๋ยวนี้ปีนขึ้นตึกสูงกี่ชั้นก็ไม่หอบ  ใจไม่เต้นรัว  รู้สึกสบายมากและไม่เหนื่อยด้วย ที่ผ่านมาเดินไม่กี่ก้าวก็ไม่ไหวแล้ว  เดี๋ยวนี้เวลาขี่จักรยานก็เหมือนกับมีคนช่วยผลักท่าน  ข้าพเจ้าว่าสภาพการณ์อย่างนี้  ผู้ฝึกเก่าที่กำลังนั่งอยู่  ข้าพเจ้าขอถามพวกท่าน เป็นสภาพการณ์นี้หรือไม่ (เสียงตอบพร้อมกัน  ใช่)  นี่เป็น ปรากฏการณ์ทั่วๆไปที่มีอยู่ของพวกเรา  ที่นี่ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่าเป็นอย่างนี้เฉพาะผู้ฝึกบางคน   แต่มันทั่วไปมาก  หลักพลังบำเพ็ญจิตและชีวิตที่แท้จริง จึงสามารถบรรลุถึงจุดนี้  การเปลี่ยนแปลงที่ชั้นผิวเห็นได้ชัดมาก  คนสูงอายุมากมายที่รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าลดน้อยลง  กระทั่งไม่มีเลย  ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพก็มาก  เพราะเกี่ยวกับเวลา จุดนี้ข้าพเจ้าจะไม่พูดอีกแล้ว

ยังมี การบำเพ็ญฝ่าหลุนต้าฝ่านี้ของข้าพเจ้ายังเป็นหลักพลังที่มีลักษณะเฉพาะที่สุดข้อหนึ่ง   ในประวัติศาสตร์แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีคนถ่ายทอดมาก่อน แน่ละข้าพเจ้าพูดคำนี้เด็ดขาดไปแล้ว  ก็คือในอารยธรรมครั้งนี้ของมนุษย์แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีการถ่ายทอดมาก่อน ในยุคก่อนประวัติศาสตร์  เป็นเวลายาวนานมากในยุคก่อนประวัติศาสตร์ยุคหนึ่ง   เคยเป็นวิธีการช่วยเหลือคนที่สำคัญและเคยช่วยคนในสังคมมนุษย์มาก่อน แต่ในอารยธรรมมนุษย์ครั้งนี้ไม่เคยถ่ายทอดมาก่อน  ฉะนั้นต้าฝ่านี้กับบรรดาชี่กงที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทฤษฎีของวิธีการบำเพ็ญของชี่กงนั้นไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง  สิ่งที่เป็นการบำเพ็ญทั้งหมดของมนุษย์ปัจจุบันโดยพื้นฐานคือการฝึกตาน อะไรที่เรียกว่าฝึกตานละ  ก็คือท่านต้องงอกตาน  รวมทั้งพระสงฆ์ในวัด  แม้ว่าไม่พูดเรื่องการฝึกพลัง  เขาก็ต้องงอกตาน สารีริกธาตุของเขาที่เผาออกมาที่ท่านเห็นนั้นก็คือตานนั้นของเขาระเบิดออกแล้ว  นักพรตเต๋าก็เป็นอย่างนี้  วิธีการบำเพ็ญหลายอย่างที่ถ่ายทอดอยู่ในหมู่ประชาชนก็เหมือนกัน  โดยพื้นฐานล้วนเป็นการฝึกตาน  ทุกท่านอาจรู้จักมี่จง  ดูเหมือนว่าไม่ฝึกตาน  ที่จริงยังคงฝึกตาน  เขาบำเพ็ญจุดสว่าง(ลูกแก้วใส)ก็เป็นตาน  ฉะนั้นหลุนนั้นคือการใช้ความนึกคิดควบคุมหลุน  หากความคิดไม่ไปควบคุมมันก็ไม่หมุน  และหลุนนั้นว่างเปล่า  แต่ฝ่าหลุนของเราเขาเป็นของจริง

ฝ่าหลุนนี้ของหลักพลังชุดนี้ของข้าพเจ้านั้น แน่ละหากท่านบำเพ็ญเอาเองย่อมยากลำบากมาก  ของเราผ่านคนหลายรุ่นจึงก่อเกิดขึ้นมา  ในประวัติศาสตร์เป็นการถ่ายทอดเดียว  แต่ไหนแต่ไรมาไม่ถ่ายทอดให้คนนอก ปัจจุบันข้าพเจ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่พิเศษทางประวัติศาสตร์ จึงนำออกมาถ่ายทอดให้คน  ผู้ฝึกบางคนบอกว่า อาจารย์ท่านให้ฝ่าหลุนองค์หนึ่งกับผมเถอะ  ยังมีผู้ฝึกเขียนคำถาม ว่า อาจารย์ ผมไม่ได้เข้าร่วมฟังการบรรยาย ผมให้เงินท่านสักเล็กน้อย  ให้ค่าเรียนท่านสักเล็กน้อย  ท่านให้ฝ่าหลุนกับผมนะ  ความหมายนั้นคือผมขอซื้อหลุน  ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน  ฝ่าหลุนนี้ล้ำค่ายิ่งนัก  ไม่อาจใช้มูลค่ามาตัดสิน คนที่ไม่มีวาสนาท่านจ่ายเงินเท่าไรก็ซื้อไม่ได้  คนที่มีวาสนา ไม่เอาแม้สตางค์แดงเดียว ก็ได้รับแล้ว พวกเราดู  วันนี้สามารถนำสิ่งนี้ออกมา  ก็เพราะเห็นว่าสุดท้ายคนยังมีจิตพุทธอยู่เล็กน้อยจึงนำออกมา ที่จริงผลลัพธ์ของการถ่ายทอดออกมาของเรา ค่อนข้างดี  เขาเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่งนัก  ท่านต้องเป็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่งจึงสามารถจะได้รับ  พอใส่หลุนนี้ให้ท่านแล้ว  เขาไม่หยุดหมุนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  จะหมุนอยู่อย่างนี้  เขาจะหมุนตามเข็มนาฬิกา และหมุนทวนเข็มนาฬิกา  เมื่อหมุนตามเข็มนาฬิกาเขาจะดูดซับพลังงานจากจักรวาลโดยอัตโนมัติ  แปรผันพลังงาน  ฉะนั้นพลังงานที่เขาผันแปร จะให้สิ่งที่ร่างกายทุกส่วนของท่านต้องการ ขณะเดียวกันเมื่อเขาหมุนทวน  เขาสามารถปล่อยพลังงาน  พลังงานที่ปล่อยออกไปจะนำสสารที่เสียจากการฝึกของร่างกายท่านทิ้งไป  จากนั้นก็ดูดสสารพลังงานใหม่เข้าไป  เขามีเป้าหมาย มีการคัดสรร  เขาเป็นชีวิตที่ชาญฉลาด  ท่านจงใจประคองชี่กรอกลงไป  เก็บชี่  ท่านก็ทำไม่ถึงจุดนี้อย่างแน่นอน ท่านไม่มีพลังมากเหมือนเขา   ท่านทำไม่ได้อย่างแท้จริง  ดังนั้นเขาจึงต้องคัดสรร  เขาเป็นชีวิตที่ชาญฉลาด  สิ่งที่คนไม่มีทางบรรลุถึงได้

ฉะนั้นหลังจากใส่ฝ่าหลุนนี้ให้แล้ว  เขาจะไม่หยุดหมุนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  หมุนอยู่อย่างนี้เสมอ  ฝึกฝนท่านอยู่เสมอ  จึงเกิดเป็นรูปแบบที่เรียกว่า “ฝ่า(หลักธรรม)ฝึกคน”  หลักพลังอย่างอื่นเมื่อท่านฝึกพลังมันจึงจะเกิด  ท่านเพิ่มเวลาฝึกพลัง  ฝึกมากอีกหน่อย  แต่หากท่านไม่ฝึก  พลังก็ไม่โต  แต่ฝ่าหลุนต้าฝ่านี้ของข้าพเจ้า  ท่านไม่ฝึกเขาก็โตได้  ท่านฝึก ก็เป็นการเสริมให้กลไกนี้แข็งแกร่ง  เสริมความแข็งแกร่งให้กับกลไกเหล่านี้และฝ่าหลุนที่ข้าพเจ้าใส่ให้กับท่าน ขณะที่ท่านเสริมความแข็งแกร่งให้เขา  เพิ่มเติมให้เขา     ท่านก็เพียงก่อให้เกิดผลอย่างนี้ แต่การบำเพ็ญที่แท้จริง คือฝ่าชุดนี้ทั้งหมด  ไม่เพียงแค่ฝ่าหลุนที่ฝึกอยู่  กลไกบังคับภายนอกที่ให้แก่ท่านหมุนเคลื่อนไหวอยู่  ฝ่าหลุนหมุนอยู่   กลไกบังคับภายนอกทั้งหมดในร่างกายล้วนกำลังฝึกโดยอัตโนมัติให้ท่าน

            การบำเพ็ญที่เราพูด  การบำเพ็ญปฏิบัติที่แท้จริงส่วนสำคัญคือ บำเพ็ญ   ส่วนการฝึกมันก็เป็นอีกด้านหนึ่ง ท่านเพียงแต่เน้นการบำเพ็ญซินซิ่ง ยึดถือตัวท่านเองเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติที่แท้จริง ควบคุมพฤติกรรมของท่านเองในสังคมคนธรรมดาสามัญ  ฉะนั้นพลังของท่านก็จะโตขึ้น  เสริมเข้ากับการฝึกท่าเคลื่อนไหวของท่านทุกวัน  ท่านก็กำลังฝึกของชุดนี้ของข้าพเจ้าอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ทั่วด้าน  ท่าเคลื่อนไหวเรียบง่ายมาก  มีเพียงหลักพลังห้าชุด  แต่การควบคุมอย่างทั่วด้านในมหทรรศน์นั้นจะฝึกฝนสิ่งต่างๆนับพันนับหมื่นอยู่ทุกขณะ  บางคนถามอาจารย์ชี่กงนั้นว่า ท่าเคลื่อนไหวนี้คือการฝึกอะไร ท่าเคลื่อนไหวนั้นคือการฝึกอะไร   อาจารย์ชี่กงบางคนก็พูดไม่ออก  เพราะอะไรจึงพูดไม่ออก  และไม่อาจจะพูดกับท่านได้ เพราะสิ่งที่ร่างกายคนจะบำเพ็ญไม่เพียงแค่จำนวนนับหมื่นนับพัน  การเคลื่อนไหวแต่ละท่าล้วนควบคุมสิ่งต่างๆ ฝึกฝนอยู่ในมหทรรศน์  ท่านว่ามันฝึกอะไรละ  จะบอกท่านอย่างไรได้ละ  เพราะอะไรๆก็ฝึกอยู่  ท่านเห็นว่าท่าการเคลื่อนไหวเรียบง่าย  ไม่แน่ว่าแบบซับซ้อนแล้วจะดี  หลักเต๋าใหญ่นั้นเรียบง่าย   หลักเต๋าเล็กฝ่าเล็ก ท่าการเคลื่อนไหวจะซับซ้อนมาก  การบำเพ็ญไม่ได้อยู่ที่ระดับความซับซ้อนของท่าเคลื่อนไหวแต่เป็นสิ่งของชุดนี้ที่แนวทางนี้ใส่ให้กับท่านในอีกมิติหนึ่ง มันซับซ้อนหรือไม่ละ  ท่าเคลื่อนไหวโดยตัวมันเองกลับไม่ซับซ้อน

ในใจบางคนอาจคิดว่า  ที่ท่านพูดนี้เรายังไม่ค่อยเข้าใจ  คนเขาพูดถึงเมื่อตานงอกออกมา นี้เป็นพลังงาน ร่างพระสงฆ์ก็สามารถจะเผาสารีริกธาตุออกมาได้  เรื่องนี้น่าเชื่อ  มันยังเป็นสิ่งที่เป็นสสาร  ฝ่าหลุนนี้ที่ท่านพูดว่าหมุนอยู่ในท้อง ไม่ค่อยน่าเชื่อ  เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกันละ  หมุนได้อย่างไรละ  ข้าพเจ้าขอถามกลับว่า  ท่านว่าทางช้างเผือกกับจักรวาลนี้กำลังหมุนอยู่   ทางช้างเผือกกำลังเคลื่อนไหวอยู่  ดาวเคราะห์เก้าดวงหมุนวนรอบดวงอาทิตย์อยู่  โลกของเรายังหมุนได้เอง  ใครผลักมันละ  ใครเพิ่มพลังให้กับมันละ  ข้าพเจ้าขอบอกท่าน พวกมันก็คือคงอยู่ในรูปแบบของกลไกหมุนชนิดหนึ่ง   ฝ่าหลุนนี้ของเราก็คงอยู่เป็นกลไกหมุนชนิดนี้  ดังนั้นเขาจึงหมุนได้เองไม่มีหยุด พวกเราส่วนหนึ่งไม่เคยฟังการบรรยาย  ข้าพเจ้าสามารถบอกให้ท่านเข้าใจได้ถึงความรู้สึกของการหมุนของฝ่าหลุนนี้สักหน่อย  ทุกท่านยื่นมือข้างหนึ่งออกมา กางฝ่ามือแบนราบ  มือไม่ออกแรง  แต่พยายามยืดฝ่ามือให้ตรง  เอาละ  ตอนนี้ข้าพเจ้าจะส่งฝ่าหลุนองค์หนึ่งไปให้แต่ละคน  ให้หมุนอยู่บนฝ่ามือท่าน ให้ท่านดู  หมุนหรือไม่ละ   (เสียงตอบ -หมุน) ผู้ที่อยู่ข้างบน หมุนหรือไม่  (เสียงตอบ -หมุน)  เอาละ ก็คือให้ทุกท่านประสบด้วยตัวเองสักครั้ง   บางคนที่ไม่รู้สึกว่าหมุน  ก็จะรู้สึกว่ามือเย็น และบางคนจะรู้สึกร้อน  นั่นเป็นผลที่เกิดขึ้นเพราะสนามของกรรมนั้นที่มีอยู่ในตัวท่าน  คนที่รู้สึกเย็น มักจะมีร่างกายที่ไม่ค่อยดี  ยังมีที่เกิดขึ้นจากมือนี้ส่วนนี้มีกรรมอยู่  แต่ไม่ว่าท่านจะรู้สึกว่าหมุนหรือไม่หมุน  ท่านก็จะรู้สึกร้อนหรือเย็น  แน่ละคนส่วนใหญ่จำนวนมากจะรู้สึกว่าหมุน 

            ฝ่าหลุนต้าฝ่าของเรานี้ เนื่องจากเขาเป็นหลักพลังชนิดหนึ่งอย่างนี้ ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างเหมาะสมกับการเรียนที่จะฝึกของคนยุคนี้  แน่ละ ข้าพเจ้าว่า ฝ่าหลุนต้าฝ่าถ่ายทอดออกมา จะมีประโยชน์ต่อการยกระดับมาตรฐานศีลธรรมของสังคมและมนุษย์  ในทางปฏิบัติก็ได้พิสูจน์ถึงจุดนี้แล้ว   กล่าวในฐานะคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ในฐานะคนๆหนึ่ง  หากท่านคิดจะบำเพ็ญ  ท่านต้องเน้นการบำเพ็ญซินซิ่งของท่าน    ในเมื่อท่านเน้นการบำเพ็ญซินซิ่ง  ท่านจึงต้องสะท้อนออกมาเป็นคนดีคนหนึ่งในสังคมคนธรรมดาสามัญ  รับรองว่าต้องเป็นเช่นนี้  บางคนพูดว่าหลักพลังของเขาก็สามารถบรรลุถึงการฝึกพลังระยะยาว  แต่มักจะอยู่ในภาวะเคลิบเคลิ้ม  ข้าพเจ้าว่านั่นหาใช่การฝึกพลังไม่  นั่นเป็นเพียงการขจัดโรคเสริมสร้างสุขภาพ  เป็นสภาวะหนึ่งของการฝึกชี่ นั่นไม่ใช่การฝึกพลัง จะขอพูดอีกนิด   สมมติว่าเป็นการฝึกพลังจริง  ท่านลองดูซิ   ท่านอยู่ในภาวะเคลิบเคลิ้มท่านจะทำงานได้ดีหรือ  ท่านจะสามารถทำงานที่หัวหน้ามอบหมายให้สำเร็จได้หรือ  ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้บริหารองค์กรก็ดี  หรือเปิดบริษัทของตัวเองก็ดี  ท่านก็มิใช่ เพื่อจะรับใช้สังคมหรือ เช่นนั้นฉันก็ทำงานในสำนักงาน ท่านทำงานในสำนักงานท่านก็อยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม ท่านจะเขียนเอกสารได้อย่างไร  ล้วนแต่ทำงานให้เสร็จด้วยดีไม่ได้  ดีไม่ดีอาจเกิดอันตรายเสียอีกนะ  เช่นว่าคนงานคนนี้อยู่ในอาการเคลิบเคลิ้ม  ดีไม่ดีมือข้างนี้ก็จะยื่นเข้าไปในฟันเฟืองแล้ว ทำงานก่อสร้างบนตึกสูงอยู่ในอาการเคลิบเคลิ้มไม่แน่ว่าอาจตกลงมา  นั่นมิใช่ปัญหาความปลอดภัยในการผลิตหรือ  มันไม่อาจบรรลุถึงการฝึกพลังระยะยาว  แต่พลังกงของเรานี้ ได้แก้ไขปัญหานี้อย่างแท้จริงแล้ว  พวกเราต้องกลืนกลายเข้ากับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล  การเป็นคนดีคนหนึ่ง นี่จึงจะเป็นมาตรฐานของผู้บำเพ็ญ  ผู้ฝึกเราบางคนก็ทราบ พลังกงโตขึ้นเร็วมาก  หลักพลังของเรานี้ไม่พิถีพิถันในเรื่องหยุมหยิม  ทฤษฎีก็ไม่มากเพราะการบำเพ็ญหลักเต๋าใหญ่  บำเพ็ญต้าฝ่า  ทฤษฎีก็น้อยมาก  พวกเราก็ไม่เน้นทิศทางไหนในการฝึก หรือฝึกเวลาไหน  หันไปฝึกทิศไหน   เพราะฝ่าหลุนต้าฝ่านี้ของเรา  สิ่งที่ฝึกนั้นใหญ่มาก   ในช่วงประวัติศาสตร์ของเรานี้    อารยธรรมของมนุษย์ที่ปรากฏออกมาครั้งนี้   ยังไม่เคยฝึกสิ่งที่ใหญ่อย่างนี้  ก่อนที่จะมีการถ่ายทอดสิ่งนี้ของเรา ท่านไม่เชื่อท่านลองดู  วิธีบำเพ็ญเหล่านั้นที่เลียนแบบท่าเคลื่อนไหวของสัตว์ กระทั่งจะเป็นผู้มีชื่อเสียงคนไหน นักปราชญ์  นักพรตเต๋าก็ดี  ท่านจะเป็นเต๋า เทพ พระพุทธก็ดี  อย่างไรเสียเขายังคงมีข้อจำกัด

ฝ่าหลุนต้าฝ่าเราฝึกตามหลักการผันแปรของจักรวาล เนื่องจากฝ่าหลุนนั้นเกิดขึ้นตามหลักการผันแปรของจักรวาล  ชี้นำให้เราบำเพ็ญตามคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล เจิน ซั่น เหยิ่น   เราสามารถพูดได้ว่าเป็นการฝึกตามสิ่งที่สูงที่สุด  ฝึกฝ่าที่ใหญ่อย่างนี้  เท่ากับฝึกจักรวาล  เราก็ไม่พูดถึงเรื่องทิศทาง  ทุกท่านลองคิดดู จักรวาลนี้ไหนเลยจะมีทิศทางอะไรอยู่   จักรวาลเองกำลังเคลื่อนไหวอยู่  ทางช้างเผือกของเราก็เคลื่อนไหวอยู่ดาวเคราะห์เก้าดวงโคจรรอบดวงอาทิตย์  โลกยังหมุนรอบตัวเอง  ไหนเลยจะมีทิศเหนือใต้ออกตกละ หมุนจนงงไปหมด  ไม่มีแนวคิดเรื่องทิศทางชนิดนี้คงอยู่อย่างแท้จริง  เพียงแต่มนุษย์ยืนอยู่ในแง่มุมของมนุษย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน  แบ่งแยกโดยอยู่บนโลกของเรา  ดังนั้นพวกเราจึงฝึกสิ่งที่ใหญ่อย่างนี้ เหมือนกับฝึกจักรวาล ดังนั้นจึงไม่อาจพูดถึงความรู้สึกต่อทิศทางได้  ดังนั้นท่านหันไปทิศใดฝึกจึงเท่ากับหันไปทุกทิศทางฝึก  ท่านฝึกโดยหันไปทิศใด  พูดให้ชัดแล้ว  ก็เท่ากับหันไปฝึกทั้งทิศเหนือใต้ออกตก  ดังนั้นเราจึงไม่พูดเรื่องทิศทางแต่อย่างใด  เพราะนี้คือสิ่งที่เคลื่อนไหว สิ่งที่หมุน

เราก็ไม่เน้นเรื่องเวลา  ทำไมไม่เน้นเรื่องเวลาละ  หลักพลังมากมายเน้นว่าฝึกพลังเวลาจื่อสือ (23.00 -01.00 น.)  ฝึกพลังเวลาเฉินสือ (07.00 – 09.00 น.) ดี  แน่ละเรารู้สึกว่าในเวลาจื่อสือ เวลาเฉินสือนั้นค่อนข้างดีหน่อย  แต่เราไม่ไปฝึก โดยจำกัดอยู่ในขอบเขตเวลาที่แคบๆอย่างนี้   พูดถึงจักรวาลที่ใหญ่อย่างนั้น  บนโลกของท่านเวลาจื่อสือนี้ดี  หากท่านอยู่ในมิติอื่นเวลาจื่อสืออันนี้ ไม่แน่ว่าจะดี  ดังนั้นเราไม่จำกัดอยู่ตรงนี้  แต่เวลาจื่อสือมีเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ประการหนึ่ง  ก็คือมันค่อนข้างเงียบ  ยามดึกคนเงียบเหมาะสำหรับฝึกพลัง  ยังมีบางคนบอกว่าเวลาเฉินสือฝึกพลังดี แน่ละ เรายังคงเป็นหลักการนั้น  เราก็ไม่เน้นเวลาเฉินสือ แต่เราก็เสนอให้ตื่นเช้า  ทุกท่านรวมตัวฝึกด้วยกัน  หรือตอนค่ำรวมตัวฝึกพร้อมกัน เพราะอะไรละ  เพราะเวลาที่ทุกท่านฝึกพลังร่วมกัน  หากพบกับปัญหาอะไร ก็สามารถปรึกษาซึ่งกันและกันได้ แก้ไขมันระหว่างกันและกัน ร่วมมือกัน  ศึกษาพิจารณาซึ่งกันและกัน จะมีประโยชน์ต่อการยกระดับพร้อมกันของทุกท่าน ดังนั้นเราจึงเลือกรูปแบบที่ทุกท่านฝึกพลังร่วมกันอย่างนี้  แน่ละบางคนจะไปทำงาน  มีเวลาก็เป็นช่วงเช้ากับค่ำ  ดังนั้นจึงฝึกเวลาเช้าหรือค่ำ ที่จริงนะ ตลอดเวลาที่ท่านไม่ได้ฝึก  ท่านก็ถูกพลังฝึกอยู่  แต่ที่ท่านฝึก คือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กลไกเหล่านั้นที่ข้าพเจ้าใส่ให้กับท่าน  เราพูดว่าเคลื่อนไหวไปตามกลไก  มือ ท่าเคลื่อนไหวเป็นเพียงการเสริมเพิ่มให้กับกลไกนั้น

เราก็ไม่เน้นเรื่องเก็บพลัง  ไม่เน้นเรื่องการเก็บพลังเพราะไม่มีแนวคิดเรื่องการเก็บพลัง  เพราะหลักพลังอื่นพอฝึกพลังเสร็จ จะเก็บพลังกลับมา กวาดโกยสนามพลังที่สาดกระจายรอบๆคืนมา  พลังก็หยุดลงแล้ว  เราไม่มีแนวคิดนี้  เพราะเราฝึกอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  ดังนั้นจึงไม่มีแนวคิดของการหยุดพัก  จึงไม่เน้นการเก็บพลัง เช่นนั้นบางคนคิดว่า  ฉันอยู่ตรงนั้นฝึกพลัง  ทันใดโทรศัพท์เข้ามาแล้ว  หรือทันใดมีคนมาเคาะประตู  ฉันจะทำอย่างไรละ  เช่นนั้นท่านก็ลุกขึ้นมาต้อนรับแขก  ลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ ไม่มีปัญหา เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ละ  เพราะเวลาคนฝึกพลัง รอบๆตัวจะมีสนามหนึ่งคงอยู่  แต่ฝ่าหลุนของท่านเขามีความชาญฉลาด เวลาที่ในความคิดของท่านคิดจะไปทำอะไร  เขารู้ว่าตอนนี้ท่านไม่ฝึกแล้ว  เขาจะรีบหมุนตามเข็มนาฬิกา ในทันทีก็ดูด สนามนี้ที่อยู่นอกร่างกายท่าน “ซวบ” กลับมา  ท่านจงใจทำก็ทำไม่ได้  ท่านประคองชี่กรอกใส่กระหม่อม ให้ท่านประคองอีกก็หลุดหายได้  แต่เขานั้นไม่หายไป  เพราะเขามีของอย่างนี้ควบคุมอยู่  เมื่อครู่ข้าพเจ้าได้แนะนำจุดเด่นของหลักพลังฝ่าหลุนต้าฝ่านี้อย่างคร่าวๆให้ทุกท่านแล้ว  แน่ละยังมีอีกมาก  ยังมีที่ดียิ่งขึ้นอีก  ในระหว่างการบรรยายของเราจึงสามารถพูดได้  เพราะต้องพูดอย่างเป็นระบบ

ต่อไปข้าพเจ้าจะพูดอีกเรื่องหนึ่ง  ก็คือคนในชนชั้นที่ต่างกันจะฝึกพลังอย่างไร  ทุกท่านคงทราบว่าในอดีตมีการพูดอย่างหนึ่ง ว่าคนที่ยากจน คนที่ไม่มีทรัพย์สมบัติจึงจะสามารถบำเพ็ญปฏิบัติได้ คนในศาสนาที่ต่างกันล้วนพูดหลักการของแนวทางนี้ของตน  ศาสนาพุทธพูดไว้มากมายอย่างไรก็เพียงวนอยู่รอบๆสิ่งที่องค์ศากยมุนีประจักษ์แจ้งเท่านั้น  แต่ที่คนรุ่นหลังไปพูดทฤษฎีของพุทธศาสนาซึ่งสืบทอดมีผิดพลาด และสายเต๋าก็ออกไปไม่พ้นจากหลักการของไท่จี๋  แต่ใครก็ไม่พูดถึงจักรวาลนี้อย่างชัดเจนครบถ้วน มีแต่ท่านต้องกระโดดออกไปจากกรอบนี้พูดจักรวาลทั้งหมด  จึงจะสามารถพูดฝ่าของจักรวาล คุณสมบัติพิเศษของจักรวาล เทพ เต๋า พุทธนั้น แท้จริงคืออะไร ได้อย่างชัดเจน  ดังนั้นล้วนเป็นการพูดแนวทางนั้นของตนเอง  ยิ่งกว่านั้นข้างในนี้ สายเต๋าก็มีหลายสำนัก  สายพุทธก็มีหลายสำนัก  และยังพูดแต่หลักการของสำนักตน ส่วนเรานั้นเปิดเผยทั้งหมดนี้พูดถึงความจริงของจักรวาลนี้  โดยพูดเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์และสรีระศาสตร์ในปัจจุบัน  เช่นนั้นเราพูดหลักเหตุผลอะไรหรือ  ทุกท่านคงได้ยินที่ศาสนาพูดกันแล้ว พระเยซูก็พูดไว้คำหนึ่ง ว่าคนรวยจะขึ้นสวรรค์ยังยากกว่าอูฐมุดรูเข็มเสียอีก ที่พระองค์ตรัสคือคนรวยนั้นบำเพ็ญได้ยากมาก  แต่ที่เราพูดว่าบำเพ็ญได้ยาก  ไม่ใช่คนรวยบำเพ็ญไม่ได้  ไม่อาจจะมองเปลือกนอกของเขา   เนื่องจากคนรวยนั้นยากจะปล่อยวางเงินทองทรัพย์สินของตน แต่เราดูที่แก่นแท้ไม่ดูเปลือกนอก  ที่ข้าพเจ้าพูดคือ ไม่ใช่ว่าให้ท่านโยนสิ่งที่เป็นวัตถุทั้งหมดทิ้งไปจริงๆ จึงจะเป็นการบำเพ็ญจริง แต่คือการปล่อยวางจิตยึดติดต่อทรัพย์สินเงินทอง สามารถมองมันให้จืดจาง เบาบาง

            ขณะนี้ข้าพเจ้าบอกว่าคนต่างชนชั้นจะบำเพ็ญอย่างไร ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน เหตุที่มีคน        คนสามารถมีชีวิตอยู่บนโลก ก็คือเพื่อคำ คำเดียว –ฉิง (อารมณ์) ความยินดี ความโกรธ ความเศร้า ความสุข ท่านชอบทำอะไร  ไม่ชอบทำอะไร  ท่านชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร  ท่านชอบคนไหน ไม่ชอบคนไหน  ญาติสนิท  มิตรสหาย  ความรัก  พ่อแม่  ทุกสิ่งทุกอย่าง  ทุกสิ่งของคนล้วนมาจากฉิงนี้  เช่นนั้นฉิงนี้สามารถก่อเกิดจิตยึดติดทั้งหลาย เมื่อกระทบถูกฉิงนี้ของท่าน  ท่านยังจะเกิดจิตอิจฉา ดังนั้นคนจึงมีชีวิตอยู่เพื่อฉิงนี้  ดังนั้นในทางปฏิบัติของการบำเพ็ญ ก็ต้องละทิ้งจิตนี้ของท่าน  ค่อยๆขัดเกลาให้จืดจางลง  ท่านขัดเกลาจนหมดยิ่งดีเพราะมันคือการแสดงออกของระดับชั้น ก็ค่อยๆมองสิ่งเหล่านี้ให้จืดจาง  จืดจางลง  มองสิ่งเหล่านี้ที่คนธรรมดาสามัญยึดติดกันให้จืดจาง คนธรรมดาสามัญนั้น คนเขาเห็นว่าสิ่งที่คนธรรมดาสามัญยึดติดที่สุดก็คือชื่อเสียงกับผลประโยชน์ ดังนั้นจึงเห็นว่า คนที่แสวงหาสองสิ่งนี้คือผู้ที่บำเพ็ญยากที่สุด การแสวงหาชื่อเสียงนั้นรวมถึงการแสวงหาตำแหน่ง หน้าที่ อำนาจ  ส่วนการแสวงหาผลประโยชน์นั้น  ที่สำคัญก็คือเงินทองและวัตถุ จึงถือว่าผู้แสวงหาของสองชนิดนี้ บำเพ็ญยากที่สุด  ที่จริงนะ  เราพูดว่าบำเพ็ญยากนั้นคือบำเพ็ญยาก  แต่ล้วนสามารถบำเพ็ญ ไม่ใช่ว่าไม่สามารถบำเพ็ญได้ จะต้องทิ้งเงินทองเหล่านี้ของท่านแล้วท่านจึงจะสามารถบำเพ็ญได้หรือ ข้าพเจ้าว่าไม่ใช่เช่นนั้น  การบำเพ็ญที่แท้จริง  ไม่ใช่เพราะว่าท่านมั่งมีกับท่านไม่มั่งมี  หากพูดโดยใช้หลักการของสายพุทธ  ความมั่งมีนั้นเกิดจากโชคลาภของท่านเอง นั่นเป็นสิ่งที่เกิดจากกุศลนี้ของท่านเอง  ท่านจึงสมควรมี  ดังนั้นความมั่งมีของเขาโดยตัวมันเองหาใช่เคยมีบาปมาก่อน

            ที่เราพูดคือ  ท่านจะทำตัวเป็นคนดีในระดับชั้นนี้ของท่านได้อย่างไร   โดยมอง สิ่งต่างๆทางวัตถุ ตัณหา ชื่อเสียง ผลประโยชน์ ให้จืดจาง  ทรัพย์สมบัติล้ำค่าของครอบครัวท่าน  ท่านไม่ให้ความสำคัญกับมันจนเกินไป   ท่านสามารถมองได้จืดจางมาก  หรือกระทั่งในใจดวงนี้ของท่านไม่มีเงินนี้อยู่เลย ก็จะไม่มีปัญหา   เงินในบ้านท่านนั้นเต็มไปหมด  แม้แต่เตียงนอนก็ปูรองด้วยเงินทอง  ข้าพเจ้าว่าก็ไม่เป็นไร  การบำเพ็ญก็คือบำเพ็ญใจดวงนี้ของคน  ไม่ใช่ทิ้งอะไรทางวัตถุไปจริงๆ  บอกว่าท่านเป็นข้าราชการใหญ่แค่ไหน  มองมันให้จืดจาง  ไม่ว่าท่านจะเป็นข้าราชการใหญ่แค่ไหน ก็ล้วนแต่เพื่อรับใช้ประชาชน  เพื่อความผาสุกของราษฎร  คือเพื่อผู้อื่น  นี้ท่านมิใช่เป็นข้าราชการที่ดีหรอกหรือ  แน่ละสังคมมนุษย์นี้ซับซ้อน  ท่านอยู่ในชนชั้นต่างๆ  ท่านสามารถจัดความสัมพันธ์นี้ได้ถูกต้อง  ปฏิบัติตามข้อกำหนดของฝ่านี้ของเรา  ท่านย่อมจะเป็นคนดีคนหนึ่งได้  เป็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่งได้

            เรามาพูดถึงคนชนชั้นที่ต่างกันก็แล้วกัน คนธรรมดาสามัญมีความขัดแย้งของคนธรรมดาสามัญ  สำหรับพนักงานทั่วไป เขาจะมีการขัดสีด้านผลประโยชน์ระหว่างกันในหมู่พวกเขา  ส่วนคนตำแหน่งสูง พวกเขาก็มีความขัดแย้งต่อสู้แย่งชิงซึ่งกันและกันในระดับชั้นนั้นของเขา  เช่นนั้นในระดับชั้นที่ยิ่งสูง  เขาก็จะมีสภาพความขัดแย้งอยู่ในระดับชั้นนั้นของเขา   ก็คือในระดับชั้นนี้ของท่าน  ในสภาพแวดล้อมนี้ของท่าน  ท่านจะมองการแสวงหาสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ส่วนตนเหล่านี้  มองสิ่งเหล่านี้ให้จืดจางได้อย่างไร   จะทำตัวเป็นคนดีได้อย่างไร  ทำเรื่องที่ดีให้มาก  ทำเรื่องที่ดีเพื่อผู้อื่น   จะยกระดับได้อย่างไร   ชนชั้นต่างๆล้วนสามารถบำเพ็ญได้  พวกเรากระโดดออกมาจากหลักการของศาสนาและแนวปฏิบัติทั้งหลายที่มีอยู่นี้  ไม่ใช่ให้ท่านละทิ้งสิ่งของที่เป็นวัตถุอะไรจริงๆ  ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย จึงค่อยบำเพ็ญ  ไม่ใช่อย่างนี้  ก็คือท่านสามารถจะมองสิ่งนี้ให้จืดจางได้หรือไม่  ที่พวกเราบำเพ็ญไม่ใช่ใจดวงนี้หรอกหรือ  บอกว่าหากไม่มีใจดวงนี้ มิใช่ก็บรรลุเป้าหมายแล้วหรือ   บอกว่าหากสังคมมนุษย์ อะไรๆก็ไม่มีแล้วจริงๆ กลายเป็นสังคมบุพกาลแล้ว  ข้าพเจ้าว่านี่ไม่ถูก ใช่ไหม  มนุษยชาติพัฒนาไปตามทิศทางการพัฒนา  ที่แท้คือปัญหาเช่นนี้

            ที่ผ่านมามีหลายคนถามข้าพเจ้าว่า พวกเราจะบำเพ็ญอย่างไร แน่ละสังคมปัจจุบันซับซ้อนมาก มีเรื่องมากมาย แต่ถึงอย่างไรข้าพเจ้าก็ไม่อาจพูดให้เป็นรูปธรรมมากเกินไป  ให้ยึดถือฝ่านี้ไปปฏิบัติ  ถ้าบอกให้ท่านทั้งหมด ก็จะไม่มีสิ่งที่ท่านจะบำเพ็ญ ไม่มีสิ่งที่ท่านจะรับรู้ และสำหรับปัญหารูปธรรม ท่านต้องรับรู้เอาเอง  บำเพ็ญเอง  ท่านจึงจะบำเพ็ญได้  ท่านจึงจะยกระดับได้  ถ้าพูดออกมาทั้งหมดแล้ว  ท่านก็จะไม่มีการยกระดับ  ทั้งหมดล้วนวางอยู่ตรงนั้น  ท่านเพียงแต่ทำตามก็พอแล้ว  เดิมทีคนก็อยู่ในวังวน  ให้ท่านรับรู้โดยอยู่ในวังวน หากบอกว่าคนล้วนสามารถมองเห็นแล้ว ฉันจึงจะไปบำเพ็ญ  ฉันจึงจะไปรับรู้  ข้าพเจ้าว่านั่นก็จะรับรู้ไม่ได้   ผู้รู้แจ้งนั้น เหตุใดจึงยากที่จะบำเพ็ญ  ยากที่จะยกระดับ  เขาได้แต่อยู่ในระดับชั้นนั้น  ก็เพราะเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นไม่มีความทุกข์  ที่ไหนๆล้วนดีอย่างนั้น  เขาไม่มีวังวน เขาจะไปรับรู้ได้ที่ไหน แต่คนธรรมดาสามัญมีวังวน มองไม่เห็นภาพจริง มองไม่เห็นสัจธรรม

            คนล้วนแต่แย่งชิงต่อสู้ในเรื่องผลประโยชน์เฉพาะหน้า  ถ้าในนั้นมีคนดีปรากฏ  และบอกว่าฉันไม่เห็นด้วยกับท่าน  ฉันไม่แย่งชิงสิ่งเหล่านี้  ทั้งชื่อเสียงผลประโยชน์ ล้วนมองจืดจางมาก  คนๆนี้ก็โดดเด่นมากแล้ว  ท่านดูเมื่ออยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญมองดู  เหมือนธรรมดามาก  แต่เมื่ออยู่ในระดับชั้นสูงมองดู  คนๆนี้เหมือนกับทองคำเปล่งประกายแวววาว  ในอดีตพูดกันว่า ผู้มีพลังสูงเลือกลูกศิษย์   ไม่ใช่ลูกศิษย์ค้นหาอาจารย์  แต่เป็นอาจารย์ที่ค้นหาลูกศิษย์   ก็คือเหตุผลนี้  คนเขาจะเลือกคนแบบนี้ คนธรรมดาสามัญล้วนหลงอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญ คิดว่าเรื่องที่คนธรรมดาสามัญทำเองเป็นเรื่องที่ดี  ที่แท้พอไปถึงระดับชั้นสูงมองดู ล้วนแต่กลับกัน คนล้วนแต่มีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง เห็นแก่ตัวเอง  ดังนั้นสิ่งที่ท่านยึดติดเหล่านี้ ก็เป็นเพียงเพื่อความพอใจของจิตที่เห็นแก่ตัว  ดังนั้นเมื่อจะบำเพ็ญก็ต้องทิ้งไปให้ท่าน  พูดให้ชัด  การบำเพ็ญก็คือทิ้งจิตยึดติดของคน  ที่นี่ข้าพเจ้าพยายามพูดสิ่งที่เป็นแก่นแท้   การบำเพ็ญก็คือการทิ้งจิตยึดติดต่างๆของท่านไป  ที่แท้การบำเพ็ญก็คือบำเพ็ญใจดวงนี้ของท่าน ข้าพเจ้าว่าการบำเพ็ญตามแนวทางของเรานี้ก็คือเน้นตรงที่ใจคน  และเรามุ่งตรงประเด็นพูดถึงจุดที่สำคัญ

            ยังมีอีกปัญหาหนึ่งจะขอพูดกับทุกท่าน  เพราะอย่างไรเสียก็มีผู้ฝึกเก่าอยู่ที่นี่  ของเรายังเป็นการประชุมสรุป  มีบางคนคิดจะออกมาทำลายต้าฝ่า  แต่มีน้อยมาก  เป็นเฉพาะราย  เฉพาะรายอย่างยิ่ง  และไม่เหมือนกับหลักพลังอื่น  บางคนเพื่อเงิน  ก็ตีกัน   ทะเลาะกันระหว่างสำนัก  ในสำนักเดียวกันก็ตีกัน สู้กันเอย  ถึงอย่างไรก็ไม่ได้พูดเรื่องซินซิ่งอย่างแท้จริง  เป็นบรรยากาศอะไรที่ทะมึนทึง  ทุกท่านทราบว่า พวกเราที่นี่ ฝ่าหลุนต้าฝ่านี้คือดินแดนบริสุทธิ์ ข้าพเจ้ากล้าพูดเช่นนี้  พวกเราที่นี้ระหว่างกันและกันเป็นสภาพจิตใจอะไรหรือ ทุกท่านล้วนแต่ท่านช่วยฉัน ฉันช่วยท่าน  ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าเมื่อพบหน้ากันเป็นอย่างไรละ  ในชั้นเรียนของเราที่กว่างโจว   ผู้ฝึกบางคนไม่มีเงิน  ทุกท่านก็เอาออกมาเป็นร้อยเป็นร้อยช่วยเหลือคนเขา   หากท่านอยู่ในสำนักอื่น  จะไม่พบเรื่องอย่างนี้  พวกเราที่นี้มีคนดีเรื่องดีเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน  เป็นปรากฏการณ์ทั่วไปอย่างมาก  ข้าพเจ้าว่ามันยังไม่ใช่ดินแดนบริสุทธิ์อีกหรือ  เพราะเราบำเพ็ญใจคนโดยตรง  เน้นซินซิ่งของคนในการบำเพ็ญ  ย่อมจะมีผลลัพธ์อย่างนี้  ดังนั้นในขั้นตอนการบำเพ็ญของเรา  ต่อไปทุกท่านก็ต้องเน้นหนักการบำเพ็ญซินซิ่ง 

ในขณะเดียวกันก็ต้องยึดกุมฝ่านี้ให้ดี  ข้าพเจ้าว่านั่นก็ต้องเข้าใจ หนังสือเล่มนี้ ฝ่านี้ ให้ทะลุปรุโปร่ง  ต้องศึกษาฝ่า  ท่านอย่าได้เอาแต่ฝึกท่าเคลื่อนไหว  ท่านฝึกท่าเคลื่อนไหวทั้งวัน  อาจารย์พูดอะไรก็ลืมหมดแล้ว  ข้าพเจ้าว่าท่านก็ไม่มีทางจะบำเพ็ญได้   จะใช้อะไรชี้นำท่านละ  ดังนั้นทุกท่านต้องอ่านหนังสือให้มาก ศึกษาฝ่า อ่านหนังสือให้เหมือนกับการฝึกท่าเคลื่อนไหวที่ทำอยู่ทุกวัน   อ่านทุกวัน  จึงจะสามารถชี้นำท่านให้เป็นคนดี   ซินซิ่งของท่านจึงจะบำเพ็ญขึ้นมาได้  พลังจึงจะโตขึ้นมาได้  ท่านว่าฉันจะฝึกแต่ท่าเคลื่อนไหว วันๆท่านฝึกตั้งแต่เช้ายันค่ำ   จนท่านเหนื่อยล้า พลังนั้นก็ยังไม่โต   ท่านอย่าเห็นว่าฝ่าหลุนนั้นหมุนเองโดยอัตโนมัติ     ที่ท่านฝึกคือการเสริมสร้างกลไกนั้น   การหมุนของฝ่าหลุนเป็นการนำพลังที่ใช้ผันแปรสิ่งของให้กับท่านเตรียมพร้อมที่จะส่งขึ้นไปทั้งหมด  แต่คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลควบคุมท่านอยู่  เขาไม่ให้พลังท่านโตขึ้น แล้วจะมีประโยชน์อะไร  ดังนั้นท่านจึงต้องยกระดับซินซิ่งขึ้นมา  พลังของท่านจึงจะโตขึ้น  ต้องเน้นความสำคัญของเรื่องนี้

            ยังมีผู้ฝึกบางคน ถามปัญหาอย่างนี้ ก็คือในอนาคตผู้ฝึกเราจะเผยแพร่พลังอย่างไร  ข้าพเจ้าคิดว่าเรื่องนี้ข้าพเจ้าก็สามารถจะพูดกับพวกท่านได้  ก่อนที่ข้าพเจ้าจะพูดเรื่องนี้ ขอพูดปัญหาหนึ่งให้ชัดเสียก่อน  ในหมู่ผู้ฝึกเราที่ศึกษาเอง ฝึกเอง ไม่เคยเข้าร่วมชั้นเรียน      ท่านเพียงปฏิบัติตามมาตรฐานของผู้ฝึกพลังในการฝึก ไม่ต้องให้ข้าพเจ้าใส่ฝ่าหลุน ฝ่าเซิน(ธรรมกาย)ให้ท่านด้วยตัวเอง  แต่อะไรๆท่านก็จะได้รับทั้งหมด เพราะมีมูลเหตุหนึ่ง  ถ้าหากเป็นผู้ฝึกของข้าพเจ้าสอนให้ท่าน  เช่นนั้นผู้ฝึกทั้งหมดของข้าพเจ้าล้วนมีฝ่าเซินของข้าพเจ้าคุ้มครอง  ทุกท่านทราบนี่ก็ไม่ใช่เรื่องงมงายอะไร  เขา(ฝ่าเซิน)คือร่างชีวิตที่เหมือนกับรูปลักษณ์ของข้าพเจ้าซึ่งประกอบขึ้นจากพลังที่เกิดจากการฝึกของข้าพเจ้า เขาก็มีฝ่าอย่างเดียวกัน  มีพลังที่ยิ่งใหญ่เหมือนกัน  นี่ก็คือฝ่าเซิน(ธรรมกาย)  ข้าพเจ้ามีฝ่าเซินนับไม่ถ้วนสามารถคุ้มครองผู้ฝึก ดังนั้นผู้ฝึกแต่ละคน หากบำเพ็ญอย่างแท้จริงก็จะได้รับการคุ้มครอง  ฉะนั้นผู้ฝึกคนนี้หากท่านคิดจะศึกษา    เมื่อมีผู้ฝึกสอนท่าน    เช่นนั้นฝ่าเซินนี้ก็จะปรับร่างกายให้กับท่านตามธรรมชาติ  ใส่ฝ่าหลุนใส่กลไกบังคับให้ท่านตามธรรมชาติ   สิ่งที่ควรให้ท่านก็จะให้ท่าน  แต่ต้องเป็นผู้บำเพ็ญอย่างแท้จริง ล้วนจะได้รับ เช่นนั้นหลังจากใส่สิ่งที่เหนือสามัญวิสัยเหล่านี้ให้ท่านแล้ว ถ้าไม่มีคนคุ้มครองท่าน  ก็จะเป็นอันตรายต่อท่าน  จะทำอย่างไรละ  เช่นนั้นข้าพเจ้ายังมีฝ่าเซินที่จะคุ้มครองท่าน จุดนี้รับรองได้  เช่นนั้นต่อไปพวกท่านจะเผยแพร่พลังอย่างไรละ  ข้าพเจ้าก็จะพูดให้กับพวกท่านอย่างแจ่มแจ้งมาก ผู้ช่วยฝึกสอนในแต่ละแห่งของเราทั่วประเทศกับผู้ฝึกแต่ละคนล้วนสามารถไปเผยแพร่พลัง แต่ไม่อนุญาตให้เก็บเงิน ทุกๆคนล้วนไม่ได้รับอนุญาตให้เก็บค่าใช้จ่าย แม้แต่ศูนย์ช่วยฝึกสอนก็ไม่อนุญาตให้เก็บค่าใช้จ่าย  เผยแพร่พลังโดยไม่รับค่าตอบแทน การบำเพ็ญที่แท้จริงเป็นการสะสมคุณความดีและกุศล  และไม่แสวงหาชื่อเสียง ผลประโยชน์   ก็คือเผยแพร่กันอย่างนี้   หากท่านคิดจะทำอย่างนี้จริงๆคือ  ท่านบอกว่าฉันก็จะเอาฝ่าหลุนต้าฝ่ามาหาเงิน  อย่างนั้นดีละ  อะไรๆท่านก็จะไม่มี  ฝ่าเซินของข้าพเจ้าก็จะเอาทุกสิ่งคืนจากท่าน ไม่อนุญาตให้ท่านใช้สิ่งนี้ทำลายฝ่านี้  ปัญหานี้เราพูดกันอย่างชัดเจนมาก  ดังนั้นท่านไม่ต้องกังวล  ว่าฉันเผยแพร่พลังแล้ว  คนเขาจะมีฝ่าหลุนกับกลไกบังคับได้หรือไม่   มีได้เหมือนกัน พอท่านเผยแพร่ ฝ่าเซินของข้าพเจ้าก็จะทราบ 

            เช่นนั้นหากไม่มีคนสอนเขา เขาอ่านเองจะศึกษาได้หรือไม่ จะได้รับหรือไม่ ย่อมได้รับเช่นกัน  เราขอยกตัวอย่าง  องค์ศากยมุนีก็ดี  เหลาจื่อก็ดี  หรือผู้รู้แจ้งองค์อื่นก็ดี  ไม่อยู่ในโลกกี่ปีแล้ว  แต่คนของสำนักนั้นยังคงบำเพ็ญอยู่  ในยุคโบราณก็บำเพ็ญออกมากันหลายคน  ทำไมละ  เพราะมีฝ่าเซินอยู่  ผู้ฝึกของเราหลายคนคงเห็นแล้ว  บนรูปถ่ายนั้นของข้าพเจ้า  ก็คือรูปถ่ายเหล่านั้นของข้าพเจ้าบนหนังสือ  ดูคล้ายกับว่า ตาสามารถขยับได้  หรือบางคนมองเห็นร่างกายขยับหรือมีความรู้สึกอื่นๆ  บางคนพูดว่า ที่ข้างบนนี้(รูปอาจารย์)มีฝ่าเซิน ไม่เพียงแค่บนรูปถ่ายที่มี  เนื่องจากที่นี่เรามีผู้ฝึกใหม่ ไม่สะดวกที่จะพูดสูงเกินไป ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน เพียงท่านไปศึกษา ท่านถือหนังสืออยู่ นำวีดิทัศน์ นำเทปบันทึกเสียงไปดู ไปฟัง ล้วนสามารถจะได้รับ ก็กลัวแต่ว่าท่านไม่บำเพ็ญ  บอกว่าฉันฝึกแต่ท่าเคลื่อนไหว  ฉันก็คิดจะได้สิ่งเหนือสามัญวิสัยเหล่านี้ นั่นเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด  พวกท่านไปบำเพ็ญอย่างจริงจังจึงจะได้รับสิ่งเหล่านี้  เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดเรื่องอย่างนี้ไปแล้ว    เป็นการพูดให้กับผู้ฝึกเก่าหลายคน  ผู้ฝึกใหม่ฟังๆหน่อยก็ได้ประโยชน์

            ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง  ข้าพเจ้าจะพูดเรื่องการรักษาโรค  บางคนพูดว่า มีหลายคนที่ความคิดมีทิฐิมาก แข็งทื่อมาก กระทั่งมีแพทย์ตะวันตกหลายคน ก็มีความคิดอย่างนี้คือ    เขาพูดว่าท่านใช้ความสามารถ(กงเหนิง)รักษาโรคได้แล้วยังจะต้องการโรงพยาบาลของเราทำไม หรือก็คือความหมายนอกเหนือจากคำพูดไม่ยอมรับว่าความสามารถ(กงเหนิง)สามารถรักษาโรคได้   แต่เขาก็ไม่มีเหตุผล  คำพูดนี้พูดอย่างไม่มีเหตุผลมาก  เช่นนั้นพลังกง สามารถรักษาโรคได้หรือไม่ละ

เราพบว่าคนที่บำเพ็ญในระดับชั้นตื้นๆ  เขารักษารากเหง้าของโรคไม่ได้  แต่เขาสามารถรักษาที่ชั้นผิวได้ หากสูงขึ้นไปอีกเล็กน้อย เขาสามารถเคลื่อนย้ายโรคนี้ของท่านได้ เคลื่อนย้ายไปอยู่วันข้างหน้า  ตอนนี้รู้สึกว่าหายแล้ว พอผ่านไปหลายปีให้หลังจะกำเริบอีก  หรือผันแปรเป็นทุกข์ภัยอย่างอื่น  หรือเคลื่อนย้ายไปให้ญาติสนิทมิตรสหาย  เขาสามารถทำเรื่องอย่างนี้ได้   หากจะรักษาโรคนี้ให้หายขาด  นั่นต้องเป็นคนที่มีความสามารถชนิดนี้ หรือพูดว่าเขาสามารถสลายกรรมให้คนได้  แต่นี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้ ต้องเป็นคนที่มีความสามารถชนิดนี้ และยังต้องเจาะจงต่อผู้ที่บำเพ็ญจริงเหล่านั้นจึงจะสามารถทำเช่นนี้ได้ แต่จะทำให้คนธรรมดาสามัญตามอำเภอใจไม่ได้อย่างเด็ดขาด  เพราะนี่เท่ากับคนๆนี้ทำเรื่องไม่ดีแล้วไม่ต้องชดใช้

ฉะนั้นในนี้จึงมีหลักการนี้  และก็คือพลังกงสามารถรักษาโรคได้  ในหลายปีนี้  มีคนมากมายที่ผ่านการฝึกฝนร่างกายตนเอง หรือผู้บำเพ็ญที่รักษาโรคให้หายได้แล้ว เป็นที่ประจักษ์ชัดกันแล้ว  ใครก็ไม่อาจปฏิเสธเรื่องจริงนี้ได้ หรือพูดได้ว่ามันสามารถรักษาโรคได้ สิ่งที่บำเพ็ญอยู่ในระดับชั้นสูง  นำมันออกมาขจัดโรคให้คนในระดับชั้นต่ำ  แน่ละย่อมจะแสดงออกมาซึ่งปาฏิหาริย์  คนป่วยบางคนเริ่มเน้นเรื่องกุศลแล้ว  บางคนที่อยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ เป็นคนที่ดีมาก  หลังจากฝึกพลังเขาจึงสามารถหายจากโรค  แต่การบำเพ็ญนั้นเป็นสิ่งเหนือสามัญวิสัย   ฉะนั้นจึงมีหลักการเหนือสามัญวิสัยกำกับอยู่ ดังนั้นท่านจะนำมันมารบกวนสังคมคนธรรมดาสามัญในวงกว้างนั้น  ไม่อนุญาตให้โดยเด็ดขาด    หากชี่กงจะตั้งขึ้นมาเป็นโรงพยาบาล  ตั้งเป็นแผนกรักษาคนไข้นอก  ตั้งเป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ  ผลลัพธ์ของการรักษาก็จะตกลงไปทันที รับรองว่าจะเป็นเช่นนี้

ทุกท่านทราบว่า คนที่มีความเชี่ยวชาญ เมื่อรักษาโรคก็เพียงครั้งเดียว  หากกรรมที่สลายมากเกินไปก็ไม่ไหว  โรคโดยพื้นฐานนั้นเพียงครั้งเดียวก็หายแล้ว  พอส่งพลังกงออกมา และไม่ต้องพูดถึงวิธีการอะไร ไหนเลยจะมีวิธีการอะไร เมื่อความสามารถส่งออกมา  โดยผ่านส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายก็สามารถส่งออกมาได้ทั้งนั้น  เมื่อส่งพลังไปถึงแล้ว โรคก็หาย  เดิมทีก็ไม่พูดถึงวิธีการอะไร   แต่อาจารย์ชี่กงปลอม   เพื่อที่จะหลอกคนจึงสร้างวิธีรักษาอะไรออกมา  วิธีผลักเอย ระบายเอย บำรุงอะไรเอย  รวบจับอะไรเอย  เข็มชี่เอย  เข็มไฟฟ้าเอย  ปล่อยแสงอะไรเอย  วิธีที่วุ่นวายอะไร อย่างนี้อย่างนั้นมากมายเหลือเกิน เดิมทีพลังกงของผู้บำเพ็ญจะส่งออกไปอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น  ยังจะพูดถึงวิธีการอะไรอีก ไม่ใช่เรื่องแบบนั้นแต่อย่างใด  นั่นล้วนเป็นการหลอกคนเอาเงิน  การบำเพ็ญที่แท้จริง  ที่แท้ก็เป็นเรื่องอย่างนี้

แต่โรคในหมู่คนธรรมดาสามัญนั้น ไม่อาจไปแตะต้องได้ตามอำเภอใจ พอชี่กงนี้ตั้งเป็นโรงพยาบาลขึ้นมา  ผลลัพธ์ของการรักษาก็จะตกลงไปทันที  ก็ไม่ไหวแล้ว   เพราะไม่อาจใช้สิ่งเหนือสามัญวิสัย รบกวนสังคมคนธรรมดาสามัญเป็นวงกว้างตามอำเภอใจ คนธรรมดาสามัญก็อยู่ในระดับชั้นนี้ของคนธรรมดาสามัญ มีกฎในระดับต่ำที่สุดควบคุม หากนำกฎของระดับชั้นสูงมาแทรกแซงหลักการในหมู่คนธรรมดาสามัญ  กฎในระดับชั้นนี้ของคนธรรมดาสามัญ  ท่านคิดว่านั่นจะใช้ได้หรือ  เท่ากับทำลายหลักการของจักรวาล  ทำลายหลักการของมิติคนธรรมดาสามัญ  ดังนั้นหากท่านตั้งโรงพยาบาลขึ้นมาจริงๆ ประสิทธิผลของการรักษาของท่าน ก็จะต้องเหมือนกับ ประสิทธิผลของการรักษาในโรงพยาบาลของคนธรรมดาสามัญ  ดังนั้นท่านดูซิ  ทั้งหมดที่ตั้งเป็นโรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ  ตั้งเป็นแผนกชี่กงรักษาโรคอย่างนี้  เวลาที่มันรักษาก็จัดเป็นขั้นตอนการรักษาสักกี่ขั้นตอน รักษากันเป็นหลายขั้นตอน ฟังแล้วช่างน่าขัน ชี่กงยังต้องรักษากันเป็นหลายขั้นตอน ฉะนั้นประสิทธิผลของการรักษาของมันจึงไม่ดี จากด้านใดด้านหนึ่งของการรักษายังเทียบไม่ได้กับโรงพยาบาลของคนเขา  จึงเกิดปัญหานี้  เพราะมันเป็นสิ่งเหนือสามัญวิสัย

ในระหว่างขั้นตอนของการบำเพ็ญ คนเกิดจิตเมตตาออกมา  เห็นสรรพชีวิตว่าทุกข์ยากมาก  ตนเองก็ออกจากสามภพแล้ว  มีพลังสูงแล้ว ช่วยคนเขาทำสักหน่อย  โดยมีจุดมุ่งหมายเฉพาะ นี้ทำได้ หากท่านไปทำตามอำเภอใจ  นี้ไม่อาจทำได้  เมื่อคนๆนี้บำเพ็ญถึงระดับชั้นสูง  เขาสามารถจะทำให้คนมากมายหายจากโรค  แต่คนที่บำเพ็ญถึงระดับชั้นนี้  เขาพบว่าโรคของคนนั้น ไม่อาจจะทำให้หายได้ตามอำเภอใจ   เขามองเห็นหลักการนี้แล้ว  คือกรรมแห่งโรคนั้นมีเหตุสัมพันธ์กัน  คนล้วนกำลังชดใช้กรรม    ถ้าท่านไปขจัดให้ตามอำเภอใจ เท่ากับว่าทำเรื่องไม่ดีแล้วไม่ต้องชดใช้กรรม   มันมีหลักการนี้กำกับอยู่  เช่นนั้นบางคนพูดว่า ชี่กงรักษาโรค   เมื่อพูดจากความหมายใดความหมายหนึ่ง  มันยังคงเป็นการขจัดความเจ็บปวดในขณะนี้  ที่จริงการรักษาโรคของโรงพยาบาลไม่ใช่อย่างนี้หรอกหรือ  มันเพียงช่วยเคลื่อนย้ายให้กับท่าน  กรรมนั้นมันเอาออกไปไม่ได้

แท้ที่จริงโรคที่เราพูดถึงนั้นเป็นปัญหาในอีกมิติหนึ่งที่สะท้อนมาถึงมิตินี้  เช่นว่าส่วนไหนของร่างกายมีอะไรงอกขึ้นมา  หรือเกิดอักเสบ เป็นต้น ซึ่งเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย  ส่วนกรรมที่มีขนาดเล็กสักหน่อย ซึ่งมีระดับความหนาแน่นมาก เมื่อสะท้อนมายังมิตินี้ก็คือไวรัส  กรรมที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย นั่นก็คือแบคทีเรีย  ที่เราเห็นก็คือสิ่งนี้  ซึ่งอยู่ในอีกมิติหนึ่ง  คนจะรักษาให้ถึงรากเหง้าได้อย่างไรละ  เพราะท่านยังไม่สามารถทะลวงผ่านมิตินี้ไปได้  กรรมก็คือกรรมสีดำๆเป็นกลุ่มๆนั้น  ดังนั้นวงการบำเพ็ญเราจึงไม่เรียกว่าโรค  ไม่พูดถึงโรค  เพราะล้วนเป็นกรรม  ก็คือเรื่องนี้   เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้ว  แท้ที่จริงโรคนั้นไม่อาจไปแตะต้องตามอำเภอใจ  ท่านว่าด้วยจิตเมตตา  และอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมพิเศษ ช่วยคนทำสักหน่อย นี้เป็นไปได้ หากเพื่อชื่อเสียงผลประโยชน์ส่วนตัว เพื่อเงิน  เพื่อผลประโยชน์แล้วไปทำ  นี้ไม่ได้  มันมีหลักการนี้กำกับอยู่  

            เช่นนั้นมีคนพูดว่า  การรักษาโรคมิใช่เพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิตหรือ  นั่นไม่ใช่การทำเรื่องดีหรือ  ในช่วงธรรมะปลาย คัมภีร์นั้นก็ถูกตีความบิดเบือนหมดแล้ว  ท่านลองเปิด “คัมภีร์พระไตรปิฏก”ในนั้นมีหรือไม่ที่พูดว่าการรักษาโรคให้คนธรรมดาสามัญคือการช่วยเหลือสรรพชีวิต  ไม่มีเลย   การช่วยเหลือสรรพชีวิตหมายถึง การช่วยท่านจากสภาพแวดล้อมที่ทุกข์ยากนี้ของคนธรรมดาสามัญ ขึ้นไปสู่ระดับชั้นสูง ให้ท่านไม่ต้องอยู่ที่นี่รับความทุกข์ทรมานตลอดไป  คือความหมายนี้   นี่จึงเรียกว่าการช่วยเหลือสรรพชีวิตที่แท้จริง  แก้ไขปัญหาของคนจากแก่นแท้  ส่วนที่พูดว่าการรักษาโรคให้คนธรรมดาสามัญเป็นการช่วยเหลือสรรพชีวิตนั้นเป็นการพูดของอาจารย์ชี่กงปลอมพวกนั้น  ปั้นแต่งออกมาหาเงิน  ที่พระพุทธตรัสว่าช่วยเหลือคนไม่ใช่จุดประสงค์นี้แต่อย่างใด ทุกท่านคิดดูหากการรักษาโรคให้คนคือการช่วยเหลือสรรพชีวิต  ท่านว่าอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธยิ่งใหญ่หรือไม่ละ  พระพุทธใหญ่ของระดับชั้นสูงนั้น  พระบาทของพระองค์ยังใหญ่กว่าโลกของท่านเสียอีก  แค่โบกมือทีเดียวโรคทั้งหมดบนโลกก็ไม่มีแล้ว   เหตุใดพระองค์จึงไม่ทำละ  นี่จะดีเพียงไร  ช่วยเหลือสรรพชีวิตใช่หรือไม่  คนก็เป็นอย่างนี้   ท่านติดค้างหนี้กรรมท่านต้องชดใช้   ไม่อาจทำลายหลักการนี้  กรรมที่คนก่อไว้เอง ก็ต้องชดใช้    ท่านคิดจะบำเพ็ญ ท่านต้องบำเพ็ญซินซิ่งไปพลางชดใช้กรรมไปพลาง หวนคืนกลับไป   เราจะยกตัวอย่างหนึ่ง  เช่นว่า คนๆนี้คิดจะออกนอกประเทศ  ไปยังประเทศที่ร่ำรวยเสวยสุข  เช่นนั้นหนี้ที่ท่านติดค้างอยู่ในประเทศนี้ ท่านก็ต้องชดใช้ให้หมด  ท่านปัดๆแล้วก็ไป  นั่นจะใช้ได้หรือ   ต้องชดใช้ให้หมดท่านจึงจะไปได้  หรือพูดในความหมายนี้  คือท่านจะบำเพ็ญท่านก็ต้องทนทุกข์  มันมีหลักการหนึ่งอย่างนี้  แน่ละเมื่อบำเพ็ญต้าฝ่าจะสามารถสลายไปส่วนหนึ่ง  หากไม่สลายส่วนหนึ่งให้กับท่าน  ท่านก็ไม่มีทางจะบำเพ็ญได้  คนนั้นอยู่ในกงกรรมกงเกวียนมาจนถึงขั้นนี้   อุปสรรคนั้นใหญ่เหลือเกินแล้ว  ดังนั้นจึงต้องช่วยท่านสลายไปส่วนหนึ่ง จึงจะสามารถบำเพ็ญได้  เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดถึงการรักษาโรค จึงถือโอกาสพูดถึงเหตุผลในนั้นให้กับทุกท่าน

เช่นนั้นเหตุใดจึงมีอาจารย์ชี่กงบางคนพูดว่า  เรียนวิชาของฉันสามวันก็รักษาโรคได้ ห้าวันรักษาโรคได้ สิบวันท่านก็จะรักษาโรคได้  เป็นอาจารย์ชี่กง  พอออกจากชั้นเรียนก็เป็นหมอชี่กง  เช่นนั้นเหตุใดคนจำนวนมากจึงบรรลุไม่ถึงละ เหตุใดจึงมีคนจำนวนน้อยกลับสามารถรักษาโรคบางอย่างให้คนเขาได้ละ มูลเหตุคืออะไร  ที่บรรลุไม่ถึงเพราะเป็นการทำลายหลักการของคนธรรมดาสามัญ ซึ่งไม่อาจอนุญาตให้ได้   เช่นนั้นเหตุใดบางคนยื่นมือรักษาโรคให้คนเขาก็รักษาให้หายได้หลายคนละ  ตนเองดีใจอย่างล้นเหลือ  ยิ่งเพิ่มความศรัทธาต่ออาจารย์ชี่กงดังกล่าว  ข้าพเจ้าขอบอกท่าน  นั่นคือคนบางคนถูกหลอก  อาจารย์ชี่กงดังกล่าวที่ทำอย่างนี้มักจะมีตัวสิงร่าง  เพราะตัวสิงร่างมันก็มีพลังกงอยู่บ้าง  ถ้ามันไม่มีพลังกงก็รักษาโรคไม่ได้  มันมีกระทั่งความสามารถพิเศษ มันให้สื่อสัญญาณกับท่านเล็กน้อย  ให้พลังงานเล็กน้อย  แต่พลังงานมันก็หมดไปได้  ท่านรักษาไปหนึ่งโรค  มันก็หมดไปส่วนหนึ่ง  เมื่อรักษาอีกเล็กน้อยก็หมดไปอีก  ท่านรักษาอีกไม่กี่คนก็หมดแล้ว  จากนั้นมาจิตยึดติดในการรักษาโรคให้คนกลับรุนแรงอย่างมาก  เมื่อหมดไปแล้ว  ท่านยังรักษาอีกก็ไม่หายแล้ว

เมื่อไม่หาย ก็จะเกิดปัญหาหนึ่ง  ปัญหาอะไรละ  เมื่อท่านรักษาโรคอีกก็จะเป็นการใช้รากฐานของท่าน แลกเปลี่ยนกับโรคของคนอื่น  หมายความว่าอะไรหรือ  ก็คือในจักรวาลนี้มีหลักการหนึ่งเรียกว่า “ไม่เสียก็ไม่ได้”  จะได้ท่านก็ต้องเสีย  อย่าเห็นว่าท่านได้ของที่ไม่ดี  เนื่องจากท่านรักษาโรคของคนเขาไม่หาย  ท่านคิดแต่จะให้โรคของคนอื่นหาย  แล้วจะทำอย่างไรละ  โรคนี้ท่านก็รับไปก็แล้วกัน  ให้คนป่วยหายจากโรค  เพราะท่านอยากให้โรคของเขาหายใช่ไหม  บางคนยอมให้ตัวเองได้โรคมาก็จะรักษาเขาให้หาย  ไม่ใช่เพราะเกิดจิตเมตตา   จะให้เขาหายป่วยให้ได้  เขากลัวว่าเขาจะเสียชื่อเสียง  ท่านดูอาจารย์ชี่กงคนนี้ให้ร้ายคนถึงระดับไหน  เกิดจิตยึดติดต่อชื่อเสียงและผลประโยชน์หนักเพียงไร  จิตยึดติดต่อชื่อเสียงและผลประโยชน์นี้ทำร้ายคนรุนแรงแค่ไหน เขากลัวเขาจะเสียชื่อเสียงเขาจึงคิดอย่างนี้  จะต้องให้เขาหายป่วยให้จงได้  กระทั่งให้ตัวเองได้โรคก็เอา  เอาละ ท่านจะรับก็ให้ท่านได้รับ  ต้องแลกกัน  ไม่อาจได้ไปเปล่าๆ  สิ่งนั้นของคนเขานั้น ท่านอย่าเห็นว่าคือโรค  เมื่อสลายทิ้งไปแล้วก็จะกลายเป็นกุศล  สสารนั้นไม่ดับสลาย   มันสามารถผันแปรได้  อ้อ ท่านเอาไปแล้ว ดีละ  ฉะนั้นท่านก็ให้กุศลกับคนเขาเพื่อแลกเปลี่ยน   สิ่งเดียวที่แลกเปลี่ยนกันในฝั่งนั้นก็คือกุศล  ให้กุศลแก่คนเขาไป  ตัวเองเอาโรคของคนเขามา  เขาทำเรื่องที่โง่เขลาที่สุด  กุศลนี้ล้ำค่าแค่ไหนหนา

ที่ผ่านมาในศาสนาพูดว่า คนสูงอายุก็พูดกันว่า ชาตินี้ลำบากหน่อยไม่เป็นไร  ทำเรื่องดีมากหน่อย สะสมกุศล  ชาติหน้าก็จะมีโชคลาภ  ความหมายอีกอย่างคือ กุศลนี้สามารถนำโชคลาภ นำตำแหน่งมาให้ท่านได้  ที่จริงนั้น  เราก็พบว่ามันเป็นรูปแบบการแลกเปลี่ยนชนิดหนึ่ง  เมื่อท่านคิดจะได้โชคลาภนั้น  แต่ท่านไม่มีกุศลไปแลกท่านก็จะไม่ได้มา  บางคนทำการค้า  พอทำก็ใหญ่โตมาก  บางคนทำแต่ก็ไม่มี  เพราะเขาไม่มีกุศล  กุศลน้อยมาก  แลกมาไม่ได้  บางคน ข้าพเจ้าขอบอกท่าน  ถ้ากุศลนั้นมีน้อยแล้ว  ท่านขอทานก็ขอไม่ได้  ท่านต้องให้กุศลแก่คนเขา  คนเขาจึงจะให้อาหารท่าน  ที่ฝั่งนั้นมีรูปแบบการแลกเปลี่ยน  ดังนั้นหากท่านไม่มีกุศล อะไรก็ไม่มี  เป็นกรรมสีดำทั้งหมด   ดังนั้นคนๆนี้ก็จะเป็นคนสารพัดชั่ว  ต้องเผชิญกับการดับสลายอย่างถึงที่สุด  แม้แต่จิตก็จะดับสลาย  นั่นเรียกว่าดับสลายทั้งกายและจิต  เป็นเรื่องที่น่ากลัวยิ่งนัก  เวลาที่ดับสลายก็จะดับสลายชีวิตลงไปทีละชั้น ทีละชั้น    ขณะแบกรับบาปกรรมทั้งหมดที่มีอยู่ ชีวิตก็กำลังดับสูญ

ในเมื่อกุศลนี้เป็นของล้ำค่าอย่างนี้  เช่นนั้นจะมอบให้คนเขาตามชอบใจได้ไหม  ท่านว่าอาจารย์ชี่กงคนนั้นมิใช่กำลังทำร้ายคนอยู่หรือ  ทำร้ายคนและยังทำร้ายตัวเขาเองด้วย  เขาทำความชั่วมากเกินไป  เขาสอนให้ท่านรักษาโรคให้ผู้คน  หลังจากเกิดจิตยึดติดแล้ว  หากรากฐานของท่านดี  ก็ใช้กุศลของตัวเองรักษาโรคให้คนเขา  นำโรคมาสู่ตัวท่าน  เอากุศลให้คนอื่น  หลายปีนี้มีคนแบบนี้สักเท่าไรที่  รักษาโรคให้คนเขาแล้ว ตัวเองก็คล้ายกับป่วยหนักหนึ่งรอบ  กลับบ้านไปทนทรมาน  มีคนแบบนี้เท่าไรกันละ มิใช่มากมายเหลือเกินแล้วหรือ คนไหนๆที่รักษาโรคมิใช่เช่นนี้หรือ  ที่จริงล้วนเป็นเช่นนี้  รักษาโรคให้คนเสร็จ เขาก็กลับไปทนทรมาน  ก็คือท่านใช้กุศลของท่านแลกกับโรคของคน  นี่ยังไม่นับ  หากเดิมทีท่านคือคนที่จะสำเร็จสมบูรณ์ได้  สามารถบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูงได้มรรคผล  แต่ในทันใดมันก็ทำลายท่านแล้ว  ทำลายถึงระดับไหนหรือ  จิตใฝ่ในชื่อเสียงและผลประโยชน์นั้นยากที่สุดที่จะทิ้ง  หากใครบอกว่าตัวเองดี ก็ลิงโลดใจเสียเหลือเกิน  ใครใครล้วนแต่มีจิตสำนึกที่ดื้อรั้นอย่างมากชนิดนี้แฝงอยู่   ใครยกยอตนเอง ก็ตัวลอยขึ้นมาแล้ว  ใครเรียกท่านสักคำว่าอาจารย์ชี่กง โอ้ ท่านรักษาโรคให้ฉันหายแล้ว  ท่านช่างเก่งกาจมากจริงๆ ท่านก็ลืมตัวไม่รู้ว่ามากเพียงใดแล้ว

เช่นนั้นจิตใฝ่ในชื่อเสียงและผลประโยชน์นี้ พอขึ้นมา ทุกท่านคิดดู  จะทิ้งจิตนี้ให้ท่านนั้นยากเสียเหลือเกินแล้ว  มีหลายคนที่ข้าพเจ้าบอกเขา  ไม่ให้เขารักษาโรค  มือเขาก็คันยิกยิก  จะรักษาคนให้ได้  จิตใฝ่ในชื่อเสียงและผลประโยชน์นี้ขึ้นมาแล้ว  จะทิ้งไปได้อย่างไรละ   โดยเฉพาะเวลาที่รักษาโรคให้คน  จะก่อเกิดเป็นสนามหนึ่งร่วมกับคนป่วย เพราะท่านบำเพ็ญอยู่ในภพ ไม่ว่าท่านจะบำเพ็ญสูงเพียงใด  ท่านไม่มีความสามารถที่จะปกป้องตนเอง  ท่านย่อมจะเชื่อมต่อกับคนป่วยเป็นหนึ่งสนาม  ชี่แห่งโรคบนร่างกายคนป่วยล้วนพลิกข้ามมาให้บนตัวท่าน กระทั่งบนร่างกายท่านยังมีชี่แห่งโรคมากกว่าคนป่วยเสียอีก  แต่รากเหง้าของโรคอยู่ที่เขาท่านแตะต้องไม่ได้  ท่านก็รักษาไม่หาย  ชี่สีดำของเขาลดน้อยลงหน่อยแล้ว เขารู้สึกสบายขึ้นแล้ว  ส่วนท่านตรงนี้ต้องไปทนทรมาน  นานๆเข้า หนึ่งโรค สองโรคที่ได้มา ท่านไม่ใส่ใจ  นานๆเข้า โรคของใครท่านก็รักษาให้หมด  ชี่แห่งโรคอะไรล้วนเต็มไปทั้งตัวท่าน  อาจารย์ชี่กงบางคนบอกให้ท่านผลักออกไป  ข้าพเจ้าขอบอกท่าน การบำเพ็ญยังคงต้อง บำเพ็ญอยู่ที่ตัว พลังอยู่ที่อาจารย์    มือของคนธรรมดาสามัญเช่นท่าน   ความนึกคิดของคนธรรมดาสามัญสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ไหม  หากท่านสามารถผลักโรคนั้นออกไปได้  โรคเรื้อรังที่ตัวท่านได้รับ ท่านผลักออกไปแล้วหรือ ท่านผลักออกไปไม่ได้เลย  ดังนั้นรู้สึกว่าชี่เคลื่อนลงไปข้างล่าง  ชี่ดีชี่ไม่ดีก็เคลื่อนเหมือนๆกัน  ที่เคลื่อนออกไปยังจะหดกลับมา ดังนั้นเขา(อาจารย์ชี่กงปลอม)มิใช่ทำร้ายท่านจนเหลือทนหรอกหรือ    ตัวท่านเองทำจนร่างกายสกปรกทั้งตัว  ชี่สีดำนั้นคืออะไร  ก็คือกรรม เมื่อสะท้อนมาถึงร่างกายในมิตินี้ก็คือโรค  ท่านเองทั้งตัวเต็มไปด้วยโรค   จิตใฝ่ในชื่อเสียงและผลประโยชน์ยังขึ้นมาแล้ว  จิตนี้ยังยากจะทิ้งไป  ท่านรักษาโรคให้คนท่านต้องทนทรมาน

การบำเพ็ญในภพ คนจำนวนมากล้วนไม่ทราบว่า  เมื่อเริ่มต้นบำเพ็ญนั้นก็คือต้องชำระร่างกายให้บริสุทธิ์  ใช้ชี่กรอกทะลวงร่างกาย  กรอกให้ร่างกายสะอาด ก็คือจุดประสงค์นี้   เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบำเพ็ญในระดับชั้นสูง และวางรากฐานของสิ่งต่างๆ  เมื่อถึงการบำเพ็ญในระดับชั้นสูง  ก็ยังคงชำระต่อไปเรื่อยๆ  ชำระไม่หยุดหย่อน  ให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น  บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น  สุดท้ายถูกสสารพลังงานสูงแทนที่  การบำเพ็ญในภพทั้งหมดนั้น ล้วนคือการชำระร่างกายตนเอง  เช่นนั้นท่านคิดดู  ท่านรักษาโรคให้คนไม่หยุดหย่อน  ไม่หยุดที่จะนำของสกปรกมาใส่ตัวเอง  ท่านมิใช่กำลังทำสิ่งตรงกันข้ามกับการบำเพ็ญหรอกหรือ ท่านรักษาโรคให้คน  ท่านเกิดจิตเมตตาที่ยิ่งใหญ่นั้นจริงๆหรือ ไม่ใช่ แต่เป็นจิตใฝ่ในชื่อเสียงและผลประโยชน์บงการท่าน หากท่านไม่ทำเพื่อเงินก็ทำเพื่อชื่อเสียง  สามารถรักษาโรคได้แล้ว  มือก็คันยิกๆ  ถ้าไม่รักษาโรคให้คน  ดูเหมือนจะไม่ได้แสดงความสามารถออกมา  ไม่ใช่เรื่องอย่างนี้หรอกหรือ  เช่นนั้นการบำเพ็ญมิใช่การละทิ้งจิตยึดติดหรือ  ท่านว่าจิตดวงนี้จะทิ้งไปอย่างไรละ  เขาทำร้ายท่านไม่เบาเลยจริงๆ  ดังนั้นเราที่นี่ได้บอกสาเหตุที่แท้จริงที่ไม่รักษาโรคออกมาแล้ว

            ผู้ที่สามารถรักษาโรคได้จริงๆ ผู้ที่บำเพ็ญได้สูงมาก แต่บางทียังไม่เปิดการรู้แจ้ง  คนแบบนี้ เมื่อได้พบกับคนดีโดยบังเอิญจึงให้การรักษาสักหน่อย นี้ทำได้ แต่มักจะไม่บอกชื่อไม่เรียกค่าตอบแทน  ส่วนมากเป็นเช่นนี้  ที่จริงเขาก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยแก่นแท้   เขาเพียงแต่ช่วยท่านเคลื่อนย้ายทุกข์ภัยนี้  กดมันลงไปจากมิติสสารชั้นผิวนี้ของเรา   กดเข้าไปในมิติสสารระดับชั้นที่ลึก  แต่สุดท้ายมันยังจะกลับออกมาได้  ยังมีอีก ก็คือเขาผันแปรสิ่งนี้ให้กับท่าน  ผันแปรให้กลายเป็นไม่ต้องเจ็บป่วย แต่ให้ท่านประสบกับภัยอย่างอื่น มีวิธีการบำเพ็ญหลายอย่าง เป็นการบำเพ็ญของจิตสำนึกรอง   ท่านอย่าเห็นว่าเขามีพลัง  ตัวเขามีพลังอะไร  สภาวะอะไร  พลังกงนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร  ออกมาได้อย่างไร  บำเพ็ญผ่านมาอย่างไร  พลังกงนั้นอยู่ที่ไหน  เขาเองไม่เข้าใจแม้แต่น้อย  เขารู้แต่ไปทำ  ที่จริงผู้ที่ทำเรื่องนั้นคือจิตสำนึกรอง  เพราะจิตสำนึกรองกำลังบำเพ็ญใช่ไหม  ดังนั้นเขาช่วยเคลื่อนย้ายให้กับท่านหรือผันแปรไปให้ร่างกายคนอื่น แต่จะผันแปรตามชอบใจไม่ได้  เป็นได้แต่ญาติสนิทมิตรสหายเท่านั้น  แต่ก็ยังมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยน  ไม่อาจรักษาโรคให้เปล่าๆได้  ท่านต้องยอมทุ่มเท  มันมีหลักการในชั้นนี้

            พูดมาถึงตรงนี้ข้าพเจ้าจะบอกทุกท่านว่า  ท่านอย่าเห็นอาจารย์ชี่กงบางคนมีชื่อเสียงโด่งดังมาก  ทั้งหมดนั้นเขากำลังสร้างความวุ่นวายให้กับสังคมมนุษย์ ปัจจุบันดินแดนบริสุทธิ์มีน้อยมาก  หน่วยงานของสังคมคนธรรมดาสามัญเราล้วนเหมือนกัน  หน่วยงานใดไม่มีคนเหล่านั้นที่ทำลายสังคมมนุษย์เรา ทำลายเรื่องในสังคมมนุษย์ละ  ทุกแห่งหนล้วนเป็นมาร  ชี่กงโดยตัวมันเองคือการบำเพ็ญ  พวกนี้จะเป็นดินแดนบริสุทธิ์ได้ไหม  บางคนทำลายฝ่าหลุนต้าฝ่าของเรา  เพราะอะไรละ  มิใช่เพื่อชื่อเสียงและผลประโยชน์ที่เขาไม่ได้รับหรือ แน่ละเจ้ามารนี้ หากไม่คงอยู่ก็ยังไม่ได้  หากมารนี้ไม่คงอยู่นั่นก็บำเพ็ญสะดวกเกินไปแล้ว   ฝ่าหลุนต้าฝ่าของท่านไม่มีอุปสรรคอะไรเลยก็บำเพ็ญขึ้นไปได้ นี่ก็ง่ายเกินไปแล้ว เพราะการละทิ้งจิตใจของคน ทุกๆด้านล้วนต้องปรากฏออกมา  โดยเฉพาะคือ ศูนย์ฝึกบางแห่งของฝ่าหลุนต้าฝ่า  มีปรากฏคนอย่างนี้  คือพูดว่าตัวฉันก็คือพระพุทธแล้ว   พวกคุณอย่าเรียนกับหลี่ หงจื้อเลย  ทำไมจึงมีปรากฏการณ์อย่างนี้ละ  ก็คือจะดูว่าโดยแก่นแท้ ท่านใจหวั่นไหวหรือไม่  เรื่อยไปจนท่านบำเพ็ญถึงก้าวสุดท้าย  ยังจะทดสอบใจดวงนี้ของท่าน  ดูว่าจากแก่นแท้จะรับรู้ฝ่าได้หรือไม่  มั่นคงหรือไม่  ต้องยกระดับในด้านต่างๆ  ล้วนต้องแน่นหนา

ข้าพเจ้าพูดถึงตรงนี้ จะพูดปัญหาหนึ่งให้กับทุกท่าน  ในอนาคตการรักษาโรคของเต๋าเล็ก ฝ่าเล็กในภพอาจจะยังคงอยู่  มันเป็นแต่เพียง รูปแบบนั้นที่คงอยู่  มันจะรักษาอย่างไร  ข้าพเจ้าก็พูดแล้ว  ความสามารถน้อยมาก  โรคเบาๆสามารถรักษาได้  โรคหนักจะรักษาไม่ได้  แต่ผู้บำเพ็ญเฉพาะราย  มุ่งทำให้กับคนจำนวนน้อยเฉพาะรายนั้นทำได้  แต่หากรบกวนสังคมในวงกว้าง  เรื่องอย่างนี้รับรองว่าเขาทำไม่ได้แน่ อาจารย์ชี่กงบางคนตามที่เรียกกัน  จัดชั้นเรียนที่มีคนมากๆ สอนคนไปรักษาโรค  ล้วนกลายเป็นปรมาจารย์ชี่กง  โรคอะไรก็รักษาได้  หากพูดกันตามนี้  สังคมมนุษย์ก็ไม่มีโรคอะไรแล้ว  แต่เขาไม่อาจบรรลุได้  ก็คือหลักการนี้  แต่จะสามารถรักษาโรคได้หรือไม่ละ  รักษาก็จะเป็นสภาพการณ์นั้น  ก็เป็นรูปแบบนั้น  ดังนั้นฝ่าหลุนต้าฝ่าเราคือการถ่ายทอดพลังไปสู่ระดับชั้นสูง  เป็นการบำเพ็ญที่แท้จริง

            การบำเพ็ญที่แท้จริง จึงเท่ากับช่วยคน ดังนั้นข้าพเจ้าก็พูดกับทุกท่านอย่างชัดเจนแล้ว  ผู้ที่บำเพ็ญฝ่าหลุนต้าฝ่าอย่างแท้จริง ท่านก็ไม่อาจลงมือรักษาโรคให้คน  หากท่านทำการรักษาโรคจริงๆ  ก็ถือว่าทำลายฝ่านี้สร้างภัยพิบัติต่อฝ่านี้  ดังนั้นหากเพียงท่านไปรักษาโรคให้คนเขา  ข้าพเจ้าก็จะไม่ให้ท่านทำลาย สร้างความแปดเปื้อนต่อสิ่งล้ำค่าเช่นนั้น  ฉะนั้นฝ่าเซินของข้าพเจ้าจะเก็บฝ่าหลุนและกลไกบังคับทั้งหมดนั้นกลับคืนมา  ท่านดูซิ ผู้บำเพ็ญที่แท้คนไหน  เปิดประตูรักษาโรคให้คน  ทำเรื่องแบบนี้   ในอดีตผู้บำเพ็ญเต๋านั้นก็ดี  พระสงฆ์ที่บำเพ็ญพุทธะก็ดี  ไหนเลยที่พูดว่ารักษาโรคให้ท่าน   ใช้ยารักษาโรคละก็มี หรือใช้ความสามารถพิเศษรักษาโรคเป็นการเฉพาะราย ก็อนุญาตให้ทำได้ แต่ยังต้องไปทำอย่างมีเงื่อนไข  ถ้าไม่มีเงื่อนไขก็ไม่ได้  เรื่องนี้เราพูดชัดเจนแล้ว  คุณกับโทษของมันข้าพเจ้าก็พูดกับทุกท่านแล้ว  เป็นการทำร้ายท่านอย่างมากจริงๆ  ท่านไม่คิดดู  อาจารย์ชี่กงคนหนึ่ง หากรักษาโรคให้คนเขา ต้องผ่านการบำเพ็ญกี่สิบปีจึงสามารถบำเพ็ญกงเหนิงนั้นออกมาได้  จึงจะสามารถบำเพ็ญความสามารถนั้นออกมา  อ้อ ท่านเรียน สามวันสามารถรักษาโรคได้  ห้าวันรักษาโรคได้ สิบวันรักษาโรคได้  นี้ไม่เหมือนกับการละเล่นหรอกหรือ  ล้วนมีความคิดกัน ทำไมไม่คิดดู  สามวันท่านก็เป็นอาจารย์ชี่กงแล้ว  ข้าพเจ้าว่า “เต๋า” นี้บำเพ็ญขึ้นมาง่ายเกินไปแล้ว  เหมือนก้อนหินบนพื้น  พอหยิบขึ้นมาก็กลายเป็นพระพุทธแล้ว ปัญหานี้ก็พูดเพียงเท่านี้  เพราะสิ่งที่จะพูดนั้นมากมายเหลือเกิน  จัดชั้นเรียนสิบห้าสิบหกชั่วโมง      สิ่งที่จะพูดก็ไม่อาจพูดออกมาให้ทุกท่านได้ในทันที

            ถ้าคิดจะบำเพ็ญ  ข้าพเจ้าว่าต้องศึกษาฝ่าให้ดี  “จ้วนฝ่าหลุน” ของฝ่าหลุนต้าฝ่าเรา  หนังสือเล่มนี้ก็ออกมาแล้ว  ทั้งหมดล้วนเป็นเนื้อหาการบรรยายของข้าพเจ้า  ได้นำเขาออกมาอย่างครบถ้วนแล้ว  ดังนั้น นี้สามารถจะเป็นรากฐานในการบำเพ็ญในแนวทางนี้ของเราในอนาคต  ไม่ขอพูดมากแล้ว  พูดอย่างคร่าวๆก็เพียงเท่านี้  สุดท้ายหวังว่าทุกท่านที่บำเพ็ญอยู่ในต้าฝ่านี้จะสำเร็จสมบูรณ์โดยเร็ววัน

 

 

 

 

 


การบรรยายธรรมตอบข้อสงสัย ที่เมืองฉางชุน

หลี่ หงจื้อ

 

ศิษย์           ท่านอาจารย์พูดว่า ปัจจุบันคือยุคธรรมะปลาย พระพุทธ เต๋า เทพ ล้วนแต่ไม่ดูแลเรื่องของคนธรรมดาสามัญแล้ว  เช่นนั้นเหตุใดท่านยังดูแลละ

อาจารย์    เพราะข้าพเจ้าเป็นคนในหมู่คนธรรมดาสามัญ คนอื่นล้วนไม่ดูแลแล้ว  ข้าพเจ้าจะดูแล  นี่เป็นเรื่องที่ตัวข้าพเจ้าจะทำ  แต่ว่า  ไม่ใช่ร้อนวิชาขึ้นมาก็จะสามารถทำได้

ศิษย์           สามีดิฉันฝึกชี่กงอย่างอื่นจะไม่ขัดกับการบำเพ็ญฝ่าหลุนต้าฝ่าของดิฉันหรือ

อาจารย์    ท่านฝึกของท่าน เขาฝึกของเขา  ถ้าเขาคิดจะเรียนต้าฝ่าท่านก็สอนเขา  ถ้าไม่คิดจะเรียน ท่านก็ฝึกของท่าน  ความกลัวก็เป็นจิตยึดติด  ใจไม่หวั่นไหวก็ไม่มีปัญหา

ศิษย์     ไม่มีความคิดที่จะบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูง ก็คือหยุดอยู่ที่ระดับชั้นของการขจัดโรครักษาสุขภาพ  เรียนถามท่านอาจารย์ผมจะสำเร็จสมบูรณ์ได้ไหม  ผมอาศัยจิตใจที่ดีงามของตัวเองทำตัวเป็นคนดีคนหนึ่งในหมู่คนธรรมดาสามัญในสังคม  ตายแล้วจิตจะไปที่ไหน

อาจารย์   ท่านไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูง ท่านยังจะสำเร็จสมบูรณ์อะไรได้ละ  ท่านดูซิ คำถามคือ “ ผมไม่มีความคิดที่จะบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูง ” ก่อนอื่นก็พูดอย่างนี้แล้ว  เช่นนั้นท่านยังจะต้องสำเร็จสมบูรณ์อะไร  ชาติหน้าไปเกิดเป็นอะไรก็ยังไม่แน่  แต่อาจสะสมกุศลไว้แล้ว  ทำเรื่องที่ดีไว้แล้ว เช่นนั้นเมื่อทำเรื่องที่ดีไว้แล้ว  สะสมกุศลไว้แล้ว  ทนทุกข์แล้ว  กุศลของท่านก็ย่อมจะมาก  เพราะท่านไม่คิดจะฝึกพลัง และไม่ผันแปรเป็นพลังกง   ชาติต่อไปย่อมจะได้โชคลาภ

ศิษย์           ผู้ฝึกที่วิจัยโจวอี้(ตำราว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง)จะกระทบต่อการฝึกพลังหรือไม่

อาจารย์      สิ่งนั้นเป็นเพียงหลักการหนึ่งของทางช้างเผือกเรา  ไม่ใช่หลักการที่ใหญ่กว่า ส่วนฝ่าที่เราฝึกนั้นใหญ่กว่า  ต้าฝ่านี้พอที่จะให้ท่านวิจัยชั่วชีวิต

ศิษย์           ซิลิโคนที่ใส่เข้าไปเสริมจมูก สิ่งนี้เป็นอย่างไร

อาจารย์      ไม่เป็นไร  พวกเราบางคนถามว่า  ผมทำหมันแล้วหรือผ่าตัดอะไรทิ้งไปแล้ว  ล้วนไม่เป็นไร  ข้าพเจ้าขอบอกท่าน  ร่างแท้นั้นของท่านไม่ได้ตัดอะไรทิ้งไป  ให้ฝึกต่อไป  อะไรๆก็สามารถจะบำเพ็ญออกมาได้

ศิษย์           ทุกครั้งที่ในใจผมคิดถึงฝ่าหลุนก็สั่นเทิ้ม  นี้มีสาเหตุอะไร

อาจารย์    หากมีตัวสิงร่าง อาจเกิดสภาพการณ์นี้ได้  แต่ในชั้นเรียน เราได้จัดการให้เป็นจำนวนมากแล้ว  มีเพียงส่วนน้อยที่ความคิดยังไม่ยอมเปลี่ยน ไม่ยืนหยัดคิดที่จะบำเพ็ญ ก็ไม่จัดการให้  เวลาจัดการให้ไม่ ได้ตรวจสอบมาก

ศิษย์           พูดกันว่าการเลื่อนตำแหน่งเป็นสิ่งที่ลิขิตไว้ในชีวิต  คนๆนั้นก็ไม่ต้องแสดงความขยันขัน แข็งแล้ว  ทั้งหมดก็รอการจัดวางชะตาชีวิต

อาจารย์      ฝ่านั้นพูดให้กับผู้บำเพ็ญ  ในฐานะคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง  หากวันนี้ข้าพเจ้าบอกท่านว่าเป็นเรื่องอย่างนี้ ท่านก็ต้องไปต่อสู้แย่งชิงทั้งหมด  เพราะท่านเป็นคนธรรมดาสามัญ  ท่านจะไม่เชื่อ  นี่ก็คือคนธรรมดาสามัญ  คนธรรมดาสามัญเขาไม่เชื่อเรื่องอย่างนี้ กระทั่งการแย่งชิง การต่อสู้ของท่านล้วนเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ

ศิษย์           ในขณะฝึกพลังร่างกายของผมโอนเอนโดยควบคุมตัวเองไม่ได้

อาจารย์      อย่าโอนเอน อย่าโอนเอนโดยควบคุมตัวเองไม่ได้  หากท่านจะโอนเอนจริงๆ(บังคับไม่อยู่) ท่านก็ลืมตา  มันก็จะไม่โอนเอน  จนกว่าท่านจะไม่โอนเอนในอนาคต

ศิษย์           ขณะที่ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า โดยเฉพาะคือฝึกชุดที่สอง ยืนสมาธิ  สองมือรู้สึกว่าอุ้มชี่กลุ่มหนึ่งไว้ ถ้าไม่ตั้งใจควบคุมไว้จะถูกกลุ่มชี่นี้ดึงมือเข้าข้างใน บางครั้งก็ผลักออกไปข้างนอก

อาจารย์      นี่คือฝ่าหลุนกำลังหมุนอยู่  ความรู้สึกของท่านก็คือความรู้สึกว่าฝ่าหลุนนั้นกำลังหมุนวนอยู่

ศิษย์           ท่องคาถาเลิงเอี้ยนเวลาฝึกพลังจะมีผลกระทบไหม

อาจารย์    ข้าพเจ้าพูดแล้ว การท่องคาถาก็คือการแสวงหาการเสริมพลังจากแนวทางนั้น  พวกท่านมีฝ่าหลุนของข้าพเจ้า  มีธรรมกายของข้าพเจ้าดูแล  ท่านยังจะท่องสิ่งนั้นทำไมกัน  ท่านคิดจะเหยียบเรือสองแคมหรือ  ท่านคิดจะแทรกสิ่งอื่นเข้าไปในการบำเพ็ญหรือ  ไม่ใช่ความหมายนี้หรือ  เช่นนี้ท่านก็จะไม่ ได้อะไรเลย

ศิษย์     ผมย้ายบ้านบ่อยๆ  ธรรมกายของท่านจะช่วยชำระห้องพักให้หรือไม่

อาจารย์      ผู้บำเพ็ญจริงไปที่ไหน ก็จะช่วยเหลือทั้งนั้น   หากย้ายบ้านเพื่อการชำระล้างบ้าน ท่านจะไม่ ได้อะไร  ข้าพเจ้าไม่ได้มาชำระล้างบ้านให้ท่าน

ศิษย์           ขณะที่กำลังปรากฏทัศนียภาพ  พอเก็บท่าจะกระทบอะไรต่อหลักพลังในการบำเพ็ญกับการเกิดพลังไหม

อาจารย์      หากบอกว่ามองเห็นทัศนียภาพอยู่ตรงหน้าแล้ว   พอดีการฝึกพลังก็หยุดจะกระทบอะไรกับการฝึกพลังของท่านไหม  ไม่มีผลกระทบอะไร  แต่โดยทั่วไปเวลาเกิดทัศนียภาพอยู่ตรงหน้า  ดีที่สุดท่านก็เฝ้าดูมันอย่างเงียบๆ  เรื่อยไปจนทัศนียภาพนี้ผ่านไปจะดีกว่า  พอปรากฏออกมาท่านก็จะไม่ดูมัน  คล้ายกับว่าท่านไม่คิดอยาก  เช่นนั้นบางทีสภาพการณ์นี้ก็เท่ากับละทิ้งมัน  ดังนั้นเรายังคงบอกให้ท่านดู  แต่อย่าเกิดจิตยึดติดใดๆ

ศิษย์           การหาคู่นับเป็นการยึดติดหรือไม่

อาจารย์      คนหนุ่มสาวเรามากมาย ล้วนต้องหาคู่สร้างครอบครัว  การบำเพ็ญอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญไม่ใช่บอกให้ท่านเป็นแม่ชี  นี้ไม่มีปัญหา  แนวทางนี้ของเราที่สำคัญคือให้ท่านไปบำเพ็ญอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนนี้

ศิษย์           เด็กๆหลังจากฟังการบรรยาย  ไม่สามารถยืนหยัดฝึกพลัง  ฝ่าหลุนจะคุ้มครองเขาตลอดไปหรือไม่

อาจารย์      ไม่สามารถยืนหยัดฝึกพลัง นั่นก็ไม่ได้นะ  ใช่ไหม  ต้องยืนหยัดฝึกพลัง  ข้าพเจ้ามาช่วยผู้บำเพ็ญ  ไม่ใช่มาช่วยคนธรรมดาสามัญโดยเฉพาะ

ศิษย์           ผมรู้สึกได้ว่าเวลาฝ่าหลุนบนตัวผมหมุนวน  บางทีไม่ครบหนึ่งรอบก็เปลี่ยนทิศแล้ว  บางคนยังรู้สึกว่าฝ่าหลุนนี้หมุนร้อยกว่ารอบจึงกลับทิศหมุน  เพราะอะไรหรือ

อาจารย์      เพราะในระยะแรกเวลาที่ปรับร่างกายให้ท่าน เขาไม่ราบเรียบ  เขาเป็นร่างชีวิต เขารู้ว่าจะปรับให้ท่านอย่างไร  เรื่อยไปจนปรับให้ท่านเสร็จ  รอจนเมื่อร่างกายปรับเรียบร้อยแล้ว  จากนั้นก็จะเข้าที่  เขาก็จะหมุนตามเก้ารอบ หมุนทวนเก้ารอบเองตามธรรมชาติ   แต่เมื่อถึงเวลานั้นท่านก็จะไม่รู้สึกแล้ว  ไม่ใช่ว่าจะรู้สึกได้ตลอดไป  ทุกท่านทราบว่ากระเพาะของท่านเคลื่อนไหวได้  แต่ทุกท่านทราบไหมว่ากระเพาะของท่านกำลังเคลื่อนไหว    เมื่อมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายท่านแล้ว  เวลาที่มันคล้อยตามกันไป  ท่านก็ไม่รู้สึกถึงรูปแบบการคงอยู่ของมันแล้ว

 ศิษย์          ท่านอาจารย์บรรยายฝ่าและบอกความลับสวรรค์ให้เรา  พวกเราสามารถบอกกับคนที่ไม่ได้ฝึกพลังฟังได้ไหม

อาจารย์      ต่อคนทั่วไป อย่าพูดกับเขาสูงมากอย่างง่ายๆ  พูดแล้วเขาจะไม่เชื่อ   หากเขาเชื่อก็สามารถพูดได้  หาไม่คนที่ไม่ชอบก็จะทำลายต้าฝ่า

ศิษย์           ในสภาพการณ์ที่กำลังละทิ้งจิตยึดติดอยู่  ผู้บำเพ็ญจะสามารถคงไว้ซึ่งสภาวะที่ขยันขันแข็งในการดำเนินการช่วงชิงสิ่งต่างๆได้หรือไม่

อาจารย์      ในขั้นตอนนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน  จะให้คนจงใจปล่อยวางทั้งหมด  ย่อมไม่เป็นจริง  ท่านอยู่ในขั้นตอนนี้  ต่อให้ข้าพเจ้าเรียกร้องท่านอย่างเข้มงวดมาก  ท่านก็จะพยายามออกแรงมุมานะสักหน่อยเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนในหมู่คนธรรมดาสามัญ   เรื่องนี้โดยหลักการ ไม่มีปัญหา  แต่เมื่อท่านค่อยๆยก ระดับขึ้นเรื่อยๆ  จิตใจเหล่านี้ก็จะค่อยๆจืดจางลง   จะทำได้ในทันที ข้าพเจ้าว่านั่นไม่เป็นจริง  นอกจาก นี้ที่ว่าละทิ้งจิตยึดติด  แต่ยังคงไว้ซึ่งการมุมานะช่วงชิง  การคงไว้ของท่าน โดยตัวมันเองมิใช่ยึดติดหรือ ปัญหาที่ท่านถามขัดแย้งกันมาก

ศิษย์           ผมใช้ภาพถ่ายของท่านเบิกเนตรให้กับ พระพุทธรูป  คัมภีร์และแท่นบูชาพระพุทธรูปแล้ว แต่ธรรมกายของพระพุทธรูปนั้นจะเป็นธรรมกายของท่านหรือไม่  ตอนนี้จุดธูปไหว้ได้ไหม

อาจารย์     โดยหลักการ ข้าพเจ้าไม่ทำเรื่องเหล่านี้  คนธรรมดาสามัญเราไม่สนใจ  ผู้บำเพ็ญ หากท่านไม่ค่อยเชื่อต่อไปก็จะยิ่งยาก

ศิษย์           พอฝึกพลังก็เหงื่อออกทั่วตัว  ปรากฏการณ์ชนิดนี้ดีหรือไม่

อาจารย์      ย่อมดีแน่ละ  เหงื่อออกโดยตัวมันเองก็คือกำลังระบายสิ่งที่ไม่ดีออก   พูดได้ชัดว่าร่างกายท่านร้อนแล้ว  คนที่มีโรค ร่างกายจะเย็น  พูดได้ชัดว่าท่านฝึกได้ไม่เลว

ศิษย์            ผู้มีกุศลมากล้นจำเป็นต้องมี  การเสื่อมทราม กับสูญเสียกุศลของคนจำนวนมาก จึงจะสามารถสะสมกุศลได้หรือไม่

อาจารย์      ผู้มีกุศลมากล้น เขาเองสามารถจะมีจิตใจที่อดทนอย่างมาก   เขาเองสามารถทนทุกข์แห่งทุกข์ได้  เรื่องนี้จะมีอะไรเกี่ยวข้องกับคนอื่นหรือ  พูดถึงว่าเขาจะสามารถบำเพ็ญได้ถึงระดับชั้นสูงแค่ไหน  ต้องมีการสูญเสียกุศลของผู้อื่น  ไม่ใช่เรื่องอย่างนี้   ในระหว่างขั้นตอนของการบำเพ็ญ คนก็เป็นเช่นนี้คือจะมาให้ท่านชดใช้กรรม  นอกเสียจากท่านออกจากสภาพแวดล้อมนี้ไปบำเพ็ญ  เช่นนั้นก็ต้องเปลี่ยนวิธีการชดใช้กรรมอีกแบบหนึ่ง  แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้  แต่ที่บำเพ็ญก็ไม่ใช่ท่าน  ท่านอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้ไปบำเพ็ญมันเป็นสิ่งจำเป็น  คนหนา  เขาย่อมจะต้องรบกวนท่าน  ก็เหมือนท่านอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญย่อมจะต้องก่อกรรม

 ศิษย์           วันหนึ่งฝึกพลังกี่รอบดี

อาจารย์      มีเวลาก็ฝึกมาก  ไม่มีเวลาก็ฝึกแต่น้อย  กี่รอบก็ได้  เริ่มแรกพยายามฝึกให้มากจะดี  ที่ท่านฝึกคือการเสริมความแข็งแกร่งให้กลไกนี้  แต่การที่พลังของท่านโตขึ้นและการเปลี่ยนแปลงร่างกาย  การเพิ่มทวีของกงเหนิง(ความสามารถพิเศษ)ของท่านล้วนเป็นผลจากกลไกบังคับชนิดนั้นที่เราใส่ให้ท่าน ที่ท่านฝึกคือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับสมรรถนะของกลไก

ศิษย์           อยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญมักจะเกิดความนึกคิดนานาชนิด  ครุ่นคิดปัญหานานาชนิด จะทำให้ฝ่าหลุนเปลี่ยนรูปได้ไหม

อาจารย์      นี้ไม่อาจเปลี่ยนได้  การทำงานตามปกติกับการใช้ความคิดทั่วไปในขั้นตอนของการบำเพ็ญนั้นเป็นเรื่องปกติ  หากท่านครุ่นคิดแต่ผลประโยชน์ส่วนตน  คนอื่นไม่อาจรบกวนท่าน เรื่องเหล่านี้  จิตใจเหมือนคนธรรมดาสามัญแล้วจะยกระดับขึ้นได้อย่างไร  ย่อมจะกระทบต่อการยกระดับของท่าน
ศิษย์           ขณะนั่งสมาธิเกิดเสียงดังในหู  แล้วในสมองก็เปลี่ยนเป็นว่างเปล่า

อาจารย์      นี่เป็นเรื่องดี  ก็คือความคิดวุ่นวายของท่านไม่มีแล้ว  นี่ดีมาก  แต่ต้องรู้ว่าตนเองกำลังฝึกพลังอยู่

ศิษย์           เวลาที่พลังเกิดขึ้นแล้วใช่หรือไม่ว่าได้บำเพ็ญโดยมีจิตสำนึกหลักเป็นหลัก

อาจารย์      ไม่อาจรับรู้อย่างนี้  จิตสำนึกรองก็ฝึกไปด้วย  ได้พลังด้วย  แต่ในอนาคตเขาจะคงอยู่ในฐานะจิตสำนึกรองตลอดไป  ท่านคือร่างหลักตลอดไป

ศิษย์           ขณะฝึกพลังผมรู้สึกไม่ได้สติ

อาจารย์      รู้สึกไม่ได้สติก็ให้ลืมตาฝึก  อย่าฝึกโดยสติเลอะเลือน

ศิษย์           เวลานอนหงายอยู่ทำท่าโอบหลุนสี่ท่าจะได้ไหม

อาจารย์     อย่าทำอย่างนี้   ข้าพเจ้าก็ไม่ได้สอนอย่างนี้ให้ท่าน  บางคนรู้สึกว่าฝึกพลังอย่างนี้สบายดี ไม่เมื่อย  นั่นจะใช้ได้หรือ  ความทุกข์เล็กน้อยอันนั้นของการฝึกพลังก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ

ศิษย์           เมื่อก่อนขณะที่นั่งสมาธิมักจะเห็นทัศนียภาพ   แต่เพราะจิตใต้สำนึกถูกปิดไว้ออกมาไม่ได้อีกแล้ว

อาจารย์     ไม่ต้องสนใจมัน  อย่ายึดติดกับมัน  นั่นเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว   ต่อไปหากในขณะฝึกพลังเกิดสภาพการณ์อะไร ก็ให้เป็นไปตามธรรมชาติ  เพียงแต่ไม่ยึดติด  การมองเห็นนั้น เดิมทีเป็นเรื่องดี

ศิษย์           ครั้งนี้ไม่ได้เข้าร่วมชั้นเรียน  อ่านหนังสือศึกษาด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอจะได้อะไรบ้างไหม

อาจารย์     ไม่ได้เข้าร่วม  ศึกษาด้วยตนเอง   หากสามารถไปบำเพ็ญตามข้อกำหนดด้านซินซิ่งที่อยู่ในหนังสือได้จริงๆ ก็จะสามารถบังเกิดผลอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน

ศิษย์           มรรคผลที่ต่ำที่สุดของสายพุทธคืออะไร

อาจารย์      มรรคผลที่ต่ำที่สุดของสายพุทธคืออรหันต์   เพราะต่ำกว่านี้อีกก็ไม่มีมรรคผลแล้ว  ไม่ได้มรรคผลถูกต้อง  ออกจากสามภพไม่ได้

ศิษย์           ทั้งหมดที่เป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าหากมีความชำนาญพอก็จะบรรลุถึงการบำเพ็ญร่างพุทธใช่ไหม

อาจารย์   ต้าฝ่าไร้ขอบเขต  พุทธธรรมไร้ขอบเขต  ทั้งหมดขึ้นอยู่กับใจดวงนั้นของท่านไปบำเพ็ญ  เมื่อบำเพ็ญถึงหลักธรรมนอกภพ  ก็จะเริ่มบำเพ็ญในร่างพุทธะแล้ว

ศิษย์           จิตสำนึกรองกับจิตสำนึกหลัก ใช่หรือไม่ว่า เป็นคนละคน

อาจารย์      ล้วนเป็นท่านคนเดียว  เรียกชื่อเดียวกัน คลอดออกมาจากครรภ์มารดาพร้อมกัน  แต่กลับเป็นสองสำนึก

ศิษย์           เราจะเผยแพร่หลักธรรม และพลังอย่างไร

อาจารย์      เกี่ยวกับปัญหาว่าผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าของเราจะไปสอนการฝึกพลังอย่างไร  เราได้พูดไปแล้ว  ท่านสามารถไปสอน ไปเผยแพร่  การเผยแพร่หลักธรรมที่ถูกต้องเป็นการสะสมกุศลของท่าน  ทำเรื่องที่ดี  ช่วยเหลือคน  ท่านสามารถไปเผยแพร่ ไปพูด  แต่อย่าเอาคำพูดของท่านไปพูด  ต้องไปทำโดยใช้คำพูดว่าอาจารย์พูดว่าอย่างไร  หนังสือของข้าพเจ้าเขียนว่าอย่างไร  ทำตามวิธีการชุดนี้   หากแทรกความคิดใดๆของท่านเข้าไป  พูดตามทัศนียภาพที่ท่านเห็นเอง   ที่เผยแพร่ทั้งหมดนั้นย่อมไม่ใช่ฝ่าหลุนต้าฝ่าเรา  ท่านอยู่ในระดับชั้นนั้น  หลักการนั้นที่ท่านรับรู้ไม่ใช่หลักธรรมที่สมบูรณ์ครบถ้วน  เราพูดโดยเชื่อมโยงกับหลักการระดับชั้นสูง  ดังนั้นสิ่งนั้นของท่านจะไม่มีประโยชน์ในการชี้นำ ท่านอย่าเห็นว่าท่านมองเห็นอะไรได้แล้ว  รู้อะไรแล้ว  มันมีปัญหาอย่างนี้อยู่   นอกจากนี้ คือในขั้นตอนของการเผยแพร่หลักพลังของเราล้วนจัดเป็นงานอาสา ทำเรื่องดี สะสมคุณูปการและคุณธรรม  ในฐานะผู้ฝึกพลังท่านจะแสวงหาอะไร   ไม่แสวงหาชื่อเสียงและผลประโยชน์ใช่หรือไม่  สิ่งที่เราแสวงหาคือคุณูปการและคุณธรรม  ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้ใครเก็บค่าใช้จ่าย  ไม่อนุญาตให้ใครใช้รูปแบบนี้ของข้าพเจ้าเผยแพร่หลักพลัง  เปิดการสัมมนาทุกท่านแลกเปลี่ยนความเห็นกันที่สนามฝึก  นี้ทำได้   เพราะหลักธรรมนี้ท่านไม่อาจจะบรรยายได้  บางคนพูดว่าฉันเป็นครูสอน  สิ่งนั้นของท่านเป็นคนละเรื่องกัน   หลักธรรมนี้มีความนัยที่ลึกซึ้งมากๆ   ในระดับชั้นที่ต่างกันจะมีจุดประสงค์ของการชี้นำที่ต่างกัน   ซึ่งท่านไม่มีทางจะบรรยายได้

 


การบรรยายธรรมตอบข้อสงสัย ที่เมืองเจิ้งโจว

หลี่ หงจื้

 

ศิษย์           กับเด็กประเภทที่ซุกซนและไม่เชื่อฟังมากเป็นพิเศษ  ผมมักจะบ่น ตี ด่าทั้งวัน  เรื่องนี้ควรทำไหม

อาจารย์      วิธีสั่งสอนเด็กของพวกเรานั้นควรแก้ไขสักหน่อย  ท่านก็เห็นว่า ด่าเขาก็ไม่ได้ผล  ตีเขาก็ไม่ได้ผล  ท่านควรจะแก้ไขวิธีการสักหน่อย   ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่านว่า เด็กก็เป็นคนๆหนึ่ง  ท่านอย่าเห็นว่าเขาเป็นบุตรธิดาของท่าน   ร้อยปีให้หลังใครก็ไม่รู้จักใครแล้ว   ที่ท่านติดค้างเขาไว้ก็ต้องชดใช้คืน  ที่ข้าพเจ้าพูดนี้ท่านอาจไม่เชื่อ   บางคนก็หลงอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญ   เขาก็ยึดติดในเรื่องเหล่านี้   บังคับลูกเข้ามหาวิทยาลัย  สอบเข้ามหาวิทยาลัย   ข้าพเจ้าขอบอกท่าน  ที่ท่านติดค้างเขาไว้มากมายนัก  ในอนาคตจะกลับกัน  เขาก็จะเป็นพ่อของท่าน  และจะทำกับท่านอย่างนี้     นี้เป็นปัญหาวิธีการ  ถ้าเลี้ยงลูกโดยไม่สั่งสอนก็เป็นการทำความชั่ว   และติดค้างเขา

ศิษย์           ร่างแปลง   ร่างตอบแทนคืออะไร

อาจารย์      ข้าพเจ้าไม่ขอพูดเรื่องนี้กับท่าน   เป็นคำศัพท์ที่กำหนดไว้ในพุทธศาสนา   ที่นี่ข้าพเจ้าบรรยายโดยผสานเข้ากับวิชาสรีรวิทยา  และพูดอย่างชัดเจนยิ่งแล้ว  เดี๋ยวนี้คำอะไรอย่าง สามวิญญาณ  เจ็ดวิญญาณ  คำนี้ คำนั้น   ข้าพเจ้าขอบอกท่าน  เขาพูดคลุมเครือมากเกินไป  คลุมเครือถึงระดับไหนหรือ   อาทิ หัวใจ ตับ ปอด อวัยวะภายใน  สมองใหญ่  สมอง แต่ละเส้นเลือดและเซลล์ของท่าน ล้วนแต่เป็นรูปลักษณ์ของท่าน  ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าเขาหมายถึงอะไร  สามวิญญาณ  เจ็ดวิญญาณ หมายถึงสิ่งใด    ร่างกายครึ่งหน้า มีรูปลักษณ์ของท่าน  ร่างกายครึ่งหลัง มีรูปลักษณ์ของท่าน มือเท้าของท่านล้วนเป็นรูปลักษณ์ของท่าน  ท่านว่าเขาหมายถึงอะไร  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงรู้สึกว่า ของพวกเขานั้นคลุมเครือ  ของเราที่นี่พูดอย่างชัดเจนที่สุดแล้ว

ศิษย์     ขณะที่ผมฝึกเสินทงเจียฉือฝ่า(นั่งสมาธิ) บางครั้งท้องน้อยจะกระเพื่อมขึ้นลง  คล้ายการปรับลมหายใจของชี่กงที่เคยฝึกเมื่อก่อน

อาจารย์    ถูกต้อง  จะเป็นเช่นนี้   ก็ฝึกไปอย่างนี้ไม่ต้องไปสนใจมัน  เป็นสภาพการณ์หนึ่ง  การปรับลมหายใจในระยะแรกของต้าฝ่าก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ

ศิษย์           เวลาฝึกพลังมือข้างหนึ่งจะร้อน  อีกข้างจะเย็น เป็นเพราะอะไร

อาจารย์      นี้เป็นปฏิกิริยาตามปกติ   ที่พูดกันในสายเต๋าเรียกว่าแยกอินหยางให้ชัดเจน  ฝั่งนี้อาจจะร้อน  ฝั่งนั้นเย็น  หรือฝั่งนั้นร้อน  ฝั่งนี้เย็น  นี่ล้วนเป็นสภาพปกติ   จะเกิดสภาพการณ์ชนิดต่างๆได้

ศิษย์           เวลาฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า กำหนดให้ปลายลิ้นแตะเพดานปาก   เช่นนั้นถ้ามีฟันปลอมทั้งปาก  เพดานปากถูกฟันปลอมกั้นไว้

อาจารย์      ไม่มีปัญหา  อย่าว่าแต่ฟันปลอมของท่านเลย   ต่อให้ใส่ฟันเหล็กก็ไม่เป็นไร  แผ่นตะกั่วก็ยังกั้นไม่อยู่  ที่เราฝึกคือพลังงาน  เมื่อตอนที่ข้าพเจ้าอยู่เป่ยจิง  เวลาที่พวกเขาทำการทดสอบข้าพเจ้า  ใช้มือถือแผ่นตะกั่วหลายชั้นที่ใช้กั้นแสงเอ็กซเรย์ และยังห่อด้วยกระดาษสีดำหลายชั้น   หลังจากนั้นเอาฟิล์มไปล้าง  ข้างบนนั้นก็มีรอยมือของข้าพเจ้า  รอยมือที่ถือแผ่นตะกั่วนั้น   หรือพูดได้ว่าแผ่นตะกั่วก็กั้นพลังงานไว้ไม่ได้   เราไม่ได้ฝึกชี่  คนฝึกชี่จะกลัวนั่นกลัวนี่  บางคนพูดว่ากลัวลมไหม  ลมพายุระดับสิบท่านจะสามารถยืนต้านได้  ท่านฝึกไปเถอะ  อะไรก็จะไม่ปลิวหายไป  พลังงานจะไม่ปลิวหายไป  ชี่จึงจะปลิวหายไปได้

ศิษย์           เวลานั่งสมาธิถ้าขาไม่เจ็บ ก็ไม่เกิดประโยชน์ใช่ไหม

อาจารย์      ก็ไม่แน่  แนวทางนี้ของเราไม่ได้เจาะจงสลายกรรมจากจุดนี้      ทางที่เราเดินคือการขัดเกลาซินซิ่งของท่านในหมู่คนธรรมดาสามัญ  แน่ละ  ทางด้านร่างกายก็ต้องแบกรับส่วนหนึ่ง   ปัญหานี้ข้าพเจ้าเคยพูดแล้ว  ไม่ใช่บำเพ็ญโดยอาศัยการนั่งฌานทั้งหมด

ศิษย์           เด็กอายุต่ำกว่าหกขวบมองเห็นภาพสัญลักษณ์ฝ่าหลุนแล้วโดยไม่ตั้งใจ  ใช่ไหมว่าตาทิพย์เปิด

อาจารย์      มองเห็นโดยไม่ตั้งใจ แต่เขาเปิดแล้วก็ไม่รู้ตัว  เด็กๆ หลังจากตาทิพย์เปิดแล้ว ตัวเขาเองก็ไม่ได้สังเกต เวลามองเห็นสิ่งของ  เขาเข้าใจว่าคนอื่นก็เป็นเหมือนกัน  เขาไร้เดียงสามาก  เขาก็ไม่ใส่ใจ

ศิษย์           ลูกของดิฉันเรียนฝ่าหลุนต้าฝ่าของท่านอาจารย์  น้อมรับความคิดของอาจารย์  แต่ไม่ตั้งใจฝึกพลัง  จะยังคงมีฝ่าหลุนอยู่อีกไหม

อาจารย์      ไม่ได้ฝึกพลังให้ดี  ไม่ทำตามข้อกำหนดของต้าฝ่า  นั่นยังนับว่าน้อมรับความคิดอะไรของข้าพเจ้า  เราไม่ใช่ให้ฝ่าหลุนแก่คนธรรมดาสามัญตามชอบใจ  ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก ล้วนต้องทำตามมาตรฐานของฝ่าหลุนต้าฝ่า   เพียงแต่ว่าเด็กนั้นไร้เดียงสา  หลังจากเขาเรียนแล้ว   ท่านอย่าเห็นว่าโดยผิวเผินเขาไม่ได้ตั้งใจฝึก  แต่ซินซิ่งของเขากำลังเปลี่ยนแปลง  ฝ่าในใจเขาได้หยั่งรากลงแล้ว

ศิษย์           ต่อไปอาจารย์ไม่จัดชั้นเรียนแล้ว  เราจะสามารถพบอาจารย์ได้ไหม

อาจารย์      เมื่อไม่จัดชั้นเรียนแล้ว   ข้าพเจ้าก็ไม่ใช่ออกมาจากป่าเขา   ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าไปอยู่ในภูเขา   ผู้ที่ฝึกได้ดีจะสามารถพบได้ทุกวัน   ถึงท่านไม่พบ  ข้าพเจ้าก็อยู่

ศิษย์           เมื่อเราฝึกจนออกไปพ้นสภาพร่างขาวน้ำนม  จะมีความสามารถรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของผู้อื่นไหม

อาจารย์      ข้าพเจ้าพูดไปแล้วว่า  นั่นไม่ใช่กงเหนิง(ความสามารถพิเศษ)  พวกเราจำนวนมากที่อยู่ในชั้นเรียนนี้  ยังไม่ทันที่จะรู้สึกสัมผัสได้ สภาพร่างขาวน้ำนมนั้นก็ผ่านไปแล้ว   ที่จริงข้าพเจ้านั้นดึงท่านขึ้นมา  และยังผลักท่านไปอีกขั้น  ขบวนการนี้ถ้าท่านจะฝึกเอง ท่านต้องฝึกชั่วชีวิต  แต่เราทำให้ท่านเสร็จได้ในเวลาเพียงแปดวัน  ระดับชั้นนั้นทะลวงผ่านไปแล้วโดยท่านยังไม่รู้ตัว

ศิษย์           ขณะที่ผมฝึกสมาธิ  พอข้าพเจ้าหลับตาลง มองเห็นภาพช่องทางพลังงานที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในร่างกาย  อันนี้ไม่เหมาะสมกับฝ่าหลุนต้าฝ่าหรือไม่

อาจารย์      ท่านมองเห็นแล้วก็คือตาทิพย์ท่านเปิดแล้ว  นี้เป็นเรื่องปกติ

ศิษย์           ผมอยู่ห้องเดียวกับทารกแรกเกิด  พลังงานของฝ่าหลุนกับกลไกชี่ของต้าฝ่าของเราบนร่างกายผมที่ส่งออกไป จะมีผลกระทบต่อตาทิพย์ของทารกแรกเกิดไหม

อาจารย์      ท่านอย่ายึดติดสิ่งเหล่านี้   เด็ก  ทารกแรกเกิด ท่านปล่อยไปตามธรรมชาติเถิด  หากควรได้ก็จะได้ หากไม่ควรได้ก็ไม่ควรได้  ตาทิพย์ของเด็กโดยทั่วไปนั้นจะเปิด

ศิษย์           ผมจะไปฮ่องกงทันที  ฝ่าเซินของท่านจะคุ้มครองศิษย์ไหม

อาจารย์      ท่านไปฮ่องกง ท่านไปอเมริกา  ท่านไปถึงดวงจันทร์ หรือดวงอาทิตย์ ก็ไม่เป็นไร   ฝ่าเซินของข้าพเจ้าล้วนสามารถคุ้มครองได้  แต่อย่ายึดติด  ฝ่าเซินของข้าพเจ้าดูแลท่านเพื่อให้ท่านบำเพ็ญเท่านั้น

ศิษย์           แต่โบราณกาลมาการบำเพ็ญเซียน บำเพ็ญพระพุทธมีแต่เส้นทางเดียวของจินตานต้าเต้า กับจิตหลักที่ท่านพูด..

อาจารย์      นี่คือส่วนที่ท่านทราบ  เส้นทางเดียวของจินตานต้าเต้าอะไรกัน  ที่พูดว่าแต่โบราณกาลมา  นั่นเป็นเรื่องที่คนธรรมดาสามัญพูดกัน  บนสวรรค์ล้วนทราบว่าฝ่าหลุนต้าฝ่าของข้าพเจ้าคือฝ่าที่ดีที่สุด  แน่ละยังมีวิธีการบำเพ็ญอย่างอื่นอีก  ช่างลึกล้ำมหัศจรรย์เหลือเกินแล้ว  คนจะเข้าใจได้อย่างไรกันละ

ศิษย์           ไม่ว่าจะฝึกพลังชุดไหน  ในสมองมักจะคล้ายกับว่ามีชี่ของเลือดกำลังไหลวนอยู่มากมาย  นี่คือฝ่าหลุนที่หมุนหรือเปล่า  หรือว่าฝ่าหลุนกำลังปรับสมองใหญ่อยู่

อาจารย์      ผู้ฝึกพลังร่างกายของเขาจะเกิดสภาพการณ์นานาชนิด   นับไม่ถ้วน เป็นพันเป็นหมื่น  ไม่อาจจะพูดเรื่องเหล่านี้ทีละเรื่อง ละเรื่องได้  พูดไม่ไหว   หากท่านคิดจะฝึกพลังท่านก็ถือว่ามันเป็นปรากฏการณ์ที่ดี  ไม่ต้องใส่ใจมัน   วันนี้เป็นสภาพการณ์อย่างนี้  พรุ่งนี้เป็นสภาพการณ์อย่างนั้น  ใส่ใจแต่ว่าเป็นเรื่องดีก็พอ   ที่จริงล้วนเป็นการปรับร่างกาย  แต่จิตใจที่ไม่มั่นคงของท่านคืออะไร  คือจิตยึดติดใช่หรือไม่  จิตหวาดกลัวรุนแรงอย่างนั้น  ท่านจะฝึกพลังได้หรือ   ท่านจะข้ามไปได้หรือ   เช่นนี้ไม่ใช่เป็นการหาทุกข์ภัยใส่ตัวหรือ  จิตยึดติดที่เกิดขึ้นจะสลายทิ้งไปได้อย่างไร  อาจจะเป็นไปได้ว่าจะให้ท่านทิ้งจิตนี้ไปอย่างแท้จริงภายใต้สภาพการณ์นี้

ศิษย์           ในระหว่างนั่งสมาธิ ท่ารำมือห้าท่ามีชื่อเรียกหรือไม่

อาจารย์      ท่ารำมือในระหว่างเคลื่อนไหวไม่ได้ตั้งชื่อไว้คงที่แน่นอน

ศิษย์           ท่ารำมือดอกบัวใหญ่เป็นชื่อรวมของท่ารำมือท่าหนึ่งหรือเป็นของทั้งห้าท่า

อาจารย์      ท่ารำมือดอกบัวใหญ่เป็นเพียงท่ารำมือหนึ่งที่กำหนดไว้คงที่แน่นอน

ศิษย์           ปัจจุบันแรงพลังของท่านสูงเพียงไร    เนื้อหาที่ท่านบรรยายนั้น เป็นประสบการณ์ด้วยตัวเองหรือไม่

อาจารย์      ข้าพเจ้ามีประสบการณ์มากมายเหลือเกินแล้ว  ต่อให้ข้าพเจ้ามีหนึ่งฟุต สิบฟุต  ร้อยฟุต  แต่แม้เพียงหนึ่งนิ้วก็จะไม่พูดออกมาให้ท่านฟัง  ไม่อนุญาตให้พวกท่านรู้มากเกินไปได้   อาจารย์ที่แท้จริงล้วนไม่เยินยอตัวเอง  ที่เราถ่ายทอดอยู่ที่นี่ก็คือฝ่านี้  ท่านก็ทำตามฝ่านี้ไป   แต่ ข้าพเจ้ายังขอบอกท่าน  คนทั้งหมดที่บำเพ็ญฝ่านี้ จะไม่เกิดปัญหา ให้ท่านสนใจแต่เพียงการบำเพ็ญ   ที่ผ่านมาในการบรรยายที่กุ้ยโจว ข้าพเจ้าพูดไว้คำหนึ่ง เมื่อคนเขาถามข้าพเจ้า ว่า อาจารย์ท่านสูงส่งเพียงไร ข้าพเจ้าตอบว่าให้ท่านสนใจแต่เพียงการฝึก  หลังจากข้าพเจ้าออกมาแล้ว  กับก่อนที่ข้าพเจ้าจะออกมาก็เหมือนกัน  ไม่มีอะไรที่แตะต้องข้าพเจ้าได้   ก็เพราะคำนี้คำเดียว  ที่นั้นก็มีคนที่อายุสามร้อยกว่าปีคนหนึ่งประลองฝ่ากับข้าพเจ้า  เพราะจิตอิจฉาของเขา  ต่อมาเขาก็จบเห่   ท่านอย่าเห็นว่าเขาบำเพ็ญมาสามร้อยกว่าปีแล้ว   ฝ่านี้ถ่ายทอดออกมา  ไม่ใช่จะมาล้อเล่นกันได้   ใครที่กล้าแตะต้องตามอำเภอใจก็ใช้ไม่ได้  สุดท้ายเขารู้ว่าข้าพเจ้ามาโปรดมนุษย์  แต่ว่าสายเกินไปแล้ว  ฝ่าไม่ให้อภัยเขา

ศิษย์           ขณะนั่งสมาธิอยู่ บางทีรู้สึกตัวเองใหญ่ขึ้น  บางทีก็เล็กลง

อาจารย์      นี้ล้วนเป็นเรื่องที่ดี  พอคนฝึกพลัง  จิตของเขาก็จะมีพลังงานเพิ่มเติมให้เขา  เขาจึงสามารถเปลี่ยนแปลง   เมื่อเกิดการขยายออกเขาก็รู้สึกว่าตนเองใหญ่ขึ้น  แต่กายเนื้อของท่านหาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่  ส่วนที่เปลี่ยนแปลงคือร่างกายในอีกมิติ  รู้สึกว่าตนเองใหญ่มาก  แต่เขาก็หดเล็กได้  เล็กมากๆ  ที่จริงเขาก็เป็นปกติดี  ข้าพเจ้าไม่อยากจะอธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้  สภาพการณ์ชนิดต่างๆล้วนมีทั้งนั้น  ไม่เพียงแค่เป็นพัน  เป็นหมื่นชนิด

ศิษย์           ขณะฝึกนั่งสมาธิเพิ่มพูนอิทธิฤทธิ์ จะสั่นทั้งตัวหรือสั่นส่วนหนึ่งส่วนใด จะสามารถฝึกต่อได้ไหม

อาจารย์      ถ้าสั่นจนสะท้านเหมือนหวาดกลัว  นั่นอาจจะมีตัวสิงอะไรอยู่  มันหวาดกลัว หากเป็นร่างกายปกติ สั่นไหวแบบช้าๆ  คงจะเป็นพลังงานที่ไหลทะลวงชีพจร(ช่องทางพลังงาน)  แต่อย่าสั่นตามมันไป

ศิษย์           ที่ผ่านมามีคนสองคนเรียนฝ่าหลุนต้าฝ่ากับผู้ฝึกเก่าได้สองเดือน  ตอนนี้ขณะฝึกนั่งสมาธิรู้สึกได้ถึงชี่ แล้วเกิดท่าเคลื่อนไหวต่างๆตามมา

อาจารย์      นั่นคือการรบกวนของมาร  ให้รีบปล่อยวางท่าเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเองนั้นเสีย   หากในขณะอยู่ในความสงบแล้วเกิดท่าเคลื่อนไหวที่ไม่ใช่ของฝ่าหลุนต้าฝ่า ซึ่งแน่ละ ที่ข้าพเจ้าพูดนี้คือผู้บำเพ็ญฝ่าหลุนต้าฝ่าจริงๆ  ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ท่าเคลื่อนไหวของฝ่าหลุนต้าฝ่า  ท่านต้องรีบปล่อยวางมันลงทันที   ทุกท่านเห็น เวลาที่ข้าพเจ้ารำมือชุดใหญ่  ก็คิดจะฝึกตาม  บางคนรู้สึกว่าพอทำดูก็เกิดท่ารำมือได้   ข้าพเจ้าขอบอกท่าน ไม่แน่ว่าอาจเป็นมารรบกวนท่าน   ฝ่าเซินของข้าพเจ้าจะไม่สอนสิ่งเหล่านี้ให้ท่านอย่างเด็ดขาด   โดยเฉพาะคือการแทรกหลักพลังอื่นเข้ามา  หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้ต้องเป็นการรบกวนอย่างแน่นอน

ศิษย์           หลังจากติดตามเข้าชั้นเรียนมา  หูข้างหนึ่งมีเสียงดังตูม  ส่วนอีกข้างมีชี่ทะลวงออกข้างนอก  ต่อมาเวลานอนหลับได้ยินเสียงดนตรี

อาจารย์      นั่นก็คือหูทิพย์เปิดแล้ว   ก็คือหูทิพย์ระเบิดออกแล้ว

ศิษย์           จิตหลักและจิตรองล้วนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย  จิตหลักมักจะตาย  ให้จิตรองบำเพ็ญสำเร็จก็ไม่ได้หรือ

อาจารย์      ไม่ได้   ในประวัติศาสตร์คนเขาก็บำเพ็ญกันอย่างนี้   แต่ท่านอย่าฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าของข้าพเจ้า  ให้ฝึกอย่างอื่น   ท่านฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าท่านก็จะไม่ได้รับอะไร   เพราะของของเรานี้ก็จะให้กับจิตหลัก   ใครบอกว่าจิตหลักตายได้ จิตหลักไม่ตาย   แต่ข้าพเจ้าว่าท่านช่างใจกว้างเสียเหลือเกินแล้ว   ตัวเองตายแล้ว ให้จิตรองบำเพ็ญ  ข้าพเจ้าว่านี่คือปัญหาที่คนที่มีตัวสิงเขียนขึ้นมา

ศิษย์           ได้ยินผู้ฝึกเก่าพูดว่า  ทั่วทั้งตัวมีฝ่าหลุนหมุนอยู่   แต่ผมรู้สึกมีแค่หนึ่งองค์ที่ท้องน้อย  ผมจะมีมากอย่างนั้นได้หรือไม่

อาจารย์     ช่างยึดติดนัก   ที่มีฝ่าหลุนมากนั้น คือข้าพเจ้ากำลังปรับร่างกายพวกเขาอยู่  ที่ให้กับพวกท่านมีเพียงหนึ่งองค์   แต่พวกท่านอยู่เหนือสามัญวิสัยอย่างมากมายแล้ว   ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน  ท่านเห็นว่าพวกท่านกำลังฟังฝ่าอยู่    แต่ยังมีคนที่พวกท่านมองไม่เห็นอีกมากมายก็กำลังฟังฝ่าอยู่   ขอบอกท่าน  เมื่อเริ่มต้นพวกเขาก็ไม่เชื่อพลานุภาพของต้าฝ่า   พลังกงของเราฝึกได้เร็วอย่างนี้ได้อย่างไรกัน   ผู้ฝึกของเราที่เคยนั่งรถไฟไปกับข้าพเจ้านั้น เมื่อมีผู้บำเพ็ญเต๋าจำนวนหนึ่งที่ฝึกบำเพ็ญอยู่ในป่าเขาพอเห็นพวกเขาแล้ว รู้สึกประหลาดใจมาก เขาจึงถามข้าพเจ้าว่า ผู้ฝึกเหล่านี้ฝึกมานานแค่ไหนแล้ว   ข้าพเจ้าว่า บ้างก็ครึ่งปี  บ้างก็หนึ่งปี  ข้าพเจ้าถามว่า เทียบกับพวกท่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง   พวกเขาตอบว่า  พวกเรามีไม่กี่คนที่จะสามารถตามพวกเขาทัน  แต่พวกเขา(พวกเต๋า)กลับบำเพ็ญมาแล้วหลายร้อยปี  หรือนับพันปี    ท่านคิดดูว่าข้าพเจ้าให้อะไรกับพวกท่าน  บางคนพูดว่านั่งอยู่ตรงนั้นก็อยากร้องไห้   ท่านจะไม่ร้องไห้ได้หรือ

ศิษย์           ขณะที่ฝึกนั่งสมาธิฝึกการเสริมสร้างอิทธิฤทธิ์  พอเริ่ม ขาจะเจ็บมาก  ต้องบำเพ็ญถึงเมื่อไรขาจึงไม่เจ็บ

อาจารย์      บำเพ็ญจนกรรมของท่านหมดแล้ว

ศิษย์           ฝ่าหลุนที่อาจารย์ใส่ให้เราที่ท้องน้อย ไม่มีความรู้สึก   ใช่ไหมว่าต้องเข้าร่วมชั้นเรียนหลายครั้งจึงจะใส่ให้เสร็จ

อาจารย์     บางคนจะไม่รู้สึก   บางคนความรู้สึกไวมาก  ก็คือไม่เหมือนกัน  มีความรู้สึกก็ดี  ไม่มีความรู้สึกก็ดี  ขอเพียงเป็นคนที่บำเพ็ญฝ่าหลุนต้าฝ่าจริงๆ  จะไม่ตกหล่นสักคนเดียว   การรับรู้ของท่านไม่ถูกต้อง  คนที่ศึกษาเองไปบำเพ็ญอย่างแท้จริงก็ล้วนสามารถจะได้รับ   และไม่มีอย่างที่รับรู้ว่าใส่ให้เสร็จหรือไม่เสร็จ

ศิษย์      ผู้ฝึกที่เข้าร่วมชั้นเรียนของท่านเพียงครั้งเดียวกับผู้ฝึกที่เข้าร่วมชั้นเรียนหลายครั้ง สิ่งที่ได้รับเหมือนกันหรือไม่

อาจารย์      เหมือนกัน  จะไม่ให้อะไรมากกว่าแม้แต่น้อย  ผู้ฝึกหลายๆคนของเราที่เข้าชั้นเรียนหลายครั้งไม่ใช่มาได้รับสิ่งของ  ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เข้าชั้นเรียน เพราะแต่ละครั้งที่ข้าพเจ้าบรรยาย พวกเขาก็จะมีการรับรู้ใหม่  คนเขามาเพื่อศึกษาฝ่า ฟังฝ่า   พวกเขาทราบว่าฝ่านี้ล้ำค่า  ไม่ใช่มารับของ  ครั้งหนึ่งได้ไปหน่อยหนึ่ง  อีกครั้งหนึ่งได้อีกหน่อยหนึ่ง  ก็พูดกันเล่นๆอย่างนี้   ใจนี้ช่างละโมบเหลือเกิน

ศิษย์           เด็กที่ตาทิพย์เปิดแล้วจะปกป้องเขาอย่างไร

อาจารย์      ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าของเรา  หรือผู้ฝึกเด็กในหมู่ผู้ฝึกของเรา  หรือเด็กที่พามาก็ได้ฝ่าหลุนแล้ว  หรือตาทิพย์เปิดแล้ว  เมื่อออกไปข้างนอกอย่าพูดกับคนที่ไม่ได้บำเพ็ญตามชอบใจ  และไม่ต้องพูดกับเพื่อนในโรงเรียนหรือครู ตามชอบใจ   หาไม่ลูกของท่านนั้นจะไม่ได้อยู่อย่างสงบ

ศิษย์           คนที่เคยอยู่ในโลกอย่างนี้  จิตวิญญาณของเขาจะสามารถกลับไปสู่ความบริสุทธิ์ดังเดิมของตนโดยไม่เหลือร่องรอยแปดเปื้อนได้หรือไม่

อาจารย์      ได้  และยังสามารถเลยล้ำกว่าของเดิมของท่าน  แน่ละหากท่านคิดจะบำเพ็ญอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญให้บริสุทธิ์ได้ถึงอย่างนั้น  จะอาศัยแต่กำลังของท่านย่อมเป็นไปไม่ได้  ในชั่วพริบตานั้นของวาระสุดท้ายนั้น  จะช่วยท่านทิ้งสิ่งที่หลงเหลืออยู่  กับสสารที่ไม่ดีไปทั้งหมด   ฉิง(อารมณ์ ความรัก ความผูกพัน)นั้นเป็นสสารที่คงอยู่   เพราะท่านเองต้องไปบำเพ็ญมัน   เปลี่ยนแปลงตัวท่านเองจากความคิดของท่าน   อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก   แต่สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่อีกเล็กน้อยนั้นจะช่วยทิ้งไปให้ท่าน   ในเวลานั้นก็จะบริสุทธิ์จนบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดแล้ว  การบำเพ็ญก็คือบำเพ็ญความคิดของคน   เปลี่ยนแปลงจากด้านความคิด    ความคิดท่านบริสุทธิ์ถึงระดับใด  นั่นก็คือมรรคผล  หลังจากหยวนหมั่น(สำเร็จสมบูรณ์)  ความคิดของท่านทั้งหมดคือวิธีคิดในระดับชั้นนั้นของการหยวนหมั่น  ไม่มีวิธีคิดของคนอีกแล้ว

ศิษย์           สุดท้ายจิตหลักจะเข้าไปอยู่ในร่างไหน  อีกร่างกายหนึ่งอยู่ในสภาวะอะไร

อาจารย์      จิตหลักจะเข้าไปอยู่ในร่างไหน  ร่างกายที่ท่านบำเพ็ญล้วนเป็นร่างกายท่านทั้งหมด  ร่างกายอีกมิติก็เป็นร่างเดียวกันตั้งแต่ต้น ล้วนคือร่างหนึ่งเดียวของท่าน   หลังจากกายเนื้อของท่านถูกสสารพลังงานสูงผันแปรแล้ว  ก็จะไม่มีร่างกายในอีกมิติตามที่พูดนั้นแล้ว

ศิษย์           พอเดินเข้าไปในวิหารประธานวัดเส้าหลิน  ฝ่าหลุนในท้องน้อยก็หมุนกลับอย่างรวดเร็วมาก

อาจารย์      หมุนทวนหรือหมุนตามล้วนเป็นปกติทั้งนั้น   ที่นั่นเป็นที่ที่ไม่เลว  เป็นวัดที่ดีมากแห่งหนึ่ง  แน่ละพระสงฆ์ที่บำเพ็ญนั้นจะเป็นอย่างไรเราไม่ขอพูด   ที่เราพูดคือวัด เป็นวัดที่ดีมาก

ศิษย์           เมื่อทำท่าโอบหลุนที่ด้านข้างสองด้าน มักจะเกิดเสียงดังในหู

อาจารย์     ถูกต้อง   โอบหลุนที่สองข้างสามารถจะเปิดหูคนได้  บางคนคิด  นั่นดีละ   ฉันก็จะฝึกอย่างนี้ทุกๆวันละ  นี้เป็นจิตยึดติด   ข้าพเจ้าจึงไม่อยากพูดเรื่องเหล่านี้ให้กับผู้ฝึกใหม่  เพราะง่ายที่สุดที่จะเกิดการยึดติดสิ่งนั้น  พอยึดติดก็จะถูกสกัดกั้น

ศิษย์           เมื่อก่อนที่ยังไม่ได้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า เคยฝันเห็นตัวเองขึ้นสวรรค์  ลอยอยู่บนสวรรค์  ลงมาสู่โลก  ที่ผมเห็นคือจิตรองใช่หรือไม่

อาจารย์      ไม่ใช่  ถ้าความรู้สึกสำนึกของท่านบินอยู่บนฟ้า นั่นคือจิตหลักของท่านออกจากร่าง  ความรู้สึกสำนึกของท่านอยู่ที่ไหน  ตัวท่านเองก็จะอยู่ที่นั่น  ที่ว่าฉันเห็นแล้วฉันกำลังบินอยู่บนฟ้า   แต่ฉันกำลังนั่งอยู่ตรงนี้  นั่นก็คือจิตสำนึกรองกำลังบินอยู่

ศิษย์           หลังจากผมฝึกสมาธิได้ครึ่งชั่วโมง  ในเวลานั้นทั้งตัวรู้สึกแน่นไปหมด  คิดจะออกแรง  ต่อ มาตัวม้วนเป็นก้อนกลม พยายามฝึกพลังอย่างสุดชีวิต  นี้เป็นเรื่องอะไรกัน

อาจารย์      ท่านไม่ต้องใส่ใจมัน  มันเกี่ยวข้องกับชีวิตนั้นของท่านเมื่อก่อนนี้  ท่านไม่ต้องใส่ใจ  ให้สนใจแต่การฝึก

ศิษย์           ในขณะทำงานเชื่อมด้วยไฟฟ้า ได้สัมผัสกับควัน ฝุ่น ประกายไฟ  พวกมันจะกระทบต่อร่างกายไหม

อาจารย์      ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ฝึกพลัง

ศิษย์           วันแรกที่ฝึกพลัง  รู้สึกว่ามีของรูปทรงกลมจากภายนอกเข้าไปในท้องจากนั้น ก็ค่อยๆไปอยู่ที่สะดือ คือฝ่าหลุนที่อาจารย์ใส่ให้ใช่หรือไม่

อาจารย์      ผู้ฝึกพลังอย่าใส่ใจเรื่องเหล่านี้เลย   ข้าพเจ้าไม่อาจอธิบายสภาพการณ์แต่ละชนิดให้ได้หมด  อย่าเพิ่มเติมจิตยึดติดเลย

ศิษย์     ผมซื้อปฏิทินกับหนังสือเล่มหนึ่งของอาจารย์ชี่กงคนหนึ่ง   จะสามารถแขวนไว้ในห้องเดียวกับที่แขวนรูปถ่ายอาจารย์และอ่านหนังสือนั้นได้หรือไม่

อาจารย์   ไม่ได้  จะบำเพ็ญก็ต้องเดินแนวทางเดียว   แม้จะเป็นอาจารย์ชี่กงที่แท้จริง  หรือเป็นอาจารย์ชี่กงที่ไม่เลว  ข้าพเจ้าขอบอกท่าน  เขาก็ไม่มีกำลังที่จะผลักไสสิ่งที่เป็นของลัทธินอกรีตหนทางคดงอเหล่า นั้นออกไปได้  เขาก็ต้องคล้อยตามพวกมัน   ดังนั้นในหลักพลังบางอย่าง จึงมีสิ่งนี้อยู่ด้วย  แม้ตัวเขาเองจะบำเพ็ญหนทางที่ถูกต้อง  แต่เขาก็หมดปัญญา  ไม่สามารถจะจัดการกับสิ่งที่เขาถ่ายทอดออกไปได้

ศิษย์           คนที่ทำงานอยู่บนเรือนานๆ เมื่อบำเพ็ญฝ่าหลุนต้าฝ่าจะได้ผลเหมือนกันหรือไม่

อาจารย์      เหมือนกัน  ฝึกพลังอยู่บนทะเลก็เหมือนกัน  ฝึกพลังอยู่บนแม่น้ำก็เหมือนกัน

ศิษย์           ผู้ฝึกพลังเมื่อเวลากินข้าว ใช่หรือไม่ว่ากินพอประทังให้อิ่มเป็นใช้ได้  มีกำลังก็พอแล้ว

อาจารย์      รับประทานพอประทัง  พอประทังหรือว่ากินอิ่ม  กินข้าวก็คือกินให้อิ่ม   จะเหลือไว้อีกนิดไปทำไม  ถ้าอยู่ในช่วงที่ยากจน จะกินน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร   ร่างกายของท่านยังฝึกอยู่ในหลักธรรมในภพ  ยังต้องการใช้สิ่งที่อยู่ในหลักธรรมในภพ เป็นสารอาหารหล่อเลี้ยง  หาไม่แล้ว  ร่างกายนี้มิจบสิ้นกันแล้วหรือ  ก่อนหน้าที่ท่านยังไม่ถูกสสารพลังงานสูงแทนที่  ท่านไม่กินข้าวจะได้ไหม  ถ้ากินของที่ดีแต่ใจไม่ยึดติดก็ไม่มีปัญหา

ศิษย์           คนที่เรียนฝ่าหลุนต้าฝ่าสามารถเลี้ยงสัตว์เล็กได้ไหม

อาจารย์      สายพุทธกล่าวว่า ไม่ฆ่า ไม่เลี้ยง  สายเต๋าก็พูดเช่นนี้   แต่สายเต๋ามีส่วนหนึ่งที่มีสัตว์ที่มีฤทธิ์ เช่นเลี้ยงเต่าอะไรเอย  แต่ ระดับชั้นที่สูงมากๆจะรับเอาไว้เพียงตัว สองตัว เป็นผู้พิทักษ์ฝ่า  ฉะนั้นจึงต้องเลือกตัวที่ดีมากๆ  เพราะสิ่งเหล่านี้  พร้อมไปกับที่ท่านฝึกพลังและเมื่อยกระดับชั้นขึ้นไป  มันจะได้อิทธิฤทธิ์โดยง่าย พอได้อิทธิฤทธิ์แล้ว   มันไม่เน้นเรื่อง ซินซิ่ง และทำเรื่องเลว  ก็จะกลายเป็นมาร

ศิษย์           พอตกกลางคืน เวลาผมหลับตาฝึกพลังอยู่คนเดียว    พอรู้ว่ารอบตัวเงียบสงบมากก็จะรู้สึกกลัวมาก

อาจารย์      ขอบอกทุกท่านว่า   เดี๋ยวนี้ฝ่าหลุนต้าฝ่าเราไม่ว่ามิติไหนๆก็เป็นที่รู้จักกันหมด   ฝ่าหลุนต้าฝ่าถ่ายทอดอยู่ในสังคมคนธรรมดาสามัญ  มีสิ่งที่เลอะเทอะนานาชนิด  และสิ่งต่างๆในมิติชนิดต่างๆก็คิดจะมาดู   ดังนั้นพวกมันจึงมีรูปร่างแปลกประหลาด อะไรก็มีทั้งนั้น  ท่านฝึกพลังอยู่ตรงนั้น มันก็มาดูท่าน  ท่านจึงรู้สึกกลัว   น่าสยองขวัญ  แต่ท่านจำไว้ว่ามีฝ่าเซินของข้าพเจ้าอยู่  ใครก็ทำร้ายท่านไม่ได้  มันเพียงแต่ต้องการมาดูๆหน่อย  ทำไมจึงน่าสยองขวัญละ  เพราะจิตรองของท่านเห็นแล้วจึงรู้สึกหวาดกลัว   ที่จริงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย

ศิษย์           โลกฝ่าหลุนเป็นอย่างไร

อาจารย์      ท่านเคยได้ยินว่ามีแดนสุขาวดีไหม  โลกฝ่าหลุนนั้นงดงามยิ่งกว่านัก

ศิษย์           ถ้าหากรู้ว่าในบรรดาญาติสนิทของตัวเองมีความสัมพันธ์ของกรรมสนอง  จะอยู่ร่วมกันอย่างไร  จะชดใช้คืนอย่างไร  จะตอบแทนบุญคุณอย่างไร

อาจารย์      ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรท่านก็จะไม่รู้   เรื่องเหล่านี้ของคนธรรมดาสามัญก็ไม่อนุญาตให้คนอื่นรู้   ผู้บำเพ็ญหยวนหมั่นแล้วจึงจะรู้   แต่ท่านก็ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งเหล่านี้แล้ว  แต่ละคนล้วนมีชีวิตของตน  ปล่อยไปตามวาสนาเถิด

ศิษย์           ควรห่วงใยดูแลคนพิการอย่างไร

อาจารย์      เรื่องของคนธรรมดาสามัญท่านยังมาถามข้าพเจ้าทำไมละ   ท่านจะดูแลพ่อแม่ของท่านอย่างไรก็ต้องมาถามข้าพเจ้าหรือ    จะดูแลลูกอย่างไรก็ต้องถามข้าพเจ้าหรือ  ล้วนเป็นเรื่องของคนธรรมดาสามัญ  ที่นี่ข้าพเจ้ากำลังบรรยายฝ่า  เรื่องการบำเพ็ญสู่ระดับชั้นสูง   แต่ถ้าคนพิการนั้นสบายเกินไป  ก็จะชดใช้กรรมไม่ได้  ภพต่อไปอาจจะยังพิการอีก

ศิษย์           ระดับบน(หัวหน้า)สั่งการไม่ถูกต้อง จะปฏิบัติอย่างไรดี

อาจารย์      นี่เรื่องเป็นเรื่องของคนธรรมดาสามัญ  ในฐานะผู้บำเพ็ญจะทำอย่างไร  ก็ให้ทำไปตามข้อกำหนดของฝ่า  เรื่องราวใดๆล้วนมีความเกี่ยวข้องกับดวงสัมพันธ์คงอยู่   ท่านรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง  บางทีไม่แน่ก็อาจจะถูกต้อง   เขาเป็นผู้นำ  คนเขาบอกท่านว่าทำอย่างไร ท่านก็ทำให้ดี   แน่ละถ้าบอกให้ท่านไปฆ่าคนวางเพลิง   ทำเรื่องเลว  ท่านก็ไม่ทำแน่นอน   โดยหลักการเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่มาตรฐานของปัญหาหลักการที่เราพูดนั้นไม่เหมือนกัน

ศิษย์           ผู้ฝึกพลังทำเรื่องที่ผิดไปโดยไม่ตั้งใจ   ฝ่าเซินของอาจารย์จะทราบหรือไม่  และจะลงโทษเขาหรือไม่

อาจารย์      แน่ละต้องทราบ  หากท่านบำเพ็ญได้ดีมาก  ในตอนนั้นก็จะสะกิดเตือนท่าน  และอาจจะได้รับผลกรรม บัดนั้น   ชดใช้กรรมที่เกิดจากการทำเรื่องที่ผิดนั้นไป   ถ้าท่านบำเพ็ญไม่ดี อาจจะไม่ลงโทษท่าน  พอเห็นว่าท่านก็ไม่ไหวแล้ว  ท่านมักเป็นอย่างนี้เสมอ  ก็ไม่อาจให้มันเกิดกรรมสนอง บัดนั้นอยู่ร่ำไป  เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ให้ท่านชดใช้ครั้งหนึ่ง  เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ให้ท่านชดใช้ครั้งหนึ่ง  การยกระดับอู้ซิ่ง(การรับรู้)ของท่านอย่างนี้จะไหวหรือ  และไม่อนุญาตให้ทำเช่นนี้

ศิษย์           จะแสดงฝ่าหลุนกับฝ่าเซินของท่านให้พวกเราเห็นได้อย่างไร

อาจารย์      ท่านยังจะดูอะไร  นั่นคือการให้คนธรรมดาสามัญดูใช่ไหม  ใจของท่านสะท้อนจิตยึดติดที่ไม่ดีอย่างนี้ออกมา  คนที่สามารถมองเห็นพระพุทธนั้น เป็นคนที่มีมรรคผลแล้ว   นี่เหมือนคำถามของผู้ฝึกพลังควรถามหรือ   ถ้ามองเห็นได้หมดแล้วก็ไม่มีการรับรู้คงอยู่แล้ว   ซึ่งจะไม่อนุญาตให้บำเพ็ญแล้ว  ท่านบำเพ็ญไม่ได้และยังจะทำลายคนมากมายเช่นนี้ด้วยหรือ

ศิษย์           ขณะฝึกนั่งสมาธิบางครั้งศีรษะเคลื่อนไหว

อาจารย์      ไม่ให้เคลื่อนไหว  ก็คือเคลื่อนไหวไม่ได้  ต้องผ่อนคลายตามธรรมชาติ

ศิษย์           สนามฝึกของเรามักจะมีควันพิษจากการเผาใบไม้ลอยฟุ้ง ควรจะหยุดฝึกพลังหรือไม่

อาจารย์      ในสวนสาธารณะเผาใบไม้ที่กวาดไปรวมกัน   นี้ไม่กระทบการฝึกพลังของท่าน  ถ้าแสบจมูกเกินไปท่านก็หยุดหรือเปลี่ยนสถานที่  หาไม่แล้วข้าพเจ้าว่าไม่มีปัญหา

ศิษย์           ของใช้ประจำวันถูกทำลายเป็นการก่อกรรมและสูญเสียกุศลพร้อมกันด้วย หรือว่าเพียงก่อกรรมไม่เสียกุศล

อาจารย์      องค์ศากยมุนีเคยตรัสไว้ทุกสรรพสิ่งล้วนมีชีวิต  ที่จริงข้าพเจ้าว่าในอีกมิติสิ่งใดๆล้วนมีชีวิต  ถ้าหากตาทิพย์ของท่านบรรลุถึงธรรมจักษุ   พอท่านออกจากบ้าน  พอเปิดประตูท่านจะเห็นว่าแม้แต่ก้อนหิน  กำแพงล้วนพูดกับท่าน  ทักทายท่าน   แต่ข้าพเจ้าขอบอกท่าน เราต้องมองไปยังภาพรวม บำเพ็ญอย่างสง่างามอย่ายึดติดกับเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้  คนมีรูปแบบการดำรงชีวิตของคน  คนที่บำเพ็ญต้าฝ่าอย่างแท้จริง วันหนึ่งๆสามารถสลายกรรมได้มากมาย   ดังนั้นกรรมนั้นกล่าวสำหรับคนที่บำเพ็ญต้าฝ่าก็ไม่น่ากลัวอย่างนั้นเลย

ศิษย์           เวลาทำท่าชงกว้านมือเดียว(เลื่อนมือขึ้นลง) บางคนหัวไหล่กับมือจะเลื่อนขึ้นลงพร้อมกัน  ทั้งตัวก็เคลื่อนตามไปด้วย

อาจารย์      นี่ไม่ถูกต้อง  หัวไหล่กับร่างกายต้องผ่อนคลายไม่ขยับ

ศิษย์           ในครอบครัวมีคนฝึกพลังฟู่ถี่(ตัวสิงร่าง)  เตือนเขา  เขาไม่ฟังจะทำอย่างไร

อาจารย์      ก็แล้วกันไป  ท่านคิดจะควบคุมความคิดของใครก็ควบคุมไม่ได้   ได้แต่เตือนด้วยความหวังดี  ได้แต่เตือนด้วยความหวังดี    เมื่อไม่ฟังก็แล้วกันไป   อาจารย์จะช่วยชำระล้างสภาพแวดล้อมให้ศิษย์ที่บำเพ็ญจริง  ไม่ให้สิ่งของเลอะเทอะของเขาเข้าประตูได้

ศิษย์           การมอบของเพื่อมิตรภาพ

อาจารย์      การมอบของเพื่อมิตรภาพไม่เป็นไร   สองคนดีต่อกัน เขาจึงให้ของท่านเล็กน้อย เป็นความสมัครใจ  นั่นจะเป็นไรไปละ

ศิษย์           ในใจทนไม่ได้ จึงด่าคน  ด่าตัวเองก็สูญเสียกุศลด้วยไหม

อาจารย์      ท่านด่าตัวเองจะเสียกุศลให้ใครกัน   เสียกุศลให้ท่านเองหรือ   แต่ในฐานะผู้ฝึกพลัง ท่านจะด่าคนไม่ได้  ด่าตัวท่านเอง ก็คือท่านโกรธแล้ว   ฉะนั้นก็คือท่านไม่ได้อดกลั้นไว้   ใช่หรือไม่  เราพูดถึงความอดทน  ต่อเด็ก  ต่อลูกตนเองก็ไม่สมควรตีด่าตามชอบใจ   ท่านดูแลอบรมลูกเป็นเรื่องสมควร  ไม่สั่งสอนลูกก็ไม่ถูกต้องนะ  ต้องสั่งสอนอบรม  การสั่งสอนอบรมเป็นปัญหาวิธีการ   แต่หากท่านเองโกรธจนหัวเสียเพราะสั่งสอนลูก  นั่นจะถูกหรือ   สั่งสอนลูกก็จะโกรธไม่ได้  ท่านต้องไม่โกรธจริงๆ

ศิษย์           เด็กอายุห้าหกขวบฝึกพลังกับผม  แต่เขาไม่รู้ฝ่า ก็สามารถจะบำเพ็ญขึ้นไปได้หรือไม่

อาจารย์      เช่นนั้นก็บอกเด็กว่าจะเป็นคนดีได้อย่างไร เหมือนเล่านิทาน บอกว่าอาจารย์พูดว่าอย่าง ไร ๆ ก็พอแล้ว  ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า   เด็กเล็กของเราที่อยู่ที่นี่ฟังเข้าใจดีแล้วนะ   ท่านอย่าคิดว่าเขาฟังได้ไม่ดีเหมือนท่าน

ศิษย์           ผู้บำเพ็ญของเรายังจะสามารถเก็บเกี่ยวสิ่งของจากหนังสือของพุทธศาสนาและศาสนาเต๋าได้ไหม

อาจารย์      ไม่อนุญาตอย่างเด็ดขาด  ไม่อนุญาตโดยเด็ดขาด  นั่นมิยุ่งเหยิงหมดแล้วหรือ   วิ่งพล่านไปอยู่แนวทางอื่นแล้วหรือ   จะต้องไม่เดินสองแนวทาง  แน่ละหากท่านว่าท่านไม่ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า  จะใช้ฝ่านี้ของฝ่าหลุนต้าฝ่าชี้นำฉันฝึกหลักพลังอย่างอื่น  แน่นอน ฝ่านี้ที่ข้าพเจ้าบรรยายออกมาก็ย่อมมีประโยชน์ในการชี้นำต่อหลักพลังทั้งหมด  ล้วนต้องเน้นซินซิ่งอย่างนี้ในการบำเพ็ญ

ศิษย์           หลังจากศึกษาหลักการของฝ่าหลุนต้าฝ่าแล้ว ควรจะดำรงชีวิตด้วยภาวะจิตใจอะไร

อาจารย์      กิจกรรมรูปแบบชนิดต่างๆ  หรือเรื่องของคนธรรมดาสามัญที่ท่านอยากเข้าร่วม ท่านก็ไปเข้าร่วม  ไม่กระทบต่อพลังกง  ตามการฝึกพลังที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆของท่าน  เรื่องเหล่านี้ท่านเองจะมองให้จืดจางได้ทั้งหมด   เพราะเมื่อบำเพ็ญถึงระดับสูงยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการยึดติด  แต่ว่าตอนนี้เราไม่อาจให้ท่านปล่อยวางทั้งหมดในทันที   ถ้าปล่อยวางได้หมดวันนี้ท่านก็คือพระพุทธแล้ว   ขณะนี้ท่านก็วางไม่ลง  คนเอย ก็เพราะมีฉิง  จึงมีความชอบพอของคนธรรมดาสามัญ

ศิษย์           ขณะที่ผมฝึกพลัง   ในเวลาเดียวกันก็ได้ยินเสียงระฆังทองที่มีจังหวะชนิดหนึ่งจากในดนตรีของฝ่าหลุนต้าฝ่า  นี้คืออะไร  หรือว่าเป็นบทบาทของจิตรอง

อาจารย์     ไม่ใช่  ก็คือเสียงในอีกมิติ  ซึ่งมีมากมายนัก  ไม่ต้องสนใจมัน

ศิษย์           ในขณะฝึกพลังจะนึกภาพได้ไหม หรืออาศัยการคิด หนึ่งชีพจรนำพาร้อยชีพจร ช่วยนำสู่ความสงบได้หรือไม่

อาจารย์      ไม่มีความนึกคิด  เราบำเพ็ญในระดับชั้นสูงโดยตรง  พยายามปล่อยวางความคิดแบบหมายมั่น  ท่านยังคิดจะแทรกอะไรเพิ่มเข้าไปหรือ  ทำตามชอบใจหรือ  จะไม่อนุญาตให้ท่านสร้างความวุ่นวายให้ของชุดนี้ของเรา  ถ้าท่านจะแทรก  ฝ่าหลุนจะเปลี่ยนรูปได้   เราพูดถึงร้อยชีพจรโล่งตลอดพร้อมกัน  ไม่ทำเรื่องหนึ่งชีพจรนำพาร้อยชีพจรอะไร

ศิษย์           จุดประสงค์ของการบำเพ็ญของชาวโลก เพียงเพื่อให้ตัวเองเป็นผู้รู้แจ้งแต่ไม่สนใจคนอื่น นี่เป็นคนชนิดไหนกัน

อาจารย์      พระพุทธสามารถช่วยคน  แต่พระพุทธมิได้เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยคน  ท่านคิดว่าพระพุทธควรจะช่วยท่านหรือ  บรรลุถึงการหลุดพ้นของตนเอง  อรหันต์ก็บำเพ็ญสำเร็จอย่างนี้   สมมติท่านจะมีความปรารถนาที่จะช่วยเหลือสรรพชีวิต  เช่นนั้นท่านต้องบำเพ็ญขึ้นไป  ท่านต้องไปถึงระดับชั้นนั้น  ท่านจึงจะสามารถประจักษ์แจ้งเรื่องการโปรดชาวโลก  พูดถึงการโปรดชีวิต  จะโปรดชีวิตอย่างไรละ   ท่านก็ต้องไปบรรยายเหมือนข้าพเจ้าอย่างนี้เท่านั้น  ไปทำอย่างนี้  ที่ว่าจะสลายทุกข์ภัยของใครทิ้งไปหมด แล้วนำท่านขึ้นไป  พอถึงเวลานั้น ท่านก็จะทราบ  ยังไม่ทันที่ท่านจะนำเขาขึ้นไป  ท่านก็ตกลงไปแล้ว   ซึ่งไม่อนุญาตให้ทำได้อย่างเด็ดขาด ยังมีอีกอย่าง คือพูดไม่ได้ว่าการบำเพ็ญนั้นต้องสนใจคนอื่น นั่นล้วนเป็นจิตยึดติด

ศิษย์           อาจารย์ออกนอกประเทศบรรยายให้ชาวต่างชาติ จะใส่ฝ่าหลุนให้หรือไม่

อาจารย์      คนที่บำเพ็ญจริง  เป็นใครก็จะใส่ให้หมด  ต้าฝ่าเป็นของจักรวาล  แต่ละประเทศทั่วโลกมีคนที่มีวาสนาล้วนสามารถศึกษา สามารถจะได้รับทั้งนั้น

ศิษย์           แพทย์จีนสามารถใช้การฝังเข็มรักษาโรคได้ไหม

อาจารย์      ได้แน่นอน  นั่นเป็นงานในหมู่คนธรรมดาสามัญ

ศิษย์           ผู้เข้าร่วมชั้นเรียนทั้งหมด ท่านจะใส่ฝ่าหลุนให้ทั้งนั้นหรือ

อาจารย์      ไม่ใช่  ข้าพเจ้าทราบคนที่เรียนอยู่ที่นี่  บางคนเขาไม่เชื่อ  ยังมีบางคนมีท่าทีที่สงสัย  ยังมีเวลาฟังรู้สึกว่าดีมาก  แต่สุดท้ายเขายังคงไม่อาจฝึกได้

ศิษย์           หลังจากฝ่าหลุนถูกฝ่าเซินของอาจารย์เอากลับคืนแล้ว  จะเริ่มต้นใหม่ทำตามข้อกำหนดของอาจารย์ ยังจะให้ฝ่าหลุนไหม

อาจารย์      นั่นต้องตั้งใจแน่วแน่จริงๆ  ก็เหมือนกับผู้ที่ไม่เคยศึกษามาก่อนที่เริ่มต้นศึกษาใหม่

ศิษย์           ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าพูดว่าสามารถยืมฝ่าหลุนของท่านรักษาโรคให้ผู้ฝึกได้  และสามารถตรวจโรคให้ท่านได้

อาจารย์      นั่นคือจิตมารกำเริบ  ใครก็อย่าได้เชื่อเขา  บรรดาคนที่พูดอย่างนี้ก็ไม่ใช่ศิษย์ฝ่าหลุนต้าฝ่าของข้าพเจ้า  เป็นการทำลายฝ่าอย่างร้ายแรง   ข้าพเจ้าโตจนป่านนี้ไม่รู้ว่าอะไรคือโรค  คนที่จะตรวจโรคให้ข้าพเจ้าท่านก็ต้องเข้ามาในห้องนี้ให้ได้ก่อน

ศิษย์           ควรเข้าใจ “ไร้ความหมายมั่น(อู๋เหวย อย่างไรดี

อาจารย์      ก็คือรักษาซินซิ่งไว้ไม่ทำเรื่องที่มีความหมายมั่น(โหย่วเหวย)ตามชอบใจ  แต่ถ้าเห็นการฆ่าคน วางเพลิง ก็ต้องช่วย  นั่นเป็นปัญหาซินซิ่ง

ศิษย์           ผมอยู่ในสนามฝึกพลังคล้ายกับมีคนพูดกับผม  ผมก็คุยในใจกับเขา

อาจารย์      ข้าพเจ้าถึงได้พูดว่า คนที่บำเพ็ญโดยเปิดพลังบางส่วนนั้นก็ไม่ง่ายที่จะบำเพ็ญ  ก็คือสาเหตุนี้  พอเขาได้ยินว่ามีเสียงพูดคุยกับเขาแล้ว  หรือเห็นของอะไรแล้ว  เขาก็จะยึดกุมตัวเองไม่ได้แล้ว   เขาก็ดีใจขึ้นมาแล้ว  เขาก็ติดต่อกับมันแล้ว   แต่เขาไม่รู้ว่า นั่นเป็นมารหรือไม่    หากเขาไม่ใช่มารก็ไม่ใช่ผู้รู้แจ้งที่บำเพ็ญฝ่าที่ถูกต้อง  ถึงแม้เขาจะมาจากสวรรค์ ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย  เขาก็ไม่ได้มรรคผลถูกต้อง   ไม่เช่นนั้นก็จะไม่รบกวนคนที่บำเพ็ญฝ่าที่ถูกต้อง   ท่านคิดดู  เมื่อท่านรับของของเขาแล้ว   ท่านยังจะบำเพ็ญได้อีกไหม  ของของท่านจะยุ่งเหยิงหรือไม่  จิตยึดติดของท่านจะออกมาหรือไม่  คนที่มีกงเหนิงออกมาแล้วก็ไม่ง่ายที่จะควบคุมตัวเอง  เปิดพลังกงแล้วก็ไม่ง่ายที่จะบำเพ็ญ  ก็คือสาเหตุนี้  ยากมากหนา   พูดว่ามีคนเท่าไรที่จะสามารถบำเพ็ญออกมาได้  ข้าพเจ้ากำลังดูอยู่  สวรรค์เบื้องบนก็กำลังดูอยู่  


การบรรยายธรรมตอบข้อสงสัย ที่เมืองจี่หนาน

หลี่ หงจื้อ

 

ศิษย์           ระหว่างที่ฝึกพลังมีคำพูดด่าคนแว่บขึ้นมา  มันเป็นเรื่องอะไรกัน

อาจารย์      ก็คือท่านมีจิตที่ไม่ดี หรือกรรมทางความคิดที่ก่อผล   บางคนอาจมีฟู่ถี่(ตัวสิง)   หรือมีการแทรกปะปนหลักพลังอื่นเข้าไปฝึกด้วยก็เป็นอย่างนี้  เราจะไม่แทรกอะไรเข้าไปในการฝึก  ถ้าฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าอย่างบริสุทธิ์จะไม่มีฟู่ถี่  ส่วนใหญ่เป็นผลจากกรรมทางความคิด

ศิษย์           การมุมานะบำเพ็ญ  โดยตัวเองเป็นจิตยึดติดชนิดหนึ่งหรือไม่

อาจารย์      การบำเพ็ญไม่ใช่การยึดติด  การบำเพ็ญคือการหวนคืนกลับสู่ความจริงแท้   ฟื้นคืนธาตุแท้ของคนออกมา  นั่นคือธาตุแท้ของท่าน   ดังนั้นมันไม่ใช่การยึดติด  แต่หากท่านเอาแต่พูดติดปากว่า ฉันจะบำเพ็ญเป็นพระพุทธ  วันนี้ฉันยกระดับได้เท่าไร   เมื่อไรฉันจึงจะสำเร็จเป็นพระพุทธ  นั่นคือท่านยึดติด  จงมีใจฝึกพลัง  แต่ไม่มีใจคิดจะได้พลัง  ท่านสนใจแต่ไปบำเพ็ญ   มีเพียงความปรารถนานี้ก็พอแล้ว

ศิษย์           คนที่ไม่ได้ร่วมชั้นเรียนศึกษาและฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า  ฝ่าเซินของอาจารย์ก็จะช่วยชำระร่างกายให้เขาจนถึงขั้นร่างขาวน้ำนม กับได้รับกลไกชี่ด้วยหรือไม่

อาจารย์      คนที่ไม่เข้าร่วมชั้นเรียน  เขาไม่ใช่ผู้ฝึกของเรา ข้าพเจ้าจะดูแลเขาเพื่ออะไรละ  ข้าพเจ้าใส่สิ่งนี้ให้กับคนทั้งหมดของประเทศ ดูแลคนธรรมดาสามัญตามชอบใจ  จะถูกหรือ   ถ้าตนเองศึกษาหลักพลัง ศึกษาตามหนังสือ  หรือศึกษาตามวีดีโอเทป  จะได้รับหรือไม่ละ   ข้าพเจ้าขอบอกทุกท่าน  รูปแบบการศึกษาหลักพลังในอนาคตก็จะเป็นรูปแบบชนิดนี้    เพราะท่านมีฝ่าเซินของข้าพเจ้าดูแลอยู่  ในหนังสือข้าพเจ้ามีฝ่าเซิน  ในเทปวิดีโอ  เทปบันทึกเสียง  ก็ล้วนมีอยู่ หากสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานของผู้บำเพ็ญได้จริง  เขาก็สามารถจะได้รับ  แต่ต้องเป็นคนที่ไปบำเพ็ญตามมาตรฐานของผู้ฝึกพลังอย่างแท้จริง จึงจะได้รับ   หากพูดว่าฉันแค่ต้องการฝึกฝนร่างกาย  ไม่คิดจะบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูง  นั่นจะไม่ได้รับ

ศิษย์           ผมเป็นผู้ฝึกใหม่ ฝึกมาได้หนึ่งเดือนแล้ว   พบว่าไม่มีน้ำลาย จะให้ปลายลิ้นแตะเพดานปากทำได้ลำบาก  ขอเชิญท่านอาจารย์แนะนำสักนิด

อาจารย์      ไม่ใช่ว่าเมื่อฝึกพลังแล้ว  ท่านก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หมดในทันที  ซินซิ่งของท่านเป็นอย่างไรละ    ท่านคิดจะบรรลุถึงภาวะของผู้ฝึกพลังท่านก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง  เริ่มเปลี่ยน แปลงจากซินซิ่ง    มีคนพูดว่าฉันฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าแล้ว  ทำไมฉันยังไม่หายจากโรคละ   เมื่ออยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญท่านยังคงเป็นคนธรรมดาสามัญ  ท่านฝึกท่าเคลื่อนไหวนี้ก็คิดจะให้โรคหายแล้ว   นั่นจะเป็นไปได้หรือ   จุดประสงค์ไม่ถูกต้อง  ผลลัพธ์จึงไม่เหมือนกัน

ศิษย์           ในการฝึกพลังจะเพิ่มอี้เนี่ยน(ความนึกคิด)เข้าไป  ฝ่าหลุนจะเปลี่ยนรูปได้ไหม

อาจารย์      เมื่อเพิ่มอี้เนี่ยนของหลักพลังอื่นเข้าไป ฝ่าหลุนก็จะเปลี่ยนรูปได้   พูดถึงความคิดเลอะเทอะของท่าน มันจัดเป็นจิตยึดติดของคนธรรมดาสามัญ   นั่นจะไม่ทำให้ฝ่าหลุนเปลี่ยนรูป   มีแต่การเพิ่มสื่อสัญญาณของหลักพลังอื่นเข้าไป  ไม่เพียงแค่ท่าเคลื่อนไหวมือของท่าน   แต่ในความคิดท่านเพิ่มอี้เนี่ยนชนิดนี้เข้าไปชี้นำ  วิธีหายใจอะไรเอย   หรือความคิดของหลักพลังนั้น    ล้วนทำให้ฝ่าหลุนเปลี่ยนรูป   เพราะการบำเพ็ญเป็นเรื่องเข้มงวดจริงจัง  ต้องบำเพ็ญแนวทางเดียวเท่านั้น  

ศิษย์           กายเนื้อของพระสงฆ์ที่มรณภาพไปพันปีไม่เน่าเปื่อย  ใช่หรือไม่ว่า เป็นเพราะถูกสสารพลังงานสูง แปรผันแล้ว 

อาจารย์      ที่จริงก็ได้ถูกสสารพลังงานสูง แปรผันแล้ว    เนื่องจากในพุทธศาสนาพูดเรื่องนิพพานไม่นำร่างกายไป   ดังนั้นร่างกายนั้นเขาจึงไม่เอา   ถ้าเขาคิดจะเอา  ร่างกายของเขานั้นถูกสสารพลังงานสูง แปรผันแล้ว    เหมือนพระสงฆ์สามรูปบนเขาจิ่วฮว๋าซัน   ร่างกายนั้นล้วนเป็นกายเนื้ออายุหลายร้อยปี หลายพันปี ที่ไม่เสื่อมสลาย  ก็เพราะร่างกายของเขาถูกสสารพลังงานสูงทดแทนแล้ว  เขาไม่ใช่ร่างกายของคนธรรมดาสามัญ  ดังนั้นเขาจึงไม่เสื่อมสลาย 

ศิษย์           หลักพลังที่สามารถฝึกหยวนอิงออกมาได้ล้วนเป็นหลักธรรมที่ถูกต้องทั้งหมดใช่หรือไม่

อาจารย์      นั่นไม่แน่   บางอย่างเมื่อเริ่มต้นไม่ใช่ลัทธินอกรีต  เริ่มต้นนั้นยังคงไม่เลวทีเดียว   พอไม่บำเพ็ญซินซิ่ง ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นชั่วร้าย   ไม่แน่ว่าหลังจากนั้นหยวนอิงก็จะสลายไป   ถ้าไม่สลายไปก็จะชั่วร้ายมาก  ไม่อาจพิจารณาโดยอาศัยการเกิดพลังกง  ไม่ว่าจะเกิดของอะไรออกมาก็ไม่อาจอาศัยสิ่งนั้นในการพิจารณา  ไม่ว่าหลักพลังไหนก็ต้องบำเพ็ญซินซิ่ง  

ศิษย์           ฝ่าหลุนที่ท้องน้อยจะสามารถนำไปภพหน้าได้ไหม

อาจารย์      เราก็ไม่พูดเรื่องภพหน้าอะไร ไม่ภพหน้าอะไร    ข้อกำหนดของเราคือมีเป้าหมายให้บรรลุการเปิดพลังเปิดการรู้แจ้งในสังคมคนธรรมดาสามัญ    ข้าพเจ้าขอบอกท่าน  พอถึงระดับชั้นสูงมากยังสามารถบำเพ็ญได้  แต่การบำเพ็ญของคนธรรมดาสามัญโดยทั่วไป พอถึงระดับชั้นหนึ่งที่แน่นอน  พอเปิดพลังแล้วก็จะหยุดอยู่แค่นั้น  ท่านจะฝึกอีกพลังก็ไม่โต   ก็สูงเพียงเท่านั้น   แต่ในสถานการณ์ที่พิเศษอย่างยิ่ง  ก็มีที่อยู่ในมิตินั้นพลังกงสามารถโตได้จากการฝึก  ในอนาคตเมื่อท่านบำเพ็ญฝ่าหลุนของตัวเองออกมาได้ ก็จะใช้การได้ตลอดไป ติดตัวไปตลอดกาล

ศิษย์           อาจารย์มักพูดถึง บำเพ็ญจริง สองคำนี้  และในการบรรยายก็พูดถึงศิษย์ที่บำเพ็ญจริง  ขอเชิญท่านอาจารย์อธิบาย

อาจารย์      บำเพ็ญจริงก็คือท่านไปบำเพ็ญอย่างแท้จริงแล้ว  ก็คือความหมายนี้

ศิษย์           ซานฮวาจวี้ติ่ง(ดอกไม้สามดอกรวมอยู่บนกระหม่อม)บนกระหม่อมมีเพียงสองดอก นี้เป็นอย่างไรกัน

อาจารย์      อย่างนั้นก็ไม่ใช่ซานฮวาจวี้ติ่ง    พลังกง   สภาพการณ์นานาชนิดที่ออกมาช่างมากมายเหลือเกินแล้ว  มากมายเหลือเกิน   เส้นทางนี้ที่ข้าพเจ้าเดินผ่านมา  ในระยะแรกหรือในระดับชั้นที่ตื้นมาก  รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของพลังกงนั้นมีนับพันนับหมื่น  จนจำไม่ไหว  ข้าพเจ้าก็ไม่ไปจำมัน  รูปแบบการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในแต่ละระดับชั้นก็ไม่เหมือนกัน

ศิษย์           รูปลักษณ์ที่เกิดขึ้นตรงส่วนล่างของท้องน้อยคือหยวนอิง  แล้วรูปลักษณ์ตรงหน้าอกนี้คือใคร

อาจารย์      ท่านฝึกสิ่งอื่นอะไรแล้ว   เมื่อผู้ฝึกพลัง บำเพ็ญอย่างแท้จริง ปล่อยวางทุกสิ่งลง  ฝ่าเซินของข้าพเจ้าจะช่วยท่านจัดการ  แน่ละบางครั้งคนของเราเกิดพลังกง   ผิวชั้นนอกจะเกิดรูปลักษณ์ของพระพุทธจำนวนหนึ่ง  หรือเกิดขึ้นมากมาย  เขายังเคลื่อนไหวได้ด้วย  เพราะเขาเป็นสสารที่คงอยู่   สามารถพูดได้  ขยับได้  แน่ละนั่นล้วนจัดเป็นเรื่องปกติ

ศิษย์           สมมติว่ามีคนคิดขโมยของบนตัวของผู้ฝึกหรือทำร้ายเขา   ฝ่าหลุนต้าฝ่าสามารถจะป้องกันได้ไหม

อาจารย์     ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า ทุกเรื่องล้วนมีเหตุสัมพันธ์กัน   ท่านทำเงินหายแล้ว  เรื่องนี้ฝ่าหลุนไม่สนใจ  นั่นอาจเป็นว่ามีสาเหตุอะไร  ใจนี้ของท่านคือจะใช้ฝ่าหลุนจัดการคนที่ขโมยทรัพย์สินของท่านใช่หรือไม่  นั่นจะใช้ได้หรือ ไม่แน่ว่า เคยติดค้างคนเขาบางอย่าง  ตัวเองไม่สบายใจแล้วคิดจะใช้ฝ่าหลุนไปตีคนอื่น  นั่นจะใช้ได้หรือ  เช่นนั้นมิเท่ากับข้าพเจ้าสอนหลักธรรมนอกรีตแล้วหรือ  อย่าเสียเวลาคิดเรื่องเหล่านี้  ผู้บำเพ็ญมีฝ่าเซินของข้าพเจ้าดูแลท่าน  อะไรที่สมควรปกป้องก็จะปกป้องให้ท่าน

ศิษย์           ท่านมองพระสูตรว่าอย่างไรบ้าง

อาจารย์      พระสูตรที่แท้จริง   พระสูตรที่องค์ศากยมุนีตรัสไว้  ข้าพเจ้ายอมรับ  แต่องค์ศากยมุนีพุทธะเคยตรัสว่า    ในพระสูตรทั้งหมดที่มีอยู่  สิ่งที่เป็นของพระองค์จริงๆ มีไม่ถึงร้อยละสิบ

ศิษย์           ผมไปเที่ยวชมหลุมฝังศพยุคโบราณ  ขอถามว่า  ไปดูหลุมฝังศพจะกระทบต่อฝ่าหลุนต้าฝ่าหรือไม่

อาจารย์      ไม่กระทบ  แต่สถานที่เหล่านี้พยายามไปให้น้อย สิ่งเหล่านี้อินชี่ แรงมาก ยังมี  จะพูดอย่างไรดีละ สถานที่ที่ไม่สะอาดพวกเราก็ไม่อยากไป สิ่งเลอะเทอะพวกนั้นไม่ดีมากๆ  เพราะนั่นเป็นหลุมฝังศพใช่ไหม

ศิษย์           ในความฝันของผมมีงูตัวหนึ่งมุดเข้ามาในเสื้อ จึงบีบมันตายไปแล้ว  เป็นการจัดวางของอาจารย์เพื่อทดสอบซินซิ่งของผมใช่ไหม

อาจารย์      สิ่งเหล่านี้มุดเข้ามา  ท่านฆ่ามันตายก็ถูกต้องแล้ว   สิ่งที่ชั่วร้ายเหล่านี้ก็จะมาสิงร่าง  นั่นก็คือมาร  สังคมมนุษย์พัฒนามาถึงวันนี้  ถูกมันรบกวนอย่างร้ายแรงเหลือเกินแล้ว   วงการชี่กงถูกมันก่อภัยพิบัติจนแทบจะไม่ไหวแล้ว   ในวัดนั้นก็เหมือนกัน ล้วนเป็นสิ่งเหล่านี้ที่กำลังก่อภัยพิบัติ

ศิษย์           โลกฝ่าหลุนมีอยู่แต่เดิมหรือว่าเป็นของใหม่

อาจารย์      มีอยู่แต่เดิม  ท่านคิดฟุ้งซ่านเกินไปแล้ว

ศิษย์           ไม่ใช้ชี่กงรักษาโรค  แต่ใช้การนวด  ฝังเข็ม เป็นต้น  และนอกจากหนังสือชี่กง เช่น “คัมภีร์ซานไห่(ภูเขา ทะเล  “คัมภีร์ฮวางตี้เน่ยจิง (จักรพรรดิเหลือง  เป็นต้น จะอ่านได้ไหม

อาจารย์      ท่านยังปล่อยวางจิตเหล่านี้ไม่ได้   จุดประสงค์ที่ท่านอ่านนั้น เพื่ออะไร  หนังสือเหล่านี้ล้วนไม่ใช่หนังสือบำเพ็ญของต้าฝ่า  ท่านอ่านมันไปทำไม   ท่านคิดจะได้ของอะไรจากในนั้นหรือ หาไม่แล้วท่านอ่านมันทำไม     หากท่านคิดว่าคำพูดในหนังสือพวกนั้นดี  ท่านก็ยอมรับเข้าแล้ว   พลังกงของท่านก็จะยุ่งเหยิง  เหตุใดในอดีต  พุทธศาสนา  ศาสนาเต๋า ไม่ยอมให้สัมผัสกับหนังสืออื่นใด นอกเหนือจากพระสูตร  ก็เพราะกลัวว่าสิ่งของของพวกเขาจะยุ่งเหยิง เพื่อรับประกันการบำเพ็ญที่เป็นของแท้ของท่าน จึงต้องปฏิบัติต่อปัญหานี้อย่างเข้มงวด  แก้ไขปัญหาที่แท้จริงของท่าน  ท่านไม่เข้มงวดจะได้หรือ   ท่านจะปล่อยวางจิตใจดวงนี้ลงได้อย่างไร  ข้าพเจ้าจึงพูดถึงเหตุผลนี้  ไม่คิดจะบำเพ็ญ จึงได้คิดศึกษาค้นคว้าสิ่งเหล่านี้   ท่านอ่านได้ตามสบาย  ข้าพเจ้าไม่ใช่ห้ามคนธรรมดาสามัญอ่าน  พูดถึงว่าจะนวด หรือฝังเข็มได้หรือไม่  หากท่านเป็นแพทย์จีน  ท่านไปรักษาได้เลย   ไม่มีปัญหา    หากท่านไม่ใช่แพทย์และท่านฝึกต้าฝ่า  ก็คือคิดจะรักษาโรคให้คน  ข้าพเจ้าว่าท่านก็ปล่อยวางจิตยึดติดนี้เสีย

ศิษย์           ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่านอกเหนือจากอาจารย์ยังมีคนอื่นที่สูงกว่าอาจารย์หรือไม่

อาจารย์      ในหมู่ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าไม่มีคนไหนที่สามารถเรียกตัวเองว่าอาจารย์ ล้วนเป็นผู้ฝึก  ล้วนเป็นศิษย์   ทุกคนต่างกำลังศึกษา  ต่างกำลังบำเพ็ญ  ในอนาคตหลังจากเปิดพลังเปิดการรู้แจ้ง  จะใช้ได้เพียงฉายานามตามวิธีเรียกอย่างนั้นในระดับชั้นนั้นๆของสายพุทธ   ฝ่าหลุนต้าฝ่าก็ไม่มีอาจารย์ในระดับสูงคนอื่นอีก

ศิษย์           มารดาที่แท้จริงของเราคือใคร    ท่านเป็นมารดาของพวกเราร่วมกันหรือไม่

อาจารย์      คิดฟุ้งซ่าน  จะนำพวกท่านมาพิจารณาร่วมกับข้าพเจ้าได้อย่างไรกันละ   ชีวิตมีรูปแบบความเป็นมาสองชนิด  ชนิดหนึ่งคือ เกิดขึ้นท่ามกลางการเคลื่อนไหวของสสารนานาชนิดในระดับชั้นต่างๆของจักรวาล ดังนั้นจึงค่อนข้างดั้งเดิม แต่สืบทอดเรื่อยมาจนถึงวันนี้   ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของจักรวาลยังสามารถก่อเกิดชีวิต และยังกำลังก่อเกิดอยู่  ดังนั้นบางคนชีวิตจึงไม่ยาวนาน  บางคนมีประวัติสั้นมาก ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งก็คือในแต่ละระดับชั้น  ชีวิตระดับชั้นสูงเหล่านั้นที่ปรากฏออกมาตั้งนานมาแล้ว  คนอย่างนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าค่อนข้างโชคดี เพราะเขายังมีมารดา  แม้แต่พวกนั้นที่เกิดมาแต่กำเนิด  พวกเขารู้สึกอิจฉาพวกที่มีมารดา  เพราะพวกเขาไม่มีมารดา

ศิษย์           เพื่อแสวงหาหนทางที่ถูกต้องและหลักธรรมใหญ่  จึงคิดทุกวิธีติดตามอาจารย์ไปที่ต่างๆเพื่อฟังการบรรยาย จะได้ไหม

อาจารย์      บางคนติดตามชั้นเรียนเพื่อฟังการบรรยาย  เพื่อให้ได้ฝ่า  จิตใจนั้นข้าพเจ้าก็ไม่อาจคัดค้านแต่มีจุดหนึ่ง  ทุกท่านอย่าลืมว่า ต้องไปบำเพ็ญอย่างจริงจัง  ท่านเอาแต่ตามไปตลอดก็ไม่ถูก  ท่านเอาแต่ฟัง  ซินซิ่งของท่านเองก็ต้องขัดเกลาท่ามกลางการบำเพ็ญอย่างแท้จริง  ท่านต้องไปบำเพ็ญอย่างจริงจัง    บางคนคิดว่าติดตามข้าพเจ้าแล้วจะไม่มีภัย  แล้วท่านจะบำเพ็ญอะไร  บางคนเข้าใจว่าข้าพเจ้าจะเข้าไปในภูเขา  จะตามข้าพเจ้าขึ้นเขาไปบำเพ็ญ   เช่นนั้นท่านมิใช่บำเพ็ญจิตสำนึกรองแล้วหรือ  เป็นรูปแบบการบำเพ็ญสองชนิด หากท่านคิดจะยกระดับตัวท่านเอง  บรรลุขั้นตอนทั้งหมดของการบำเพ็ญนี้ของท่าน  ท่านก็ต้องไปบำเพ็ญอย่างหนักแน่นจริงจังในหมู่คนธรรมดาสามัญ  และศึกษาฝ่าให้ดี 

ศิษย์           ท่านจะพูดเกี่ยวกับจุดกำเนิดของมนุษยชาติสักนิดได้หรือไม่

อาจารย์      ทุกตัวอักษรในบรรทัดล้วนแต่กระหายใคร่รู้   ท่านวางจิตใจนี้ลงเถอะ  ข้าพเจ้าได้พูดถึงจุดกำเนิดของมนุษยชาติแล้ว   ชีวิตมิใช่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของสสารแรกเริ่มที่สุดในจักรวาลหรือ  

ศิษย์           กล่าวสำหรับคนที่ดับสลายทั้งกายและจิตนั้น จิตหลักของเขาจะยังอยู่ไหม

อาจารย์      ดับสลายทั้งกายและจิตแล้วยังจะมีอะไรอยู่อีกละ   ก็เหมือนในจักรวาลนี้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีเขาอยู่    แต่ขั้นตอนที่ถูกดับสลายจนหมดสิ้นนั้นเจ็บปวดทรมานและรู้สึกสำนึกผิดอย่างเหลือ แสน  ที่มิติของเรานี้รู้สึกว่าตายไปแล้วในทันที  แต่ในสนามเวลาที่ถูกดับสลายนั้นจะรู้สึกยาวนานอย่างไร้ที่เปรียบ

ศิษย์           หญิงชรากลับมีประจำเดือนอีก จะมีปัญหาว่าจะตั้งครรภ์ได้หรือไม่

อาจารย์      ขณะที่เราฝึกพลังร่างกายผันแปรกลับสู่วัยหนุ่มสาวเพื่อให้ท่านมาบำเพ็ญชีวิต   แต่ไม่ใช่ให้ท่านใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญชนิดนั้น   มันอาจเกี่ยวข้องกับปัญหานี้  เพราะทั้งร่างกายล้วนผันแปรสู่วัยหนุ่มสาว  ดังนั้นท่านต้องระวังเรื่องเหล่านี้

ศิษย์           ในขณะที่เผยแพร่ฝ่าหลุนต้าฝ่าให้คนอื่นอยู่นั้น  ควรจะใช้ภาษาที่อาจารย์บรรยายฝ่ามาชี้นำความคิดหรือไม่   หรือว่าอาศัยแนวคิดโดยรวมของเจิน ซั่น เหยิ่น ที่อาจารย์พูดมาชี้นำความคิด

อาจารย์      ฝ่าของข้าพเจ้า ก็คือสิ่งที่ข้าพเจ้าพูด  เป็นสิ่งที่เป็นระบบ   สิ่งที่ข้าพเจ้าพูดออกมาก็คือสิ่งที่อยู่ในต้าฝ่านี้   สิ่งที่ข้าพเจ้าพูดอยู่ที่นี่ไม่ได้พูดทัศนะส่วนตัวของข้าพเจ้า   ดังนั้นในขณะที่ทุกท่านพูดสิ่งนี้อยู่พูดได้แต่เพียงว่า ในหนังสือเขียนไว้อย่างไร อย่างไร หรืออาจารย์พูดว่าอย่างไร อย่างไร ก็ได้  ดีที่สุดคืออ่านหนังสือ  ท่านอย่าไปพูดโดยนำคำพูดของข้าพเจ้าไปเป็นคำพูดของตนเอง   เช่นนั้นเขา(ฝ่า)ก็จะไม่บังเกิดผลอย่างนี้  และยังเป็นการขโมยฝ่า  แต่สามารถพูดถึงความรู้สึกของแต่ละคนได้  นั่นเป็นคนละเรื่องกับฝ่า

ศิษย์           ภาพลวงตาที่ผู้คนเห็นกันคืออะไร

อาจารย์      ข้าพเจ้าว่า ก็คือทัศนียภาพของอีกมิติ ซึ่งปรากฏออกมาแบบจับพลัดจับผลู   สิ่งก่อสร้างที่ฝั่งนั้นก็หาได้มีแต่แบบสมัยโบราณนั้น  แต่มีตึกรามบ้านช่องอย่างปัจจุบันชนิดนี้ด้วย   และสิ่งที่มีอยู่ในมิติฝั่งนั้นบางส่วนยังสามารถเคลื่อนที่ได้

ศิษย์           จะมองการโกหกด้วยเจตนาที่ดีได้อย่างไร  อย่างเช่นคนๆนั้นป่วยหนักแล้ว

อาจารย์      อย่างเช่นเขาป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้ว  ท่านไม่อยากจะบอกสถานการณ์ที่แท้จริงให้เขาฟัง การฝืนทำอย่างนี้ ใช้ได้   จุดมุ่งหมายของท่านคือเพื่อคนอื่น  หรือเพื่อประโยชน์ของคนอื่น   แน่ละข้าพเจ้านึกถึงเรื่องเหล่านี้ของระดับชั้นสูง  ท่านเองก็สามารถจะจัดวางให้ถูกต้องได้  ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ควรพูดโกหกกับคนป่วย   กลัวคนป่วยระทมใจนั่นไม่ใช่หลักการนี้ของคนธรรมดาสามัญหรือ  เมื่อบำเพ็ญถึงระดับชั้นสูงจะพบว่าไม่ใช่เรื่องอย่างนั้น  ความทุกข์ระทมสามารถสลายกรรมได้ ชาติต่อไปจะได้ดี

ศิษย์           ด้วยความรู้สึกเคารพและซาบซึ้งใจ   เราจึงจุดธูปบูชาพระพุทธรูป  พระโพธิสัตว์และฝ่าเซินของอาจารย์   การถวายของบูชานับเป็นจิตยึดติดหรือไม่

อาจารย์      อย่างแรกนั้นคือความเคารพ อย่างที่สองที่จริงนั้นผู้คนล้วนเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นรูปแบบ ชนิดหนึ่ง    ธูปที่จุด หมดดอกแล้ว  ควันที่ฟุ้งขึ้นมานั้น  ที่ท่านมองเห็นเป็นควันในมิตินี้ของเรา  แต่ในอีกมิติหนึ่งมันก็มีควันด้วย   สสารที่ฝั่งของเราสลายไปแล้ว   ก็จะเกิดขึ้นที่ฝั่งนั้น  พวกเขา(ฝั่งนั้น)ต้อง การสิ่งนี้ไปผันแปรฝ่าของพวกเขา  ดังนั้นการถวายของบูชาเขา  ไม่เพียงเป็นการแสดงความเคารพ ยังมีความสัมพันธ์อย่างนี้อยู่ชั้นหนึ่ง  ถวายของบูชาใช่ไหม  หาไม่จะเรียกได้อย่างไรว่า ถวายของบูชาละ

ศิษย์           บนร่างกายของผู้ฝึกพลังปรากฏรูปลักษณ์ของพระพุทธขึ้นมานั้น เรื่องราวเป็นอย่างไร

อาจารย์      เป็นเรื่องปกติ   พลังกงก็คืออย่างนี้   ช่วงเริ่มต้นจะเล็กกว่าเมล็ดข้าว  ต่อมาจะออกมาใหญ่ยิ่งขึ้น  เพราะอณูในแต่ละชั้นของร่างกายล้วนต้องเปลี่ยนแปลง  สุดท้ายกลายเป็นร่างพระพุทธ

ศิษย์           ท่านอาจารย์จะกรุณาเล่าเรื่องโลกฝ่าหลุนให้เราฟังได้หรือไม่

อาจารย์      ผู้ฝึกเราบางคนมองเห็นแล้ว  มีภูเขาเอย น้ำเอย  หอสูง ศาลาเอย  ถ้าอยากจะรู้อย่างละเอียดท่านก็ต้องบำเพ็ญ

ศิษย์           มีผู้รู้แจ้งหลายองค์ที่ถ่ายทอดต้าฝ่าช่วยเหลือสรรพชีวิต  แต่ทำไมแต่โบราณกาลมาไม่เคยได้ยินว่ามีคนพูดถึง 

อาจารย์      องค์ศากยมุนีตรัสว่าพระยูไลมีมากดั่งจำนวนเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา    แล้วจะสามารถพูดให้หมดทีละองค์ ละองค์ได้ไหม  สิ่งที่ไม่ควรให้ท่านทราบก็จะไม่ให้ท่านทราบนะ   ถ้าคนธรรมดาสามัญรู้อะไรทุกอย่างหมดแล้ว นั่นมิใช่กลับตาลปัตรแล้วหรือ ท่านเป็นพระพุทธแล้ว  พวกเขาก็เป็นคนธรรมดาสามัญแล้วหรือ  คนธรรมดาสามัญจะสามารถรู้สิ่งที่สูงส่งเช่นนั้นได้หรือ   ในอดีตสิ่งที่อยู่เหนือกว่าพระยูไลจะไม่ให้คนได้รู้   และโลกฝ่าหลุนไม่ได้อยู่ในจักรวาลนี้   ที่จริงองค์ศากยมุนีเคยตรัสเรื่องของพวกเราไว้  และเคยตรัสเรื่องในอดีตของข้าพเจ้า  บ้างก็บันทึกเอาไว้  บ้างก็ไม่ได้บันทึกเอาไว้

ศิษย์           ถ้าหากคนที่มีฟู่ถี่(ตัวสิง)ทำให้พลังกงของเรากระจายออกไปแล้วจะทำอย่างไร

อาจารย์      ทำให้พลังกงกระจาย  หมายความว่าอะไร   มันไม่มีความสามารถนั้น   เพราะท่านยึดกุมตัว เองไว้ไม่ได้ จึงชักชวนให้สิ่งเหล่านี้เข้ามา   ท่านอยากได้   นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว   หากใจท่านไม่กระเพื่อม มันจะทำร้ายท่านไม่ได้   ในใจหวาดกลัวก็คือการยึดติด   และไม่แน่วแน่ในต้าฝ่า  ฝ่าเซินของข้าพเจ้าได้แต่รับผิดชอบต่อผู้ที่แน่วแน่บำเพ็ญต้าฝ่าเท่านั้น

ศิษย์           ปกติเมื่อลืมตาจะเห็นมีฝ่าหลุนใหญ่เล็กกำลังหมุนอยู่รอบๆตัว   พอหลับตากลับมองไม่เห็นนี่เพราะอะไร  ควรทำอย่างไร

อาจารย์      จะลืมตาหรือหลับตาก็เหมือนกัน  นี่คือความเคยชินชนิดหนึ่งของวิธีการมอง    เมื่อเคยชินแล้วก็จะเห็นได้ทั้งนั้น

ศิษย์           จะวิจัยวิชาฉีเหมินตุนเจี่ย(วิชาการสงครามฉีเหมิน เช่นการร่ายคาถาเรียกลมฝน) และจูโหยว เคอ(วิชารักษาโรค) ได้ไหม

อาจารย์      จูโหยวเคอ จัดเป็นสิ่งของจำพวกวิญญาณผีชั้นต่ำ   เมื่อบำเพ็ญต้าฝ่าแล้วท่านจะวิจัยมันทำไม   โจวอี้(ตำราว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง)   ฉีเหมินตุนเจี่ย  นั้นหากท่านคิดจะวิจัยสิ่งเหล่านี้ท่านก็ไปวิจัย   ฉะนั้นในฐานะศิษย์ฝ่าหลุนต้าฝ่า  ข้าพเจ้าว่าก็ไม่สอดคล้องกัน   สิ่งเหล่านี้ บางอย่างเป็นศาสตร์เทคนิค  บางอย่างเป็นของชั้นต่ำที่สุดของสายเต๋า  ท่านไตร่ตรองเอาเองเถิด ว่าจะทำอย่างไร

ศิษย์           ในศาสนาพุทธเห็นว่าการปล่อยชีวิตสัตว์เป็นเรื่องสำคัญ   ถือว่าการปล่อยชีวิตสัตว์สามารถสลายทุกข์ภัย  มีอายุวัฒนะ......

อาจารย์      เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องของความหมายมั่น(โหยว่เหวย)  ไม่ใช่การบำเพ็ญ   พูดได้อีกว่าท่านก็ปล่อยไม่ได้จริง  ไม่แน่ว่าในจำนวนนั้นบางตัวก็หมดอายุขัยแล้ว  หากมีเจตนาทำเรื่องเหล่านี้ก็คือจิตยึดติด    เราพูดเรื่องไร้ความหมายมั่น(อู๋เหวย)  ทำไมท่านเอาแต่จะทำเรื่องเหล่านี้ด้วยความหมายมั่น  การยิงนกก็ดี  จับปลาก็ดี  ที่จริงคนเหล่านั้นทำเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะ   มีคนซื้อไปปล่อยแล้ว  ครั้งต่อไปเขาก็ไปจับมันมาอีก   ท่านซื้อกับเขามาจนหมด  ท่านเอาไปปล่อยชีวิต   ดีละ พรุ่งนี้ไปทำอีก  ท่านยังจะซื้อไปปล่อยชีวิตไหม   ก็เท่ากับช่วยเขาทำเรื่องชั่ว  ข้าพเจ้าว่าพยายามอย่าทำเรื่องเหล่านี้   ปัจจุบันในศาสนาพุทธก็กำลังทำเรื่องที่มีความหมายมั่นเหล่านี้     เนื่องจากในเวลาที่องค์ศากยมุนีถ่ายทอดฝ่านั้น ไม่มีเรื่องเหล่านั้น

ศิษย์           ผมไม่ฝึกพลังกงอันนั้นแล้ว คิดจะเผาภาพที่แขวนไว้ทิ้งไป  แต่มีคนอยากฝึก ขอเอาไปแล้ว  ผมรู้ว่ามันไม่ดี ถ้ามอบให้คนไป จะผิดศีลธรรมหรือไม่

อาจารย์      เขาจะเอาให้ได้  ท่านได้ให้เขาไปแล้ว ก็อย่าไปสนใจเขาเลย   มอบให้คนไม่ดีแน่  สิ่งนั้นจะทำร้ายคนอื่นได้

ศิษย์           บางครั้งรูปของท่านปรมาจารย์ ปรากฏเป็นพระพุทธใหญ่สีทองเปล่งปลั่ง  บางครั้งมีสีหน้าเคร่งขรึม

อาจารย์      เป็นเช่นนี้แหละ  เมื่อท่านทำเรื่องที่ดี  ฝ่าเซินของข้าพเจ้าก็จะแสดงออกมาอย่างยินดี  หรือเปล่งแสงออกมา   แต่เมื่อท่านทำเรื่องไม่ดี เขาก็จะเข้มงวดมาก

ศิษย์           เพื่อนสนิทเชื่อในหลักธรรมนอกรีต ควรจะเตือนให้เขาหยุดไหม

อาจารย์      สามารถจะเตือนให้เขาหยุด  เขาเชื่อลัทธินอกรีต หนทางคดงอ  ที่ไม่ให้เขาเรียน ท่านก็กำลังช่วยคนใช่ไหม   แต่ถ้าเขาจะเชื่อให้ได้  ท่านก็อย่าฝืนยุ่งเกี่ยวด้วย  ปล่อยเขาไปเถิด

ศิษย์           หลังจากจิตสำนึกรองไปแล้ว จิตสำนึกหลักจะอยู่ในสภาพอะไร

อาจารย์      หลังจากจิตสำนึกรองไปแล้วท่านจะไม่รู้   สภาวะอะไรก็ไม่มี

ศิษย์           การข้ามด่านกามารมณ์จะเกิดซ้ำได้อีกไหม

อาจารย์      ถูกต้อง  จะเกิดได้   ท่านข้ามได้ไม่ดีครั้งหนึ่ง   เขาก็จะเกิดซ้ำได้อีก   หากเดี๋ยวนี้ท่านรักษาใจไว้ได้ดี   ต่อไปจะเป็นอย่างไร  ยังจะทดสอบท่านได้อีก

ศิษย์           ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าหลังจบการศึกษานานแค่ไหน   ชายหญิงจึงจะสามารถอยู่ด้วยกันได้

อาจารย์      ในชั้นเรียนเราก็ไม่ได้บอกว่าท่านทั้งสอง ให้แยกจากกันนะ   เราพูดว่าท่านต้องปล่อยวางจิตใจนี้ให้จืดจาง   ในการดำรงชีพ  ปัจจุบันท่านยังสามารถรักษาการดำรงชีพตามปกติก็พอแล้ว  ขณะนี้ได้แต่กำหนดท่านอย่างนี้    ถ้าท่านบอกว่าหลังจากศึกษาจบแล้ว กลายเป็นพระสงฆ์  หรือพระสงฆ์ที่ไม่ใช่พระสงฆ์   เป็นแม่ชีที่ไม่ใช่แม่ชี  แต่คนรักของท่านไม่ได้ฝึกพลัง แล้วเอะอะจะขอหย่าร้างกับท่าน   ศิษย์ฝ่าหลุนต้าฝ่าล้วนจะกลายเป็นแบบนี้ไปหมดหรือ ก็คือท่านอย่าคิดถึงมันมากเกินไป  ต่อไปหลังจากค่อยๆยกระดับขึ้นแล้ว ท่านจะทราบว่าควรจะทำอย่างไร

ศิษย์           ดิฉันเคยผ่าตัดมดลูกทิ้ง จะกระทบต่อการฝึกพลังไหม

อาจารย์      ไม่กระทบ  ร่างกายท่านที่เป็นสสารในมิตินี้ ได้ตัดมันทิ้งไปแล้ว  แต่ที่ฝั่งนั้นไม่ได้ตัดทิ้ง

ศิษย์           เมื่อบำเพ็ญซินซิ่งถึงระดับที่แน่นอนหนึ่ง ใช่หรือไม่ว่าจะไม่สามารถมีความนึกคิดที่ไม่ดีใดๆเกิดขึ้นอีก

อาจารย์      เนื่องจากตลอดขั้นตอนของการบำเพ็ญซินซิ่ง  ล้วนเป็นการทิ้งความนึกคิดที่ไม่ดีและตัณหานานาชนิด   ที่ว่าในท่ามกลางขั้นตอนของการบำเพ็ญท่านทิ้งมันไปได้หมดแล้ว ความนึกคิดอะไรที่ไม่ดี ไม่เกิดขึ้นทั้งนั้นแล้ว  เช่นนั้นท่านมิใช่บำเพ็ญถึงที่สุดแล้วหรือ ท่านก็สำเร็จสมบูรณ์แล้วใช่ไหม  ดังนั้นในระหว่างขั้นตอนของการบำเพ็ญยังจะเกิดขึ้นได้  บางครั้งความคิดที่ไม่ดีที่แวบออกมา นั่นเป็นเรื่องปกติ   แต่ก็ต้องระวังสิ่งเหล่านี้  ต้องระวังผลักไสมันไป

ศิษย์           ผู้ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าจะไปปัดกวาดสุสานเพื่อเซ่นไหว้วิญญาณบรรพชน หรือเยี่ยมคนป่วยหนักได้ไหม

อาจารย์      เรื่องนี้ถ้าจะต้องทำให้ได้ท่านก็ไปทำ   ในครอบครัวไม่มีใครทำท่านก็ไปทำ  แต่มีจุดหนึ่ง  เมื่อระดับชั้นของท่านสูงมากแล้ว  พลังงานแรงมากแล้วเมื่อท่านไปมันจะกลัว  จะกระแทกมันไปไกลมาก

ศิษย์           หลาน(ตาหรือยาย)คนเล็กของผมอายุแปดขวบ ตาทิพย์เปิด  แต่พอเก้าขวบกว่าก็ปิดแล้ว

อาจารย์      เมื่อเด็กควบคุมตัวเองได้ไม่ดี  หรือผู้ใหญ่ในครอบครัวไม่ระวัง  มักจะบอกให้เด็กดูไปดูมา  เมื่อจิตยึดติดของท่านโตมากขึ้น  ย่อมง่ายที่จะทำลายเด็กแล้ว ข้าพเจ้าขอบอกท่าน ข้าพเจ้ามองเห็น เด็กๆของเราที่ฝึกพลัง   ส่วนมากล้วนแต่มีที่มา  ท่านอย่าทำลายเขาไปเสีย   ท่านบำเพ็ญขึ้นไปไม่ได้ แล้วยังทำลายเขาแล้ว ช่างเป็นบาปหนักยิ่งนัก

ศิษย์           ถ้าผู้ฝึกเราถูกคนชั่วกระทำความรุนแรง ควรโต้ตอบหรือไม่

อาจารย์      ผู้บำเพ็ญที่แท้จริงของเราจะไม่พบกับเรื่องอย่างนี้  เรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญ จะไม่จัดวางให้ท่าน

ศิษย์           คนในครอบครัวอยากจะศึกษาฝ่าหลุนต้าฝ่า แต่ยังไม่ได้เริ่มศึกษาจะให้ฟังวิดีโอเทปได้ไหม

อาจารย์      คนที่อยากจะเรียนฝ่าหลุนต้าฝ่าสามารถฟังได้  แต่ถ้าให้คนที่ไม่เชื่อหรือคนที่ทำลายฝ่าตามชอบใจ    ไม่รับผิดชอบเที่ยวให้คนฟังตามชอบใจ  ข้าพเจ้าว่านั่นก็ใช้ไม่ได้  ดีไม่ดีเครื่องเล่นเทปของท่านก็จะเสียได้  เทปของท่านก็จะถูกลบทิ้ง

ศิษย์           ชุดฝึกพลังนี้ที่ท่านสอนทำไมต้องทำเก้ารอบ

อาจารย์      สายพุทธพูดว่า เก้า เก้า คืนสู่ความจริงแท้นะ จักรวาลนี้ของเรา  ปัจจุบันได้เกิดการดับสลายเก้าครั้งแล้ว   และประกอบขึ้นมาใหม่  เรื่องราวต่างๆในจักรวาลนี้  ล้วนแต่อิงเลขเก้านี้เป็นเลขที่ใหญ่ที่สุด

ศิษย์           บนตัวและส่วนศีรษะ สามารถจะมีฝ่าหลุนคงที่(ประจำที่)ได้ไหม

อาจารย์      นอกเหนือจากที่ท้องน้อย จะไม่มีฝ่าหลุนที่คงที่(ประจำที่)อยู่อีก   บนไหล่ บนศีรษะของท่าน นี้ล้วนเป็นการปรับร่างกายให้ท่าน  นั่นไม่ใช่ให้แก่ท่าน  หลังจากปรับร่างกายเสร็จแล้วก็ไม่จำเป็นแล้ว  เขาก็จะกลับไปแล้ว    องค์ที่ให้ท่านอย่างแท้จริงก็คือองค์นั้นที่อยู่ตรงท้องน้อย  ต่อไปเมื่อท่านฝึกพลังจะสามารถฝึกที่เป็นของตัวเองออกมาได้

ศิษย์           มีบางคน สามารถมองเห็นฝ่าเซินมากมายของท่านหลังจากที่ตาทิพย์ของเขาเปิด  บางคนบอกว่าในบ้านมีฝ่าเซินได้เพียงหนึ่งองค์

อาจารย์      นั่นไม่แน่  ฝ่าเซินของข้าพเจ้ามากจนนับไม่ถ้วน  มากเหลือเกินแล้ว

ศิษย์           ในขณะนั่งสมาธิจะทบทวนความผิดที่ผ่านมาของตน   ทำให้รู้และเข้าใจในคติโบราณ

อาจารย์      คติโบราณนั้นไม่ใช่หลักธรรมสำหรับบำเพ็ญ ท่านอย่ามัวคิดถึงคติโบราณ คติโบราณ  สิ่งที่คนสมัยโบราณพูดไม่แน่ว่าจะเป็นสัจธรรม มีแต่คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลนี้ จึงจะเป็นมาตรฐานเดียวในการประเมินคนดี หรือคนเลว   ความดีกับความเลวที่คนสมัยโบราณพูดนั้นเป็นมาตรฐานในหมู่คนธรรมดาสามัญ แน่ละที่บางคนพูดกันหรือนักปราชญ์พูดกันนั้นเป็นไปได้ว่าจะเป็นปรัชญาในระดับสูงมาก   ข้าพเจ้าว่าท่านอย่ายึดติดกับสิ่งเหล่านี้  การบำเพ็ญต้าฝ่านั้นท่านต้องทำตามที่ฝ่าของข้าพเจ้าชี้นำ

ศิษย์           ผู้ฝึกบางคนตาทิพย์เปิดแล้วสามารถพูดคุยกับฝ่าเซินของท่าน  บางครั้งฝ่าเซินของท่านจะพูดล้อเล่นด้วยโดยบังเอิญ

อาจารย์      นี่เป็นไปได้   พูดล้อเล่นหรือพูดในทางตรงกันข้ามให้ท่านรับรู้ได้   แต่เขาจะไม่พูดฝ่าอะไรให้กับท่านตรงๆ  หรือทำเรื่องอะไรให้กับท่าน

ศิษย์           ถ้าซินซิ่งผ่านด่านไม่ได้  ฝ่าหลุนจะเปลี่ยนรูปไหม

อาจารย์      ซินซิ่งข้ามไปไม่ได้ฝ่าหลุนจะไม่เปลี่ยนรูป   ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่าหลุน  ฝ่าหลุนจะเปลี่ยนรูปล้วนเกิดจากการฝึกแทรกหลักพลังอื่นเข้าไป

ศิษย์           เขตฐานของฝ่าหลุนต้าฝ่าสร้างขึ้นเมื่อไร

อาจารย์      ยังไม่ได้คิด   เขตฐานของฝ่าหลุนต้าฝ่าเมื่อสร้างสำเร็จแล้ว  ก็จะให้ศิษย์ที่บำเพ็ญเป็นหลักกับศิษย์ที่ออกบวช ดูแล   แต่ไม่แตะต้องเงินทองเช่นกัน

ศิษย์           ธาตุแท้ของฝ่าเซินกับกงเซิน(ร่างพลัง)ของอาจารย์ มีอะไรไม่เหมือนกัน

อาจารย์      พวกท่านไม่มีกงเซิน  รูปลักษณ์ของกงเซินของข้าพเจ้าเหมือนกับรูปลักษณ์ของข้าพเจ้าในขณะนี้  คือประกอบขึ้นมาจากพลังกง  ส่วนฝ่าเซินนั้นออกมาจากภายในกาย และก่อเกิดขึ้นจากพลังกงกับฝ่า  รูปลักษณ์ของฝ่าเซินมีผมสีน้ำเงินเป็นขดๆ  สวมชุดจีวรสีเหลือง  ส่วนกงเซินจะเหมือนกับข้าพเจ้า

ศิษย์           ในชีวิตผมลิขิตไว้ว่าไม่มีบุพเพสันนิวาส    ใช่หรือไม่ว่าถ้าไม่ผ่านการดำรงชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญก็จะไม่ได้มรรคผลถูกต้องตลอดไป

อาจารย์      ไม่มีเรื่องนี้   เราพูดแล้ว  แต่เดิมท่านก็สามารถปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ได้   จะปล่อยวางสิ่งเหล่า นี้ทางด้านรูปแบบก็ได้  ที่ข้าพเจ้าบอกท่านก็คือความหมายอย่างนี้   ก็เหมือนกับวันนั้นที่ข้าพเจ้าพูดถึงปัญหาการรับประทานเนื้อสัตว์   บางคนนั้นไม่กินเนื้อสัตว์  จะเกิดสภาพการณ์นี้หรือไม่ก็ไม่กินแล้ว  ข้าพเจ้าว่านั่นก็ดีมาก  ไม่กินก็ไม่ต้องกิน  ไม่เกิดจิตยึดติดนี้

ศิษย์           หลานคนเล็กวัยหกขวบของดิฉันไม่ได้ฝึกพลัง  ก็มองเห็นข้างบนระหว่างสองคิ้วมีฝ่าหลุนหมุนอยู่

อาจารย์      เมื่อครู่ข้าพเจ้าพูดแล้ว  มีผู้ฝึกพลังหลายคน  ที่จริงเมื่อก้าวเข้ามาที่นี่ก็คือวาสนา  บางคนนำเด็กมาด้วย  มีเด็กเล็กๆหลายคนนั้นที่มี   ล้วนมาได้ฝ่านี้ทั้งนั้น   เด็กบางคนมีเกินจีดีมาก  ที่สมควรจะได้ก็ได้แล้ว   คนหนึ่งได้ฝ่า ทั้งครอบครัวจะได้ประโยชน์

ศิษย์           ตอนบ่ายขณะที่อาจารย์กำลังบรรยาย    ผมมองเห็นตรงกลางห้องโถงใหญ่มี คนตัวใหญ่มากสองคน แต่มองไม่เห็นหน้ายืนอยู่ตรงนั้น

อาจารย์      นั่นเป็นกงเซินของข้าพเจ้า

ศิษย์           ในความฝันพบท่านอาจารย์สอนให้ผมฝึกชงกว้าน(ท่าฝึกชุดที่สาม)สองมือ

อาจารย์      นั่นคือฝ่าเซินของข้าพเจ้าสอนท่านฝึกพลัง

ศิษย์           ตอนกลางคืนฝันเห็นตัวเองฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า  นั่นเป็นจิตสำนึกรองใช่ไหม

อาจารย์      ตัวท่านเองแจ่มแจ้งว่าตนเองกำลังอยู่ที่นั่นฝึก  นั่นก็คือจิตสำนึกหลักของท่านที่ฝึก

ศิษย์           บางครั้งผมสามารถอดทนได้ ควบคุมเรื่องราวไว้ได้  แต่ในใจกลับไม่สงบอยู่เสมอ

อาจารย์      ก็คือแม้โดยเปลือกนอกตัวท่านสามารถอดทนได้   แต่ในใจท่านยังไม่ปล่อยวาง  ก็ใช้ไม่ได้   ทุกท่านทราบคนที่บรรลุถึงระดับอรหันต์นั้น  เมื่อพบกับเรื่องอะไรจะไม่เก็บไว้ในใจ  ทุกสิ่งในหมู่คนธรรมดาสามัญต้องไม่ใส่ไว้ในใจเลย    ยิ้มแย้มอยู่เสมอ   ไม่ว่าจะเสียเปรียบเท่าไรคนเขาก็ยิ้มแย้มได้  ถ้าสามารถทำได้ตามนี้จริงๆ ท่านก็บรรลุถึงมรรคผลอรหันต์ชั้นต้นแล้ว

ศิษย์           ผู้ที่ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าจะสามารถฝึกกายบริหารไปด้วยได้ไหม

อาจารย์      ทำได้  ท่านอยากฝึกก็ฝึกไปเถอะ  ตอนนี้อะไรๆท่านก็วางได้แล้ว  ท่านก็มิเท่ากับบำเพ็ญสำเร็จแล้วหรือ   เมื่อท่านฝึกพลังไปเรื่อยๆ   ท่านก็จะสามารถมองบางอย่างให้จืดจางได้เอง   ถึงบอกให้ท่านไปทำท่านก็จะไม่ไปทำแล้ว

ศิษย์           ขณะฝึกสมาธิอยู่ ยุงกัดเอา จะใช้มือจับได้ไหม

อาจารย์      จับก็จับได้  แต่ดีที่สุดอย่าจับ   ขณะที่กำลังฝึกอยู่พอท่านจับ กลไกชี่บนตัวก็จะยุ่งเหยิงแล้ว   ที่จริงนี่ล้วนเป็นรูปแบบการรบกวนของมาร  อย่าสนใจมัน   ได้ชดใช้กรรมคืน ไม่ดีหรือ

ศิษย์           เมื่อฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าแล้ว จะฝึกมวยไท่เก๊กด้วยได้ไหม

อาจารย์     ไม่ได้   มวยไท่เก๊ก ก็เป็นชี่กง  ไม่เพียงแต่มวยไท่เก๊กเป็นชี่กง  กระบี่ไท่เก๊ก  ยังมีมวยปากั้ว  มวยสิงอี้ ประเภทนี้ล้วนจัดเป็นชี่กง เช่นนั้นหากท่านว่าท่านอยากจะฝึก เช่นนั้นท่านก็ไปฝึกมันก็แล้วกัน   ข้าพเจ้าพูดที่นี่คือการรับผิดชอบต่อผู้ฝึกอย่างแท้จริง  จึงพูดถึงข้อกำหนดให้ฟัง   การบำเพ็ญไปสู่ระดับชั้นสูงต้องเดินแนวทางเดียว   ท่านว่าท่านคิดจะฝึกสิ่งนั้น   ข้าพเจ้าว่าท่านก็ไปได้   ถ้าท่านสามารถจะบำเพ็ญออกมาได้ก็ดี  ไม่ใช่จะต้องให้ท่านบำเพ็ญฝ่าหลุนต้าฝ่าให้ได้  ข้าพเจ้าเพียงแต่บอกท่านเรื่องการเดินแนวทางเดียว เรื่องการปฏิบัติต่อการบำเพ็ญอย่างเข้มงวด มวยไท่เก๊กก็ไม่เลว  แต่หลักธรรมด้านจิตใจส่วนนี้ของเขาไม่ได้ถ่ายทอดออกมา  ดังนั้นจึงได้แต่เสริมสร้างสุขภาพ   ไม่อาจบำเพ็ญได้   

ศิษย์           การเปิดการรับรู้ในระดับต่ำที่สุด สามารถไปโลกฝ่าหลุนได้หรือไม่

อาจารย์      การเปิดพลังในระดับชั้นต่ำ  ก็คือการเปิดพลังในระดับชั้นที่ต่ำมาก  เขาจะไปโลกฝ่าหลุนไม่ได้  และไปไม่ถึงระดับชั้นที่สูงกว่า  เพราะเขาสามารถจะบำเพ็ญได้สูงแค่นี้เอง

ศิษย์           ทำงานอยู่ในสหภาพแรงงานไม่อาจหลีกเลี่ยงการยืม การปรับย้ายบุคลากร จะทำอย่างไร

อาจารย์      ในทุกๆระดับชั้นล้วนสามารถเป็นคนดี   ล้วนสามารถฝึกพลังกง  ท่านทำงานอะไร นั่นเป็นงานในหมู่คนธรรมดาสามัญ    การทำตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงานของท่าน  ท่านไม่น่าจะทำอะไรผิด  แต่ในการจัดการกับปัญหาท่านต้องทำดีต่อคน พยายามคำนึงถึงผู้อื่น   ท่านก็ทำไปตามต้าฝ่านี้   เรื่องที่เป็นรูปธรรมเหล่านี้หากมาถามข้าพเจ้าทั้งหมด  จะให้ข้าพเจ้าบอกท่านทั้งหมด  ท่านยังจะบำเพ็ญอะไรได้  ท่านจะรับรู้อะไรได้ละ

ศิษย์           เพื่อนร่วมงานกับคนในครอบครัวผมล้วนไม่ได้เข้าร่วมชั้นเรียน   เวลาปกติพวกเขาจะฝึกพลังร่วมกับผู้ฝึกเก่าได้ไหม

อาจารย์      ปฏิบัติตนให้เหมือนผู้ฝึกพลัง  เมื่อถึงเวลาที่ควรจะได้ ก็จะได้ทั้งหมด   แต่ถ้าวันนี้ท่านออกจากชั้นเรียนไป ท่านไม่ปฏิบัติตนเป็นผู้ฝึกพลัง   ท่านก็จะไม่ได้อะไร

ศิษย์           การฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมใดบ้าง  กิจกรรมใดที่สามารถให้ความร่วมมือ

อาจารย์      เรื่องที่ไม่ดีก่อนอื่นท่านต้องละเว้น   ให้บำเพ็ญอย่างเป็นธรรมชาติในหมู่คนธรรมดาสามัญ  และอย่าเจตนาสร้างความขัดแย้ง   เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ฝ่า สามารถร่วมมือได้

ศิษย์           ศาสนกิจในวัด เป็นเรื่องอะไร

อาจารย์      มันเป็นรูปแบบของศาสนา  ไม่เกี่ยวข้องกับเรา

ศิษย์           ต้องฝึกถึงระดับใดจึงจะสามารถเข้าสู่โลกฝ่าหลุนได้

อาจารย์       บำเพ็ญสำเร็จ

ศิษย์           ฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่าแล้วจะเต้นรำดิสโก้ได้ไหม

อาจารย์      เมื่อท่านยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ   ท่านจะรู้สึกยิ่งขึ้นเรื่อยๆว่ามันน่าเบื่อ   สุดท้ายจะพบว่าระบำชนิดนี้มีลักษณะมาร

ศิษย์           มีบางคนรู้สึกว่าตัวเองเล็กมากขณะที่ฝึกพลังอยู่

อาจารย์      ใช่   บางคนนั้นเดิมทีจิตหลักของเขาจะเล็กมาก   เมื่อเขานั่งยองๆ อยู่ที่หนีหวานกง (ต่อมไพเนียล) ท่านจะรู้สึกเล็กมาก  แต่ร่างกายนี้ก็สามารถเปลี่ยนเป็นใหญ่ได้  บางครั้งท่านรู้สึกว่าตนเองสูงใหญ่เทียมฟ้า    นี่ล้วนแต่ปกติ    ร่างกายในอีกมิติหนึ่งสามารถผันแปรได้

ศิษย์           บางคนโมโหง่ายมากเพียงแค่เรื่องเล็กๆ  อย่างนี้พลังกงจะโตขึ้นได้ไหม

อาจารย์      เรื่องเล็กก็ผ่านไปไม่ได้ และโกรธ ยังจะคิดให้พลังโตขึ้นได้หรือ   พวกเราควรปฏิบัติตนเป็นคนฝึกพลัง   ถ้านานๆครั้งอารมณ์เสียเล็กน้อยกับเรื่องเล็กๆนั่นก็ไม่กระทบ   แต่ท่านจะเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยก็ไม่ถูก  ท่านต้องยกระดับ

ศิษย์           นิตยสาร “หน้าต่างวรรณกรรม” ฉบับที่สี่  มีทัศนะเหมือนกับต้าฝ่าของท่านหรือไม่

อาจารย์      มันไม่อาจนำมาเทียบกับฝ่าของข้าพเจ้าได้   ฝ่าของข้าพเจ้าก็มีเนื้อหาตามที่ข้าพเจ้าพูด  ไม่มีอะไรอื่นอีกแล้ว   หน้าต่างวรรณกรรม เขียนบทความจากมุมของวรรณศิลป์ และศิลปะ ศิลปะจะบรรยายให้เหนือชีวิตจริง หรือจับเอาจุดใดจุดหนึ่งไปขยายความให้มันใหญ่ขึ้น หรือใช้วิธีการของมันแสดงออกมา ทุกท่านอย่าไปฝึกตามสิ่งนี้   หรือทำตามการชี้นำของสิ่งนี้ นั่นก็ไม่ถูก   เพราะมันเป็นผลงานด้านศิลปะ  ดังนั้นในนั้นจึงมีสิ่งที่ปั้นแต่งขึ้น  หากจะบำเพ็ญก็ให้ทำตามการชี้นำของฝ่านี้

ศิษย์           ท่านเคยอ่านคัมภีร์ของทิเบตไหม

อาจารย์      ของทิเบตข้าพเจ้าไม่ดูเลย    พระสูตรของแดนฮั่นข้าพเจ้าก็ไม่อ่าน

ศิษย์           ขณะนั่งสมาธิในท่าเจียอิ้นรู้สึกว่าใบหน้ากับแขนผ่อนคลายไม่ได้  ไม่เจียอิ้นได้ไหม

อาจารย์      สองแขนผ่อนคลายไม่ได้นั่นเป็นปกติ   ในระหว่างขั้นตอนของการไหลเวียนของกระแสพลังงาน เกิดพลังแม่เหล็กชนิดหนึ่ง จึงดูดแน่นไว้ ท่านไม่เจียอิ้นจะได้หรือ   ควรทำอย่างไรก็ทำอย่างไร  หากท่านไม่เจียอิ้นก็ไม่เกิดกระแสพลังงานนี้  หากกระแสพลังงานนี้ไม่ไหลผ่านแล้วจะผันแปรตัวท่านกับพลังกงได้หรือ

ศิษย์           หนังสือชี่กงที่มีอยู่เมื่อก่อนนี้จะจัดการอย่างไรดี

อาจารย์      ท่านคิดว่าจะจัดการอย่างไรดีก็จัดการอย่างไร  ข้าพเจ้ารู้สึกว่าขจัดมารนั้นไปให้ถึงที่สุดจะดีกว่า

ศิษย์           ท่านทำเรื่องแทนพระพุทธองค์ใดหรือเปล่า

อาจารย์      ข้าพเจ้ามีเรื่องของข้าพเจ้า   พวกเขามีเรื่องของพวกเขา  ไม่ใช่ใครทำแทนใคร   การถ่ายทอดฝ่าช่วยเหลือคนเรื่องนี้ไม่มีคนทำแทนได้

ศิษย์           ขณะที่ผมฝึกพลังหาวนอนติดต่อกันครั้งแล้วครั้งเล่า

อาจารย์      เกิดจากการที่สมองของท่านอยู่ในระหว่างขั้นตอนของการปรับแก้   หรือในขณะฝึกพลังเมื่อชี่กรอกเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดสภาพการณ์นี้  เป็นเรื่องปกติเหลือเกิน

ศิษย์           ขณะที่ฝึกสมาธิชุดที่ห้า เวลารำมือออกแรงที่แขนท่อนล่างหรือทั้งแขน

อาจารย์      การรำมือมีลักษณะเฉพาะอันหนึ่งก็คือให้แขนท่อนล่างนำพาแขนท่อนบน   ส่วนหลักพลังสายเต๋านั้นมักจะมาจากวิชาวิทยายุทธ์  ท่าเคลื่อนไหวของเขานั้น  มักจะเป็นแขนท่อนบนนำพาแขนท่อนล่าง  แต่การรำมือของเรา แขนท่อนล่างจะนำพาแขนท่อนบน  แขนท่อนล่างเคลื่อนไหว  โดยมันจะพาแขนท่อนบนให้เคลื่อนไหว  ดังนั้นเวลารำมือ ให้แขนท่อนล่างออกแรงเล็กน้อย

ศิษย์           ขณะหลับอยู่ รู้ตัวชัดๆว่าทำท่าเคลื่อนไหวไปตามกลไก  รำมือขึ้นมา ผมเห็นว่าดีมาก นี่เป็นเรื่องอย่างไรกัน

อาจารย์      ก็คือเกิดจากจิตยินดี   หากท่าเคลื่อนไหวของท่านไม่ใช่ท่าเคลื่อนไหวของฝ่าหลุนต้าฝ่าเรา  ให้ท่านรีบหยุดทันที   เพราะนี่คือมารกำลังรบกวนท่านอยู่   มันคิดจะแทรกสิ่งเลอะเทอะยุ่งเหยิงเข้าไปในพลังกงของท่าน ทำลายท่าน  ดังนั้นท่าเคลื่อนไหวที่ข้าพเจ้าไม่ได้สอนท่านก็อย่าทำ ส่วนการรำมือชุดใหญ่นั้น  ข้าพเจ้าขอบอกท่าน  ท่านจะทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด  หากท่านทำแล้วก็คือมารที่รบกวนท่าน  ดูแลท่าน  ให้ร้ายท่าน  ใส่สิ่งของเข้ามาให้  ท่านอย่าได้เกิดจิตยินดีขึ้นมา  จุดนี้ท่านก็ยึดกุมไว้ไม่ได้   ต่อไปหากท่านได้เห็นพวกที่บินไปบินมา มีความสามารถมาก  ท่านก็ไปกับเขาแล้ว ท่านก็จะจบสิ้น

ศิษย์           ความนัยของมรรคผลถูกต้องคืออะไร

อาจารย์      ความนัยของมรรคผลถูกต้องก็คือการบรรลุความสำเร็จสมบูรณ์ในการบำเพ็ญฝ่าที่ถูกต้อง  ก็คือได้มรรคผลถูกต้อง   มรรคผลถูกต้องนี้มีการแบ่งมรรคผลออกเป็น  มรรคผลอรหันต์  มรรคผลพระโพธิสัตว์ ยังมีที่ได้มรรคผลพุทธะ   ล้วนเรียกว่ามรรคผล

ศิษย์           ในความฝันหรือในสมาธิจะแยกแยะอย่างไร ระหว่างพระโพธิสัตว์จริงกับปลอม  หรือฝ่าเซินจริงกับปลอม

อาจารย์      ฝ่าเซินของข้าพเจ้านั้น ไม่ว่าใครจะแปลงอย่างไรก็ไม่เหมือน  ท่านมองให้ละเอียดจะรู้ว่าไม่เหมือน  ไม่อาจแปลงให้เหมือนได้    หากแยกแยะไม่ออกจริงๆให้เรียกชื่อข้าพเจ้า  ส่วนพระโพธิสัตว์นั้นยากจะบอกได้

ศิษย์           ระหว่างผู้รับผิดชอบกับผู้ช่วยฝึกสอนบางคนทะเลาะกันไม่สามัคคีกัน

อาจารย์      ปรากฏการณ์ชนิดนี้ในฝ่าหลุนต้าฝ่าของเราดูเหมือนจะมีไม่มาก   พูดถึงว่าระหว่างผู้ช่วยฝึกสอนด้วยกันมีความเห็นที่ไม่เหมือนกันบ้างในการมองปัญหา   ซึ่งเป็นโอกาสในการยกระดับซินซิ่ง  เราก็ไม่ได้พูดศัพท์คำว่า สามัคคีหรือไม่สามัคคี   เราล้วนพูดเรื่องการบำเพ็ญซินซิ่ง  บำเพ็ญตนเอง  ใครที่ทำไม่ดีนั่นเป็นปัญหาของตัวเขาเอง   ใครแสดงความโกรธกับคนเขา  ใครที่นินทาคนเขา  จะดีหรือไม่ดีก็คือตนเอง เขาไม่บำเพ็ญตนเอง  บรรดาคนที่ทำเช่นนี้ซินซิ่งของเขาก็ไม่ดี  อย่างน้อยที่สุดต่อปัญหานี้ เขาก็ใช้ไม่ได้

ศิษย์           ผมเป็นผู้ฝึกเก่า ในชั้นเรียนครั้งนี้ ในทันใดก็มีพลังงานอย่างหนึ่งอยากจะให้ผมละทิ้งฝ่าหลุนต้าฝ่า  และทำให้ผมเกิดความคิดที่ไม่ดีขึ้นมาจริงๆ

อาจารย์      นั่นก็พูดได้ชัดว่าท่านเอาชนะมันได้   บรรดาสภาพการณ์ชนิดนี้ที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลัง  จะต้องยืนหยัดบำเพ็ญต้าฝ่า  แยกแยะตัวเองให้ชัด  มันเป็นกรรมทางความคิดและฟู่ถี่ที่ทำ   ขอเพียงสามารถแยกแยะว่านั่นไม่ใช่ตนเอง  ฝ่าเซินของข้าพเจ้าก็จะช่วยชำระให้

ศิษย์           การรวมกลุ่มฝึกพลัง  กับการฝึกพลังตามลำพังจะได้ผลเหมือนกันหรือไม่

อาจารย์      เหมือนกัน  การรวมกลุ่มฝึกพลัง ที่สำคัญคือ ทุกท่านอยู่ด้วยกันปรึกษาหารือซึ่งกันและกัน  ยกระดับได้เร็วหน่อย   และเป็นประโยชน์ ต่อการเสริมความชื่นชอบการฝึกพลังนั้นของท่าน   จะฝึกตามลำพังหรือปิดประตูฝึก  ดูเหมือนตัวเองจะเก็บตัวมากไปหน่อย  ก็เป็นอย่างนี้  ที่จริงล้วนเหมือนกัน 

ศิษย์           คนไม่เข้าใจการฝึกพลังของเรา  เราสามารถจะทำตามที่เราต้องการโดยไม่สนใจเขาได้ไหม

อาจารย์      อย่างน้อยที่สุดท่านต้องทำให้คนเข้าใจให้ได้   จะเอาแต่แสดงออกอย่างเหนือสามัญวิสัยนั้นใช้ไม่ได้  ต้องระวังปัญหานี้  ในหมู่คนธรรมดาสามัญ ท่านต้องระวังปฏิบัติให้เข้ากับคนธรรมดาสามัญ   โดยเปลือกนอกไม่ให้มีความแตกต่างระหว่างคนกับคนด้วยกัน  แต่ในใจตนต้องบำเพ็ญ  ยกระดับตัวท่านเอง

ศิษย์           เวลาที่ทำท่าประสานมือหน้าท้องน้อย ถ้ามือแตะกันจะทำให้พลังลดลงหรือไม่

อาจารย์      มืออย่าแตะกัน พลังจะไม่ลดลง แต่จะทำให้กลไกยุ่งเหยิงได้ง่าย  ท่านฝึกพลังเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลไกชี่

ศิษย์           หลังจากนั่งสมาธิจิตใจไม่สงบ   มีนิสัยสันโดษเอาแต่ใจตัว

อาจารย์      ไม่ว่าอย่างไรเวลาที่เกิดสภาพการณ์ชนิดนี้  ให้แน่วแน่ในการบำเพ็ญต้าฝ่า  ท่านต้องยึดกุมตัวเองให้ดี  ขณะเดียวกันต้องแยกแยะตนเองกับกรรมทางความคิดให้ชัดเจน

ศิษย์           หลังจากฝึกฝ่าหลุนต้าฝ่า ผ่านไประยะเวลาหนึ่งรู้สึกว่าขาแข็งขึ้นเรื่อยๆ  เพราะอะไร

อาจารย์      มีสภาพการณ์สองชนิด  ชนิดหนึ่งคือผู้ฝึกเรา ขณะที่ฝึกพลังได้ทำเรื่องที่ผิดไปแล้ว  อีกชนิดหนึ่งคือ เป็นระยะเวลานานที่ฝึกพลังแต่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานของผู้ฝึกพลัง  ซินซิ่งขึ้นไปไม่ได้  ล้วนจะเกิดสภาพการณ์นี้   ทั้งหมดที่เป็นการฝึกพลังแล้วพบว่าตนเองถอยหลัง  มีตรงไหนที่ไม่ถูกต้อง   ท่านต้องค้นหาจากซินซิ่ง  รับรองว่าท่านจะสามารถเกิดการเปลี่ยนแปลงได้

ศิษย์           การต่อสู้ทางความคิดของคน เป็นจิตสำนึกหลักหรือจิตสำนึกรอง

อาจารย์      จิตสำนึกรอง  ทัศนคติต่างๆของคนกับกรรมทางความคิด หรือฟู่ถี่(ตัวสิง)ล้วนจะเกิดการต่อสู้กัน   แต่ผู้บำเพ็ญโดยทั่วไป ส่วนมากคือทัศนคติของท่าน   ในเวลาที่ทัศนคติของตัวท่านกับกรรมทางความคิดถูกสลายไปจะเกิดการต่อสู้   อย่างนี้ไม่ดี  อย่างนั้นไม่ดี  เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นในความคิดของท่านเอง

ศิษย์           อุปนิสัยกำหนดโดยจิตหลักหรือเป็นการถ่ายทอดมาจากพ่อแม่

อาจารย์      อุปนิสัยของคน มีความสัมพันธ์โดยตรงกับพ่อแม่   จิตหลักของท่านมีบทบาทสำคัญในการนำ แต่สิ่งนี้ที่พ่อแม่ของท่านมีติดตัวอยู่ก็บังเกิดผลได้ในระดับหนึ่ง

ศิษย์           ในวารสาร “หน้าต่างวรรณกรรม”  บทความชื่อ “อิทธิฤทธิ์ต้าฝ่า”นั้นอาจารย์เห็นชอบให้พิมพ์ออกมาหรือไม่

อาจารย์      ไม่ได้ผ่านการตรวจต้นฉบับ  และไม่ได้บอกกล่าวข้าพเจ้าก่อน   สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงผลงานวรรณกรรม   ท่านไม่ต้องใส่ใจมัน  มันเป็นเพียงรูปแบบของนิทานอย่างหนึ่ง   ในอนาคตเมื่อมีความจำเป็น  ข้าพเจ้าสามารถจะเขียนชีวประวัติของขั้นตอนการบำเพ็ญของข้าพเจ้าและเรื่องเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าทำออกมาให้ทุกท่าน  ขณะนี้ยังไม่เหมาะ  โอกาสยังไม่พร้อม  เพราะมีหลายอย่างที่สูงมาก  หากเขียนออกมาคนทั่วไปจะรับไม่ได้

ศิษย์           ท่านมองอย่างไรเกี่ยวกับ การเล่นหุ้นกับความจำเป็นในการยังชีพ          

อาจารย์      ท่านทำการค้าจะดีมาก  การเล่นหุ้นคือการพนัน  เป็นการเอาเงินคนอื่น  คนที่เล่นหุ้นบางคนสูญเสียทรัพย์สินจนหมด ท่านรู้หรือไม่ว่าความรู้สึกนี้รสชาติเป็นอย่างไร ผู้บำเพ็ญจะทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้    แล้วจะบำเพ็ญจิตใจนั้นได้อย่างไรกัน   ยังมีการเล่นไพ่   จะเล่นไพ่ได้หรือไม่  ท่านยังจะต้องถามข้าพเจ้าอีกหรือ  อาจารย์ฉันเล่นพนันได้หรือไม่   ผู้ฝึกพลังจะไปประเมินซินซิ่งนี้ของท่านอย่างไรดีนะ  ท่านเองได้ทำตามต้าฝ่านี้แล้วหรือ

ศิษย์           มีผู้ฝึกพลังคนหนึ่งพูดว่าชีวิตเดิมของผมคือสุนัขจิ้งจอก   จากนั้นพอฝึกพลังก็จะคิดถึงสุนัขจิ้งจอกเสมอ

อาจารย์    ท่านอย่าฟังสิ่งนี้ที่เขาพูด    เขาคงจะเป็นฟู่ถี่สุนัขจิ้งจอกเสียมากกว่า   เขาพูดว่าท่านเป็นอะไรท่านก็จะเป็นอะไรกระนั้นหรือ ขอบอกทุกท่าน จิตหลักของท่านในชาติก่อนเป็นอะไรก็ไม่มีความหมาย   ชาตินี้ภพนี้ ท่านสามารถบำเพ็ญ ก็เป็นเรื่องของชาตินี้ภพนี้    รอจนท่านบำเพ็ญถึงระดับที่แน่นอนหนึ่ง  สิ่งที่ไม่ดีเหล่านี้ของท่านก็จะถูกถอนทิ้งไปหมด สื่อสัญญาณแหล่านี้จะถูกถอนทิ้งไปหมด ไม่ต้องห่วง  ฝ่าที่เราบรรยายวันนี้เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ก็ขอบอกทุกท่านว่า คนกลับชาติมาเกิดเป็นคนมีไม่มาก การเวียนว่ายตายเกิดหกทางก็เป็นอย่างนี้

ศิษย์           ไปวัดซื้อยันต์สีเหลืองขับไล่สิ่งชั่วร้ายกลับบ้านได้ไหม

อาจารย์      ส่วนใหญ่ของมันก็เป็นสิ่งชั่วร้ายโดยตัวมันเอง   ในบ้านจะบูชาสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไรนะ  ขับไล่สิ่งชั่วร้ายอะไรละ  ยุคธรรมะปลายในวัดก็ยุ่งเหยิงมาก   องค์ศากยมุนีไม่ได้สอนศิษย์ให้ทำเรื่องที่มีความหมายมั่นเหล่านี้ ซึ่งสร้างความยุ่งเหยิงให้กับฝ่า  บนตัวพระสงฆ์บางรูปก็มีฟู่ถี่  จึงขายให้ท่านเพื่อหาเงิน   ถ้าของนั้นของเขามีฟู่ถี่จะเป็นอย่างไรละ

ศิษย์           ฝ่าหลุนที่อาจารย์ให้ต่างจากที่ตัวเองฝึกออกมาอย่างไร

อาจารย์